“เวร...เลเวลมากกว่าเดมิกอสอีก” เอ็ดเวิร์ดพูดขึ้นขณะที่ลินทำหน้างงเพราะยังไม่มีใครเล่าเรื่องเดมิกอสให้ฟัง
“อย่างพี่เอ็ดน่าจะต้องระดับ 199 พี่พี่ต้องระดับนั้นเลย”แทนตีหน้าเข้มพูดกับเอ็ดเวร์ดที่กำลังทำหน้าตื่น
“พวกแกโดนเลเวล 180 ตบตาย แต่พี่ต้องระดับ 199ที่มันเก่งกว่าใช่ไหมล่ะ”ชายในชุดเสื้อลายดอกทำท่าขึงขัง
“เปล่า...ระดับพี่มันต้อง 199 ราคาของโหลน่ะ” แทนยังมีอารมณ์พูดเรื่องไร้สาระ
“เดี๋ยว!” เสียงของนิกกี้ทำให้แทนซึ่งกำลังหัวเราะร่วนย่นคอแล้วมองหน้าคนพูด“เลเวลมากขนาดนั้นก็ไม่แปลกที่จะตาย เอาเถอะช่างมัน อย่างน้อยเราก็รู้ว่ามีเควสลับแบบนี้อยู่”หญิงสาวผมสั้นกางเกงขาสั้นและมีเสื้อแจ็กเก็ตพับแขนขึ้นมาครึ่งหนึ่งพูดอกมา
“Npcบอกว่าค่าข่าวสารเรื่องนี้ราคาสิบล้าน...” บลานซ์พูดขึ้นบ้าง
“โห...” ลินทำตาโต
“ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าเรากำไร เสียเงินเก้าแสนกับเลเวลอีกห้าเลเวล น่าจะคุ้มกับที่รู้เรื่องนี้พวกเราน่าจะต้องรีบสร้างกิลด์กันให้เรียบร้อยแล้วล่ะ” นิกกี้พูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ทำไม?” แทนขมวดคิ้ว
“เควสสร้างกิลด์แบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกคือที่นายสองคนไปมันเป็นช่วงที่ไม่ยาก ความยากจะอยู่ตรงครั้งที่สอง เมื่อเอาเหรียญตราแห่งใจที่หลอมรวมไปให้Npc คนต่อไปก็จะได้เควสใหม่มา มันเป็นเควสสุ่มให้ไปตามฆ่าบอสซึ่งไม่ได้กำหนดจำนวนคนเอาไว้ แต่ปกติบอสที่ต้องไปล่าก็ต้องใช้คนเกือบสิบคนเรามีกันแค่นี้อาจจะต้องหาคนเพิ่ม ซึ่งตอนนี้เราไม่มี” นิกกี้อธิบาย
“ฉันยังไม่เข้าใจ ไอ้เรื่องต้องมีคนเพิ่มนั่นฉันว่าพวกเราห้าคนเก็บเลเวลเพิ่มก็น่าจะพอทดแทนกันได้แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรีบ” แทนถามก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงกางแขนสองข้างพาดบนพนักพิงของโซฟายาว
“เพราะไม่แน่ว่าเควสนี้คนอื่นจะเจอหรือเปล่าน่ะสิ เมื่อดูจากเลเวลของมอนสเตอร์ถ้าเกิดมันเป็นเควสได้การ์ดแอเรียขึ้นมา การ์ดที่จะได้น่าจะอยู่ในระดับสุดยอด เกิดถูกตัดหน้าไปนี่เซ็งแน่นอน”หญิงสาวอธิบาย
“แล้วทำไมต้องมีกิลด์ เราไปเก็บเลเวลเพิ่มแล้วลุยเลยไม่ได้รึ” แทนถาม
“มันเหมือนไม่บังคับเรื่องกิลด์ แต่จริงๆก็คือบังคับ” นิกกี้ว่า
“หมายความว่ายังไงรึ” ครั้งนี้บลานซ์เป็นคนถามบ้าง
“ก็ทางที่จะลงไปเควสที่พวกนายเจอมันคือทางวงกตใต้ดินซึ่งเวลารับเควสสร้างกิลด์หรือจะลงไปเก็บเลเวลนั่นน่ะมันลงไปได้แค่ปาร์ตี้ละไม่เกินสองคน แต่ฉันเดาเอาว่าพอลงไปถึงชั้นหกแล้วเงื่อนไขที่ว่าน่าจะเปลี่ยนไปน่าจะใช้คำสั่งกิลด์เรียกสมาชิกคนอื่นไปที่นั่นหลังจากหัวหน้าลงไปถึงได้ยังไงล่ะ”นิกกี้ลองประมวลเรื่องที่ได้ยินมาแล้ววิเคราะห์ให้ทุกคนฟัง
“สกิลของกิลด์หรือค่ะพี่นิกกี้” เสียงลินถามย้ำ “สกิลที่พี่พูดถึงคือสกิลอะไรคะพี่” หลังจากฟังอยู่ตั้งแต่ต้นเธอก็ถามอย่างสงสัย
“ลีดเดอร์คอล (Leader Call) สกิลที่หัวหน้ากิลด์จะเรียกลูกกิลทั้งหมดให้วาร์ปไปยังสถานที่ที่ตัวเองอยู่สกิลที่เมื่อใช้แล้วต้องรออีก 48 ชั่วโมงถึงจะใช้ได้อีกครั้งมันเป็นสกิลที่จะได้มาต้องมีกิลด์เสียก่อนน่ะสิ...” นิกกี้ตอบออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง“พวกเราคงต้องรีบแล้วล่ะงานนี้”เธอพูดเสียงเข้ม
“ถ้าเป็นอย่างที่เธอว่าฉันก็เห็นด้วยเลยล่ะ” แทนพูดในขณะที่โล่งใจที่ไม่โดนนิกกี้ชำระเรื่องท่เขาเพิ่งไปก่อมาในครั้งนี้
“ฉันก็เห็นด้วยนะ...” บลานซ์ที่ยืนกอดอกอยู่สนับสนุน “อยากจะเพิ่มเลเวลและหาการ์ดเกราะให้ดีกว่าเดิมด้วย”
“ดีค่า...ลินสนับสนุนพวกพี่ทุกคนอยู่แล้ว อีกอย่างถ้ากิลด์ใหญ่แล้วเราก็เป็นคนดังสินะคะ”ลินพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่ในครั้งนี้ไม่มีใครรู้ว่าใจของเธอคิดอะไรอยู่
“งั้นก็ดี ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราแบ่งงานกัน...” นิกกี้เดินไปอยู่ตรงหน้าของทุกคน
“จ้า...แหมงุงิงุงิ...น่ารักสุดๆ เลยจ้า” เสียงเอ็ดเวิร์ดดังแทรกขึ้นมาในขณะที่ทุกคนกำลังจริงจังกับเรื่องกิลด์ แต่ผู้ชายคนนี้กลับกำลังเปิดระบบสื่อสารแล้วคุยกับสาวผ่านระบบที่ว่า“แหม...เดี๋ยวพี่เอ็ดจัดการให้เลยจ้า เรื่องแค่นี้ขิมๆ นะจ้ะสำหรับคนน่ารักก็ต้องฟรีอยู่แล้วล่ะจ้า...”
ทุกคนหันมองไปที่เขาซึ่งก็ไม่ได้สะทกสะท้านอะไร ทุกคนถึงกับส่ายหัวไปมายกเว้นลินที่มองแล้วแอบแสยะยิ้มอยู่ในใจ...
“บุญทุ่มอย่างนี้สิน้องลลินชอบจริงๆ ...” เธอพูดออกมา
“พี่เอ็ด...จะเจ๋งไปแระ” แทนว่า
เอ็ดเวิร์ดเงยหน้าขึ้นมองทันที “หา…อะไรนะ ฟังอยู่ๆ พวกนายเข้าเควสบอสเลเวล299 ใช่ไหมล่ะ” เขาพูด และเมื่อจบประโยคทุกคนก็มองหน้ากันแล้วทำท่าปลงทันที
จากการพูดคุยกันของพวกตัวป่วนที่อยากมีกิลด์ในที่สุดก็สรุปได้ว่า นิกกี้กับบลานซ์จะเป็นคนไปจัดการเรื่องเหรียญตราแห่งใจที่หลอมรวมส่วนแทนมีหน้าที่พาลินและเอ็ดเวิร์ดไปเพิ่มเลเวลเพื่อเตรียมตัวพบการทดสอบของ Npc หลังจากนิกกี้เคลียร์เควสเหรียญตราแห่งใจที่หลอมรวมได้แล้วและสถานที่ที่พวกของแทนจะไปก็คือ...ถ้ำคาดัส
ถ้ำที่อยู่ทางเหนือของเมืองคาลิป มันเป็นเส้นทางที่ใช้ผ่านหากต้องการจะเดินทางไปสู่แดนเหนือสู่เมืองใหญ่อันหนาวเหน็บ...บราเซนฟรอนท์
“ไปเลยไหมคะพี่แทน” ลินถามขึ้นเมื่อพวกเขาทั้งสามคนเดินออกมาจากที่พัก
“ไปที่หน้าสนามประลองแป๊บ” แทนว่า
หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มขมวดคิ้วสงสัยในขณะที่เอ็ดเวิร์ดเองก็คิดแบบเดียวกัน“จะไปที่นั่นทำไมกัน”ชายหนุ่มรุ่นพี่ถาม
“มีธุระกับพวกอาชีพหนึ่งนะสิพี่” แทนพูดยิ้มๆ ก่อนที่จะเดินไปยังสนามประลอง...
เมื่อไปถึงที่นั่นแทนจัดการเรียกระบบตั้งป้ายประกาศทันทีเขาตั้งห้องตามหาผู้เล่นสายอาชีพหนึ่ง...และตามด้วยข้อความว่า
“จ้างห้านาทีสองหมื่น...”
หลังจากแทนตั้งป้ายประกาศได้ราวสิบนาทีชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเขา หลังจากพูดคุยกันพักหนึ่งจึงตกลงกันได้ แทนจ่ายเงินไป25,000 กิลมากกว่าที่ตั้งป้ายประกาศไว้นิดหน่อย แต่ถือว่าน้อยกว่าที่แทนตั้งงบไว้ที่ 30,000 กิล ที่แทนตั้งไว้ที่ราคา 20,000 กิล ก็ตั้งไว้เผื่อเรื่องการต่อรองขอเพิ่มราคาเมื่อเขาเสนอเงื่อนไขออกไป
ทั้งสองเข้าสู่ลานประลองไปไม่ถึงสิบนาทีก็เดินออกมาชายที่เข้ามาคุยแยกตัวออกไปในขณะที่แทนเดินมาถามเอ็ดเวิร์ด
“เอายังพี่เอ็ด...” เขาถามเอ็ดเวิร์ดที่กำลังกอร่อกอติกลินอยู่“พี่...ถ้าเราออกจากเมืองนี่แล้วจะมีมอนแล้วนะขืนพี่ตายเรื่อยๆ เลเวลไม่ขึ้นแล้วกลับไปเจอนิกกี้ จะพากันซวยเอา...”
“แหม...ระดับพี่แล้ว ตายยากๆ” คนถูกพูดถึงโบกมือปฏิเสธแล้วส่ายหน้าไม่เห็นด้วย หลังจากนั้นก็หันไปยิ้มหวานให้หญิงสาวที่ทำเป็นสนุกกับการพูดคุยกับเขา“น้องลินคงไม่ปล่อยให้พี่ตายใช่ไหมล่ะจ้ะ...”
ลินทำเป็นบิดอายเล็กน้อยก่อนจะเอามือตีไปที่เอ็ดเวิร์ดเบาๆ“แหม...พี่เอ็ดให้การ์ดมาตั้งสี่ห้าใบการ์ดเพิ่มพลังดีๆ ทั้งนั้นเลย ลินจะปล่อยให้พี่ตายได้ยังไงล่ะคะ” เธอพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน “แล้วถ้ายังไงเดี๋ยวลินขายการ์ดที่ลินได้มาตอนไปทำเควสกับพี่แทนแล้วลินจะเอาเงินมาให้พี่เอ็ดนะคะมันอาจจะไม่พอแต่เดี๋ยวลินออกไปหามาให้อีก...แต่ลินเป็นสายนักบวชไปหาคนเดียวก็ลำบาก อาจจะต้องไปขอให้พวกอัศวินในกิลด์ใหญ่ๆ ช่วยแล้วแบ่งเงินกัน เฮ้อ! ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากไปกับพวกผู้ชายแปลกหน้าเลย” เธอพูดจบแล้วถอนหายใจยาวสายตาของเธอแอบชำเลืองมองไปที่เอ็ดเวิร์ดเพื่อดูปฏิกิริยา
แทนมองดูเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วอมยิ้ม และแล้วเสียงเอ็ดเวิร์ดก็ดังขึ้น
“โอ๋ๆ...ลินถอนหายใจทำไมจ้ะ...!?” เขาถามออกไปพร้อมกับทำท่าเป็นห่วง
“ก็พอลินไปปาร์ตี้กับพวกนั้นที่ไร พวกผู้ชายพวกนั้นก็ชอบมาตามตื้อลินน่ะสิคะจะปฏิเสธแรงๆ ก็น่าเกลียดเพราะเขาไปเก็บเลเวลด้วยกันแต่ถ้าไม่ทำอย่างนั้นก็คอยจะตามตื้อไม่เลิกเลยค่ะพี่เอ็ด” เธอพูดพร้อมกับเปิดหน้าจอติดต่อที่มีแสงกะพริบเตือนว่ามีคนติดต่อมีถึงสามสี่คน
เอ็ดเวิร์ดเอาสองมือเท้าเอวแล้วแอ่นอก“ไม่ต้องเลยจ้ะลิน...ไม่ต้องคิดเรื่องของแล้วจ้ะลินใช้การ์ดพี่ไปเลย การ์ดพี่เอ็ดก็เหมือนการ์ดน้องลินแหละจ้ะไม่ต้องไปปาร์ต้งปาร์ตี้กับเจ้าพวกขี้หลีพวกนั้นเลยเจ้าพวกนั้นน่ะชอบเอาของมาล่อเด็กใหม่ๆ น่ารักๆ อย่างลินระวังๆ...อย่าไปยุ่งกับมันเลย” คนพูดทำหน้าตาจริงจัง ซึ่งมันทำให้แทนที่มองดูอยู่ขมวดคิ้วจนเกือบจะผูกโบว์หลังจากนั้นเขาก็บ่นออกมา
“เข้าตัวล้วนๆ เลยพี่เอ็ด...โดนทุกเม็ด” ชายในหนุ่มในชุดสีดำพูดเบาพอที่จะไม่ให้คนอื่นได้ยิน
“ลินจะจำไว้นะคะขอบคุณพี่เอ็ดมากที่เตือนลินนะคะ” หญิงสาวพูดเสียงหวานผสานกับตีหน้าซาบซึ้ง
เอ็ดเวิร์ดดูมีความสุข ผู้ชายคนนี้เคยพูดไว้แล้วว่าถ้าของที่เขามีจะนำความสุขมาให้เขาได้ก็ไม่เคยเสียดายแทนมองดูพฤติกรรมของคนตรงหน้าแล้วก็ต้องยิ้มที่มุมปาก เขาชอบที่เอ็ดเวิรืดมีแนวทางการใช้ชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์แนวคิดที่ไม่ได้เหมือนกับคนอื่นนักเขาไม่ได้เห็นเงินทองมีค่ามากกว่าความสุขที่พอจะทำให้ตัวเองยิ้มได้
หลังจากนั้นปาร์ตี้สามคนอลเวงซึ่งมีแทนไทยผู้เล่นเลเวล 65 เป็นผู้นำทีมก็เริ่มออกเดินทาง ลินและเอ็ดเวิร์ดที่เลเวลอยู่ระดับ30 กว่าๆ กำลังตามชายหนุ่มที่มีเลเวลสูงกว่าตัวเองเกือบเท่าตัวเดินทางไปยังถ้ำคาดัส...
มอนสเตอร์ระหว่างทางนับว่าสนิมสร้อยเป็นอย่างมากเลเวลของพวกมันแค่ระดับ 30 กว่าๆไม่ได้ครณามือพวกแทนแม้แต่น้อย และแน่นอน...เลเวลแทบไม่กระดิก
แต่นั่นก็เป็นมอนสเตอร์ที่อยู่ระหว่างทางเมื่อพวกเข้ามาถึงเชิงเขาโรเดนฮิลซึ่งเป็นทางขึ้นสู่ถ้ำคาดัสแล้วเลเวลของมอนสเตอร์ก็ขยับพุ่งขึ้นสูงไปอยู่ที่ระดับ 70 ทันที
“เริ่มตึงมือแฮะ” แทนพูดเมื่อการต่อสู้จบลงซึ่งทำให้เลเวลของเอ็ดเวิร์ดและลินเพิ่มขึ้นมาเป็น 34 และ 39 ตามลำดับ เอ็ดเวิร์ดนั้นเลเวลเคยเลื่อนไปถึง 38ตั้งแต่มาถึงเมืองคาลิป แต่ไปพลาดท่าตายปกป้องสาวที่เขาตามจีบตอนรอแทนอยู่ที่เมืองนี้ไปหนึ่งครั้งทำให้เลเวลลดลงไป 5 เลเวล
ในขณะที่พวกแทนเดินขึ้นสู่เชิงเขาพวกเขาจัดการมอนสเตอร์สายพันธุ์สัตว์ปีกไปหลายกลุ่ม สายตาของแทนซึ่งมักจะหลงทางตลอดเวลามองหาถ้ำแต่ก็ยังไม่เห็นแน่ล่ะ...พี่ท่านเลยถ้ำคาดัสมาได้สักพักใหญ่เรียบร้อยแล้ว ทางที่พวกเขากำลังเดินหน้าไปคือเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาและทอดยาวสู่แดนเหนือ...
ไฮวินด์เดรก (Highwind Drake) A B และ C เลเวล 82 ปรากฏตัว...
เสียงจากระบบแจ้งการปรากฏตัวของมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์เดรกสัตว์เลื้อยคลานสีเหลืองอมเขียวที่มีปีกเป็นพังผืดใช้บินไปบนท้องฟ้ามอนสเตอร์แห่งหุบเขาโรเดนฮิลที่เลเวลเริ่มแตะ 80
ทั้งสามคนเตรียมตัวเข้าสู่การต่อสู้เด็ดของแทนถูกปรับปรุงไปบางส่วนโดยใช้การ์ดที่เอ็ดเวิร์ดได้มาจากตลาดในเมืองคิลิปส่วนการ์ดของลินนั้นก็ได้การ์ดจากเอ็ดเวิร์ดมาเสริมเด็คอีกเช่นกันแต่ส่วนเด็คของเอ็ดเวิร์ดกลับได้นิกกี้เป็นคนจัดและอธิบายการใช้ให้
“สตรองก์อาร์เมอร์! สตรองก์อาร์เมอร์!” ลินเรียกใช้สกิลของเธอทันทีเป้าหมายคือตัวเธอเองและเอ็ดเวิร์ด เพราะแทนเป็นคนบอกว่าถ้าหากเกิดการต่อสู้ขึ้นให้ใช้สกิลเสริมเกราะให้กับเธอและเอ็ดเวิร์ดซึ่งมีพลังชีวิตน้อยเพราะเลเวลเพิ่งจะอยู่ระดับสามสิบกว่า
“ซัมมอน!” แทนเรียกการ์ดใบใหม่ที่เขาได้มาจากตลาดเมืองคาลิปการ์ดมังกรระดับ 6 ดาว ที่ราคาสูงมากหากเทียบกับระดับดาวที่การ์ดใบนี้มี การ์ดมังกรลม...ซิลเวอร์วิงก์ (Silver Wing)

เมื่อถูกเรียกใช้มังกรขนาดไม่ใหญ่โตมากนักก็ปรากฏกาย มันกระพือปีกแล้วบินวนอยู่ด้านหน้าของแทนไม่ได้ออกห่างไปไกลนักดวงตาสีเขียวราวมรกตแหลมรี ขณะที่กรงเล็มยื่นยาวและแหลมคม
เมื่อมังกรลมปรากฏตัวออกมาในสนามผลของพลังพิเศษของการ์ดใบนี้ก็แสดงผลในทันที ระบบถามถึงการเรียกมังกรลมอีกตัวออกมาและแทนก็เลือกตกลงอย่างรวดเร็ว และเมื่อเขาตกลงเรียกใช้พลังที่ว่า แทนก็เสีย MP 12 หน่วย ซึ่งก็ไม่ได้มากมายอะไรสำหรับเขาในตอนนี้การ์ดในมือถูกเขาเลือกทิ้งลงสุสานไป 1 ใบ ซึ่งการ์ดที่ว่าก็เป็นการ์ดเผ่ามังกรเช่นเดียวกัน
เมื่อมังกรทั้งสองตัวปรากฏตัวออกมาแทนก็เรียกใช้อาวุธสวมใส่ทันที คันศรระดับ 10ดาวที่แทนทุ่มเงินทั้งหมดที่เหลือจากซื้อการ์ดมังกรลม 3 ใบซื้อมา โดยเขาต้องใช้การ์ดระดับ8 ดาว 1 ใบ และ 9 ดาวอีก 1 ใบเพิ่มเข้าไปด้วยในการ์ดแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้การ์ดใบนี้
การ์ดคันศรวิญญาณมังกรธนูระดับสูงที่จะมีพลังเพิ่มขึ้นตามจำนวนการ์ดมังกรที่อยู่ในสุสาน

เมื่อได้อาวุธมาสวมใส่แทนก็ล้างคันศรและปลดปล่อยพลังของคันศรวิญญาณมังกรทันที
“4,785!” “4,736!”
“4,714!” “4,752!”
พลังโจมตีจากคันศรวิญญาณมังกรรุนแรงแท้จริงแล้วอาวุธชิ้นนี้มีพลังโจมตีสูงอยู่ก่อนแล้วแถมในขณะนี้ในสุสานยังมีการ์ดมังกรอยู่ในนั้นอีก 1 ใบ ทำให้โจมตีได้แรงขึ้นอีก 20%
มังกรลมซิลเวอร์วิงก์ทั้งสองตัวเข้าโจมตีมอนสเตอร์สายพันธุ์เดรกที่บินอยู่บนอากาศเหมือนกันแต่พลังโจมตีของทั้งสองไม่มากมายอะไรนัก
“1,758!” “1,754!”
“1,745!” “1,736!
ดูจากความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่คุ้มกับการเข้าโจมตีเพราะพวกเดรกนั้นเลเวลมากกว่ามังกรลมถึง 20 เลเวลจึงทำให้ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นผิดกันไกล
“3,569!” “3,598!” “3,569!”
“3,547!” “3,574!” “3,511”
แต่นั่นยังไม่เท่าไรแต่เมื่อเจอพวกเดรกลอยตัวสูงขึ้นไปแล้วใช้การโจมตีจากการพ่นกรดลงมาที่ด้านล่างก็ก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้เล่น
“1,789!” “2,014!” “2,319!”
แทน ลินและเอ็ดเวิร์ดถูกกรดที่พ่นลงมาโจมตีจนเสียหายอย่างแรง
“เมจิก!” ลินเรียกใช้คาถาเพิ่มพลังทันที
“+2,715!”
เธอเพิ่มพลังให้ตัวเองเป็นอันดับแรกแต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความเห็นแก่ตัวหรืออะไร แต่มันเป็นหลักพื้นฐานในการสู้เป็นทีมนั่นคือผู้เล่นสายเพิ่มพลังและสนับสนุนจะตายก่อนไม่ได้...
“ไอเทม!” เอ็ดเวิร์ดเรียกใช้การ์ดน้ำยาเพิ่มพลังที่ใช้แล้วการ์ดใบที่ว่าจะหายไปทันทีและเมื่อจบการต่อสู้หรือตกสู่จะดึงการ์ดไอเทมประเภทนี้ที่อยู่ในช่องเก็บของเข้าสู่เด็คหากไม่มีการ์ดชื่อเดียวกันเหลืออยุ่ ระบบจะเตือนผู้เล่นทันที
“+4,000”
พลังที่เขาเพิ่มมากเกินกว่าพลังชีวิตที่ลดลงไปมากเอาการแต่มันจำเป็นที่จะทำอย่างนั้นเพราะว่าในมือของเอ็ดเวิร์ดในตอนนี้มีแต่การ์ดเพิ่มพลังระดับนี้และสูงกว่านี้เท่านั้น