ณ.. ที่คฤหาสน์หลังหนึ่งในเมืองหลวงแคว้นเป่ยกวน ตุ้ม!!! โต๊ะรับแขกสีไม้เงางามแตกเป็ชิ้นเล็กๆ ด้วยปราณสีแดงเพลิง บุรุษชุดสีแดงเพลิงเก็บฝ่ามือกลับมา ใบหน้าโกรธเกรี้ยว เส้นเอ็นปูดโปนทั่วใบหน้า “บัดซบจริงๆ!! กว่าข้าจะสืบข่าวเื่เ้าอี้ฟงหยางที่มันนำกระบี่และคัมภีร์ของตระกูลอี้ไปเมื่อหลายปีก่อนนั้นได้ แต่ว่าตอนนี้มันกลับตายไปซะได้ แต่ก็ไม่เจอกระบี่และคัมภีร์เล่มนั้นเลย หลิงจ้าว เ้าจงบอกความจริงมามันตายได้อย่างไร” บ่าวรับใช้คนสนิทของบุรุษชุดแดงเพลิงนี้ ตัวสั่นๆ เรื่มพูดออกมา “ เอ่อ...เอ่ออ ท่านผู้นำ บ่าวได้รู้ข้อมูลจาก หน่วยลับของเรา ทราบว่า เมื่อ 8 ปีก่อนตระกูลอี้และตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงอีกตระกูลนึงส่งยอดฝีมือที่ชำชองในการสืบข่าว จนไม่นานนี้ได้สืบรู้มาว่า อี้ฟงหยางและพ่อลูกคู่ที่รักษาอี้ฟงหยางหนีไปทางทิศเหนือ และไปปลูกบ้านที่ใกล้ป่าไผ่หยกดำ ที่ทางทิศเหนือของแคว้นเจี่ยหาน ดังนั้นเมื่อ 2 ตระกูลดังกล่าวรู้ข่าวก็ส่งยอดฝีมือที่อยู่ในอันดับต้นๆของตระกูล ไปลอบสังหาร 3 คนนี้ เพื่อหวังนำกระบี่และคัมภีร์ประจำตระกูลอี้กลับมา แต่ปรากฏว่า อี้ฟงอยางตายด้วยน้ำมือของยอดฝีมือของตระกูลนึงที่รวมกับตระกูลอี้ด้วยฝ่ามือและกระบี่ ส่วน 2 พ่อลูกที่หนีมาด้วยกัน เจอแต่ลูก ส่วนพ่อของมัน บ่าวไม่ทราบ และก็โดนสังหารไปด้วยเหมือนกัน ส่วนกระบี่และคัมภัร์ ยังไม่มีผู้ใดหาเจอ ขอรับ ท่านผู้นำ”เมื่อบุรุษชุดแดงเพลิง ได้ยินก็ควบคุมอารมณ์จนลดลง ก็บอกกับบ่าวรับใช้คนสนิทว่า “เ้าจงให้หน่วยลับของเรา กลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกครั้ง และค้นหาให้ทั่ว ขุดได้ก็ขุดค้นหาให้เจอ ข้าให้เวลาพวกมัน 3 วันในการค้นหา หากครบ 3 วันยังค้นหาไม่เจอ ก็ทำลายบ้านหลังนั้นซะ และแยกย้ายไปเพื่อรอรับคำสั่งของข้าต่อไป “ บ่าวรับใช้พยักหน้ารับทันที“ บ่าวหลิงจ้าว รับคำสั่งท่านผู้นำ ขอรับ จะไปบอกกล่าวคำสั่งของท่านผู้นำให้หน่วยลับทำงานทันทีไม่ให้ขาดตกบกพร่องแม้แต่คำเดียว ขอรับ “ เมื่อหลิงจ้าว เดินออกไปจากห้องรับแขกแล้ว บุรุษชุดแดงเพลงได้หันหน้าไปที่รูปที่ติดผนังห้องรับแขกที่เป็ทิวทัศน์ที่สวยงามพร้อมกับผิวปากออกมา 2 ครั้ง วิ๊ด วิ้วว !! เมื่อผิวปากจบก็มีเงาดำ 1 เงาโผล่ออกมาจากหน้าต่างบานนึง ในห้องรับแขก มาคุกเข่าที่ด้านหลังบุรุษชุดนั้นทันที “ข้าน้อย มู่เจิน รับคำสั่ง นายท่าน ขอรับ“ ชายชุดดำมีกระบี่สะพายอยู่ด้านหลังพูดขึ้นมา “ มู่เจิน ข้ามีงานให้เ้าไปทำ หวังว่าเ้าทำตามคำสั่งของข้าให้ลุ่ล่วงสำเร็จ อย่าให้ความไว้ใจของข้าที่ให้เ้าสูญปล่าวล่ะ มิเช่นนั้นจุดจบของเ้า เ้าเองก็รู้ดี ” ชายชุดดำใเล็กน้อยพร้อมพูดด้วยความเคารพว่า “ ข้าน้อย มู่เจิน พร้อมบุกน้ำลุยไฟ ให้แก่นายท่านโดยไม่ปริปากขอรับ งานของนายท่าน ข้าน้อยจะทำจนกว่าชีวิตจะหาไม่ งานที่นายท่านจำให้ข้าไปทำเป็เช่นใด ขอรับ ? “ บุรุษชุดแดงเพลิงได้ยินแล้วพยักหน้าพร้อมกับยิ้มมุมปาก และพูดต่อไปว่า “ ดี!! พูดได้เช่นนั้นก็ดี ข้ามีภารกิจลับให้เ้าไปทำ นั่นก็คือข้าได้รู้ข้อมูลมาบางอย่างจากหน่วยลับของข้าว่า ตระกูลอี้กับตระกูลใหญ่ ตระกูลนึงในเมืองหลวงมีการสมรู้ร่วมคิดกันทำบางอย่าง เ้าจงไปสืบเื่นี้มาให้ข้า ข้าให้เวลาเ้า 1 เดือน ในการสืบข้อมูลในเื่นี้ เ้าทำได้หรือไม่!!” เมื่อมู่เจินได้ยินก็พยักหน้าพร้อมพูดออกมา “ ข้าน้อยพร้อมทำงานนี้ให้นายท่ายโดยไม่ปริปาก ขอรับ ข้าน้อยจะรีบไปดำเนินในการสืบให้มากที่สุดและให้เร็วที่สุด ขอรับ” บุรุษชุดแดงเพลิงพยักหน้า พูดเบาๆว่า “ ดีมาก!! ตอนนี้ดึกแล้ว เ้าไปซะ รีบไปดำเนินการตามคำสั่งข้า!! “ มู่เจินพยักหน้าพร้อมรับคำสั่ง“ ข้าน้อย มู่เจิน ขอลานายท่านขอรับ “ พูดเสร็จมู่เจินก็กลายเป็เงาเลือนลางหายไปจากในห้องนี้ทันที่... ซักพักก็ได้ยินเสียงเด็กหนุ่มอายุราวๆ 16-17ปี ดังเข้ามาในห้องรับแขกที่บุรุษชุดแดงเพลิงยืนอยู่ “ท่านพ่อ!! ได้เื่ว่ายังไงบ้างขอรับ” เด็กหนุ่มมาในชุดสีน้ำเงินครามมีลวดลายไม้ไผ่สีทองพาดผ่านดูสวยงาม หน้าตาคม คิ้วหนา ตาอินทรี ดูเ้าเล่ห์ ยืนอยู่ข้างหลังพร้อมกับคำนับผู้เป็บิดาที่ยืนอยู่ข้างหน้า เมื่อผู้เป็บิดาได้ยินก็หันกลับมาและพูดว่า “ หยวนเออร์ลูกพ่อ ข้าได้ข่าวมาบ้าง และตอนนี้ข้าก็ยังมอบงานสำคัญให้กับ ”เงาิญญา” มู่เจินไปทำ” เด็กหนุ่มที่มีนามว่า หลิงหยวน ทำหน้าครุ่นคิด พร้อมบอกบิดาตนว่า “ ท่านให้พี่มู่เจินไปทำงานให้ท่านอย่างงั้นหรือ หากงานไม่สำคัญจริงๆ ท่านจะไม่ให้คนอย่างพี่มู่เจินไปทำเป็อันขาด ใช่หรือไม่ท่านพ่อ” ผู้เป็บิดาพยักหน้าตอบทันที “ ใช่แล้วลูกรัก มู่เจินที่พ่อเคยเจอเมื่อตอนที่เขายังเป็เด็กที่ที่ได้รับาเ็ที่ป่าแห่งหนึ่ง เนื่องจากมู่เจินมีธาตุมืดในสายเื พ่อจึงรับเข้ามาเป็ลูกน้องและดูแลรักษาจนหายดี และมู่เจินงทำงานที่พ่อสั่งการไปก็ตอบแทนพ่อได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ฉะนั้นงานที่มันสำคัญสำหรับพ่อจึงให้มู่เจินไปทำแทน” เมื่อหลิงหยวนได้ยินก็พยักหน้า และพูดว่า “เมื่อข้ายังเล็กก็ได้พี่มู่เจินเล่นเป็เพื่อนข้าและดูแลข้าตลอด ข้ายังอยากเป็พี่น้องกับพี่มู่เจินเลย “ พ่อของเด็กหนุ่มพยักหน้า แต่ก็พูดด้วยสายตาจริงจัง “ ลูกหยวน แม้เ้ากับมู่เจินจะเล่นด้วยกันมาั้แ่เด็ก แต่ด้วยนิสัยของมู่เจินที่คาดเดาได้ยาก เ้าจะต้องระวังมู่เจินไว้ให้มาก อนาคตเ้ายังต้องเป็ผู้นำตระกูลหลิงของเราอีก ดังนั้นต้องทำตัวให้มีอำนาจต่อพวกลูกน้อง และคนรับใช้ เกรงกลัวด้วยนะ “ หลิงหยวนพยักหน้า “ ข้ารับทราบ ข้าจะพยายามให้มีอำนาจและเด็ดขาดมากกว่านี้ ขอรับท่านพ่อ “ บิดาของหลิงหยวนได้ยินก็พยักหน้าพร้อมกับยิ้มออกมา “ อนาคตของตระกูลหลิงของเราต้องพึ่งเ้าแล้วล่ะ ฮ่าๆ เออ แล้วนี่เ้าไปไหนมา ถึงได้กลับมาเอาตอนดึก?” พอหลิงหยวนได้ยินหน้าก็เริ่มแดง ท่าทางลุกลี้ลุกรน พูดเสียงสั่นๆว่า “ เอ่อออ เอ่ออ คือออ คือว่า ข้าไปหาน้องเว่ยอิง ที่ตระกูลไป๋มาน่ะ ท่านพ่อ…” เมื่อบิดาของเด็กหนุ่มได้ยินดังนั้น จึงเกิดอารมณ์โกรธผู้เป็บุตรพร้อมต่อว่าเด็กหนุ่มไปว่า “อะไรนะ!! หญิงสาวตระกูลระดับปานกลางเนี่ยหรอ ที่เ้าไปหา เ้าลูกคนนี้ ใช่ไม่ได้เลย หญิงสาวตระกูลดีๆกว่าตระกูลไป๋ ก็มีทำไมเ้าไม่มอง หญิงสาวตระกูลนี้มีดีอะไร เ้าถึงไปชอบพอกับนางเข้า? บอกเหตุผลให้ข้าฟังทีซิ?”
เด็กหนุ่มพอได้ยินบิดาของตนดุด่าก็ตัวสั่นยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับเอ่ยคำอธิบายให้บิดาของตนฟัง
“ทะ ทะ ท่านพ่อ ท่านใจเย็นๆลงหน่อยขอรับ ที่ข้าไปชอบพอกับนางเพราะนางมีผลประโยชน์กับตระกูลเรานะขอรับ ข้าไปสืบข้อมูลตระกูลไป๋มาแล้ว ข้อได้ข้อมูลมาบ้าง นั่นก็คือตระกูลไป๋ เป็ 1 ในตระกูลระดับปานกลาง ในเมืองหลวง แคว้นเป่ยกวน มีผู้นำตระกูลที่ชื่อว่า ไป๋ห้าวเจิง มีธาตุไม้ในสายเื มีความสามารถในการรักษาและยังเป็หมอที่มีคนในเมืองหลวงให้การเคารพอีกด้วย และยังมีคัมภีร์เล่มนึง กล่าวกันว่าเป็ตำราของเทพโอสถที่รักษาโรคได้ทุกชนิด และสร้างยาชนิดต่างๆ ที่หายากได้ด้วย ข้อนี้ข้ายังไม่รู้ข้อเท็จจริง และไป๋ห้าวเจิง มีลูกชาย 1 คน ชื่อ ไป๋ห้าวกวน แต่บุตรชายคนนี้ เมื่อเติบใหญ่ขึ้นมากลายเป็คนเ้าชู้ ชอบดื่มสุรา มักใช้ชื่อของพ่อมาหลอกลวงหญิงสาวมาทำเมีย ข้าได้ข่าวว่า ตอนนี้ไป๋ห้าวกวนมีเมีย 2 คน 1 คนเป็ลูกหลานจากตระกูลระดับล่าง และอีก 1 คน เป็หญิงสาวชาวบ้านที่หน้าตาจัดว่าดีในเมืองหลวง ซึ่งเมียทั้ง 2 คน ก็มีลูกสาวคนละ 1 คน ด้วยกัน โดยลูกของหญิงสาวจากตระกูลระดับล่าง ชื่อว่า ไป๋เว่ยอัน ข้ายังไม่เคยเห็นหน้าของนางเลย เพราะได้ข่าวว่า เมื่อนางอายุได้ 7-8 ขวบ ไป๋ห้าวเจิง ก็ส่งนางไปเรียนที่สำนักนึงในเมืองหลวงน่ะขอรับ ส่วนลูกของหญิงชาวบ้าน ก็คือน้องเว่ยอิงที่ข้าไปชอบพอกับนาง ขอรับ” พอบิดาได้ยินแล้วทำหน้าเคร่งขรึมพร้อมพยักหน้าและกล่าวว่า “แล้วที่เ้าบอกเล่าเื่เหล่านี้มาให้ข้าฟังตั้งนานสองนาน นางมีประโยชน์อันใดกับเรารึ ลองบอกข้ามาหน่อยซิ?” หลิงหยวนได้ยินดังนั้นจึงยิ้มอย่างเ้าเลห์พร้อมบอกกับพ่อของตนว่า “ ท่านพ่ออ ท่านไม่ได้ยินที่ข้าบอกหรือ ว่า ตระกูลของนางมีคัมภีร์ของเทพโอสถอยู่ ถ้าเราได้มันมา ตระกูลของจะยิ่งใหญ่ไปถึงไหนกันล่ะ ฮี่ๆ ยิ่งกว่านั้น ข้าก็ไปสืบมาก็รู้ว่า เมียทั้ง 2 คน ของไป๋ห้าวกวน ไม่ถูกกัน หญิงที่มาจากตระกูลโดนหญิงสาวชาวบ้านวางยาพิษที่คนในเมืองหลวงไม่รู้จักจึงทำให้ร่างกายของหญิงจากตระกูลร่างกายอ่อนแอ ได้แต่นอนในห้องนอนตลอดเวลา จึงทำให้หญิงชาวบ้านขึ้นมาเป็ใหญ่ในตระกูลไป๋ ไป๋ห้าวกวนร่างกายก็ทรุดโทรมจากการทื่ดื่มเหล้ามากเกินไป ส่วนไป๋ห้าวเจิงอายุก็มากแล้ว ร่างกายก็เสื่อมไปตามกาลเวลาไม่อาจจะมาบริหารจัดการคนในบ้านได้ เลยได้แต่ไปอยู่จวนที่อยู่ลึกในตระกูลเพื่อเก็บตัว ยังไม่ออกมาจากจวนเลยขอรับ และถ้าหากข้าได้เป็เขยของตระกูลนี้ล่ะก็ ทุกสิ่งของตระกูลไป๋ก็เป็ของตระกูลหลิงของเราได้ไม่ยากเลยนะท่านพ่อ ท่านลองคิดดูสิขอรับ ฮี่ๆๆ“ เมื่อบุรุษชุดแดงเพลิงได้ยิน ก็ยิ้มอย่างภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้ บุรุษชุดแดงเพลิง เดินมาข้างหน้าบุตรตนเองพร้อมกับยกมือ 2 ข้าง ตบไหล่ และมองลูกชายคนเดียวของเขาและพูดอย่างอารมณ์ดีว่า “ ข้า หลิงหยาน ผู้นำตระกูลหลิงแห่งเมืองหลวง แคว้นเป่ยกวน ข้าภูมิใจที่มีลูกชายอย่างเ้า ช่างเป็สิ่งที่ข้าภูมิใจที่สุดในชีวิตของข้า อนาคตเ้าจะต้องเป็ผู้นำที่ยิ่งใหญ่กว่าข้าแน่นอน ฮ่าๆ ๆ ดีมาก ดีมากๆ เอาหล่ะ ลูกหยวน แผนการของเ้าถึงว่า เป็แผนที่ดีที่เดียว ใช้ตระกูลระดับกลางเหยียบขึ้นไปเพื่อให้เรามีอำนาจมากขึ้น บางทีตระกูลของเราอาจจะมีอำนาจทัดเทียมกับ 2 ตระกูลมหาอำนาจของแคว้นเป่ยกวนนี้ อย่างตระกูลถัง และตระกูลฉิน ก็ได้ ใครจะไปรู้ ใช่มั้ย ลูกรักของพ่อ ฮ่าๆๆ แต่เ้าต้องดำเนินการแผนนี้อย่างลับๆนะ นอกจากพวกเรา 2 คนแล้ว อย่าให้คนอื่นรู้แม้กระทั่งแม่ของเ้า หรือแม้แต่มู่เจินด้วยนะ ” พอหลิงหยวนได้ยินก็พยักหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับหัวเราะไปกับบิดาของตน”ได้ขอรับ หลิงหยวนรับทราบคำสั่งของท่านพ่อ หากแผนของเรามีความคืบหน้า ข้าจะคอยแจ้งให้ท่านทราบนะขอรับ เอ้อ... ใช่แล้วท่านพ่อ ตอนนี้เราไปฉลองกับแผนของเรากันดีกว่า ตอนนี้ท่านแม่คงจะเตรียมกับข้าวให้กับเรา 2 คน พ่อลูกแล้วล่ะ ขอรับ” หลิงหยานก็พยักหน้าพร้อมบอกลูกชายว่า“ ดีๆ เอาหล่ะ พวกเรา 2 คนพ่อลูกไปฉลองกันเถอะ ฉลองให้กับอนาคตของตระกูลเราที่จะได้ยิ่งใหญ่ขึ้นมา ฮ่าๆๆ..” ผู้เป็บิดาพูดจบทั้ง 2 พ่อลูกก็กอดคอกันออกจากห้องรับแขกเพื่อไปฉลองแผนการอันชั่วร้ายที่จะมีขึ้นในอีกไม่นานข้างหน้านี้แล้ว ......