หลินอู๋เฉินไม่ลังเลที่จะอัประดับสมาชิกของตัวเองให้สูงขึ้น
หนึ่งล้านเหรียญเป็จำนวนเงินที่มากก็จริง
แต่ถ้าหากสิ่งนี้ทำให้เข้าใกล้ความเป็ะ ก็ไม่นับว่าแพงเลย
หลังจากใช้จ่ายเงิน หลินอู๋เฉินมองเห็นชื่อ'ผู้ยิ่งใหญ่แดนเหนือ'เปลี่ยนไป มีสัญลักษณ์คล้ายดอกโบตั๋นสีทองแดงสลักอยู่บนหน้าชื่อ นอกจากนั้นรูปแบบเว็บเริ่มเปลี่ยนไปจากสามัญ
มีหมวดหมู่ซื้อขายเพิ่มขึ้นมา จากสามัญเป็เม็ดยา อาวุธิญญา ทักษะโจมตี ทักษะป้องกัน ทักษะเสริมกำลัง ทักษะเสริมความว่องไว หินิญญา และนอกจากนั้นยังมีเทคนิคการบ่มเพาะระดับทองแดง!
แค่ได้อ่านชื่อดังกล่าว หลินอู๋เฉินก็ไม่ต่างจากลิงได้ลูกท้อ กดเข้าไปในกระทู้ซื้อขายเทคนิคบ่มเพาะทันที
เทคนิคบ่มเพาะประตูนรก ควบคุมิญญาภูติผี โจมตีด้วยิญญาร้าย หลังจากฝึกฝนถึงขั้นสุดยอดคุณจะมีพลังิญญาอันกล้าแกร่ง
เทคนิคบ่มเพาะเซียน์ ควบคุม์และโลก ใช้หยินและหยางหนุนพลังเสริมสร้างอาณาจักริญญา บ่มเพาะกลายเป็เซียนเหนือ์และโลก
เทคนิคบ่มเพาะอสูร ดื่มเือสูรกาย ฝึกร่างกายอสูร ควบคุมเต๋าแห่งความมืด เป็าาแห่งอสูร
เทคนิคบ่มเพาะเต๋า์ ััถึงความลึกลับของ์และโลก เข้าใจถึงต้นกำเนิดและสรรพสิ่ง
เทคนิคบ่มเพาะดวงดาว ดึงพลังจากดวงดาวสร้างเต๋านิรันดร์... ฯลฯ
นี่คือหมวดหมู่คร่าวๆ
หากอยากจะรู้ราคาคุณต้องกดเข้าไปดู
หลังจากกวาดตาอ่านได้ครู่หนึ่ง หลินอู๋เฉินจึงรู้ว่าเทคนิคบ่มเพาะต่างๆ ราคาไม่ใช่ถูกๆ มันไม่เหมือนกับซูเปอร์คาร์ บัตรทานอาหาร หรือหุ้นในโรงแรม
เทคนิคระดับต่ำสุดคือหนึ่งล้านเหรียญ !
ใช่นั่นคือเทคนิคบ่มเพาะต่ำสุด แต่ก็ราคาแพงมาก เรียกได้ว่าราคาของบนโลกมนุษย์ไม่สามารถเทียบได้เลย
ส่วนเทคนิคระดับสูงราคาคือสิบล้านเหรียญ หรือก็คือหนึ่งล้านหยวน!
ราคาดังกล่าวเหมือนกับกำแพงขนาดใหญ่ ต้องทำงานกี่ปีถึงจะมีเงินหนึ่งล้านหยวน โดยเฉพาะผู้อาศัยอยู่ในดาวที่มีค่าเงินค่อนข้างต่ำ การจะซื้อสินค้าในเว็บคงเป็เื่ยาก
แต่อย่างใดก็ตามหลินอู๋เฉินเชื่อว่า เขาสามารถซื้อเทคนิคบ่มเพาะระดับสูงได้ไม่ยาก ด้วยเงินที่ได้จากการแข่งรถที่กำลังจะถึง มันจะทำให้เขากลายเป็ผู้บ่มเพาะ!
“ฉันสั่งอาหารแล้วนะ อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงน่าจะมาถึง” มู่เจาเจาหันกลับมาด้วยรอยยิ้ม
หลินอู๋เฉินเก็บมือถือลงในกระเป๋า ส่งเสียง “อ้อ” สั้นๆ
“แล้วเป็ยังไงบ้าง ได้เื่อะไรไหม” หล่อนนั่งลงข้างๆ กลิ่นหอมของร่างกายเย้ายวนเหมือนกับใบไม้ผลิโชยเข้าจมูก
หลินอู๋เฉินตอบแบบไม่ได้จริงจัง “อาจารย์มู่ ตอนนี้ฉันยังไม่ได้กินข้าวเลย พออาหารไม่ตกถึงท้องสมองก็เลยช้า”
“อ๋อ...อาจารย์เองก็เคยเป็นะ ทำงานสมองไม่แล่นถ้าไม่ได้กินของหวาน”
“ว่าแต่อาจารย์ไม่กลัวเหรอ”
“กลัว...กลัวอะไร” มู่เจาเจาเลิกคิ้วเรียวสวย
“ก็เื่นี้ไงที่จะสำรวจ อาจารย์ไม่กลัวว่ามันจะพาไปสู่บางอย่างที่อันตรายบ้างเหรอ” หลินอู๋เฉินชี้ไปที่แผนภูมิและรูปภาพจากมุมสูง
มู่เจาเจาปิดปากหัวเราะ “กลัวทำไม คนในทีมรุ่นพี่มีตั้งเยอะ อีกอย่างเธอเองก็ไปด้วยไม่ใช่เหรอ หรือว่าเธอจะปล่อยให้อาจารย์ตกอยู่ในอันตราย”
“อาจารย์ไว้ใจฉันเกินไปแล้ว ไม่แน่ที่นั่นอาจมีสมบัติซ่อนอยู่ และฉันเกิดโลภขึ้นมาฆ่าทุกคนก็ได้”
มู่เจาเจามีท่าทีหวาดกลัว ก่อนจะหัวเราะท้องแข็ง “หลินอู๋เฉินเธอนี่ตลกจริงๆ ต่างจากที่แสดงให้เจียงหยุนเออร์เห็น”
หลินอู๋เฉินยักไหล่ “ฉันไม่ได้เป็คนตลก ที่พูดแค่เื่จริง”
“โห...อาจารย์สวยออกขนาดนี้ กล้าฆ่าจริงดิ?” มู่เจาเจาใช้สายตาจ้องมอง ประหนึ่ง้าให้เขามีใบหน้าเขินอาย แต่อย่างใดก็ตามปฏิกิริยาของหลินอู๋เฉินยังคงเฉยชา และเป็เธอเองซะอีกที่หน้าร้อนผ่าว
“กินชาไหม...” โดยไม่รอคำตอบมู่เจาเจาลุกขึ้นยืน เดินไปที่กาน้ำร้อนและจัดเตรียมถ้วยชา
ระหว่างนั้นหล่อนอดไม่ได้ต้องแปลกใจ เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ ทำไมมองหน้าเขาแล้วใจเต้นแรง หรืออาจเป็เพราะผลจากการแสดงเปียโนเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
มู่เจาเจาสลัดความคิดไร้สาระออกจากหัว เดินกลับมาพร้อมชาสองถ้วย
“ลองดูสิ ชานี่คุณปู่ชอบมาก ราคาไม่ใช่ถูกๆ เลยนะ†
“ขอบใจ” หลินอู๋เฉินไม่รู้วิธีกินชา แต่ที่แน่ๆ วัตถุดิบจากตระกูลมู่ย่อมต้องเป็ของแพง ไม่ใช่ของราคาถูกที่หาได้ทั่วไป
.......
ไม่นานคนขับรถส่งอาหารก็มา
มู่เจาเจาไม่ได้เป็คนขี้เหนียว หล่อนสั่งของราคาแพง และทุกอย่างมาจากโรงแรมในเมือง
กินอิ่มสมองเริ่มมีแรง หลินอู๋เฉินตั้งใจทำงานแบบลวกๆ แต่กระนั้นเพราะมีทักษะภูมิศาสตร์ระดับสูง ถึงเขาจะไม่อยากทำก็ถือว่าทำได้ดี ทั้งยังละเอียดมากอีกด้วย
“หินแผ่นนี้มันดูแปลกๆ ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไรมันถึงมีรูปร่างแบบนั้น แต่จากการคำนวณมันน่าจะเป็ทางเข้าไปข้างในถ้ำได้ และนอกจากนั้นต้องรอเวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนถ้ำถึงจะเปิด” หลินอู๋เฉินกล่าวจริงครึ่งเท็จครึ่ง
“หนึ่งเดือน...เธอแน่ใจใช่ไหม อาจารย์ไม่อยากพลาดโอกาสสำรวจข้างในนั้น เื่นี้เธอเองก็น่าจะรู้”
“ฉันมั่นใจเต็มร้อย เื่นี้ไม่มีข้อผิดพลาดแน่นอน หรือถ้าหากอาจารย์ไม่เชื่อก็ติดต่อรุ่นพี่อะไรนั่นสิ ดูซิว่าเขาจะเปิดมันได้ไหม และถ้าหากให้ฉันพูดตรงๆ จะไม่มีใครเข้าไปได้นอกจากให้มันเปิดเอง!”
เห็นหลินอู๋เฉินมีน้ำเสียงจริงจัง มู่เจาเจาก็เอนเอียงความคิดตาม
“เข้าใจแล้ว ขอบใจมากนะ เดี๋ยวอาจารย์จะติดต่อหารุ่นพี่ก่อน รออยู่ตรงนี้แปบนะ”
หลินอู๋เฉินไม่รอให้เสียเวลาเปล่า เพราะเขารู้ดีว่ายังไงแผ่นหินนั่นก็ไม่สามารถขยับได้ ส่วนที่ว่าทำไมถึงต้องรอหนึ่งเดือน นั่นก็เพราะว่าเขาจะใช้เวลาตรงนั้นกลายเป็ผู้บ่มเพาะ จากนั้นจะเปิดทางเข้าไปสำรวจเอง!
.......
หลินอู๋เฉินเดินออกมาจากห้องพักอาจารย์มู่
สำหรับเรียนภาคบ่ายเขาไม่ได้ลงเรียนเลยสักวิชา ่นี้จึงว่างเลยคิดจะกลับไปที่วิลล่า สำรวจเว็บไซต์ที่เพิ่งอัปเดทระดับสมาชิก
แต่อย่างใดก็ตามระหว่างโถงทางเดิน เขาถูกดึงเข้าไปในห้องห้องหนึ่งโดยไม่ทันตั้งตัว มีนักศึกษาผู้ชายสิบคน แต่ละคนหน้าตาเอาเื่ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี
“แกคือ...คนที่ทำให้ลูกพี่ฉันโกรธสินะ” ชายหัวล้านกล่าว พร้อมกับขยับกำปั้น
หลินอู๋เฉินไม่ได้ตอบ หากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดอะไรบางอย่าง
“ลูกพี่ฉิน หมอนี่มันจะโทรบอกตำรวจหรือเปล่า” หนึ่งในนักศึกษาเบ้ปากถาม
“ไอ้เวร กูจะไปรู้ได้ยังไง” ลูกพี่ฉินตบปากนักศึกษาร่างบางด้วยมือเพียงข้างเดียว แต่แค่นี้ก็พอที่จะทำให้เขากระเด็นไปไกล
“เห้ย นั่นมึงกำลังทำอะไรอยู่วะ!” ลูกพี่ฉินลุกขึ้นยืน ในสภาพพร้อมเผด็จศึก
หลินอู๋เฉินเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ตามด้วยกล่าว “ใจเย็นสิ พอดีมีของจะมาส่งฉันน่ะ เป็สมุดบันทึก นายคงไม่อยากให้ฉันพลาดโอกาสรับของหรอกใช่ไหม”
“ลูกพี่ หมอนี่มันตลกชะมัด มันไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่ากำลังจะโดนอะไร”
“หึหึ ปล่อยมัน ฉันละอยากจะรู้นักว่าจะเป็คนส่งของอย่างที่มันพูดหรือเปล่า” ลูกพี่ฉินมีความอดทนสูง ไม่สิความจริงเขาแค่อยากบดขยี้ความหวังของอีกฝ่ายต่างหาก
......
หนึ่งนาทีถัดมา ประตูห้องถูกเปิดจากด้านนอก
แม้ว่ามันจะถูกล็อกไว้แล้วกันตาม แต่คนส่งพัสดุยังเปิดเข้ามาได้ ซึ่งนั่นทำให้ลูกน้องพี่ฉินงงเป็ไก่ตาแตก
หลินอู๋เฉินรับพัสดุ อาศัยจังหวะนั้นใช้ปากกาแทงนิ้วตัวเอง หยดเืลงไปในหนังสือทักษะ
กระทั่งคนส่งพัสดุออกไปลูกพี่ฉินถึงได้กล่าว “ฮ่าฮ่า ไอ้เวรเอ้ย ทีแรกฉันก็นึกว่ามีตัวอะไรเซอร์ไพรส์ แต่ไม่คิดเลยว่าแกจะทำอย่างที่พูดจริงๆ ถ้างั้นฉันก็ไม่มีอะไรต้องคุย”
จากนั้นลูกพี่ฉินหันไปสั่งลูกน้อง “เฮ้ยปิดประตู ห้ามให้ใครเข้ามาเด็ดขาด!”
“ใช่ปิดประตู ห้ามให้ใครเข้ามาเด็ดขาด” หลินอู๋เฉินพูดเลียนแบบ ซึ่งนั่นทำให้ลูกพี่ฉินโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ
ด้วยคำสั่ง พวกเขาพุ่งเข้ามาพร้อมกันถึงเก้าคน รวมถึงคนที่ถูกลูกพี่ฉินตบไปก่อนหน้า
“พวกมดปลวก กล้ามีเื่กับเทพงั้นเหรอ ไม่เจียมตัวเลยจริงๆ!” หลินอู๋เฉินหัวเราะเยาะ ต่อให้คนอีกฝ่ายมากกว่าแต่เขาก็ไม่หวั่น
“ไอ้เวรนี่! ทำเป็เก่งนะมึง กูอยากจะรู้นักถ้าหากมึงเสียมือไป มึงจะกลับไปเล่นเปียโนได้อีกไหม” ลูกพี่ฉินทนดูไม่ได้ ยิ่งถูกยั่วยุยิ่งอยากอัดให้แหลกคามือ
แต่อย่างใดก็ตามทั้งสิบคนไม่สามารถทำอะไรหลินอู๋เฉินได้เลย ในสภาพดังกล่าวเขาราวกับปลาวาฬเพชฌฆาต บุกตะลุยไปข้างหน้า จบทุกอย่างด้วยการโจมตีเดียว!
ไม่ถึงนาทีลูกพี่ฉินและอีกเก้าคนล้มลงบนพื้น ในสภาพเืท่วมตัว ไม่มีแรงลุกขึ้นมาอีก
“เอาล่ะ ใครส่งแกมาเล่นงานฉัน” หลินอู๋เฉินถาม เขาใช้ปลายเท้าเหยียบศีรษะลูกพี่ฉิน
ถูกซ้อมมาขนาดนี้ ต่อให้กลัวผู้ว่าจ้างลูกพี่ฉินก็ไม่สามารถเก็บเป็ความลับได้
“หวังเห่า...นายน้อยหวังสั่งให้พวกเรามาจัดการกับนาย”
“หวังเห่า...” หลินอู๋เฉินกระตุกยิ้มมุมปาก
ดูเหมือนคนรวยรุ่นที่สองจะไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ถึงได้กล้าเล่นงานเขากลางวันแสกๆ