ถังฉีไม่คิดว่าถังซานจางจะกระตือรือร้นถึงเพียงนี้
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าถังซานจางจะกังวลเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงไข่มุกอย่างมาก ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่กระตือรือร้นที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนางมากนัก
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งชื่อ 'เยว่ไหลเค่อ'
ถังซานจางเดินนำเข้าไป ทันทีที่เสี่ยวเอ้อร์เห็นเขาก็เข้ามาทักทายอย่างอบอุ่น
“ท่านถังซาน วันนี้พาญาติมาด้วยหรือขอรับ?”
เมื่อเห็นดังนั้น ถังฉีก็เดาได้ว่า ถังซานจางจะต้องแวะเวียนมาที่โรงเตี๊ยมเยว่ไหลเค่อบ่อย ๆ เป็แน่
"ฮ่าฮ่าฮ่า… พวกเขาเป็เพื่อนบ้านและเป็หุ้นส่วนของข้าเอง" ถังซานจางแนะนำพวกเขาอย่างเป็กันเอง
ถังฉีอดรู้สึกชื่นชมไม่ได้ ยากนักที่คนธรรมดาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ จะได้รับการให้เกียรติเช่นนี้
ตามคาด เมื่อเสี่ยวเอ้อร์ได้ยินดังนั้นก็มีความกระตือรือร้นมากขึ้นทันที
“ฉีเอ๋อร์ วันนี้อยากกินอะไรสั่งได้เลยนะ ลุงซานจางเป็เ้ามือให้เอง!”
ถังซานจางใส่ใจเด็กสาวในหมู่บ้านผู้นี้เป็อย่างดี ดังนั้นเมื่อนางบอกว่าอยากเพาะเลี้ยงหอยกาบ เขาจึงเข้าร่วมโดยไม่ลังเล
ใจหนึ่งเขาก็เชื่อใจผู้นำหมู่บ้าน และอีกใจหนึ่งเขาอยากเสี่ยงโชค!
ลงทุนไม่มาก แต่ผลกำไรที่จะเกิดขึ้นนั้นอาจมหาศาล!
"โอ้? ท่านอาถัง ไม่นึกว่าท่านจะมีหุ้นส่วนที่อายุน้อยถึงเพียงนี้!"
ชายหนุ่มวัยยี่สิบปีในชุดภูมิฐานเดินลงบันไดมา
ทันทีที่ถังฉีเห็นเขา ดวงตาของนางก็หรี่ลง
เพราะเขามีพลังงานสีม่วงที่แรงกล้าอยู่รอบ ๆ ศีรษะ!
คนผู้นี้เกิดมามีโชคชะตาที่มั่งคั่งและยิ่งใหญ่ นับเป็เื่ผิดปกติที่คนเช่นนี้จะปรากฏตัวในเมืองเล็ก ๆ อย่างเมืองชิงเหลียง
ยิ่งไปกว่านั้น ถังฉีบอกได้จากท่าทางของเขา ว่าดูเหมือนเขาจะไม่พอใจกับตัวตนที่เขาได้รับมาแต่กำเนิดจึงได้เลือกเดินในเส้นทางที่แตกต่าง จนบัดนี้ได้รับการยกย่องจากเหล่าผู้าุโ
คนเช่นนี้ ภายภาคหน้าจะต้องเปี่ยมด้วยอำนาจวาสนาอย่างแน่นอน!
ทันใดนั้น นางก็ได้ยินเสียงของถังซานจางร้องทัก “คุณชายฉี วันนี้บังเอิญจริง ๆ ที่ได้พบท่านที่นี่”
ถังซานจางรู้สึกประหลาดใจ
ชายหนุ่มที่รู้จักในนามคุณชายฉีค่อย ๆ เดินลงบันไดและมานั่งข้าง ๆ พวกเขา
ถังฉีซึ่งดูซีดเซียวและผอมแห้งกลายเป็จุดสนใจของเขาทันที
ถังฉีเลิกคิ้ว ชายหนุ่มผู้นี้มีรัศมีอันเยือกเย็น กลิ่นอายรอบกายเขาหาใช่สิ่งที่เขตอำนาจเล็ก ๆ จะสามารถต่อกรได้
บุคคลที่โดดเด่นเช่นนี้เป็ใครกันแน่?
"ฮ่าฮ่าฮ่า… โส่วเหริน ฉีเอ๋อร์ ข้าจะแนะนำให้รู้จัก ท่านนี้คือเ้าของ 'ร้านขายยาจี้ซื่อ' ในตัวเมือง ทั้งยังเป็เถ้าแก่น้อยของโรงเตี๊ยมแห่งนี้อีกด้วย ธัญพืชส่วนใหญ่จากไร่นาของข้าก็ขายให้กับคุณชายฉีนี่แหละ!"
ถังฉีเข้าใจความสัมพันธ์ของคนทั้งสองแล้ว
"นำอาหารที่ดีที่สุดในครัวมา ลงบัญชีเก็บเงินในชื่อข้า" ฉีเซิ่งกล่าว ไม่อาจไม่เข้าใจได้เลยว่าเหตุใดวันนี้เขาถึงใจกว้างเช่นนี้
ได้ยินคำสั่งของเถ้าแก่น้อย เสี่ยวเอ้อร์ก็วิ่งไปที่ห้องครัวจนถังซานจางไม่อาจห้ามเขาได้ทันเวลา
ถังฉีเฝ้าสังเกตฉีเซิ่ง และในเวลาเดียวกัน ฉีเซิ่งก็สังเกตถังฉีอย่างเงียบ ๆ เช่นกัน
เขาสังเกตเห็นนางทันทีที่เดินเข้ามา
เสื้อผ้าที่นางสวมใส่เป็แบบที่หาซื้อได้ง่ายในร้านขายผ้าทั่วไป
ทว่าใบหน้าที่บอบบางและซีดเซียวของนางบ่งบอกถึงชีวิตอันลำบากยากแค้นอย่างชัดเจน
นี่อาจเป็ครั้งแรกของนางในร้านอาหารเช่นนี้
ทว่าวี่แววของความประหม่าหรือตื่นตาตื่นใจบนสีหน้าของเด็กสาวชาวบ้านทั่วไปที่ควรจะมี กลับแทนที่ด้วยความมั่นใจ ไม่แยแสต่อสิ่งใด ราวกับว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของนาง จนแทบจะทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปจากนางได้
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ฉีเซิ่งยิ่งกระตือรือร้นที่จะทำความรู้จักกับนางมากเป็พิเศษ
“คุณชายฉี” ถังฉีทักทายเขาอย่างเป็มิตร นางเผลอยื่นมือขวาออกไป
"หืม?"
ผู้คนรอบข้างไม่เข้าใจท่าทางของนาง และถังฉีก็รีบชักมือกลับ
“ฉีเอ๋อร์ ปีนี้เ้าอายุสิบสามปีใช่หรือไม่?” ถังโส่วเหรินมองถังฉีด้วยความกังวล กล่าวกันว่าหญิงสาวและชายหนุ่มไม่ควรนั่งด้วยกันหลังจากอายุเก้าขวบ โดยเฉพาะกับคุณชายฉีซึ่งเป็คนนอก
"ฮ่าฮ่าฮ่า... ผู้น้อยแซ่ฉียินดีที่ได้พบท่านอาถัง ข้าคิดว่าแม่นางน้อยถังอายุเพียงแปดหรือเก้าขวบเท่านั้น ข้าคงต้องขอตัวแล้ว!" ฉีเซิ่งจากไปด้วยความเฉียบแหลมในสถานการณ์
ถังซานจางเผยอปากแต่ก็ไม่ได้รั้งเขาไว้
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ถังโส่วเหรินกล่าวนั้นถูกต้อง ตัวเขาเองก็มีบุตรสาวคนหนึ่ง ย่อมรู้ดีว่าเื่นี้ไม่ดีต่อชื่อเสียงของเด็กผู้หญิง
ถังฉีนิ่งงัน นางปรารถนาจะอยู่ห่างจากคนเช่นนี้อยู่แล้ว!
ในไม่ช้า เสี่ยวเอ้อร์ก็นำอาหารจานแล้วจานเล่ามาที่โต๊ะของพวกเขา
“ฉีเอ๋อร์ กินเท่าไรก็ได้ หากไม่พอลุงจะสั่งเพิ่ม!” ถังซานจางกล่าว
“ขอบคุณท่านลุงซานจางเ้าค่ะ”
ถังฉีไม่เกรงใจ ั้แ่มาโลกนี้นางยังไม่เคยกินอาหารนอกบ้านเลยสักครั้ง ดังนั้นจึงเป็โอกาสดีที่จะได้ลองชิมอาหารอันโอชะในยุคนี้
"ฉีเอ๋อร์ ร้านนี้เป็หนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในเมืองชิงเหลียง หลายคนมาที่นี่เพื่อกินหัวปลาจานเด็ด เ้าลองชิมดูสิ!" ถังซานจางกล่าวพลางคีบหัวปลาเนื้อนุ่มลงในชามของถังฉี
ถังฉีลองชิม หัวปลามีกลิ่นหอม แต่ก็ผสมกับความขมเล็กน้อย
ความขมนี้ลดคุณภาพของหัวปลาจานเด็ดลงไปหลายส่วน!
ขณะชิม ถังฉีก็เลิกคิ้วขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
จากนั้น นางก็ใช้ช้อนตักน้ำแกงปลาใส่ชามแล้วชิม
น้ำแกงเข้มข้นและมีกลิ่นหอม แต่กลับมีความขมเล็กน้อยที่ไม่ได้มาจากดีของปลาแตก
"น้ำแกงปลารสชาติดีจริง ๆ แต่กลับมีรสขมเล็กน้อย... อาจเป็เพราะเกลือ" ถังฉีคิด เกลือในโลกนี้ไม่เหมือนเกลือขาวละเอียดในยุคสมัยหลัง ๆ
นางใช้เกลือจากห้วงมิติ ดังนั้นนางจึงไม่เคยพบปัญหานี้
ที่มุมห้อง ฉีเซิ่งฟังการสนทนาของพวกเขาอย่างตั้งใจ คิ้วกระบี่เลิกขึ้น
เกลือที่คนธรรมดาใช้เทียบไม่ได้กับเกลือที่ใช้ในวังอย่างแน่นอน
แต่โดยปกติแล้ว คนที่กินเกลือเช่นนี้มาั้แ่เกิด ย่อมไม่สามารถบอกความแตกต่างได้
แม่นางน้อยถังผู้นี้ผิดแผกจากคนอื่นจริง ๆ
จากนั้น ถังฉีก็ลองชิมอาหารอื่น ๆ แต่เกลือก็ส่งผลต่อคุณภาพอาหารเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ถังซานจางและถังโส่วเหรินซึ่งกินอยู่ข้าง ๆ กลับเพลิดเพลินกับอาหารโดยไม่สนใจปัญหาเื่เกลือเลย
ทันใดนั้น ถังฉีก็หันศีรษะ และเห็นฉีเซิ่งซึ่งกำลังมองนางอย่างครุ่นคิดพอดี
ความคิดหนึ่งผุดวาบขึ้นในใจ …นางพบวิธีหาเงินอีกทางหนึ่งแล้ว!
นางมีเกลือจำนวนมากอยู่ในห้วงมิติ!
นอกจากนี้ นางยังรู้วิธีการผลิตเกลือด้วย หากนางสามารถร่วมมือกับฉีเซิ่งได้ ผลกำไรของนางก็เรียกได้ว่า 'ไร้ที่สิ้นสุด'
แต่นางไม่รู้ว่าเขาจะมีความสามารถเพียงพอหรือไม่
ไม่ว่าในยุคสมัยใด เกลือมักเป็สิ่งที่ทางการควบคุมอย่างเข้มงวดเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยโบราณที่การค้าเกลือของคนทั่วไปถือเป็ความผิดร้ายแรง
หลังจากนั้นไม่นาน ถังซานจางและถังโส่วเหรินก็กินอาหารจนอิ่มท้อง
ขณะที่พวกเขากำลังเตรียมตัวออกเดินทางและกล่าวคำอำลา ฉีเซิ่งก็เดินออกมาจากมุมห้อง...
******************