พี่เขยที่(เคย)ห้ามรัก (จบแล้ว)

    บทที่ 11 แม่ค้าขนมหวานมาแล้วจ้า + ผู้เปิดงาน

     แม่ค้าขนมหวานมาแล้วจ้า + ผู้เปิดงาน



    “เฮง ๆ เพี๊ยงง”

    “วันนี้วันแรก ขอให้ขายดีเทน้ำเทท่าเลย คนเก่ง”

    พี่ปันลูบหัวให้กำลังใจฉันอย่างเคย เวลาที่ฉันตัดสินใจหรือจะทำอะไรเป็๞ครั้งแรก พี่ปันจะเป็๞คนที่คอยให้กำลังใจรวมถึงให้คำแนะนำที่ดีเสมอมา ถึงแม้เขาจะไม่ได้เข้ามาช่วยอย่างเต็มตัวด้วยอาชีพการงาน แต่พลังใจดี ๆ ที่ไม่เคยห่างนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ฉันมั่นใจทุกครั้ง และกล้าที่จะเป็๞ตัวเองได้เต็มที่

    “ขอบคุณค่ะ แล้วก็ขอบคุณที่หาผู้ช่วยมาให้แพร ไม่งั้นไม่ทันแน่ แถมยังต้องยกต้องขายอีกหลายอย่างเลย”

    “หนูทำได้อยู่แล้ว” มือหนานั้นโยกหัวฉันอย่างเอ็นดู

    “อื้มมม” ฉันยิ้มตอบอย่างขอบคุณ

     

    “ไปกันเถอะนุ๊ก” ฉันเรียกน้องที่จะมาเป็๲ผู้ช่วยวันนี้

    หลังจากที่ร่ำลาพี่ปันกันแล้ว ฉันก็หันไปเตรียมความดูแลความเรียบร้อยขนมต่าง ๆ ที่ตัวเองได้ทำไว้และยกของขึ้นรถ พร้อมกันพยักหน้าส่งซิกให้ผู้ช่วยคนใหม่ที่พี่ปันจัดมาให้

    น้องนุ๊ก น้องนักเรียนแถวบ้านนี่แหละที่ปิดเทอมอยากหารายได้พิเศษ ฉันเลยชวนมาช่วยหัดทำขนมและจะไปเป็๲ลูกมือในการขาย

    บุคลิกรวมทั้งหน้าตาอันจิ้มลิ้มของสาววัยแย้มใส ดีกรีนักขายเพราะน้องชอบไลฟ์ขายของหารายได้เสริมอยู่แล้ว หวังว่าจะเรียกลูกค้าทั้งเด็กวัยรุ่นหรือวัยไหน ๆ ให้มาสนใจขนมเราได้บ้างละมั้ง อย่างน้อยก็ดีกว่าฉันต้องยืนขายคนเดียว ยิ้มแห้งแล้วแห้งอีก เขินกับความเป็๞แม่ค้ามือใหม่จนไม่กล้าขาย

    “โห นี่เราได้บูธข้างเวทีเปิดงานเลยอะพี่แพร”

    น้ำเสียงตื่นเต้นของนุ๊กทำฉันเริ่มจะตื่นเต้นขึ้นมาบ้างเหมือนกัน เมื่อร้านของเราตั้งเด่นหราอยู่ใกล้กับเวทีเอามาก ๆ อย่างคำที่พี่จี๊ดเคยเคลมเอาไว้อย่างนั้น

    “นั่นสิ” ฉันพยักหน้ารับเห็นด้วย ไม่คิดว่าพี่จี๊ดจะให้เราได้เบอร์นี้

    “เส้นใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย บูธใกล้งานหลักอย่างนี้ยอดขายปังแน่เลย”

    “หวังว่าจะเป็๲อย่างนั้นนะ พี่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะต้องขนาดนี้ ตื่นเต้นชะมัด”

    ฉันจัดขนมหน้าร้านไปมืองก็พลางเปียกชื้นไปด้วยหัวใจที่เต้นตึกตัก เสียงดนตรีที่เคล้าดังไม่หยุด มันดังขึ้นให้ได้ยินเป็๞ระยะ พร้อมกับพิธีกรคุ้นตาที่กำลังกล่าวเพื่อเปิดงานไปพลาง ๆ

    พี่จี๊ดนั่นเอง ดูเหมือนว่าจะเป็๲พิธีกรหลักประจำงานนี้จริงแฮะ

     

    “ไม่ต้องตื่นเต้นพี่แพร มีหนูทั้งคน”

    มือของฉันที่เริ่มจะจัดสั่นไปหมด จนยัยนุ๊กสังเกตเห็นและเข้ามากุมมือฉันเอาไว้ให้ฉันใจไม่ห่าง พร้อมกับรอยยิ้มกว้างอันน่ารักส่งมาให้

    ไม่รู้ทำไมมันมีความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก อาจจะเพราะไม่เคยออกงานใหญ่ขนาดนี้มาก่อนละมั้ง

    “จ้า แม่คนเก่ง”

    “แน่นอนอยู่แล้ว”

    “ป่ะ ๆ ช่วยกันจัดเถอะ เดี๋ยวไม่ทัน”

    “ค่าาา คุณเ๽้านายขาาา”

     

    “โห…น่ากินกว่าตอนอยู่หน้าบ้านสิบเท่า”

    ขนมหลากหลายถาดเรียงรายกันเด่นสีสันสวยงาม วันนี้ฉันยกมาทั้งขนมโบราณและร่วมสมัยหลากหลายชนิดเลยทีเดียว พอดูรวม ๆ พร้อมกับถาดใบตองที่เรียงสวยในโตกทรงกลม หน้าตาขนมเลยออกมาทั้งน่าชม น่ากิน อย่างที่ฉันและยัยนุ๊กอดออกปากชื่นชมในฝีมือการทำและการจัดร้านของตัวเองไม่ได้

    “มันดีใช่ไหมเนี่ย”

    “ดีสิ ทำไมจะไม่ดี ฝีมือหนูด้วยเหมือนกัน” เ๯้าตัวยกยอตัวเองซะใหญ่โต

    “จริงสิเนอะ สวยได้เพราะนุ๊กเลยน้าาา”

    “ก็คนมันสวย”

    เอ้อ ท่าทางเลิศ มั่นใจไม่กลัว ทั้งน่าหมั่นไส้ทั้งน่าเอ็นดูขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่นุ๊ก ใครมันจะไปทำได้เล่า

    “ขนมไทย ขนมหวาน จากแม่ค้าแสนหว๊านหวาน อร่อย ๆ มาแล้วจ้า”

    พอจัดขนมเสร็จแล้วก็พอดิบพอดีกับ๰่๥๹เวลาที่ผู้คนเริ่มเดินมาชมสินค้าหลากหลายในงาน และได้เวลาจับจ่ายกันเต็มที่ นุ๊กที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มพิมพ์ใจ ก็เริ่มทำหน้าที่แม่ค้าได้เป็๲อย่างดี แทบไม่มีข้อบกพร่อง

    คิดไม่ผิดเลยที่ให้นุ๊กมาช่วยขาย เพราะบรรดาหนุ่มวัยใส หรือแม้แต่แม่ป้า ตายาย ก็เริ่มเข้ามามุงเข้ามาสนใจ ตามเสียงเรียกลูกค้าหวานพิมพ์ใจกับรอยยิ้มจิ้มลิ้มที่ทำให้ละลายกันทั้งนั้น

    “มีหลายเมนูเลยนะจ๊ะ แม่ ๆ อร่อยม้ากก”

     

    “นั่นพี่ปัน พี่ปันหรือเปล่าพี่แพร”

    สายตายัยนุ๊กมองไปยังเวทีที่มีพิธีกรและผู้ชายที่ใส่ชุดไทยสวยงามคู่กัน เมื่อเห็นผู้ชายหน้าคุ้นตานุ๊กก็หันมาสะกิดฉันให้มอง

    “จริงด้วย พี่ปันนี่หน่า ไม่เห็นบอกว่าจะมา”

    “อ้าว ก็พี่ปันเป็๞คนเปิดงานวันนี้ จะไม่มาได้ไง ใคร ๆ ก็รู้กันทั้งนั้น”

    “เหรอ พี่ไม่รู้เลย” ฉันเอาแต่พูดเบาในลำคอ

    “พี่เป็๞เมียไม่รู้ได้ไงกัน” นุ๊กพูดอย่างพึมพำ น้ำเสียงตำหนิเล็กน้อย

    “บ้า!”

    หน้าฉันขึ้นสีแดงเล็กน้อย ต่อให้ยัยนุ๊กจะรู้สถานะของเราทั้งคู่อยู่แล้ว เพราะเข้าออกบ้านและช่วยทำขนมอยู่ทั้งวันอย่างนั้น แต่ความสัมพันธ์ของฉันกับพี่ปันก็ถือว่ามันยังค่อนข้างจะไม่เป็๞ทางการเท่าไหร่

     

    “แต่หล่อเนอะ พี่ปันน่ะ ยิ่งใส่ชุดไทย เปิดหน้าผากแบบนี้”

    “อะ อื้มม” ฉันมองไปยังเขาก็ได้แต่ยิ้มเขินในใจเบา ๆ ไม่เคยลุคนี้ของเขาเหมือนกันแฮะ

    “เสียดายอ่าา พี่แพรแซ่บไปซะก่อน อดเลย”

    “ยัยนี่”

    “ยัยพิธีกรสวยเนอะ แต่ต้องเบียดคนเปิดงานอะไรขนาดนั้นวะ นมแทบจะถูแขนพี่ปันแล้ว” เสียงนุ๊กเหมือนจะเริ่มมีน้ำโห จิ๊จ๊ะข้างหูฉันไม่ห่าง

    คนทั้งคู่เริ่มเดินมาชิมร้านรวงต่าง ๆ ในงานอย่างค่อยเป็๲ค่อยไปทีละซุ้ม ตามหน้าที่

    “คนมันเยอะ ละมั้ง”

    สติของฉันที่เลื่อนลอยพยายามมองตามคำพูดนุ๊กเป็๲บางที มือก็ง่วนกับการขายขนมให้กับลูกค้าหน้าร้าน และพยายามบอกกับตัวเองว่าคงไม่มีอะไร

    จังหวะที่ผู้คนเริ่มเยอะขึ้นและมุงกันจนเบียดกันเต็มทางเดิน พี่จี๊ดและพี่ปันคงถูกดันจนชนกันแหละมั้ง

    “ไม่อะ พี่แพรดู มันตั้งใจอ่อยพี่ปันชัด ๆ”

    “ไม่มั้ง คงสนิทกันเห็นว่าทำงานด้วยกันนะ” ฉันได้แต่ส่ายหัวกับคำของนุ๊ก แต่สายตาก็เริ่มจะสนใจตามคำว่าของน้องมันไม่วางตา

    “อยากได้พี่ปันชัวร์”

     

    “ดูมันป้อนพี่ปันสิ” นุ๊กแทบจะกรีดร้องแทนฉันไปหมดแล้ว

    “ช่างเขาเถอะหน่า ขายของเราเถอะ” ขณะที่ฉันทำเป็๞ไม่สนใจ แต่ลึก ๆ ข้างในใจมันเต้นตุบ

    “ก็คนไปมุงตรงที่พี่ปันกับยัยนั่นหมดแล้วนี่”

    “จริงด้วย”

    จากแรกเดิมทีคนก็อยู่หน้าร้านของเราเยอะพอสมควร พอที่จะขายได้แต่ไม่มากนัก จนตอนนี้จุดสนใจทั้งหมดทุกสายตาไปอยู่ที่พิธีกรกับปลัดหน้าหล่อที่กำลังหยอกล้อกันอยู่ระหว่างการเดินชิม แถมยังมีพยานด้วยการไลฟ์ลงเพจประจำอำเภอของเราอีกด้วย

    แม่ยกที่ชอบพอพี่ปันก็มีอยู่มาก แถมท่าทางที่ดูจะสนิทสนมจนออกนอกหน้าของพี่จี๊ด รวมทั้งเสียงกรี๊ดเสียงฟินเพราะกองเชียร์ที่กำลังรายล้อมคนทั้งคู่ไม่ห่าง

    ทำในใจฉันรู้สึกตะหงิดซะเผลอคิ้วขมวดไม่รู้ตัว

    ยัยพี่จี๊ดมีหน้าม้ามาคอยเชียร์ด้วยหรือไงกัน

     

    “ยัยพิธีกรกะพี่ปันมาทางเราแล้วพี่แพร เอาไงดี ๆ”

    ไม่ทันให้ฉันได้คิดกระตุกจิตซะเพลิน นุ๊กที่ท่าทางเลิ่กลั่ก สะกิดแขนฉันยิก ๆ เมื่อเห็นว่าพี่จี๊ดกับพี่ปันกำลังเดินมุ่งหน้ามาจะถึงร้านเราอีกเพียงไม่กี่วิ

    “ขายของสิยะ” แต่แม่ค้าที่ดี ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ถึงที่สุดใช่ไหมล่ะ

    “ได้ค่าาา”