ถังหลิงอวี้กับหวังซูหยูรีบเข้าไปในร้านอาหารของโรสถังหลิงอวี้ลงกลอนล็อคประตูอย่างรวดเร็ว ลมหายใจของนางหอบถี่ เหงื่อไหลเต็มใบหน้าเหมือนพึ่งไปวิ่งมารธอน
“แม่นางถังท่านพึ่งไปวิ่งมาราธอนมาหรือ?” เว่ยเมิ่งที่กำลังทานอาหารหันมาถามด้วยวิธีการพูดปกติ
“มาราธอนกลับญาติหน้าหม้อของเ้านะสิเ้ามาทำไมอะไรที่นี่?” ถังหลิงอวี้บ่นพึมพำก่อนหันไปถามชายหนุ่ม
เว่ยเมิ่งชี้ไปทางกองจานที่ซ้อนกันเป็ชั้นๆแสดงให้เห็นว่าเขากินไปหลายจานแล้ว........
“คุณชายเว่ย”หวังซูหยูทักทาย
“แม่นางหวัง”เว่ยเมิ่งทักทายกลับ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็จังหวะถังหลิงอวี้และหวังซูหยูสะดุ้งรีบหลบมาทางโรสไม่รู้ตัว
ก๊อกก๊อก ก๊อก
“น้องหลิงอวี้~” เสียงหวานเยิ้มจากปาก
“แม่นางหวัง~” หานเหวินหลางร้องเรียก
“นี่..พวกท่านกำลังเล่นบทหนังสยองขวัญกันอยู่หรืเปล่า?” เว่ยเมิ่งมีสีหน้าแปลกๆ หันไปถามหวังหลิงอวี้กับหวังซูหยู
“ความรักมักคนให้ผู้คนทำอะไรแปลกๆพวกเ้าว่าหรือไม่”เชฟสาวผมชมพูหันหยอกล้อกับสองสาว
“ไม่ใช่!!” หวังซูหยูกับถังหลิงอวี้ะโออกมาพร้อมกัน
อย่างไรก็ตามเสียงเคาะกลับเงียบหายไปพักหนึ่งตามมาด้วยเสียงอุทานใเหมือนทำตัวไม่ถูกของตงฟางเจี้ยนหงและหานเหวินหลางกลอนที่ถูกล็อคอยู่คล้ายถูกพลังที่มองไม่เห็นปลดล็อค
แกร็ก
เชฟสาวที่เห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วประตูค่อยๆเปิดออกช้าๆ ร่างของชายชราท่าทางภูมิฐานตามมาด้วยร่างที่เว่ยเมิ่งพึ่งทิ้งให้ยืนอึ่งไป ซูเหยียนและฟงไป๋หลิน
“คุณชายท่านนี้คงเป็คุณชายเว่ย?” ราชครูซือเชาเดินมาทางเว่ยเมิ่ง
“ต้องขอโทษพวกเ้าด้วยที่เข้ามารบกวนโดยพลการตาฒ่าแซ่ซือคนนี้ต้องขอภัยด้วยจริงๆ” ราชครูซือเชาหันไปพูดกับสตรีทั้งสาม
“ไม่กล้ารับคำขออภัยของท่านราชครู” หวังซูหยูและถังหลิงอวี้รีบประสานมือให้กับบุคคลที่แข็งแกร่งมากที่สุดในแคว้นชิงมีเพียงโรสที่กำลังย่างเนื้อโดยไม่สนผู้มาเยือน
“แล้วท่านคือ?” เว่ยเมิ่งจิบไวน์ที่โรสแนะนำมา
“ผู้ชราคนนี้มีนามว่าซือเชา ข้าได้ยินว่าคุณชายไม่สะดวกในการมาพบข้าผู้ชราคนนี้ยิ่งไม่กล้าขอร้องในสิ่งที่คุณชายไม่้าในเมื่อผู้ชรา้ามาขอบคุณคุณชายแทนลูกศิษย์ ผู้ชราคนนี้เลยมาขอบคุณด้วยตนเอง”ดวงตาของราชครูซือเชาจ้อง‘กำไลข้อมือ’ไม่วางตา
“ข้ารับคำขอบคุณของท่าน”เว่ยเมิ่งคีบชิ้นเข้าปากตอบแบบไม่หันมามอง
“ข้าได้ยินว่าคุณชายเป็ญาติของแม่ทัพใหญ่ตงฟางหรง?” ราชครูชือเชาถาม
“ใช่”
“ท่านน่าจะรู้ข้ากับแม่ทัพใหญ่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันซักเท่าไร”
“ข้าไม่รู้”
“..............”
ดวงตาของราชครูซือเชาเปล่งประกายด้วยความอำมหิตแวบหนึ่งแต่ก็หายไปมันยิ้ม ก่อนจะขอตัวลา
“ถ้างั้นชายชราคนนี้ไม่ขอรบกวนมื้ออาหารของคุณชายแล้วพบกันใหม่” ร่างทั้งสามคนเดินจากไป
“............................”
บรรยากาศในร้านเงียบกริบใบหน้าของหวังซูหยูและถังหลิงอวี้ซีดขาวเหมือนลืมหายใจ เว่ยเมิ่งนั้งทานไปเรื่อยๆในขณะที่เชฟสาวโรสตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารต่อไปแต่ในแววตาเหมือนมีประกายครุ่นคิด
“ท่านอาจารย์ขออภัยด้วยจริงๆปกติสหายเว่ยไม่ได้-”ฟงไป๋หลินเอ่ยปากแต่ก็ถูกรราชครูชือเชายกมือห้ามไว้
“พวกเ้าไปซะขอเวลาข้าอยู่ดรซักครู่”ซูเหยี่ยนและฟงไป๋หลินแม้งุ่นงง แต่ทั้งคู่ก็ประสานมือแบะเดินจากไป
ราชครูชือเชายื่นอยู่เงียบๆมันพยามยามยกมือขึ้นมาช้าๆ ตอนนี้มือสั่นเทาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ก่อนหน้านั้นที่มันเดินเข้าไปหาเว่ยเมิ่งพริบตาที่ตาที่มันเห็นร่างของชายหนุ่ม มันก็คลายรู้สึกว่ากำลังถูกจ้องมองมันมองไปที่ข้อมือของชายหนุ่มก็เห็นกำไลที่เป็คล้ายัขาวกำลังจ้องมองมาที่มันอยู่สายตาสองคู่เป็สีแดงอำมหิต
พริบที่มันสบตามันคล้ายกับตกความห้วงแห่งความอย่างไรที่สิ้นสุดราวกับว่ามันเป็ลูกกบที่พึ่งเกิดแล้วต้องมาเผชิญหน้ากับอสรพิษร้ายขนาดมหึมา ไร้ความหวัง ไร้ความกล้า ไร้ทางรอดมีเพียงความหวาดกลัวอย่างไร้ที่สิ้นสุด
“ตงฟางเว่ยเมิ่ง!หมู่บ้านน้ำตกสรรค์!”มันกัดฟันสายตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความบ้าคลั่ง
“เ้าหนึ่ง!”
“ท่านอาจารย์”ร่างๆหนึ่งปรากฏตัวที่ข้างราชครูซือเชา
“เริ่มแผนการเดี่ยวนี้!”
“แต่ท่านกองกำลังทางฝั่งเรายังไม่.......”
“ข้าบอกให้ทำก็ทำ!!”
ร่างๆนั้นลังเลแต่ก็กัดฟันประสานมือรับคำสั่งร่างของศิษย์ลำดับที่หนึ่งของราชครูค่อยๆหายไปท่ามกลางความมืดมิดแสงจันทร์ส่องให้เห็นถึงใบหน้าของราชครู ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งจนถึงที่สุด......
“อย่างน้อยเพราะราชครูก็เลยไล่เ้าสองตัวหน้าหม้อไปได้นะ” ถังหลิงอวี้หัวเราะรวน พลางกระดกเบียร์สดเข้าปาก
“ข้าว่าไม่ว่าทางไหนมันก็แย่พอกันนั้นแหละ” แม้แต่หวังซูหยูครั้งนี้ก็ซักเบียร์เข้าปากโดยไม่สนภาพลักษณ์เว่ยเมิ่งที่ดูทั้งสองทำถ้าหมดอะไรตายอยาก
“คนๆนั้นน่ากลัวมากเลยหรือ? พวกท่านถึงได้เกรงกลัวเขานัก”
“เ้าไม่เคยอ่านพวกนิยายย้อนเวลานะเซ่!รู้ไหมไอ้คนท่าทางแบบนั้นน่ะหากไปยุ่งเกี่ยวชะตะชีวิตบัดซบทุกคนการเมืองของแคว้นนี้จะะเิออกตอนก็ไม่รู้ไม่แน่วันดีคืนข้าตื่นมาอาจจะมีคนมาลเอบสังหารก็ด้ายยย อืออออ”ถังหลิงอวี้เริ่มพูดไม่รู้เื่
“ท่านไม่ได้อยู่ในแคว้นชิงอาจจะไม่เข้าใจแต่คนของฝั่งราชครูและราชสำนักเคยแตกหักกันเมื่อหลายปีก่อนอย่างลับๆในครั้งนั้นราชครูเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ แต่ทว่าก็ยังรอดมาถึงทุกวันนี้ ไม่มีใครรู้ว่าาระหว่างราชสำนักกับราชครูจะปะทุขึ้นมาอีกเมื่อไรหากมันเกิดขึ้นคงต้องมีโลหิตไหลนองเต็มแคว้นแน่ๆ ท่านเองก็เป็ญาติของแม่ทัพใหญ่อันที่จริงควรเลี่ยงทางฝั่งราชครูไว้แต่........ดูเหมือนจะไม่ทันแล้ว”หวังซูหยูบอกกับเว่ยเมิ่ง
“ต้องขออภัยจริงๆที่นำความวุ่นวายมาสู่ร้านของท่าน”เว่ยเมิ่งหันพูดกับโรส
โรสส่ายหัวบอกไม่เป็ไรเว่ยเมิ่งนั่งเท้าคางมือเอื้อมไปหยิบกระปุกเกลือ ชายหนุ่มเหยาะเกลือลงจานเม็ดเกลือกระเดนลงมาบนจาน ฃายหนุ่มใช้ศาสตร์แห่งการทำนายโดยใช่เกลือเป็สื่อนำ
“หืม?” ชายหนุ่มเอี่ยงคอมองเกลือบนจานอย่างสงสัย
“ไหงทางหมู่บ้านส่งคนมาได้ละเนี่ย?” เว่ยเมิ่งเลิกคิ้ว
ชายหนุ่มหันไปพูดกับสองสาวที่กำลังดวลเบียร์กันอยู่
“เฮ้พวกท่าน”
“หา?” สองสาวเริ่มเมา
“วันพรุ่งนี้.....ไม่สิคืนนี้แหละท่านอยู่ที่นี่แหละและก็ไม่ต้องออกมาข้างซะละ”
“หาาา?” สองสาวที่เกือบไร้สติฟังอย่างไม่เข้าใจ
“ท่านใช่ศาสตร์และการทำนายเป็ด้วย?” โรสหันมามองเว่ยเมิ่งด้วยท่าทีประหลาดใจ
“ข้าพเ้ามักอะไรให้คนอื่นประหลาดใจเสมอ”เว่ยเมิ่งหันไปขยิบตายิ้มแบบอ่อยๆที่พี่สาวชอบบอกให้ทำ หากเป็สตรีธรรมดาคงต้องมีหน้าขึ้นสีกันบางทว่าเชฟสาวผมชมพูกลับยิ้มเลิกคิ้วให้แทน
ขายหนุ่มหัวเราะเบาๆวางเงินค่าอาหารก่อนเดินออกไปทางประตู ก่อนที่ร่างของเว่ยเมิ่งจะผ่านประตูไปเสียงของโรสก็ถามขึ้น
“ท่านมองเห็นอะไร?”
“แคว้นที่ชุ่มไปด้วยโลหิต”
“.................”
“และก็.......คนโง่เขลาที่กำลังจะพบกับความตาย”