ฟิคหัวขโมยแห่งบารามอส เจ้าชายเฟริน เจ้าหญิงเฟริโอน่า

    ตอนที่ 37

    ข่ายมนต์บาง ๆ ค่อย ๆ ปกคลุมทั่วอาณาเขตพระราชวัง ไม่อาจทำให้ผู้อื่นรู้สึกตัวได้ ยกเว้นแต่เพียงเหล่าผู้วิเศษทั้งหลายที่พร้อมระวังภัย ผู้นำการเดินทางทั้งสี่ คาโล โร คาลิน่าเริ่มรู้สึกตัวถึงความเปลี่ยนแปลง

    ข่ายมนต์... ของใคร

    ข่ายมนต์อบอุ่น อ่อนโยน ข่ายมนต์ปกป้องของใครบางคนกำลังทำงาน ข่ายมนต์ที่รู้สึกถึงชัยชนะลาง ๆ แม้ยังไม่ปะทะศัตรู จอมเวทย์มืดแห่งเดมอส สองพี่น้องเกรเดเวลกำลังแผลงฤทธิ์ ท้องฟ้ายามเที่ยงที่เคยต้องแสงแดดเจิดจ้าพลันมืดมิดราวกับมีใครนำผ้าใบผืนใหญ่มาคลุมบริเวณนี้เอาไว้ พายุพัดโหมกระหน่ำ เหล่าทหารหญิง อเมซอนออกมาประจำการเตรียมความพร้อมทั่วบริเวณรอบนอก

    “เกิดอะไรขึ้น วะเนี่ย”

    ครี้ดเอามือป้องหน้าเอาไว้ มองฝ่าพายุที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างผิดปกติ

    “ห้ามทุกท่านออกจากเขตปราสาท นี่คือคำสั่งฝ่าบาท”

    ทุกคนหันไปมองหญิงสาวในชุดแพรไหมสีสด เธอหันไปทำความเคารพมาทิลด้า ผู้เป็นเจ้าหญิงของเมือง ก่อนจะหันไปสั่งการทหารที่รายล้อมอยู่ให้เตรียมพร้อมรับมือ

    “เกิดอะไรขึ้น เวียงนา” มาทิลด้าถามเสียงทรงอำนาจ

    “มีผู้บุกรุกเพค่ะ องค์หญิง”

    กลุ่มคนจำนวนมากในชุดสีดำปิดคลุมใบหน้ามิดชิดบุกเข้ามาในเขตพระราชวังทันทีตามคำพูด

    ทหารที่รายล้อมอยู่กระโจนเข้ารับมือทันที เหล่าทโมนที่เห็นหญิงสาวเข้าต่อสู่ ทนไม่ได้จึงกระโดดเข้าร่วมรบด้วย

    “ให้ตายเหอะ มากันไม่หยุด” ลอเรนซ์สบถก่อนจะเข้าไปช่วยแนวหน้าอีกคน

    “ลอรี่ เล่นด้วย”

    โรเวนมองความวุ่นวาย ถอนหายใจเบา ๆ ไธนอส ตบบ่าเพื่อนผู้นำทัพพร้อมกระชับดาบเข้ามือ ก่อนกระโดดเข้าสู้ศึกตาม

    “แองจี้ มาทิลด้าคุมทัพหน้า คาโล โร คาลิน่าสนับสนุนทัพหลัง เรนอนคอยช่วยคนเจ็บ ลงมือได้”

    การต่อสู้ดังสนั่นทั่วบริเวณ คนเจ็บประปรายทั้งฝ่ายตนและฝ่ายศัตรู ทำให้โรเวนเกิดความไม่พอใจเท่าไรนัก ภาพของกลุ่มผู้มาใหม่สี่คนทำให้เขาต้องเหงื่อตก แต่จู่ ๆ พลังสีดำก็อัดเหล่าศัตรูที่ขวางทางแหวกออกไปสลบแน่นิ่ง โรเวนหันไปมองผู้มาใหม่ฝั่งตนทันที

    เฟลิโอน่า

    หญิงสาวหน้าหวานละมุ่นรุ่นน้องหัวหน้าชั้นปี ผู้กุมอำนาจชั้นปี ก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามสมสายเลือด ก้าวเดินด้วยท่าทีสงบไม่ทุกข์ร้อนกับภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ข้างตัวเจ้าหล่อนคือชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอมดำที่เดินอย่างสงบ มองดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามอย่างที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน

    ทั้งคู่เดินไปหยุดลงตรงกลางของลานที่โดนเคลียร์ทางโล่งไว้ เก้าอี้ถูกเสกขึ้นให้แก่ชายหนุ่มที่นั่งลงอย่างสงบเยือกเย็น ลอเรนซ์ที่เสร็จจากการต่อสู้เดินตามไปสมทบเช่นเดียวกัน เฟรินดีดนิ้วหนึ่งครั้ง เสียงการต่อสู้ก็พลันเงียบลงในบัดดล ร่างของฝ่ายตรงข้ามร่วงลงไปกองกับพื้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ

    “เฟลิโอน่า ให้แขกยืนรอมันเสีย มารยาท”

    เสียงทุ้มเอ่ยอย่างนุ่มนวลไร้ความโกรธแต่อย่างใด แต่กระแสเสียงที่ทอดออกมากลับฟังดูน่าเกรงขามชวนขนลุกอย่างน่าประหลาด เฟลิโอน่าเสกเก้าอี้ขึ้นมารับแขกผู้มาเยือนทั้งสี่ แต่อีกฝ่ายหาไม่มีใครนั่งลงแต่อย่างใด เฟรินโบกมือนิดหน่อย พายุก็สงบลงทำให้เสียงรอบข้างเงียบสงบลงอีกครั้ง

    “มารยาท”

    ดวงตาสีน้ำตาลแข็งกร้าว นิ้วเรียวดีดนิ้วอีกครั้ง สามคนที่อ่อนวัยกว่าก็ถูกกระชากลงติดกับเก้าอี้ เหลือเพียงท่านอาวุโสหนึ่งเดียวที่ยืนได้อย่างสงบ มองเด็กหนุ่มอย่างหยั่งเชิง น่ากลัวดังคำล่ำลือ ... เจ้าชายรัตติกาล

    ความร้ายกาจที่แม้แต่ฝ่ายเดียวกันยังอดกลัวชายหนุ่มไม่ได้ ชายหนุ่มที่ถึงแม้จะไม่ได้ขยับตัวจากเก้าอี้ ไม่แม้แต่จะเรียกอาวุธเสียด้วยซ้ำ ก็สามารถปราบกองทัพฝ่ายตรงข้ามได้อย่างราบคราบไร้ที่ติ นี่หรือพลัง... ของหัวขโมยขี้เล่นที่มีดีแค่เพียงฝีมือทางดาบ

    “หากมีธุระก็ควรติดต่อขอนัดพบเสียก่อน การนำคนเข้าบุกรุกเป็นการกระทำที่เสีย มารยาท”

    สิ้นคำพูดร่างผู้บุกรุกที่กองบนพื้นก็เริ่มดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดราวกับมีใครจับพวกเขามาทรมาน

    “ข้าขออภัยในความเสีย มารยาท”

    ราวกับมนต์สะกด ร่างผู้บุกรุกสงบลง พากันพยุงล่าถอยกลับไปอยู่ข้างหลังผู้สั่งการทั้งสี่นิ่ง เฟรินขยับยิ้มกว้าง กระซิบกระซาบบางอย่างกับ เฟลิโอน่า

    “ไอพวกปีศาจน่ารังเกียจ”

    ชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงตะโกนลั่นฮึดฮัดขัดใจ เพราะตัวเองต้องติดอยู่ในอาคมบนเก้าอี้ของอีกฝ่าย หากแต่อีกฝ่ายกลับยังคงสงบเฉกเช่นเดิม

    “มุมท่านแยกปีศาจกับมนุษย์ จากรูปร่างลักษณะภายนอก หากแต่พวกผมแยกความแตกต่างจากจิตใจ หากละโมบอยากได้ มนุษย์ก็มิต่างจากปีศาจที่น่ารังเกียจในคราบมนุษย์ หากแต่ปีศาจผู้มีจิตใจอ่อนโยนกลับกลายเป็นมนุษย์ไม่ได้ เพียงเพราะรูปร่างหน้าตาที่ไม่เหมือนใคร”

    “จิตใจโหดเหี้ยมสมปีศาจ”

    “การฆ่าฟันโดยไร้เหตุผลเพื่อของที่ต้องการ ท่านฆ่าคนที่ขวางทางได้อย่างไม่ลังเลมิใช่หรือ”

    ชายผมแดงเพลิงกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจที่ไม่อาจโต้เถียงใด ๆ กลับไปได้ ผู้อาวุโสบีบไหล่ชายหนุ่มเบา ๆ เรียกสติ ทำให้เขาต้องยอมสงบลงเสียโดยดี

    “พวกท่านถอยกลับไปเสียเถิด พวกเราจะไม่ทำร้ายพวกท่าน” เฟลิโอน่าเกลี่ยกล่อม

    “น่ารัก พูดดี แต่ต้องขอโทธด้วยขอรับกระหม่อม งานคืองาน รับมาแล้วก็ต้องทำ แล้วก็ต้องทำให้มันสำเร็จด้วย” ชายหนุ่มขี้เล่นเอ่ย ดวงตาจริงจังตรงข้ามกับคำพูด

    “งั้น... ผมก็ต้องขอเสียมารยาท”

    สายลมพัดวูบแล้วร่างของคนทั้งเจ็ดก็หายไปเหลือเพียงกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ตรงกลางลาน ท่ามกลางความงงงวยของเหล่าผู้ชม

     

    เจ้าหมอนี่

    ดวงตาสี อเมทิตย์ จ้องมองบุรุษตรงหน้าที่ดูน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับรุ่นน้องของเขาเห็นจะได้ ดวงหน้าใต้ผมสีแดงเพลิงหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

    นี่มันอะไรกัน กลิ่นไอปีศาจปนอยู่ในตัว... ชายผมเพลิงย่นคิ้วไม่สบอารมณ์กับคนตรงหน้า

    “นักบวชนอกรีต”

    ดวงตาของนักบวชนอกรีตวาววับกับคำพูดของคนตรงหน้า

    “การสวดมนต์ไม่ได้ห้ามปีศาจ คัมภีร์มนตราสวรรค์”

    คัมภีร์ยาวคลี่ออกสะบัดพุ่งพรวดรวดเร็ว รุนแรง พลิ้วไหว แม้อีกฝ่ายจะเอาดาบตั้งรับได้ แต่ไม่อาจเอาดาบตั้งรับคัมภีร์ที่พลิ้วไหวกรีดเลือดเนื้อจนเจ็บแสบ เลือดไหลซึมตามรอยแผล

    “หลีกทางซะ เสร็จงานแล้วจะไป”

    เฟี้ยว...

    มีดสั้นปาดแก้มซ้ายยามเกือบถึงใบหูชายหนุ่ม ดวงตาสี อเมทิตย์วาววับจังมองคนพูดดุดัน

    “อยากกลับก็กลับ อยากบุกก็บุก” เสียงทุ้มตะคอกใส่อย่างไม่สบอารมณ์

    “เพลงดาบสิบหกตะวัน”

    ชายผมแดงเพลิงสะบัดดาบเป็นเพลงดาบรัวเร็วจนราวกับเกิดแสงเจิดจ้าขึ้นจนทุกอย่างพล่าเลือน ลอเรนซ์ยกมือขึ้นป้องสายตา

    อัก อึก...

    ร่างสูงของนักบวชหอบเล็กน้อย ตามเนื้อตัวมีแต่บาดแผลเต็มตัว ความโมโหวิ่งเข้าสู่จิตใจ คฑาที่ไม่ถูกใช้มานานถูกเรียกเข้ามือ พลังเวทย์เรียกร้องส่องแสงสว่างเจิดจ้าที่หัว คฑา

    บุตรแห่งจอมเวทย์ทั้งสองแผ่นดิน ราชินีจันทรา แม่มดผู้ทรงอิทธิฤทธิ์แห่งเดมอสกับกษัตริย์ริชาร์ด จอมมนตราสามทหารเสือแห่งเอเดน

    ศึกครั้งนี้ไม่หวังชนะ ขอเพียงแต่มีชีวิตเหลืออยู่เป็นพอ

     

    ชีวิต

    จะสั้นจะยาว ใครเป็นผู้กำหนด ตอนเกิดยังไม่รู้ว่าเกิดได้ยังไง หากตายใครกันเป็นผู้รู้ หายนายให้บ่ายสู้ มีหรือบ่าวจะขัด

    โร ผู้ถูกดึงเข้ามาเอี่ยวในการต่อสู้ด้วยถอนหายใจเบา ๆ มองบุรุษตรงหน้าที่บุคลิกท่าทางไม่ได้ต่างไปจากเพื่อนหัวขโมยเท่าไรนัก

    “นึกว่าจะได้ปะมือกับเจ้าหญิงคนงามเสียอีก น่าเสียดาย”

    ชายหนุ่มเปรยขึ้นเบา ๆ ให้พอได้ยิน โรขยับยิ้มมุมปาก แบมือทั้งสองข้างยื่นข้อเสนอ

    “จะรอก็ได้ ฉันไม่ว่า”

    “เอาจริง?” ชายหนุ่มทำท่าทางครุ่นคิดสักพักก่อน “อย่าดีกว่าน่าเบื่อแย่ ไหน ๆ เขาก็ให้เราจับคู่กันสู้แล้ว เล่นฆ่าเวลากันสักหน่อยจะเป็นไรไป”

    ดาบเรียวพุ่งออกไปหวังเรียกเลือดอีกฝ่าย โรเรียกดาบเข้าตั้งรับและใช้ลูกพลังเข้าสู้ พลิกแพลงไปตามโอกาส

    นักดาบ VS พ่อมดดำ

    เปรี้ยง...

    ดาบเรียวปะทะกับเกาะป้องกันเสียงดังสนั่น คลื่นพลังสีดำลูกใหญ่อัดเข้าใส่นักรบผู้ไม่เจียมตัวกระแทกติดกำแพงเวทย์กระอักเลือด เขาเช็ดเลือดที่มุมปากยิ้ม ๆ ดาบสองเล่มถูกเรียกเข้ามือ...

    ผู้ใช้วิชาสามดาบ

    ไอเฟรินมันช่างจับคู่เสียเหลือเกิน

     

    คู่... เจ้าพี่นี่ไม่รู้วิธีจับคู่เอาเสียเลย

    เฟลิโอน่ามองหญิงสาวอีกคนที่ต้องมาติดอยู่ภายในเขตอาคมเล็ก ๆ นี่ด้วยกัน

    “กลับไปซะ อย่างพวกเธอเอาชนะเจ้าพี่ไม่ได้”

    หญิงสาวเปิดบทสนทนาแต่อีกฝ่ายยังคงเงียบอยู่เช่นเดิม ยืนบริกรรมคาถาเงียบ ๆ อยู่ตรงนั้น นี่คือลูกคนที่สามของ คิงบาโรหรือไงกัน ชีวิตเธอต้องพบเจอแต่คนกลัวดอกพิกุลร่วงจากปากตลอดเลยหรือไงกันน่ะ

    “ฟรีเซล”

    มังกรลมกระพือปีก หน้าตาถมึงทึงรอคำสั่งนิ่ง ก่อนจะพุ่งเข้าจู่โจมใส่ผู้ริอาจทำร้ายนายของตน

    ผู้ใช้เวทย์อัญเชิญสัตว์

    เฟลิโอน่าคำนวณในใจ พร้อมหลบไปด้วย แม้เธอจะไม่ได้เร็วเท่าเจ้าพี่ที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวขโมย แต่เธอก็ถือเป็นลูกศิษย์ของมาดัส เดอเบอโรว์เช่นเดียวกัน เพ็งมองคู่ต่อสู่ที่ยังบริกรรมคาถานิ่ง

    เฟลิโอน่าดีดตัวตีลังกาไปยืนบนศีรษะมังกร เพียงเท้าของเธอแตะเข้า มังกรก็พลังสงบลงอย่างน่าเชื่อ คนเบื้องล่างขมวดคิ้วแต่ยังคงบริกรรมคาถาต่อ

    “เผ่าเดมอสเป็นชนเผ่าที่ควบคุมสัตว์ศักดิ์สิทธิ์”

    สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ใช่ไม่ได้ผล ต้องดวลเวทย์

    ปะทะเวทย์กับจอมเวทย์เท่ากับเอาชีวิตมาทิ้ง หากแต่ตอนนี้ทุกคนต่างติดอยู่ในกับดักข่ายมนต์ของเจ้าชายรัตติกาล จอมขมังเวทย์กันเสียหมด เป็นยังไงกันบ้างก็ยังไม่รู้ ทางเดียวที่ทำได้คือต้องรอดออกไป

    รอดจากน้ำมือของเจ้าหญิงแดนปีศาจ

     

    รอดไปจากเขตอาคมของเจ้าชายรัตติกาล

    ผู้อาวุโสมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ยังคงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมสงบนิ่ง นึกดีใจและเสียใจในคราวเดียวกันที่ได้เป็นคนปะทะกับเจ้าชายรัตติกาลที่ล่ำลือทั้งเพลงดาบและเวทย์มนต์ พลังที่เทียบเท่ากับท่านจ้าวปีศาจเอวิเดสผู้เป็นพ่อ

    “ทำไมพวกท่านถึงยึดติดกับพลังนัก”

    “พลังช่วยทำให้ปกป้องของสำคัญได้”

    เฟรินหัวเราะรับเบา ๆ ท้าวคางกับพนักพิงเก้าอี้มองสบผู้อาวุโสกว่านิ่ง ดวงตาสีน้ำตาลยากเกินกว่าจะคาดเดาความรู้สึกนึกคิดได้

    “ฆ่าคนอื่นที่ตนไม่เห็นความสำคัญเพื่อปกป้องของสำคัญของตนเอง ช่างเป็นเหตุผลที่ปีศาจอย่างผมยังต้องระอายแทน”

    ความระอายวิ่งเข้าสู่ชายผู้สูอายุกว่า จนต้องกำหมัดแน่น

    “การเสียสละบางส่วนเพื่อปกป้องส่วนใหญ่ เป็นหนึ่งในการปกครอง”

    “การเสียสละ การเสียสละ ฟังดูน่ายกย่อง” เฟรินพยักหน้ารับ “แล้วท่านเคยนึกคิดบ้างหรือไม่ว่าผู้ที่ต้องเสียสละเหล่านั้นมีคนสำคัญของตนเช่นเดียวกัน”

    พลันห้องทั้งห้องก็ไหววูบ ชายหนุ่มตรงหน้าหัวเราะทิ้งท้ายก่อนจางหายไป เหลือเพียงแค่เขาที่ยืนอยู่บนลานกว้าง ภาพทหารหญิง อเมซอน เด็กหนุ่มนักรบเอดินเบิร์ก หรือแม้แต่เหล่าลูกน้องทั้งสามของตนต่างนอนจมกองเลือดสิ้นแล้วซึ่งลมหายใจ

    ข้างหน้าคือเป้าหมายที่นั่งคุกเข่าเลือดโชกตัว ดวงตาที่มองผ่านเลือดเป็นสาย จ้องมองเขาอ้อนวอน หากแต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับสิ้นลมหายใจไปเสียนานแล้ว

    ตุบ ๆๆ

    หัวใจ... ของใคร

    ทันเท่าความคิดชายชราก็มองไปยังร่างของชายหนุ่ม รอยโหวงตรงช่วงอกมีเลือดไหลโชกออกมา

    ชนะ... เขาชนะ

    ได้แล้ว... ได้ของที่ต้องการแล้ว

    ควรจะดีใจ ควรจะกลับ ที่นั้นคงดีใจที่เขากลับไปพร้อมของที่ต้องการ

    ‘ผู้เสียสละเหล่านั้นมีคนสำคัญของตนเช่นเดียวกัน’

    กลุ่มคนจากหลากหลายทิศทางเข้ากอดประโลม ประคองกอดเหล่าศพที่นอนเกลื่อนกลาดเต็มลานกว้าง เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังระงม

    “ท่านอา พี่สาว ๆ พี่สาวทำไมถึงตายล่ะฮะ”

    จากหนึ่งเสียงเล็ก ๆ ของเด็กน้อยตามมาด้วยหลากหลายเสียงตั้งแต่เด็กจึงถึงคนแก่ ร้องไห้ให้กับเหล่าคนตาย คนตายที่ตายไปเพียงเพราะความต้องการของเขา นี่หรือชัยชนะ ชัยชนะที่เขาต้องการ

    น้ำตาของชายชราร่วงหล่น หล่นให้กับเหล่าศัตรูที่ล้มตาย เพื่อนผู้ร่วมศึกที่ล้มตาย ความตายหนักเหมือนขุนเขา เบาเหมือนปุ้ยนุ่น

    .............................................................................

    คล้ายกับเรื่องฟิคหัวขโมยแห่งบารามอส เจ้าชายเฟริน เจ้าหญิงเฟริโอน่า ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841