บทที่ 2 ยากจนข้นแค้น
หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่เชิงเขา ได้ชื่อว่าหมู่บ้านเถาฮวา เพราะบนเขามีต้นท้อขึ้นเต็มไปหมด
เนื่องจากหมู่บ้านสร้างเลียบเชิงเขา ถนนราบในหมู่บ้านจึงมีไม่กี่สาย ส่วนใหญ่เป็ตรอกซอกซอยที่สูง ต่ำ คดเคี้ยวไปมา
คุณลุงคนขับเกวียนแซ่โจว เป็คนใจดี เห็นว่าเธอร่างกายใหญ่โต แถมยังมาหมู่บ้านเถาฮวาครั้งแรก จึงไปส่งเธอถึงหน้าบ้านของลู่จ้านตง
บอกว่าเป็หน้าบ้าน ที่จริงแล้วมีแค่บ้านโทรมๆ หลังเดียว รอบๆ บ้านไม่มีแม้แต่รั้ว
ยิ่งกว่านั้น วัชพืชก็ขึ้นรกเต็มไปหมด มีเพียงทางเดินเล็กๆ ที่ถูกเหยียบย่ำไว้ตรงกลาง ดูแล้วหดหู่สุดจะบรรยาย
ระหว่างทาง ซูช่านได้ยินคุณป้าสองคนเล่าว่า บ้านตระกูลลู่มีพี่น้องสามคน นอกจากลู่จ้านตงแล้ว ยังมีพี่ชายคนโตกับพี่ชายคนรองอีก
เดิมทีเขาและลูกๆ สามคนอาศัยอยู่กับพ่อแม่และครอบครัวของพี่ชายทั้งสอง แต่หลังจากที่ลู่จ้านตงขาพิการ ไม่ว่าจะกิน จะนอน จะขับถ่าย ก็ต้องมีคนดูแล
่แรกๆ พี่ชายคนโตเป็คนดูแล แต่หลังจากนั้นก็ต้องไปทำงานที่ไร่ พี่ชายคนโตก็เลยให้คนอื่นดูแลลู่จ้านตงแทน แต่พี่ชายคนรองไม่สนใจลู่จ้านตงเลย ลูกๆ ทั้งสามก็ยังเล็ก นานวันเข้าห้องนอนฝั่งตะวันตกก็เหม็นตลบอบอวล
สุดท้ายทุกคนในครอบครัวก็ปรึกษากัน แล้วไปขอบ้านร้างในลานหมู่บ้านจากหัวหน้าหมู่บ้าน ย้ายลู่จ้านตงกับลูกๆ ทั้งสามไปอยู่ที่นั่น บอกว่าคนในบ้านจะผลัดกันดูแล แต่หลังจากย้ายไปแล้ว คนตระกูลลู่ก็ไม่เคยโผล่ไปอีกเลย
พี่ชายคนโต่แรกก็ไปดูแล แต่หลังจากนั้นเจ็บขาก็เลยไม่ได้ไปอีก
อาหารสามมื้อก็ให้เด็กๆ ในบ้านเอาไปให้ บางทีเด็กๆ ก็กินอาหารกลางทาง ทำให้ลู่จ้านตงกับลูกๆ ต้องอดอยากอยู่บ่อยๆ
ก่อนที่ลู่จ้านตงจะาเ็ เขาประจำการอยู่ในกองทัพ ลูกๆ ทั้งสามก็ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากครอบครัวลู่ หลังจากที่เขากลับมา ก็ผอมแห้งจนเห็นได้ชัด
บางครั้งเด็กๆ อดไม่ไหว ก็ออกไปขโมยของ ยิ่งทำให้คนในหมู่บ้านดูถูก
หลังจากยืนอยู่ในลานบ้านครู่หนึ่ง ซูช่านก็เข้าใจทุกอย่างว่าทำไมหยางหย่าลี่ถึงไม่ยอมแต่งงานกับลู่จ้านตง
เอาจริงๆ ตอนนี้เธอรู้สึกกังวลมาก
ชาติที่แล้วเธอไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยเลี้ยงลูก
ยิ่งกว่านั้น คราวนี้ต้องเลี้ยงลูกตั้งสามคน และเมื่อได้ยินว่าลู่จ้านตงรับเลี้ยงเด็กมาสามคน เธอก็นึกถึงตัวร้ายคนหนึ่งในนิยาย ที่แท้ก็คือลูกชายคนโตที่ลู่จ้านตงรับเลี้ยงมานั่นเอง
ในนิยาย ลู่จ้านตงไม่มีใครดูแล ไม่ถึงครึ่งปีก็ติดเชื้อที่แผลจนเสียชีวิต ลูกบุญธรรมสามคนมีแค่ลูกชายคนโตที่รอดชีวิต ลูกชายคนรองขโมยของแล้วโดนจับได้ ถูกตีจนตาย ส่วนลูกสาวคนเล็กถูกคนล่อลวงไปขายให้กับตาแก่ี้เีที่หมู่บ้านอื่น แล้วถูกทรมานจนตาย
ประสบการณ์ในวัยเด็กทำให้ลูกชายคนโตใจคอโหดร้าย ไร้ความเมตตา
หลายปีที่ผ่านมา มือของเขาเปื้อนเืผู้คนมากมาย
สุดท้ายก็หนีไม่พ้นกฎแห่งกรรม และถูกยิงตายในที่สุด
แต่ซูช่านรีบตัดความคิดนั้นทิ้ง ตอนนี้เด็กๆ ยังเล็ก ลู่จ้านตงยังมีชีวิตอยู่ ทุกอย่างยังทัน
ตอนนี้ยังไม่ถึงเที่ยง ในลานบ้านเงียบสงัด ประตูบ้านเปิดอ้าอยู่
ซูช่านแบกกระเป๋าเดินทางหนักๆ ไปที่หน้าประตู มองเข้าไปข้างใน ก็เห็นผู้ชายผมเผ้ารุงรัง หนาเตอะนอนหลับตาอยู่บนเตียงดิน
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าต้องเป็ลู่จ้านตงแน่ๆ
เธอหันไปหยิบห่อผ้าของตัวเอง ในบ้านเหม็นมาก แทบจะอ้วกแตก
เหมือนได้ยินเสียง พอเธอมองไปที่ผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง เขาก็ลืมตาขึ้นแล้ว
ชายหนุ่มมองผู้หญิงอ้วนแปลกหน้าตรงหน้า สีหน้าของเขาเรียบเฉย
ซูช่านพยายามกลั้นกลิ่นเหม็นในบ้าน เดินไปหาเขา แนะนำตัว
"ฉันเป็พี่สาวต่างแม่ของหยางหย่าลี่ เธอไม่อยากแต่งงานมาที่นี่ แม่ฉันก็เลยให้ฉันมาแทน ฉันชื่อซูช่าน ต่อไปนี้ฉันก็คือภรรยาของคุณแล้ว"
ลู่จ้านตงมองเธอเงียบๆ สักพัก แล้วก็หลับตาลง
"เธอไปเถอะ"
เขาไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้ต้องมาลำบาก
ซูช่านมองหน้าเขา พบว่าเขามีใบหน้าคมคายถึงแม้จะนอนอยู่บนเตียง ก็ยังดูออกว่าเขาสูงอย่างน้อยก็ประมาณ 180 เิเ คิดว่าก่อนจะาเ็ เขาน่าจะเป็ผู้ชายที่หล่อเหลาและมีเสน่ห์น่าดู
เพียงแต่่นี้ไม่มีคนดูแล เลยสกปรก ผมกับหนวดเครารุงรังเพราะไม่ได้ตัดมานาน
โครกคราก~
ซูช่านได้ยินเสียงท้องร้องของลู่จ้านตง เธอไม่สนใจคำพูดของเขา
"ถ้าฉันไป คุณก็คงอดตายพอดี"
เธอมองไปรอบๆ บ้าน นึกถึงคำหนึ่งได้ ยากจนข้นแค้น
ในบ้านสิบกว่าตารางเมตร นอกจากเตียงดินที่ลู่จ้านตงนอน ก็มีแค่โต๊ะกับลังไม้เก่าๆ
"เมื่อก่อนคุณเป็ถึงผู้บังคับกองพัน ทำไมถึงได้จนขนาดนี้?"
ซูช่านพูดพลางเปิดหน้าต่างทั้งหน้าและหลัง เพื่อระบายกลิ่นเหม็นในบ้าน
ลู่จ้านตงไม่ได้ตอบคำถามเธอ "เธอไปเถอะ ตอนนี้ฉันเป็แค่คนไร้ค่า ไม่ต้องห่วงฉันไม่เรียกค่าสินสอดแต่งงานคืนหรอก"
ตอนนี้เขาเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองดี ลูกๆ สามคนก็ลำบากมากแล้ว ถ้ามีผู้หญิงคนนี้เพิ่มมาอีก ชีวิตต่อไปจะเป็ยังไงไม่อยากคิด
่นี้เขาได้เห็นแล้วว่าโลกนี้มันโหดร้ายแค่ไหน ใจคนมันเ็าแค่ไหน
แม้แต่พ่อแม่พี่น้องของตัวเองก็ยังไม่คิดจะช่วยเหลือ แล้วเขาจะไปฝากความหวังไว้กับผู้หญิงอ้วนๆ ที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนได้ยังไง
"ตอนนี้ฉันมาแล้ว ก็คือภรรยาของคุณ คุณไล่ฉันกลับไป ฉันก็ไม่มีบ้านแล้ว ไม่ต้องห่วง ตราบใดที่ฉันยังอยู่ คุณจะไม่อดตาย"
พอได้ยินคำพูดของซูช่าน ลู่จ้านตงก็หลับตาลงอีกครั้ง
ด้วยสภาพบ้านแบบนี้ คงไม่เกินครึ่งวัน ซูช่านก็คงหนีไปแล้ว
ั้แ่เข้าบ้านมา เธอก็ขมวดคิ้ว ปิดปากตลอด
เธอคงอยู่ได้ไม่นานหรอก
ในเมื่อพูดไปแล้วก็เท่านั้น เห็นว่าเขาไม่อยากคุยด้วย ซูช่านก็เลยเดินออกจากบ้าน เดินวนไปรอบๆ ลานบ้าน
เจอไม้กวาดครึ่งอัน กะละมังซักผ้าเก่าๆ และเตาที่ทำจากดิน
แต่ดูเหมือนเตาจะไม่เคยใช้ เพราะในเตาไม่มีแม้แต่หม้อ
สิ่งที่ทำให้เธอดีใจคือ ในลานบ้านมีบ่อน้ำบาดาล ถึงจะดูผุพัง แต่เธอลองเปิดดู ก็มีน้ำเย็นๆ ออกมา
เธอดีใจมากจนะโโลดเต้น
แต่น้ำหนักตัวสองร้อยกิโลกรัมของเธอก็ทำเอาเหนื่อยเหมือนกัน ทำงานนิดหน่อยก็เหงื่อท่วมตัวแล้ว
หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อย เธอจะต้องลดน้ำหนักให้ได้
หลังจากพักผ่อนเล็กน้อย ซูช่านก็ตักน้ำใส่กะละมัง ยกเข้าไปในบ้าน เปิดห่อผ้าที่เธอนำมา หยิบสบู่ซักผ้ากับผ้าขนหนูออกมา
โชคดีที่เธอก็เตรียมตัวมาอย่างดี สบู่ซักผ้าเตรียมมาตั้งสิบก้อน ผ้าขนหนูก็หลายผืน
หยิบออกมาแล้วก็ได้ใช้ประโยชน์ทันที
เธอมองลู่จ้านตงที่นอนหลับตาอยู่บนเตียง ก่อนจะนำผ้าขนหนูไปชุบน้ำ แล้วเดินไปที่ข้างเตียง
หญิงสาวเช็ดหน้าให้ลู่จ้านตงก่อน ผู้ชายหล่อๆ แบบนี้ หน้าเต็มไปด้วยฝุ่น ดูแล้วไม่สบายตาเอาเสียเลย
ตอนที่ผ้าขนหนูเย็นๆ ถูกเช็ดลงบนหน้าลู่จ้านตงก็ลืมตาขึ้น