บทที่ 8 ฉันเชื่อใจสามีของฉันร้อยเปอร์เซ็นต์
ตอนแรก พี่หวังมองขวดในมือของหลิวถวนหยวนอย่างรังเกียจ แต่พอได้ยินเื่ขายเสื้อผ้าทหาร ถุงเท้าทหาร สีหน้าเธอก็เปลี่ยนไป
เสื้อผ้าใหม่ ถุงเท้า รองเท้า และอื่น ๆ ที่ผู้ชายในค่ายทหารใส่ไม่ได้ จะมีคนมารับซื้อในค่ายทั้งหมด มีเพียงหลิวถวนหยวนเท่านั้นที่ไม่เคยขาย เพราะหลิวถวนหยวนมักจะนำกลับบ้านไปทั้งหมด แล้วจะเหลือขายได้อย่างไร!
ถึงแม้ว่าเธอจะเอาของพวกนี้มาใช้เองไม่ได้ และการเอาไปขายต่อก็เป็กฎที่ไม่ได้เขียนไว้ในค่ายทหาร แต่มันก็เป็ของที่รัฐบาลแจกจ่ายมา หากจะเอาเื่จริง ๆ ขึ้นมาคงวุ่นวายน่าดู จะให้เื่แค่นี้มาทำให้อนาคตของสามีเธอต้องมัวหมองไม่ได้เด็ดขาด
พี่หวังปิดปากเงียบในทันที เธอจ้องมองหลิวถวนหยวนด้วยสายตาไม่พอใจ แต่หลิวถวนหยวนก็ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใสทำราวกับว่าเธอไม่มีประสงค์ร้ายแอบแฝงอยู่
หลิวถวนหยวนพูดต่อ “จริงสิพี่หวัง เมื่อกี้พี่บอกว่าต้องเซ็นชื่ออะไรสักอย่างนี่คะ ต่อไปถ้ามีอะไรให้ช่วยก็เรียกใช้ฉันได้เลย!!”
พี่หวังรู้สึกอับอายเล็กน้อย
พี่สาวร่างท้วมเห็นพี่หวังถูกหลิวถวนหยวนถอนหงอก ก็รีบเดินเข้ามาต่อว่าอีกแทน “นี่หล่อน… วัน ๆ เอาแต่ขโมยของ ทั้งี้เี แล้วยังชอบไปกินข้าวบ้านคนอื่น กินอิ่มนอนหลับ ก็เลยไม่เห็นค่าของเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ จากการขายเสื้อผ้า และถุงเท้าสินะ! หลิวถวนหยวน ไก่บ้านฉันอร่อยไหมล่ะ หล่อนกับชู้รักกินกันอร่อยมากเลยใช่ไหม?”
หลิวถวนหยวนถอนหายใจ เ้าของร่างเดิมขโมยไก่ของพี่สาวร่างท้วมไปเลี้ยง เฉินก่างเฉิง แบบนี้แสดงว่าตั้งใจจะกินอิ่มนอนหลับแล้วค่อยไปนอนกับผู้ชายอีกสินะ หลิวถวนหยวนตัวจริงนี่มันไม่น่าสงสารเอาเสียเลย!
แต่ตราบใดที่เธอยังอยู่ในร่างนี้อยู่ เธอก็อยากจะใช้ชีวิตให้ดีขึ้น ชื่อเสียงของเ้าของร่างเดิม เธอก็ต้องกอบกู้มันขึ้นมาให้ได้!
“พี่ผางคะ ฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะ เื่ไก่… ฉันเป็คนกินเองแหละค่ะ ฉันไม่มีทางเลือกจริง ๆ ตอนนั้นฉันหิวมาก พี่ดูสิ ฉันท้องลูกแฝดสามคน กินคนเดียว ใช้พลังงานสำหรับคนสี่คน ่นั้นสามีฉันก็ไม่อยู่บ้าน ฉันอยู่คนเดียวในบ้านหลังนี้ ฉันหิวมากจริง ๆ ค่ะ! ไก่ตัวนั้นราคาเท่าไหร่คะ ตอนนี้ฉันคลอดลูกแล้ว และฉันจะหาวิธีออกไปทำงานหาเงินมาคืนพี่ให้ได้!” หญิงสาวแสร้งพูดด้วยสีหน้าเรียกร้องความเห็นใจ “ส่วนเื่รุ่นพี่… ก่อนคลอดลูกฉันอธิบายไปหมดแล้ว เื่นี้สามีฉันก็รู้ ถ้าพี่ไม่เชื่อก็ถามเขาดูสิ!”
หลิวถวนหยวนมองไปทางเว่ยหนานหลิน
ฝ่ายเว่ยหนานหลินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินเธอพูดว่า ‘หิว กินคนเดียวใช้พลังงานสำหรับสี่คน’ สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่พอได้ยินเื่เฉินก่างเฉิง เขาก็ขมวดคิ้วแน่นพร้อมเหลือบมองมาที่เธอตาขวาง
หลิวถวนหยวนขยิบตาให้เขา ด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อน
ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่ ก็มีคนเดินมามุงดูเต็มลานบ้าน
เหตุผลประการแรกคือเธอเพิ่งพาลูกแฝดสามคนกลับมา ทุกคนเลยอยากมาดูความวุ่นวายกับการดูแลเด็กแฝดเหล่านี้ ส่วนอีกประการคือทุกคนได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย เลยอยากรู้อยากเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น
ในกลุ่มคนมีหวังอ้ายหลิงรวมอยู่ด้วย
พี่สาวร่างท้วมเห็นว่าเื่ขโมยไก่และคบชู้ ถูกหลิวถวนหยวนกลบเกลื่อนไปง่าย ๆ ก็อึ้งไปครู่หนึ่ง เธอหันไปมองทุกคนแล้วพูดว่า “นอกจากไก่แล้ว ใครปลูกผักอะไร ก็ระวังเธอจะไปหยิบฉวยเอานะ ตอนลูกชายฉันกินนกกระจอกย่าง เธอยังดึงเอาขานกสองข้างกับปีกไปข้างหนึ่งเลย จริงสิ! ตอนนี้ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว ทุกคนก็เคยพูดกันว่า ปกติหลิวถวนหยวนชอบทำตัวเป็คนมีการศึกษา บอกว่าพวกเราไร้การศึกษา ดูถูกพวกเรา แล้วยังบอกว่าเสี่ยวเว่ยเป็ทหารชั้นหนึ่งที่มีอนาคต เธอเคยเห็นหัวใครในค่ายนี้บ้าง?”
ปกติทุกคนก็โดนหลิวถวนหยวนรังแกอยู่แล้ว พอได้ยินแบบนี้ก็พยักหน้าเห็นด้วย
เว่ยหนานหลินขมวดคิ้วง่วน กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ก็เห็นหลิวถวนหยวนหันไปมองทุกคน แล้วโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
หญิงก้มลงโค้งคำนับ พอเงยหน้าขึ้นมาก็แสร้งทำเป็ปวดท้อง เธอลูบท้องเบา ๆ มองไปรอบ ๆ แล้วพูดเสียงแ่ว่า “พี่หวัง พี่ผาง และพี่ ๆ น้อง ๆ ทุก ๆ คน ที่ผ่านมาเป็ความผิดของฉันเอง ฉันยังเด็ก ไม่รู้จักกาลเทศะ เพิ่งมาอยู่ที่ค่ายทหารแห่งนี้ ยังไม่มีเพื่อน สามีฉันเอาแต่ทำงาน ไม่ค่อยได้กลับมา ฉันเลยรู้สึกอึดอัด ประกอบกำลังตั้งครรภ์ เลยทำให้อารมณ์แปรปรวนไปบ้าง ทำให้ทุกคนลำบากใจ วันนี้ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ฉันเลยอยากจะขอโทษทุกคนค่ะ”
ทุกคนต่างตกตะลึง วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง? คนปากแข็งอย่างหลิวถวนหยวนกลับมาขอโทษพวกเขา?
ตอนแรกหวังอ้ายหลิงไม่ได้ออกมา เธอรู้ว่า วันนี้พี่หวังจะมาคุยกับเว่ยหนานหลินเื่เซ็นใบหย่า ตอนแรกคิดว่าเื่นี้คงจะราบรื่น เธอเป็แค่เด็กสาวที่ยังไม่แต่งงาน ไม่ควรออกหน้าไปยุ่งเกี่ยว รอดูสถานการณ์อยู่ห่าง ๆ จะดีกว่า ใครจะไปรู้ว่าเื่ราวไม่ได้เป็ไปอย่างที่เธอคิด เธอจึงทนไม่ไหวจนต้องเปิดปากพูดขึ้นมา
“แค่บอกว่าอารมณ์ไม่ดีเพราะท้อง ก็ลืมเื่ที่ผ่านมาได้แล้วเหรอ ในค่ายทหารแห่งนี้ ั้แ่ไก่ หมา ไปยันเด็กและคนแก่ ใครบ้างที่ไม่เคยโดนเธอรังแก? ยิ่งไปกว่านั้น วันนั้น เฉินก่างเฉิงก็นอนอยู่บนเตียงของรองผู้บัญชาการเว่ย ทุกคนก็เห็นกันทั้งนั้น! ไม่ใช่ว่าเธอรู้สึกละอายใจที่ทำเื่น่าอับอาย เลยมาขอทางค่ายเื่หย่าหรอกเหรอ? ไหงตอนนี้กลับมาทำหน้าเสียใจซะล่ะ?” หวังอ้ายหลิงพูดพลางจับเปียสองข้าง จ้องมองหลิวถวนหยวน
หลิวถวนหยวนถอนหายใจ “น้องหวัง รุ่นพี่ของฉันเป็โรคหอบหืด วันนั้นฉันไปรักษาเขาด้วยวิธีฝังเข็ม เธอรู้จักไหม? ไม่รู้จักก็ไม่เป็ไร ถามที่ห้องพยาบาลของค่ายเอาก็ได้ เพราะท้องฉันโตขึ้น ่นี้ไม่ได้ไปทำงานที่ห้องพยาบาล รุ่นพี่เลยมาหาที่บ้าน และพวกเธอก็เข้ามาเห็นพอดี! แต่เธอเป็พวกชอบคิดไปเอง เห็นอะไรก็คิดเป็ตุเป็ตะ แถมชอบยุยงใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น จะเข้าใจฉันผิดไม่เป็ไร แต่เข้าใจสามีของฉันกับหมอหลินผิดแบบนี้ มันไม่ดีเลยนะ”
หวังอ้ายหลิงนิ่งอึ้งไป เธอโมโหจนแทบะโกัดหญิงตรงหน้า “เธอ... เธอกล้าพูดจาแบบนี้ได้ยังไง?”
“ไม่ใช่เธอหรอกเหรอ ที่บอกฉันว่าคุณเว่ยไปเจอหมอหลิน แถมยังบอกว่าเขาไปค้างคืนข้างนอกอีก ่นี้ค่ายทหารต้องฝึกซ้อม สามีของทุกคนก็ยุ่งกันหมด คืนนั้นสามีพี่หวังกับพี่ผางก็ไม่ได้กลับบ้านเหมือนกันนี่ งั้นพวกเขาก็ออกไปหาผู้หญิงข้างนอกกันหมดเลยสินะ? งั้นต่อไปนี้ เวลาสามีของพวกเราฝึกซ้อม หรือออกไปทำภารกิจ ก็ต้องมารายงานพวกเราก่อนงั้นสิ? แล้วแบบนี้จะเอาอะไรกับกฎระเบียบอีก?” หลิวถวนหยวนพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง แถมยังด่าหลินม่านม่านไปด้วยเพื่อระบายอารมณ์
“นั่นสิ ๆ! เธอไม่ใช่เมียทหาร ไม่เข้าใจความยากลำบากของพวกเรา แต่เธอก็ไม่ควรไปยุยงคนอื่นแบบนี้ นี่มันทำลายชีวิตคู่ของทหารนะ ถ้าหลิวถวนหยวนกับสามีหย่ากันจริง ๆ เธอต้องขึ้นศาลทหารแน่!” บรรดาภรรยาทหารต่างก็เริ่มมีอารมณ์ร่วมขึ้นมา
หลิวถวนหยวนพูดพลางคว้าแขนของเว่ยหนานหลิน “ฉันเชื่อใจสามีของฉันร้อยเปอร์เซ็นต์ เชื่อใจหมอหลินด้วย พูดถึงเื่นี้ ตอนที่ฉันคลอดเ้าแฝด ก็ต้องขอบคุณหมอหลินจริง ๆ หลังจากนี้ หมอหลินก็คือแม่ทูนหัวของลูก ๆ ทั้งสามคนของฉัน”
คำพูดของหลิวถวนหยวนทำให้หวังอ้ายหลิงอับอายขายขี้หน้า แถมศัตรูยังได้รับการสนับสนุนจากบรรดาภรรยาทหารในค่ายอีก
“อย่าว่าแต่ไม่กี่คืนเลย บางคนออกไปปฏิบัติภารกิจครึ่งปี หรือปีหนึ่งยังไม่เห็นหน้ากันเลยไม่ใช่เหรอ? แล้วแบบนี้ แปลว่าเขาออกไปมีเมียน้อยกันหมดเลยหรือไง?” ภรรยาทหารคนหนึ่งพูดขึ้น
“นี่มันอะไรกัน หวังอ้ายหลิงไม่ใช่เมียทหารนี่ จะมาเข้าใจความลำบากของพวกเราได้ยังไง!” เมียทหารอีกคนพูดเสริม “ผัวฉันนี่! สามเดือนแล้วยังไม่เห็นแม้แต่เงา ไม่รู้ไปอยู่ไหน เขาบอกว่าเป็ความลับทางราชการ!”
“นั่นสิ!” ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ “เพิ่งออกไปได้ไม่กี่วันก็ปล่อยข่าวแบบนี้ออกมา คิดอะไรอยู่น่ะ อยากให้คนอื่นเขาอยู่ไม่เป็สุขหรือไงกัน”