ไลอ้อนไม่ได้มาร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วย แอนดี้มีความสุขอย่างยิ่งที่ได้ลิ้มรสสลัดฝีมือกราซี่
“รู้สึกว่าคุณจะทานแต่สลัดอย่างเดียวนะคะ”
แม่บ้านเอ่ยขึ้นอย่างตั้งข้อสังเกต
“ซึ่งสำหรับอาหารมื้อกลางวันน่ะถูกต้องแล้ว แต่อิฉันตั้งใจแล้วนะคะว่าเมื่อคุณมาอยู่ที่นี่อิฉันจะต้องทำให้คุณอ้วนให้ได้”
“กรุณาอย่าลำบากเพื่อฉันเลยนะคะ เกรงว่าเมื่อคณะทำงานของฉันมาถึงงานป้าจะเต็มมือมากกว่านี้แน่นอกจากนั้น เรายังอาจจะมาทำความสกปรกเลอะเทอะให้กับบ้านที่สะอาดสวยงามของป้าอีกด้วยนะคะ ฉันสัญญาได้แต่เพียงว่าเราจะพยายามรักษาความสงบและความสะอาดให้มากที่สุดเลยค่ะ”
“ไม่มีความสกปรกหรือความยุ่งเหยิงใด ๆ ในบ้านหลังนี้ที่อิฉันจัดการไม่ได้หรอกค่ะ คุณอยากทำอะไรก็ทำไปได้เลย”
“เอ้อ.. ท่านค่ะ..”
แอนดี้หันไปทางท่านนายพล
“ดิฉันเห็นจะต้องขออนุญาตว่าตอนบ่ายวันนี้จะขอดูสถานที่หน่อยนะคะ อยากได้โลเคชั่นเหมาะ ๆ สำหรับงานสัมภาษณ์ครั้งนี้ค่ะ”
“ได้เลย.. ผมอนุญาตด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง”
“ปรกติแล้วตรงส่วนไหนของบ้านที่ท่านรู้สึกสบายที่สุดคะ?”
“ปรกติแล้วผมจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในเรือนต้นไม้เพราะตรงนั้นแสงแดดมันส่องเข้าไปได้ทั่ว ก็ห้องที่คุณพบผมเมื่อเช้านี้นั่นแหละ”
เขาหลิ่วตาให้เธออย่างล้อเลียน
“หรือไม่ก็ในห้องนอนของผม แต่บางครั้งผมก็ชอบออกมานั่งในห้องนั่งเล่นเหมือนกัน”
“จริงๆ แล้วดิฉันอยากให้ท่านอยู่ในแวดล้อมของธรรมชาติมากกว่าค่ะ เพื่อที่ท่านจะได้รู้สึกผ่อนคลายเวลาที่เราเดินกล้องถ่ายทำไปด้วย นอกจากนั้น ดิฉันก็อยากจะดูเื่ปลั๊กไฟตามห้องต่างๆ ที่ท่านพูดถึงด้วยค่ะ คืนนี้ดิฉันจะโทรศัพท์กลับไปแนชวิลล์เพื่อที่ทางโน้นจะได้เตรียมเครื่องมือเพื่อการถ่ายทำมาให้พร้อม ซึ่งพวกเขาก็คงจะมาถึงประมาณมะรืนนี้ค่ะ”
ในตอนบ่ายของวันนั้น เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ตรวจตราและพิจารณาความเหมาะสมของห้องต่างๆ ตามที่ท่านนายพลระบุ สิ่งหนึ่งที่ผู้ชมรายการของแอนดี้ มาโลนรู้ก็คือ เธอเป็คนที่วางแผนการทำงานแต่ละครั้งอย่างรัดกุมเสมอ
นอกจากนั้น กราซี่ยังให้ความร่วมมือด้วยการนำประวัติชีวิตของท่านนายพลขณะรับราชการอยู่ในกองทัพทั้งที่เป็ข่าวตัดจากหน้าหนังสือพิมพ์และที่จัดพิมพ์รวบรวมไว้มามอบให้อีกด้วย ซึ่งเธอได้อ่านและพิจารณาเื่ราวทั้งหมดอย่างละเอียดรอบคอบ สังเกตเห็นว่าข่าวตัดนั้นล้วนมาจากหนังสือพิมพ์ที่ตีพิมพ์เื่ราวของนายพลแรทลิฟฟ์หลังจากาสงบเพียงไม่กี่ปี..
ตอนที่เธอเดินเข้าไปในห้องรับประทานอาหารค่ำวันนั้น แอนดี้ก็พบไลอ้อนที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เรียบร้อย กำลังประคับประคองและเลื่อนเก้าอี้ล้อเลื่อนของบิดาให้เข้าที่อยู่ตรงหัวโต๊ะ เขาเงยหน้าขึ้น ประสานสายตากับเธออยู่เป็ครู่ และแอนดี้ก็ทักทายเพียงแค่คำว่า
“กู๊ด อิฟนิ่งค่ะ”
หลังจากนั้น ท่านนายพล ซึ่งถ้าแม้นจะสังเกตเห็นความตึงเครียดที่เกิดอยู่ระหว่างบุตรชายกับแขกสาว แต่ท่านก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแต่ก้มหน้าลงนำอธิษฐานขอบคุณพระเ้าโดยที่แอนดี้กับไลอ้อนได้ปฏิบัติตามด้วย
“วันนี้ แอนดี้เลือกโลเคชั่นเพื่อถ่ายทำการสัมภาษณ์พ่อแล้วนะ”
ท่านนายพลเอ่ยขึ้นภายหลังจากที่กราซี่เสิร์ฟแอนดี้กับไลอ้อนแล้ว
“งั้นหรือครับ?”
ไลอ้อนเลิกคิ้วสูง
“ใช่ค่ะ”
เธอตอบ
“คุณพ่อของคุณกรุณามากที่ช่วยแนะนำให้ฉันใช้ห้องต่างๆ ในบ้านได้ แต่ฉันคิดว่า เราน่าจะจำกัดอยู่แต่เฉพาะห้องที่ท่านใช้เป็ประจำก็พอ..”
เธอเลื่อนสายตาไปทางพลเอกแรทลิฟฟ์
“ท่านพอจะออกไปข้างนอกได้บ้างไหมคะ คือถ้าเป็ไปได้ดิฉันอยากถ่ายทำภายนอกด้วยค่ะ”
“หมายความว่ายังไง?” ไลอ้อนถามขึ้นทันที
“คือ..มันออกจะเป็เื่น่าเบื่อที่ผู้ชมจะได้เห็นแต่ภาพที่คนสองคนนั่งคุยกันอยู่แต่ในห้องตลอดเวลาสามสิบนาทีที่รายการดำเนินอยู่ เพราะฉะนั้น ถ้ามีบรรยากาศภายนอกเข้ามาเสริม ก็จะช่วยให้บรรยากาศในการสัมภาษณ์ดูน่าสนใจขึ้นค่ะ”
ไลอ้อนพยักหน้าอย่างเข้าใจในคำอธิบายของเธอ..
“ไลอ้อนเขามีน้ำใจมากที่ปรับพื้นที่เป็เส้นทางลงไปริมฝั่งแม่น้ำ เพื่อให้ผมสามารถไถเก้าอี้ล้อเลื่อนลงไปถึงที่นั่นได้ เวลาที่เกิดเดินไม่ไหวขึ้นมา คุณคิดว่าถ้าเราไปนั่งสัมภาษณ์กันตรงริมตลิ่งแบบนั้นมันจะเข้าท่าไหมล่ะ?”
“เยี่ยมเลยละค่ะ”
“ดี..งั้นไลอ้อนจะพาคุณไปดูทำเลตรงนั้นหลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว คุณจะได้ตรวจสอบว่ามันเหมาะพอที่จะใช้ได้หรือเปล่า”
“ดิฉันคิดว่าไลอ้อนคงจะมีอย่างอื่นที่สำคัญกว่าต้องทำค่ะ”
แอนดี้ก้มหน้าพูดอยู่กับจานอาหาร ไม่กล้าที่จะเงยขึ้นมองหน้าบุรุษผู้นั่งอยู่ตรงข้ามเสียด้วยซ้ำ
“ไม่มีอะไรหรอก”
เขากล่าว
แอนดี้ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะควบคุมน้ำเสียงของตนเองไว้
“อันที่จริงน่าจะเป็การดีกว่านะคะ ถ้าจะได้เห็นทิวทัศน์ตอนที่ยังมีแสงสว่างอยู่”
เธอหันไปกล่าวกับท่านนายพล ยังไม่อยากยอมรับว่าไลอ้อนเห็นด้วยกับคำแนะนำของบิดา
“นั่นน่ะไม่ต้องสงสัยหรอก แต่คุณเองก็หมกตัวอยู่แต่ในบ้านมาทั้งวันแล้วนี่ ยังไม่ได้ออกไปดูข้างนอกเลยสักแห่งการได้ออกไปเดินเล่นหลังอาหารแบบนั้นมันจะทำให้สุขภาพดีเสียด้วยซ้ำ เอ้า.. กินแอปเปิลพายเสียจะได้ออกไปที่ริมแม่น้ำ”
เธอเหลือบมองไปทางไลอ้อน หวังว่าเขาจะสนับสนุนคำพูดของเธอ แต่เขากลับยิ้มกริ่มอยู่ในหน้า นี่เขาไม่คิดจะหาอะไรมาเป็ข้ออ้างเพื่อที่จะไม่ต้องออกไปเดินเล่นกับเธอบ้างเลยเชียวหรือ..? เธอตัดแอปเปิลพายฝีมือ กราซี่มาชิ้นหนึ่งขณะที่สายตาก็ยังจดจ้องมองเขาอยู่.. แน่นอน เขาจะต้องคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ เขาคงรอโอกาสที่จะได้หยันเยาะเธออีกสักครั้ง แต่รับรองได้เลยว่าครั้งนี้เขาจะต้องพบกับความผิดหวัง เพราะเธอจะไม่มีวันยอมงับเบ็ดที่ล่อด้วยเหยื่ออยู่ตรงหน้าอีก ไม่ว่าเขาจะยั่วยุให้เธอโกรธขนาดไหนก็ตาม..
“ไลอ้อน ตอนที่ออกจากบ้านแวะบอกกราซี่ให้เอานมอุ่น ๆ ไปให้พ่อในห้องนอนด้วยนะ”
ท่านนายพลสั่งลูกชาย
“คืนนี้พ่อรู้สึกเพลียมากไปหน่อย”
แอนดี้ลืมปัญหาระหว่างตัวเองกับไลอ้อนไปทันที หันขวับไปมองท่านผู้เฒ่าซึ่งเชื้อเชิญให้เธอเข้ามาพำนักในบ้านหลังนี้ของเขา ด้วยสายตาบอกความห่วงใย
“พ่อรู้สึกไม่สบายอีกแล้วหรือครับ..?”
ไลอ้อนถาม
“ให้ผมเรียกหมอเบเกอร์ดีไหมครับ?”
“ไม่ต้อง..ไม่ต้อง.. พ่อไม่ได้เจ็บไข้เป็อะไรหรอก มันเพลียตามประสาคนแก่วัยแปดสิบกว่าต่างหากเล่าพ่อเห็นจะต้องขอตัวเข้านอนเสียตอนนี้เลยจะได้หลับเร็ว ๆ อยากจะให้ตัวเองดูดีที่สุดตอนที่นั่งให้แอนดี้สัมภาษณ์”
เขาหลิ่วตาให้เธออีกครั้ง และแรงกระตุ้นในใจทำให้เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินเข้าไปหา โน้มตัวลงจุมพิตแก้มเหี่ยวย่น
“กู้ดไนท์ค่ะ ท่านนายพลแรทลิฟฟ์”
“อา.. ไลอ้อน..แกไม่ต้องบอกกราซี่เื่นมแล้วนะพ่อคิดว่าเข้านอนเลยจะดีกว่า”
เขายกมือขึ้นเป็การลาไปนอนและเก้าอี้เลื่อนก็พาเขาออกพ้นประตูห้องนั้น
“ท่าน.. เอ้อ.. จะช่วยตัวเองได้ไหมคะ.. คุณต้องเข้าไปปรนนิบัติท่านก่อนนอนหรือเปล่า?”
เธอเอ่ยถามเสียงเบาและไลอ้อนก็ถอนใจออกมา ยกมือขึ้นบีบนวดต้นคอ
“ได้.. ทุกวันนี้พ่อก็ยังยืนยันที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งตัวใหม่ด้วยตัวเองตลอด ซึ่งผมรู้ว่าเพียงแค่นั้นก็ทำให้ท่านเหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว แต่พ่อเป็คนหยิ่ง ไม่ยอมให้มีคนมาดูแลแม้จะเป็บุรุษพยาบาลก็เถอะ”
เขามองไปทางประตูที่เก้าอี้ล้อเลื่อนผ่านออกไปเมื่อครู่ แอนดี้รู้ดีว่าพ่อลูกคู่นี้รักกันมาก เขาส่ายหน้า ถอนหายใจเบา ๆ ออกมาอีกครั้งก่อนจะถามว่า
“คุณทานเสร็จหรือยังล่ะ?”
เธอตักพายคำสุดท้ายใส่ปาก แล้วก็ร้องออกมาว่า
“อร่อยจัง..”
ยกนิ้วข้างที่มีเศษขนมติดอยู่ขึ้นใส่ปากใช้ลิ้นเลียจนสะอาดแล้วจึงได้มองไปทางเขายิ้ม ๆ
แต่แล้วแอนดี้ก็มีความรู้สึกเหมือนลมหายใจขึ้นมาติดตันอยู่แค่ลำคอ เรียวปากเผยออ้าอยู่อย่างนั้น ราวหญิงสาวที่รอรับการจุมพิตอยู่ ไลอ้อนจ้องมองเรียวปากของเธอแน่วนิ่ง มันแทบเป็ไปไม่ได้เลยที่จะไม่สนองตอบต่อสายตาแรงร้อนคู่นั้น เธอมีความรู้สึกเหมือนตัวเองถูกดึงดูดเข้าไปหาเขา สายตาคู่นั้นราวแม่เหล็กทรงศักยภาพ แทบไม่มีทางที่จะขัดขืนได้
“ผมว่ามันยังไม่หมดนะ..”
เขาเอ่ยออกมาด้วยสุ้มเสียงแหบห้าว เขายกมือเธอขึ้น จรดปลายนิ้วลงตรงริมฝีปาก
พระเ้า..แอนดี้ร้องลั่นอยู่ในอก..ถ้าเขาทำจริง ฉันคงตายแน่.. แต่ถึงกระนั้น ในเวลาเช่นนี้เธอก็แทบคิดอะไรไม่ออกเอาเสียเลย สายตาของเขาประสานอยู่กับเธอไม่ยอมคลาดคลาไปไหน แต่เขาไม่ได้ทำอะไรนอกจากใช้ลมปากเป่าเศษขนมที่ติดอยู่ตรงปลายนิ้วเบา ๆ ให้หลุดร่วงลงเท่านั้น
ซึ่งเพียงเท่านั้นก็ทำให้แอนดี้ปวดร้าวในอกขึ้นมาได้แล้วไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ลมเบา ๆ ก็สามารถทำให้คอหอยแห้งผากได้