ปลายผมยาวปลิวบางเบาแว่นกันแดดยังอยู่บนนั้น และรอยยิ้มจางๆบนริมฝีปากก็บอกว่าเธอรู้ว่าตัวเองกำลังทำให้ใครบางคนใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
“พี่รตี…” พีชหายใจแผ่วมือที่ถือโทรศัพท์หยุดนิ่ง
แล้วนัทพงษ์ก็ตามออกมาช้าๆ เขาใส่เสื้อยืดบางพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นสีเข้มเขาหยุดชะงักทันทีที่เห็นมารตีอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเขาร้อนวูบเหมือนโดนแดดเผา
มารตีหันมาเจอเขาในจังหวะนั้นพอดีจึงเอ่ยแซว “โอ้โห นัทพงษ์ แต่งตัวพร้อมเลยนะเนี่ย จะไปเดินเที่ยวหรือเตรียมตัวจะลงทะเลกันแน่?”
“ครับ...คือ...ผม...” นัทพงษ์พูดไม่ออกได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ สายตาหลุบต่ำไม่กล้ามองตรงๆ
“เอ้า อย่าทำหน้าตื่นไปหน่อยเลยฉันก็ใส่เหมือนคนอื่นนั่นแหละ” มารตีหัวเราะเบาๆ “นี่ทะเลนะนัทพงษ์ไม่ใช่ห้องประชุม”
พีชยิ้มเอ็นดูพลางตบบ่านัทพงษ์“ผ่อนคลายหน่อยพ่อหนุ่ม ปล่อยใจตามลมทะเล เดี๋ยวพี่รตี จะพาไปเดินเล่นรับรองลืมเอกสารการประชุมแน่ๆ”
มารตีก้าวเข้าไปใกล้นัทพงษ์แล้วกระซิบเบาๆ ข้างหู “เวลาเดินไปกับพี่…เธออย่าหวั่นไหวง่ายเกินไปล่ะเดี๋ยวหลุดหมด”
เสียงหัวเราะของพีชดังแว่วไปไกลขณะที่ทั้งสามคนยืนเรียงกันกลางแสงเย็น ของดวงอาทิตย์ยามใกล้ลับขอบฟ้า ไม่ห่างจากทะเลมากนักยังไม่มีใครรู้เลยว่า…ค่ำคืนนี้จะเปลี่ยนบางอย่างในใจของเด็กหนุ่มไปตลอดกาล
ลมทะเลเย็นพัดผ่านเส้นผมของมารตีในขณะที่เธอเดินออกจากตัวอาคารร่างสวยหันมองไปยังทะเลที่กว้างใหญ่ ภาพท้องฟ้าสีครามจางที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีส้มเมื่อพระอาทิตย์เริ่มตกดินริมชายหาดเต็มไปด้วยผู้คนที่เพลิดเพลินกับการเล่นน้ำหรือเพียงแค่นั่งชิลล์ใต้ร่มไม้
มารตีในชุดบิกินี่ทูพีซสีขาวสะอาดเดินช้าๆ ท่ามกลางแสงแดดที่ยามนี้มีเพียงความอบอุ่น ผ้านุ่มบางๆ คลุมทับช่วงขาเรียวยาวของเธอทำให้ทุกการขยับเคลื่อนไหวดูนุ่มนวลและเซ็กซี่อย่างไม่ตั้งใจการเดินของหญิงสาวเหมือนการเต้นรำในห้องลีลาศ เธอหยุดที่ริมหาดพิจารณาน้ำทะเลที่สะท้อนแสงเป็นประกายก่อนจะปลดผ้าคลุมทับเอวออกอย่างเรียบง่ายและทิ้งไว้บนพื้นทราย
เสียงของคลื่นทะเลดังอยู่ข้างๆ ตัวสายตาของใครหลายๆ คนที่อยู่รอบข้างไม่สามารถละจากร่างของมารตีได้เธอเป็นดั่งแม่เหล็กที่ดึงดูดทุกสายตาความงามของเธอนั้นล้นออกมาแม้แต่ในชุดว่ายน้ำแสนเรียบง่าย
แต่วันนี้ บิกินี่ทูพีซสีขาวเว้าสูงนั้นก็แทบจะไม่ปิดบังสิ่งใดที่มันควรจะซ่อนเลยแม้แต่น้อยเรือนร่างสวยงามของมารตีโดดเด่นในทุกมุมมอง ร่างบางเดินเชิดหน้าลงทะเลไปช้าๆ ไม่ต่างจากนางแบบกำลังเดินบนแคสวอล์คเสียงก้าวเดินในทรายฟังเหมือนสัญญาณของบางสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
นัทพงษ์มองภาพนั้นด้วยอาการที่ไม่สามารถควบคุมได้เขาแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังยืนนิ่งจ้องมองตามหลังมารตีไปโดยไม่อาจละสายตาได้สีหน้าเขาตึงเครียด เหมือนกำลังสู้รบกับบางสิ่งในใจ ทั้งๆ ที่มารตีกำลังเดินไปอย่างสบายใจแต่เขากลับรู้สึกเหมือนมีความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มเติบโตในตัวเอง
"พี่รตี... ระวังนะครับ" นัทพงษ์พูดออกไปเบาๆแต่คำพูดนั้นก็เหมือนจะหลุดออกไปโดยไม่ทันได้คิด เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนความรู้สึกหวงเริ่มเข้ามาในใจ แต่ก็ยังคงไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร
พีชที่ยืนข้างๆมองเห็นความเครียดที่แผ่กระจายออกจากนัทพงษ์ พีชยิ้มอย่างรู้ทัน "สงสัย นายจะเริ่มหวงแล้วละซิ"พีชพูดพลางแอบยิ้ม นัยน์ตาคมของเธอมองไปยังมารตีที่กำลังเดินลงสู่ทะเล ร่างส่วนหนึ่งค่อยๆจมหายไปจากการมองเห็นของพวกเขา
“อะไรนะ พี่รตีเหรอ?” นัทพงษ์หันมาถามอย่างไม่เข้าใจ
“เฮ้อ... ไม่ต้องทำหน้าตื่นหรอกนัทพงษ์ดูแลตัวเองดีกว่า พี่รตีไม่ต้องการคนหวงอะไรหรอก แต่ก็นะ...”พีชพูดพร้อมกับยิ้มรู้ทัน
มารตีหยุดยืนในน้ำทะเลที่ซัดเข้ามาเล็กน้อยขาเรียวยาวของเธออยู่ในน้ำแค่โคนขาอ่อนและเธอหันไปยิ้มให้กับทั้งสองที่ยืนอยู่บนฝั่งขณะที่แสงแดดสาดส่องจางๆ ทำให้ผิวของเธอเกือบจะดูเป็นประกายอยู่บนผิวน้ำท่าทางของเธอดูสงบและมั่นใจในตัวเองมาก
“มาเล่นน้ำกับพี่สิ นัทพงษ์” มารตีเรียกเสียงใสขณะที่ยื่นมือออกไปให้เขา “ไม่ต้องเขิน หรอก ชวนพีช ลงมาด้วยกัน”
นัทพงษ์ยืนนิ่งก่อนจะก้าวเดินไปช้าๆเขาไม่สามารถละสายตาจากร่างของมารตีได้ น้ำทะเลกระทบเท้าเขาเบาๆ ขณะที่ก้าวเข้าไปใกล้กว่าเดิม
พีชยิ้มสายตามองตามนัทพงษ์ไป “ระวังนะคะน้องนัทพงษ์ พี่รตีมีวิธีทำให้นาย ลืมเรื่องอื่นทั้งหมดเลยล่ะ”
คำพูดของพีชทำให้นัทพงษ์ เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังเกิดขึ้นในใจเขารู้สึกเหมือนตนเองไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เมื่อมารตีเดินไปข้างหน้าในน้ำทะเลอากาศร้อนๆ ทำให้เส้นผมของมารตีพลิ้วไหวอย่างเย้ายวนทุกครั้งที่เธอขยับตัวไปมา
ในขณะที่ทั้งสามยืนอยู่ด้วยกันขอบทะเลใกล้ๆ ก็ดูเหมือนจะขยับเป็นจังหวะเดียวกันกับการเต้นของหัวใจพวกเขาสายตาของมารตีและนัทพงษ์พบกันเป็นครั้งแรกที่ความรู้สึกนั้นเริ่มสะท้อนออกมาให้เห็นในดวงตาของทั้งคู่
“อยากจะเล่นน้ำด้วยกันหรือเปล่าจ๊ะ นัทพงษ์?” มารตีถามเสียงหวาน นัทพงษ์รู้สึกเหมือนโดนจับจ้อง
“ครับ... ผม... มาเล่นน้ำ...”เขาตอบกลับไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายในใจ ขณะที่เธอยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม
ทันทีที่มารตีก้าวลงไปในน้ำท่ามกลางแสงแดดที่ใกล้จะลับขอบฟ้า ทะเลที่เคลื่อนไหวและเสียงหัวเราะเบาๆ ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาที่ไม่มีคำพูดพีชมองไปยังทั้งสองคนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขบขันก่อนจะยิ้มให้กับตัวเองด้วยความรู้สึกพิเศษที่กำลังเกิดขึ้นในระหว่างทั้งสามคน
วันต่อมา...ช่วงบ่าย
สระน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่รีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามเรียกความสนใจจากผู้คนมากมาย แต่ในวันนี้ สระน้ำกลับเป็นพื้นที่ที่มารตีและนัทพงษ์ใช้เวลาอยู่ร่วมกันทั้งสองยังคงสวมชุดว่ายน้ำพร้อมรอยยิ้มท่ามกลางแสงแดดที่กระทบผิวน้ำเป็นประกายสาวสวยเลือกสวมบิกินี่ทูพีซสีดำเว้าสูงที่เน้นให้เห็นทรวดทรงสัดส่วนของเธออย่างชัดเจนผ้าเนื้อบางเผยให้เห็นทุกเส้นสายของเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบ
ขณะที่นัทพงษ์ที่สวมกางเกงว่ายน้ำตัวหลวมๆเขาไม่สามารถละสายตาจากเธอได้ สายตาของเขาติดอยู่กับร่างนั้นตลอดเวลา เหมือนทุกสัดส่วนของมารตีจะเป็นการทดลองที่เขาต้องค้นหาทุกการขยับร่างของเธอทำให้เขารู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
พีชที่ยืนอยู่ข้างสระน้ำหัวเราะกับท่าทางของนัทพงษ์ที่ดูเหมือนจะตั้งใจหลบสายตาของเธอขณะที่มารตีเริ่มทำให้นัทพงษ์รู้สึกกระอักกระอ่วนมากขึ้น
"นัทพงษ์... ระวังนะจ๊ะ" มารตีหันมายิ้มให้นัทพงษ์ก่อนจะยื่นมือทำจะวักน้ำสาดใส่เขา
“อะไร .. คะ ครับ!” นัทพงษ์ร้องออกมาอย่างตกใจก่อนที่จะหัวเราะเล็กน้อยเมื่อรู้ว่ามารตีแกล้งหยอกเขาเล่นเท่านั้น
ไม่รอช้า นัทพงษ์ก็สาดน้ำกลับไปที่มารตีทำให้ทั้งสองต่างระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน ทุกครั้งที่น้ำกระทบใบหน้า มารตีจะหัวเราะเสียงใสจนทำให้นัทพงษ์รู้สึกเหมือนเวลาได้หยุดลงอย่างกระทันหัน
“พี่รตี... อย่างนี้ไม่ยุติธรรม!” นัทพงษ์พูดออกไปด้วยท่าทางขำๆแต่ก็ยังพยายามตั้งตัวไม่ให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่สับสน
“พี่ก็แค่อยากเล่นน้ำด้วยกันนี่นา” มารตีตอบกลับพร้อมกับยิ้มกว้างโดยที่ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของนัทพงษ์มากนัก
น้ำเย็นที่กระทบผิวทำให้ทุกอย่างดูสดชื่นขึ้นมาสาวสวยยืดตัวขึ้นจากน้ำเล็กน้อยและหันไปมองไปยังทิศทางที่นัทพงษ์ยืนอยู่ นัทพงษ์หายใจเร็วขึ้นและยิ้มเขินเล็กน้อย
“พี่รตี... อย่าแกล้งผมนะครับ” นัทพงษ์พูดเสียงเบาทำให้มารตีหันมองเขา ก่อนจะยิ้มให้อย่างเจ้าเล่ห์
ทั้งสองยังคงสนุกไปกับการสาดน้ำใส่กันจนเริ่มเหนื่อยหอบและแสงแดดที่ร้อนจัดทำให้พวกเขาตัดสินใจขึ้นจากน้ำ เพื่อไปพักผ่อนข้างๆ สระน้ำ นัทพงษ์กำลังจะเดินจากสระน้ำอย่างเงียบๆขณะที่มารตีกำลังขยับตัวขึ้นจากสระ
“พี่รตี... ผมช่วยทาครีมกันแดดให้ไหมครับ?” นัทพงษ์ถามด้วยน้ำเสียงที่ปนไปด้วยความอึดอัดเล็กน้อยเขาเองก็ไม่รู้ตัวเช่นกันว่าหลุดปากถามไปแบบนั้นได้อย่างไร