เมฆา สืบลู้ผี ภาค สนธยาไร้เวท

    (4) เสียงหัวเราะในท่อแอร์

            # เมฆา สืบสู้ผี  

            *ซีรีส์: ตุ๊กตาเด็กที่ไม่เคยโต* 

            *ตอนที่ 4: เสียงหัวเราะในท่อแอร์*


            กลางดึก คอนโดเดอะ ริเวอร์เพลส


            ทีมพิเศษของริต้าบุกห้องใต้ดินอีกครั้ง พร้อมอุปกรณ์กันสารเคมีเต็มพิกัด หน้ากากออกซิเจน และปืนแก๊สน้ำตา


            ประตูเหล็กเปิดออก


            ห้องเต็มไปด้วยตุ๊กตาเด็กนับร้อยเหมือนเดิม แต่คราวนี้พวกมันยืนเรียงแถวเป็๲วงกลมรอบแท่นกลาง


            ป้าสมศรีกอดตุ๊กตาลูกชายตัวเล็กที่สุดแน่น นั่งร้องไห้เบา ๆ


            เสียงหัวเราะเด็กใส ๆ ดังก้องจากตุ๊กตาทุกตัวพร้อมกัน


            ไม่มีปากขยับ แต่เสียงชัดเจนราวกับเด็กจริง ๆ หัวเราะอยู่รอบตัว


            ริต้า๻ะโ๠๲ผ่านหน้ากาก “ป้าสมศรี! ยกมือขึ้นแล้วยอมจำนนเดี๋ยวนี้!”


            ป้าสมศรีเงยหน้าขึ้น น้ำตาไหลเป็๲สาย


            “ป้าไม่มีทางปล่อยลูกไปอีกแล้วค่ะ”


            ระบบแอร์ดังครืดคราดหนักสุดเท่าที่เคยมี


            สารเคมีพุ่งออกจากช่องระบายทุกจุดในห้องใต้ดิน


            ทีมพิเศษคนหนึ่งที่หน้ากากรั่วเล็กน้อยเริ่มไอหนักและทรุดลง


            นิชาที่ตามมาด้วยชุดป้องกันเต็มตัว รีบวิ่งไปตรวจอากาศ


            “ความเข้มข้นสูงเกินขีดอันตราย! เรามีเวลาไม่ถึง 10 นาที!”


            เมฆาเดินตรงไปหาป้าสมศรีช้า ๆ


            เขารู้สึกถึงความโศกเศร้าที่แผ่ออกมาจากเธอหนักจนแทบหายใจไม่ออก


            “ป้า… ลูกป้าตายไปแล้วจริง ๆ ใช่ไหม”


            ป้าสมศรีตัวสั่นสะท้าน


            “ใช่… แต่ป้าเก็บเขาไว้ได้ ป้าไม่ให้เขาโต ไม่ให้เขาแก่ ไม่ให้เขาจากป้าไป”


            เมฆาพูดต่อ “แต่เด็กคนอื่น ๆ ไม่ใช่ลูกป้า”


            ป้าสมศรีร้องไห้หนักขึ้น “พวกเขาทำป้านึกถึงลูก… ป้าอยากมีลูกเยอะ ๆ ที่ไม่เคยจากไป”


            ตุ๊กตาทุกตัวหัวเราะดังขึ้น


            เสียงหัวเราะเปลี่ยนเป็๲เสียงร้องไห้ผสมกัน


            นิชารีบตรวจแท่นกลาง พบขวดสาร K-17 ต้นแบบซ่อนอยู่ใต้แท่น


            เธอหยิบขึ้นมาอย่างระวัง


            “นี่คือตัวต้นแบบทั้งหมดที่เหลือ ถ้าเราทำลายมัน กระบวนการอาจหยุดได้”


            แต่ป้าสมศรี๻ะโ๠๲ออกมาเสียงแตก


            “อย่าแตะต้องลูกป้า!”


            เธอลุกขึ้นพุ่งมาจะแย่งขวด


            ริต้ายิงปืนแก๊สน้ำตาใส่พื้นหน้าเท้าเธอ


            ป้าสมศรีทรุดลงไอระงม


            ทีมพิเศษจับกุมเธอทันที


            แต่ก่อนถูกใส่กุญแจมือ


            ป้าสมศรีกระซิบเบา ๆ


            “ลูก ๆ จะไม่ยอมให้แม่ไปไหนหรอกค่ะ”


            ทันใดนั้น ระบบแอร์ทั่วทั้งอาคารดังสนั่น


            สารเคมีพุ่งออกจากช่องระบายทุกชั้นพร้อมกัน


            กล้องวงจรปิดชั้นต่าง ๆ


            เด็กตัวเล็ก ๆ นับสิบเริ่มเดินออกจากห้องใต้ดินผ่านทางลิฟต์บริการ


            พวกเขาเดินเรียงกันขึ้นไปยังชั้นที่ยังมีผู้อยู่อาศัย


            รวมถึงชั้นที่วิศวกรที่ถูกสารเล่นงานกำลังนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลใกล้ ๆ (แต่มีท่อแอร์เชื่อมต่อระบบเดียวกัน)


            เช้าวันรุ่งขึ้น โรงพยาบาลใกล้คอนโด


            วิศวกรคนนั้นที่กำลังหดตัว ตื่นขึ้นมาในสภาพตัวเล็กลงเกือบครึ่ง


            เขาเห็นเด็กตัวเล็ก ๆ หลายคนยืนล้อมเตียงเขา


            ยิ้มกว้าง


            แล้วกลิ่นสารเคมีรุนแรงลอยคลุ้งในห้องผู้ป่วย


            นิชารีบวิ่งมาถึงโรงพยาบาลพร้อมสารละลายแก้พิษที่เธอสังเคราะห์ด่วนจากตัวอย่าง


            เธอฉีดให้วิศวกรทันเวลา


            กระบวนการหดตัวหยุดลง


            แต่เขาไม่กลับสู่ขนาดปกติเต็มตัว


            ตัวยังเล็กผิดปกติถาวร


            นิชาพูดเสียงสั่น “เราหยุดได้แค่ชั่วคราว… สารยังกระจายอยู่ในระบบแอร์ทั้งอาคาร”


            ริต้าสั่งปิดระบบแอร์ทั้งหมดและอพยพทุกคนออกจากคอนโดอย่างถาวร


            แต่เมฆารู้ดีว่ามันสายไป


            คืนนั้น ห้องใต้ดินที่ถูกปิดผนึก


            กล้องวงจรปิดที่ยังทำงานด้วยแบตเตอรี่สำรองจับภาพได้


            ป้าสมศรีที่นั่งถูกจับกุญแจมือไว้กับแท่น


            กำลังร้องไห้เบา ๆ


            ตุ๊กตาเด็กทุกตัวยืนล้อมเธอ


            แล้วตุ๊กตาลูกชายตัวเล็กที่สุด ค่อย ๆ ยกแขนขึ้นโอบกอดเธอจากด้านหลัง


            เสียงหัวเราะเด็กใส ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง


            คราวนี้ดังก้องไปทั่วทั้งคอนโดที่ว่างเปล่า


            และในท่อแอร์


            มีเสียงเด็กวิ่งเล่นหัวเราะดังตามท่อ


            ไม่หยุด


            กล้องตัดไปที่บ้านใหม่ของครอบครัวหนึ่งที่เพิ่งย้ายออกจากคอนโด


            เด็กชายคนหนึ่งตื่นขึ้นกลางดึก


            ได้ยินเสียงเด็กหัวเราะเบา ๆ จากช่องแอร์ในห้องนอน


            เขายิ้มแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ช่องแอร์


            “มาเล่นกันสิ”


            *โปรดติดตามตอนต่อไป*