แม่ค้าขนมหวานมาแล้วจ้า + ผู้เปิดงาน
“เฮง ๆ เพี๊ยงง”
“วันนี้วันแรก ขอให้ขายดีเทน้ำเทท่าเลย คนเก่ง”
พี่ปันลูบหัวให้กำลังใจฉันอย่างเคย เวลาที่ฉันตัดสินใจหรือจะทำอะไรเป็ครั้งแรก พี่ปันจะเป็คนที่คอยให้กำลังใจรวมถึงให้คำแนะนำที่ดีเสมอมา ถึงแม้เขาจะไม่ได้เข้ามาช่วยอย่างเต็มตัวด้วยอาชีพการงาน แต่พลังใจดี ๆ ที่ไม่เคยห่างนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ฉันมั่นใจทุกครั้ง และกล้าที่จะเป็ตัวเองได้เต็มที่
“ขอบคุณค่ะ แล้วก็ขอบคุณที่หาผู้ช่วยมาให้แพร ไม่งั้นไม่ทันแน่ แถมยังต้องยกต้องขายอีกหลายอย่างเลย”
“หนูทำได้อยู่แล้ว” มือหนานั้นโยกหัวฉันอย่างเอ็นดู
“อื้มมม” ฉันยิ้มตอบอย่างขอบคุณ
“ไปกันเถอะนุ๊ก” ฉันเรียกน้องที่จะมาเป็ผู้ช่วยวันนี้
หลังจากที่ร่ำลาพี่ปันกันแล้ว ฉันก็หันไปเตรียมความดูแลความเรียบร้อยขนมต่าง ๆ ที่ตัวเองได้ทำไว้และยกของขึ้นรถ พร้อมกันพยักหน้าส่งซิกให้ผู้ช่วยคนใหม่ที่พี่ปันจัดมาให้
น้องนุ๊ก น้องนักเรียนแถวบ้านนี่แหละที่ปิดเทอมอยากหารายได้พิเศษ ฉันเลยชวนมาช่วยหัดทำขนมและจะไปเป็ลูกมือในการขาย
บุคลิกรวมทั้งหน้าตาอันจิ้มลิ้มของสาววัยแย้มใส ดีกรีนักขายเพราะน้องชอบไลฟ์ขายของหารายได้เสริมอยู่แล้ว หวังว่าจะเรียกลูกค้าทั้งเด็กวัยรุ่นหรือวัยไหน ๆ ให้มาสนใจขนมเราได้บ้างละมั้ง อย่างน้อยก็ดีกว่าฉันต้องยืนขายคนเดียว ยิ้มแห้งแล้วแห้งอีก เขินกับความเป็แม่ค้ามือใหม่จนไม่กล้าขาย
“โห นี่เราได้บูธข้างเวทีเปิดงานเลยอะพี่แพร”
น้ำเสียงตื่นเต้นของนุ๊กทำฉันเริ่มจะตื่นเต้นขึ้นมาบ้างเหมือนกัน เมื่อร้านของเราตั้งเด่นหราอยู่ใกล้กับเวทีเอามาก ๆ อย่างคำที่พี่จี๊ดเคยเคลมเอาไว้อย่างนั้น
“นั่นสิ” ฉันพยักหน้ารับเห็นด้วย ไม่คิดว่าพี่จี๊ดจะให้เราได้เบอร์นี้
“เส้นใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย บูธใกล้งานหลักอย่างนี้ยอดขายปังแน่เลย”
“หวังว่าจะเป็อย่างนั้นนะ พี่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะต้องขนาดนี้ ตื่นเต้นชะมัด”
ฉันจัดขนมหน้าร้านไปมืองก็พลางเปียกชื้นไปด้วยหัวใจที่เต้นตึกตัก เสียงดนตรีที่เคล้าดังไม่หยุด มันดังขึ้นให้ได้ยินเป็ระยะ พร้อมกับพิธีกรคุ้นตาที่กำลังกล่าวเพื่อเปิดงานไปพลาง ๆ
พี่จี๊ดนั่นเอง ดูเหมือนว่าจะเป็พิธีกรหลักประจำงานนี้จริงแฮะ
“ไม่ต้องตื่นเต้นพี่แพร มีหนูทั้งคน”
มือของฉันที่เริ่มจะจัดสั่นไปหมด จนยัยนุ๊กสังเกตเห็นและเข้ามากุมมือฉันเอาไว้ให้ฉันใจไม่ห่าง พร้อมกับรอยยิ้มกว้างอันน่ารักส่งมาให้
ไม่รู้ทำไมมันมีความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก อาจจะเพราะไม่เคยออกงานใหญ่ขนาดนี้มาก่อนละมั้ง
“จ้า แม่คนเก่ง”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
“ป่ะ ๆ ช่วยกันจัดเถอะ เดี๋ยวไม่ทัน”
“ค่าาา คุณเ้านายขาาา”
“โห…น่ากินกว่าตอนอยู่หน้าบ้านสิบเท่า”
ขนมหลากหลายถาดเรียงรายกันเด่นสีสันสวยงาม วันนี้ฉันยกมาทั้งขนมโบราณและร่วมสมัยหลากหลายชนิดเลยทีเดียว พอดูรวม ๆ พร้อมกับถาดใบตองที่เรียงสวยในโตกทรงกลม หน้าตาขนมเลยออกมาทั้งน่าชม น่ากิน อย่างที่ฉันและยัยนุ๊กอดออกปากชื่นชมในฝีมือการทำและการจัดร้านของตัวเองไม่ได้
“มันดีใช่ไหมเนี่ย”
“ดีสิ ทำไมจะไม่ดี ฝีมือหนูด้วยเหมือนกัน” เ้าตัวยกยอตัวเองซะใหญ่โต
“จริงสิเนอะ สวยได้เพราะนุ๊กเลยน้าาา”
“ก็คนมันสวย”
เอ้อ ท่าทางเลิศ มั่นใจไม่กลัว ทั้งน่าหมั่นไส้ทั้งน่าเอ็นดูขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่นุ๊ก ใครมันจะไปทำได้เล่า
“ขนมไทย ขนมหวาน จากแม่ค้าแสนหว๊านหวาน อร่อย ๆ มาแล้วจ้า”
พอจัดขนมเสร็จแล้วก็พอดิบพอดีกับ่เวลาที่ผู้คนเริ่มเดินมาชมสินค้าหลากหลายในงาน และได้เวลาจับจ่ายกันเต็มที่ นุ๊กที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มพิมพ์ใจ ก็เริ่มทำหน้าที่แม่ค้าได้เป็อย่างดี แทบไม่มีข้อบกพร่อง
คิดไม่ผิดเลยที่ให้นุ๊กมาช่วยขาย เพราะบรรดาหนุ่มวัยใส หรือแม้แต่แม่ป้า ตายาย ก็เริ่มเข้ามามุงเข้ามาสนใจ ตามเสียงเรียกลูกค้าหวานพิมพ์ใจกับรอยยิ้มจิ้มลิ้มที่ทำให้ละลายกันทั้งนั้น
“มีหลายเมนูเลยนะจ๊ะ แม่ ๆ อร่อยม้ากก”
“นั่นพี่ปัน พี่ปันหรือเปล่าพี่แพร”
สายตายัยนุ๊กมองไปยังเวทีที่มีพิธีกรและผู้ชายที่ใส่ชุดไทยสวยงามคู่กัน เมื่อเห็นผู้ชายหน้าคุ้นตานุ๊กก็หันมาสะกิดฉันให้มอง
“จริงด้วย พี่ปันนี่หน่า ไม่เห็นบอกว่าจะมา”
“อ้าว ก็พี่ปันเป็คนเปิดงานวันนี้ จะไม่มาได้ไง ใคร ๆ ก็รู้กันทั้งนั้น”
“เหรอ พี่ไม่รู้เลย” ฉันเอาแต่พูดเบาในลำคอ
“พี่เป็เมียไม่รู้ได้ไงกัน” นุ๊กพูดอย่างพึมพำ น้ำเสียงตำหนิเล็กน้อย
“บ้า!”
หน้าฉันขึ้นสีแดงเล็กน้อย ต่อให้ยัยนุ๊กจะรู้สถานะของเราทั้งคู่อยู่แล้ว เพราะเข้าออกบ้านและช่วยทำขนมอยู่ทั้งวันอย่างนั้น แต่ความสัมพันธ์ของฉันกับพี่ปันก็ถือว่ามันยังค่อนข้างจะไม่เป็ทางการเท่าไหร่
“แต่หล่อเนอะ พี่ปันน่ะ ยิ่งใส่ชุดไทย เปิดหน้าผากแบบนี้”
“อะ อื้มม” ฉันมองไปยังเขาก็ได้แต่ยิ้มเขินในใจเบา ๆ ไม่เคยลุคนี้ของเขาเหมือนกันแฮะ
“เสียดายอ่าา พี่แพรแซ่บไปซะก่อน อดเลย”
“ยัยนี่”
“ยัยพิธีกรสวยเนอะ แต่ต้องเบียดคนเปิดงานอะไรขนาดนั้นวะ นมแทบจะถูแขนพี่ปันแล้ว” เสียงนุ๊กเหมือนจะเริ่มมีน้ำโห จิ๊จ๊ะข้างหูฉันไม่ห่าง
คนทั้งคู่เริ่มเดินมาชิมร้านรวงต่าง ๆ ในงานอย่างค่อยเป็ค่อยไปทีละซุ้ม ตามหน้าที่
“คนมันเยอะ ละมั้ง”
สติของฉันที่เลื่อนลอยพยายามมองตามคำพูดนุ๊กเป็บางที มือก็ง่วนกับการขายขนมให้กับลูกค้าหน้าร้าน และพยายามบอกกับตัวเองว่าคงไม่มีอะไร
จังหวะที่ผู้คนเริ่มเยอะขึ้นและมุงกันจนเบียดกันเต็มทางเดิน พี่จี๊ดและพี่ปันคงถูกดันจนชนกันแหละมั้ง
“ไม่อะ พี่แพรดู มันตั้งใจอ่อยพี่ปันชัด ๆ”
“ไม่มั้ง คงสนิทกันเห็นว่าทำงานด้วยกันนะ” ฉันได้แต่ส่ายหัวกับคำของนุ๊ก แต่สายตาก็เริ่มจะสนใจตามคำว่าของน้องมันไม่วางตา
“อยากได้พี่ปันชัวร์”
“ดูมันป้อนพี่ปันสิ” นุ๊กแทบจะกรีดร้องแทนฉันไปหมดแล้ว
“ช่างเขาเถอะหน่า ขายของเราเถอะ” ขณะที่ฉันทำเป็ไม่สนใจ แต่ลึก ๆ ข้างในใจมันเต้นตุบ
“ก็คนไปมุงตรงที่พี่ปันกับยัยนั่นหมดแล้วนี่”
“จริงด้วย”
จากแรกเดิมทีคนก็อยู่หน้าร้านของเราเยอะพอสมควร พอที่จะขายได้แต่ไม่มากนัก จนตอนนี้จุดสนใจทั้งหมดทุกสายตาไปอยู่ที่พิธีกรกับปลัดหน้าหล่อที่กำลังหยอกล้อกันอยู่ระหว่างการเดินชิม แถมยังมีพยานด้วยการไลฟ์ลงเพจประจำอำเภอของเราอีกด้วย
แม่ยกที่ชอบพอพี่ปันก็มีอยู่มาก แถมท่าทางที่ดูจะสนิทสนมจนออกนอกหน้าของพี่จี๊ด รวมทั้งเสียงกรี๊ดเสียงฟินเพราะกองเชียร์ที่กำลังรายล้อมคนทั้งคู่ไม่ห่าง
ทำในใจฉันรู้สึกตะหงิดซะเผลอคิ้วขมวดไม่รู้ตัว
ยัยพี่จี๊ดมีหน้าม้ามาคอยเชียร์ด้วยหรือไงกัน
“ยัยพิธีกรกะพี่ปันมาทางเราแล้วพี่แพร เอาไงดี ๆ”
ไม่ทันให้ฉันได้คิดกระตุกจิตซะเพลิน นุ๊กที่ท่าทางเลิ่กลั่ก สะกิดแขนฉันยิก ๆ เมื่อเห็นว่าพี่จี๊ดกับพี่ปันกำลังเดินมุ่งหน้ามาจะถึงร้านเราอีกเพียงไม่กี่วิ
“ขายของสิยะ” แต่แม่ค้าที่ดี ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ถึงที่สุดใช่ไหมล่ะ
“ได้ค่าาา”