ทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 137 เป็นเพราะเจ้ากระมัง

            ไม่นานนักผู้คนกลุ่มหนึ่งก็รีบรุดมาถึง ผู้นำของกลุ่มนั้นคือ ฟู่อวี้ คุณชายตระกูลฟู่

            “ในป่ายังมีศพอีกร่างหนึ่ง” กู้ชิงเฉิงเอ่ยกับทุกคน 

            นางไม่รู้ว่าศพนั้นเป็นคุณหนูจากตระกูลใดช่างน่าเวทนายิ่งนัก เมื่อคนตระกูลซูพบศพหญิงสาวในป่าลึกไม่ใช่เพียงแค่ถูกสังหารธรรมดาแต่ถูกเหล่าองครักษ์ทรมานจนปางตายเสียก่อนแล้วจึงค่อยสังหารบัดนี้ร่างของนางจึงไร้อาภรณ์ปกปิดกาย

            ทุกคนต่างไม่อาจทนมองได้พากันกล่าวหาว่าท่านหญิงหลิงหยางช่างโหดเหี้ยมและอำมหิตยิ่งนัก

            ฮองเฮาเมื่อเห็นฉากนี้แล้วก็ไม่ได้แสดงความประหลาดใจมากนัก ทว่านางกลับไม่พอใจเท่าไหร่ที่ท่านหญิงหลิงหยางช่างโง่งมถึงเพียงนี้ ถึงกับกระทำเรื่องโง่เง่าเช่นนี้ออกมาได้

            ที่นี่มีสายตานับร้อยจับจ้องอยู่นางกลับฆ่าคนเช่นนี้ แม้จะไม่ใช่คุณหนูจากตระกูลขุนนางใหญ่แต่ก็เป็นบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาเอกของขุนนางขั้นหก

            “ไม่ใช่ข้า เป็นนางต่างหาก!” ท่านหญิงหลิงหยางเองก็หวาดกลัวนางคิดเพียงจะฆ่าคุณหนูผู้นั้นให้ตายเพื่อระบายความคับแค้นใจยามนั้นไม่มีผู้ใดอยู่ที่แห่งนี้ ตราบใดที่นางจากไป ก็ย่อมไม่มีพยานหลักฐานใดๆ

            ทว่าบังเอิญนักที่กู้ชิงเฉิงต้องการหลีกเลี่ยงผู้คนเพื่อความสงบจึงพากู้จิ่งเซวียนมาเที่ยวเล่นที่นี่ทำให้ท่านหญิงหลิงหยางคิดจะสังหารนางอีกคนเพื่อความสะใจ ทว่ากลับถูกเล่นงานเสียเองมิหนำซ้ำฟู่อวี้ยังมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี

            กู้ชิงเฉิงขมวดคิ้วแน่นพลันหันไปมองท่านหญิงหลิงหยาง ในดวงตาของนางคล้ายมีวังวนเล็กๆผู้ใดได้มองก็ย่อมตกอยู่ในภวังค์ทันที

            “ท่านหญิงหลิงหยาง คนผู้นี้ตายได้อย่างไร?” กู้ชิงเฉิงจ้องมองท่านหญิงหลิงหยางและเอ่ยถามทีละคำ

            ใบหน้าของท่านหญิงหลิงหยางเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น“นางสมควรตายนางกล้ากล่าวว่านางจะเข้าตำหนักรัชทายาทเพื่อเป็นอนุภรรยา นางยังกล่าวอีกว่าข้าเป็นเพียงรองเท้าที่ผู้อื่นใส่จนเก่าแล้วไม่สมควรแม้แต่จะเป็นอนุภรรยาขององค์รัชทายาทด้วยซ้ำ!”

            สีหน้าของนางดูเลื่อนลอยทว่ายามนี้กลับเต็มไปด้วยความเกลียดชังอันบ้าคลั่งเรื่องที่นางฉุดฟู่อวี้กลางถนนนั้นเป็นที่เลื่องลือไปทั่วใต้หล้านับว่าเป็นเรื่องที่เสื่อมเสียเกียรติอย่างยิ่ง เมื่อถูกผู้อื่นกล่าวเช่นนี้นางก็ย่อมไม่อาจยอมรับได้

            “เจ้าถึงกับฆ่านางเชียวหรือ?” บิดาของผู้ตายคุกเข่าอยู่ด้านข้างคร่ำครวญไม่หยุดหย่อน “ท่านหญิงจะกระทำเรื่องเลวร้ายตามอำเภอใจเช่นนี้ได้หรือจะฆ่าคนตามอำเภอใจได้หรือ?”

            จากนั้นเขาก็คุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งอย่างแรงต่อหน้าฮองเฮา“ขอฮองเฮาทรงประทานความยุติธรรมให้กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

            ยามนี้ผู้คนต่างมารวมตัวกันเป็นวงกลมใหญ่ต่างซุบซิบนินทากัน

            “นางเป็นเพียงคนต่ำต้อย ฆ่าไปแล้วก็แล้วไปเถอะ” ท่านหญิงหลิงหยางเอ่ยอย่างโมโหนางยังคงโอหังและอวดเบ่งเช่นเดิม

            ‘เพียะ!’ ฮองเฮาเองก็ตกใจนางจึงยกมือตบหน้าท่านหญิงหลิงหยางฉาดใหญ่ “คุกเข่าลง” 

            นี่มันหาที่ตายชัดๆฮองเฮาไม่เคยรู้เลยว่าหลิงหยางจะโง่งมได้ถึงเพียงนี้

            ท่านหญิงหลิงหยางคุกเข่าอยู่ตรงนั้นยังคงทำหน้าไม่พอใจ “ท่านน้าหม่อมฉันแค่ฆ่าคนต่ำต้อยผู้นั้น นางมีสิทธิ์อะไรมาหมายปององค์รัชทายาทกันองค์รัชทายาทเป็นของหม่อมฉันผู้เดียวเท่านั้น!”

            เสียงซุบซิบนินทาแพร่กระจายออกไปต่างกล่าวว่าท่านหญิงหลิงหยางช่างไร้ยางอายและไม่รู้จักอับอายและยังจิตใจอำมหิตโหดเหี้ยมราวกับงูพิษ ช่างน่ากลัวถึงเพียงนี้

            “น้องสาว เจ้าเป็นอันใดไป?” ขณะที่สายตาของทุกคนจดจ่ออยู่ที่ท่านหญิงหลิงหยางกู้ตงหลิงกลับเดินตรงไปหากู้ชิงเฉิง

            “อึก!” ร่างของกู้ชิงเฉิงแข็งค้างกลิ่นคาวเลือดพลันเอ่อขึ้นมาถึงลำคอ แต่นางก็ข่มมันลงไปอย่างแรง พลางก้มหน้าลงกอดกู้จิ่งเซวียนแน่น

            “มีอันใดหรือ?” กู้ชิงเฉิงกลับสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็วก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ

            “คนไร้ประโยชน์ที่เจ้าส่งมาให้ข้านั้น ข้าส่งเข้าวังหลวงไปแล้ว” กู้ตงหลิงเอ่ยอย่างกัดฟัน “เรื่องของราชครูกู้ก็น่าจะเป็นฝีมือเจ้ากระมัง ห้าปีที่ไม่ได้พบกันเจ้าทำให้ข้าต้องมองเจ้าใหม่เสียแล้ว”

            ครานี้กู้ตงหลิงก็พ่ายแพ้อย่างยับเยินพลางเหลือบมองท่านหญิงหลิงหยางที่คลุ้มคลั่ง “นางเป็นเช่นนี้ก็เพราะเจ้ากระมัง”

            กู้ชิงเฉิงไม่ได้เอ่ยตอบสิ่งใดด้วยว่าวิชาควบคุมจิตใจของนางยังคงด้อยนัก หากเป็นยามปกตินางย่อมไม่ใช้พลังเช่นนี้ 

            แต่ในวันนี้นางต้องทำลายชื่อเสียงของท่านหญิงหลิงหยาง และไม่อยากให้ตนเองต้องแปดเปื้อนไปด้วยแต่กลับเกือบย้อนทำร้ายตนเสียเอง ดูท่าแล้ว ทักษะของนางยังคงห่างไกลนักคงต้องกลับไปฝึกฝนให้หนักยิ่งขึ้น

            เมื่อเห็นกู้ชิงเฉิงไม่สนใจตนกู้ตงหลิงพลันมีสีหน้าเยียบเย็น นางไม่ได้สนใจฮองเฮาหรือผู้ใดอีกต่อไปนางกระชากแส้จากเอว และฟาดเข้าใส่กู้ชิงเฉิงอย่างรุนแรงแส้เส้นนั้นเต็มไปด้วยกำลังภายใน และเจตนาสังหารหมายเอาชีวิตโดยพุ่งตรงไปยังกู้จิ่งเซวียน กู้ตงหลิงหวังใช้ไม้ตายนี้บีบให้กู้ชิงเฉิงใช้ร่างตนเองรับแส้แทนบุตรชาย

            “รนหาที่ตาย!” โม่อวี้เฉินตะคอกพลันปรากฏกายจากด้านข้าง เขาตบกู้ตงหลิงไปหนึ่งฝ่ามือด้วยแรงกำลังภายในที่หมายจะปลิดชีวิตกู้ตงหลิงในคราเดียวยามนี้โม่อวี้เฉินไม่ได้คิดสิ่งใด ผู้ใดกล้าแตะต้องภรรยาและบุตรของเขาผู้นั้นต้องตาย

            “กรี๊ดด!” กู้ตงหลิงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดร่างนางร่วงกระแทกพื้นราวว่าวสายป่านขาดนางไม่คาดคิดเลยว่าองค์รัชทายาทจะปรากฏตัวขึ้นในยามนี้ในใจของนางเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา คับแค้น และเสียใจยิ่งนัก

            กู้ชิงเฉิงหมุนตัวอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องกู้จิ่งเซวียนนางหวังใช้แผ่นหลังตนเองรับแรงแส้ ทว่าแส้กลับพลาดเป้าปลายแส้ปัดโดนผ้าคลุมหน้าของกู้ชิงเฉิงจนปลิวหลุดออกไป มิหนำซ้ำผ้าคลุมหน้าเนื้อบางยังถูกฟาดขาดเป็นสองท่อน แสดงให้เห็นว่ากู้ตงหลิงออกแรงเต็มที่หมายจะสังหารกู้ชิงเฉิงให้จงได้

            แม้ผู้คนจะรายล้อมท่านหญิงหลิงหยางอยู่ทว่าการจู่โจมอย่างกะทันหันของกู้ตงหลิงนั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก ผู้คนต่างหันมามองภาพที่เห็นคือกู้ตงหลิงนอนกระอักเลือดอยู่บนพื้นส่วนโม่อวี้เฉินยืนปกป้องกู้ชิงเฉิง พร้อมแผ่กลิ่นอายสังหารรอบกาย

            “ท่านแม่” กู้จิ่งเซวียนเข้าใจในทันทีว่าเมื่อครู่เป็นช่วงเวลาความเป็นความตายกู้ชิงเฉิงถูกวิชาควบคุมจิตใจย้อนทำร้าย จึงไม่มีเรี่ยวแรงต่อสู้เท่าไรนัก

            “ใบหน้าของนาง...”

            “เป็นไปได้อย่างไร? เป็นไปไม่ได้!”

            “เมื่อครั้งก่อนที่จวนตระกูลกู้ ใบหน้าของนางน่าเกลียดยิ่งนักดูแล้วยังน่าขยะแขยง ราวกับแมลงน่ารังเกียจเกาะอยู่ แต่ตอนนี้กลับไม่มีรอยแผลแล้วหรือว่าข้าตาฝาดไป?”

            “เจ้าไม่ได้ตาฝาด มันหายไปจริงๆ”

            สายตาของผู้คนต่างจับจ้องไปที่ใบหน้าของกู้ชิงเฉิงผู้ที่มาร่วมงานเลี้ยงน้ำชาในวันนี้ครึ่งหนึ่งเคยเข้าร่วมงานฉลองวันเกิดของตระกูลกู้มาก่อนทุกคนต่างตกตะลึงกับใบหน้าของกู้ชิงเฉิง

            แม้โม่อวี้เฉินเองก็ยังตกตะลึงไปชั่วขณะแม้เขารู้ว่าใบหน้าของกู้ชิงเฉิงมีปัญหา และคาดเดาว่านางแกล้งทำตัวอัปลักษณ์แต่ยามนี้ใบหน้าอันงดงามสมบูรณ์แบบของกู้ชิงเฉิงกลับทำให้ทุกคนต้องตะลึงโดยเฉพาะดวงตาที่ราวกับกักเก็บน้ำพุแห่งฤดูใบไม้ผลิไว้ ทำให้ผู้คนหลงใหลได้ทุกเมื่อ

            กู้ตงหลิงที่ล้มลงบนพื้นก็เงยหน้าขึ้นมองหัวใจนางเจ็บปวดยิ่งนัก “เป็นไปไม่ได้เจ้าไม่ใช่กู้ชิงเฉิง แผลบนใบหน้าเจ้าลึกเพียงนั้น เหตุใดจึงไร้รอยแผลเป็น บอกมาเจ้าเป็นผู้ใดกันแน่ มีจุดประสงค์ใดที่แฝงตัวเข้ามาที่นี่?” 

            แน่นอนว่าบาดแผลบนใบหน้าของกู้ชิงเฉิงนางเป็นคนลงมือกรีดด้วยตนเอง เนื้อหนังพลิกคว่ำเช่นนั้นย่อมต้องทิ้งรอยแผลเป็นไว้เป็นแน่แท้

            กู้จิ่งเซวียนรู้สึกโกรธยิ่งนักผู้คนในวันนี้ล้วนรังแกท่านแม่ของเขา เขาย่อมไม่พอใจ จ้องมองกู้ตงหลิงพลางเอ่ยว่า“เจ้าเป็นคนชั่ว เจ้าคนชั่ว!” 

            จากนั้นเด็กน้อยจึงพุ่งเข้ากอดโม่อวี้เฉินที่เดินเข้ามา“ท่านพ่อ พวกเขาล้วนรังแกท่านแม่ เซวียนเอ๋อร์เสียใจยิ่งนัก”ท่าทางนั้นน่ารักน่าเอ็นดู และเต็มไปด้วยความน้อยใจ

            ยามนี้หัวใจของโม่อวี้เฉินก็ซับซ้อนยิ่งนักการที่กู้ชิงเฉิงลบรอยแผลเป็นบนใบหน้าไปอย่างกะทันหัน ทำให้เขายังไม่คุ้นชินโดยเฉพาะสายตาอันร้อนแรงของเหล่าคุณชายตระกูลสูงที่รายล้อมมองกู้ชิงเฉิงทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ และนึกเสียดายที่หากกู้ชิงเฉิงยังคงมีรอยแผลเป็นเช่นเดิมเขาเองไม่เคยรังเกียจเลยแม้แต่น้อย

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】 ที่คุณอ่าน