บทที่3
สี่อวตาร
“ไอ้บ้า!”
เสียงแหววทำเอาบลานซ์ตาค้างเขามองหน้าผู้หญิงคนนั้นตาไม่กระพริบ ส่วนเพื่อนที่ลงไปนอนคลุกฝุ่นด้วยแรงตบอยู่นอกระยะโฟกัส
“เธอ...” บลานซ์พูดขึ้น มันทำให้สายตากร้าวจากหญิงสาวคนนั้นตวัดฉับกลับมา
“นายก็ด้วยใช่ไหม”เสียงเธอพูดพร้อมกำหมัด
บลานซ์โบกมือปฏิเสธอย่างรวดเร็วรุนแรง และมุ่งมั่น “ปล่าววววว!” เขาลากเสียงยาวผู้หญิงตรงหน้าจ้องอยู่หลายวินาทีก่อนจะลดมือลง
“ผู้หญิงบ้าอะไรกับมือหนักอย่ากับนักกล้าม...อูย...” เสียงแทนที่ลุกขึ้นมาพูดพร้อมกับเอามือลูบไปที่ใบหน้าแถวจุดเกิดเหตุ“แต่ก็เกือบเป็ผู้ชายแล้วล่ะ จอแบนมาก...” เขาพูด
ดวงตาใสๆ จ้องเขม็งมันเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ดูท่ายิ่งโกรธเ้าคู่กรณีจะยิ่งพอใจ “แก!” เสียงสูงดังขึ้นพร้อมกับท่าเตรียมพุ่งเข้าใส่แต่ก่อนที่จะเกิดการปะทะกันอีก บลานซ์ก็เข้ามาขวางเสียก่อน
“เดี๋ยวๆๆๆ” เขามาอยู่ระหว่างทั้งคู่พร้อมกับกางแขนกั้น “พอก่อนเลยพอเลย...” บลานซ์เสียงเข้ม
“ขอโทษแทนเพื่อนผมด้วย”บลานซ์หันไปหาหญิงสาว
“ไม่เห็นต้องขอโทษอยากมาหลอกเราก่อน” เสียงแทนแทรกขึ้นมาทำเอาหญิงสาวตรงหน้ากำหมัดแน่น
“ฉันขอล่ะ พอเถอะ! ปวดหัวแล้วนะ...” บลานซ์หันไปทำหน้าผิดหวังใส่เพื่อนตัวดีและเมื่อแทนเห็นแบบนั้นก็หันหลังกลับก่อนจะพูดขึ้น
“ขอโทษๆๆๆฉันไม่น่าเอามือไปจับไม้กระดานเลย”
“ไอ้บ้า!” เสียงแหลมดังลั่น แต่เมื่อบลานซ์หันไปจ้องที่หน้าของเธอเสียงนั้นก็ลดโทนลงไป“ไม่บ้าก็ได้...” เสียงเอื่อยเบาลงเรื่อยๆ
เื่ระหว่างทั้งสามยังวุ่นวายแต่ก่อนที่มันจะดำเนินต่อไป เสียงแทนก็ดังขึ้น “จะมาเข้ากลุ่มเราทำไม...” มันทำให้หญิงสาวตรงหน้านิ่งแล้วมองหน้าทั้งสองคน
“ก็มันต้องมีสามคนถึงจะแข่งได้...”เธอว่า
แทนหรี่ตาเผยอปากนิดๆเขาหันไปหาบลานซ์ “จริงง่ะ...” เสียงถามอย่างสงสัย
บลานซ์ส่ายหน้าไปมา “รู้แต่มีงานประลองเพื่อชิงการ์ดแอเรียแต่ไม่รู้เลยว่ามีกฎอะไรบ้าง นี่ก็กะว่าพอมาถึงจะหารายละเอียดนี่ละ” เขาตอบ
หญิงสาวตรงหน้าล้วงมือไปในกระเป๋าก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาส่งให้ทั้งคู่“อ่านดูเองสิ”เธอทำเสียงขุ่น
แทนรับกระดาษแผ่นนั้นมาพร้อมกับจ้องหน้าคนยื่นให้“ชิ...เอามาดิ”เขาว่า ก่อนที่จะตาโตแล้วพูดเสียงดัง “เฮ้ย! มันต้องสามคนจริงๆด้วยว่ะบลานซ์!”
บลานซ์แค่พยักหน้ารับเขาหันมาหาเด็กสาวตรงหน้าที่ยืนไขว้มือไปด้านหลัง “แล้วทำไมต้องเป็พวกเรา” เขาถาม
“ใครๆก็มาเป็กลุ่มครบกันหมดแล้ว มีแต่พวกนายนี่ล่ะที่ฉันเห็นมากันแค่สองคน” เธอตอบ
“แทน...” บลานซ์เรียกเพื่อนของเขา “ให้เธอเข้ากลุ่มด้วยก็แล้วกันนะ”
แทนหรี่ตามองเด็กหญิงคนนั้นอีกครั้งก่อนจะตอบไปแบบเสียไม่ได้ “เออๆ ...ขาดคนอยู่แล้วนี่เรา ตัวแค่นี้น่ะอยู่ ม.ต้นใช่ไหมล่ะเรา”
สายตาเขียวมองแทนอีกครั้ง “ฉันอยู่มหาลัยปีสองย่ะ”
แทนและบลานซ์หันขวับเมื่อได้ยิน“ปีสอง!? แก่กว่าฉันอีกเนี่ยนะ!” แทนว่า ส่วนบลานซ์ยิ้ม
“งั้นก็ปีเดียวกับผม”เขาพูด
“นิ้กกี้...”เธอแนะนำตัว
“ผมบลานซ์ส่วนเ้านั่นแทน...” เขาชี้ไปที่เพื่อนตัวแสบตามด้วยยื่นข้อเสนอชวนนิกกี้เข้ากลุ่ม และเธอก็ตกลงยอมรับในทันที
“ไปที่ร้านของฉันดีกว่า”นิกกี้ว่า ทำเอาแทนขมวดคิ้ว
“ร้านของเธอ?”
“ใช่สิร้านของฉันต้องขอดูชุดการ์ดของพวกนายก่อน ว่าจะพอไหวหรือเปล่า” เธอตอบ
“เดี๋ยว...! มีร้านด้วยนี่เธออาชีพอะไรกัน” แทนถามอย่างสงสัย
“ช่างกล”
“ปทุมวัน?”
“อุเทนถวาย...”หญิงสาวหน้านิ่ง “บ้า! ล้อเล่น...” เสียงสูงของนิกกี้พูด “ช่างประดิษฐ์การ์ดเครื่องกลย่ะ”
แทนถอนหายใจอย่างผิดหวัง “อยากจะได้พวกสายเพิ่มพลังสักหน่อย”เขาพูดก่อนจะทำท่ามองไล่ให้นิกกี้เดินนำพวกเขาไปที่ร้านของเธอ
“ทักษะฉันสายนักดนตรีย่ะ”เธอกระแทกเสียงก่อนจะเดินนำเพื่อนใหม่สองคนไปที่ร้านของเธอ
บลานซ์ที่เดินตามมาทางด้านหลังหันไปบอกแทน“ทักษะสายนักดนตรีนี่หายากนะฉันว่าพวกคนที่ไม่รับเธอเข้าทีมเพราะรู้แค่ว่าเป็ช่างกลแน่ๆ” บลานซ์พูดก่อนจะเดินตามนิกกี้ไปที่ร้านของเธอ
ไม่นานนักทั้งสามก็มาถึงจุดหมายร้านเล็กๆ ในเมืองด้านตะวันออก ร้านรับสร้างการ์ดเครื่องยนต์กลไก ‘นิคเค’
“นิคเค?” บลานซ์ทวนคำเมื่ออ่านชื่อร้าน “ไม่ใช่นิกกี้หรือ”
หญิงสาวหันมายิ้มให้ขณะใช้ไม่กวาดขนไก่ปัดที่นั่งซึ่งอยู่ในร้าน“ฉันชอบให้เรียกนิกกี้มากกว่า”เธอว่า
บลานซ์พยักหน้ารับขณะที่แทนมองไปรอบร้านแต่บลานซ์ก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกคุ้นๆ กับชื่อนิคเค “เดี๋ยว...นิคเคนี่มันคุ้นๆนะ แล้วก็เป็ช่างกล คงไม่ใช่นิคเคพันศาสตราหรอกใช่ไหม...”
นิกกี้ที่นั่งรอทั้งสองคนเลิกคิ้วสูงเมื่อได้ยิน“นายรู้จักชื่อนั้นด้วย?”เธอถาม
“ใครๆ ก็รู้จักผู้ครองการ์ดแอเรียเหมืองไททัส คาถาพันศาสตรากับร่างอวตารลอร์สเวพพอน” บลานซ์พูดเป็ฉากๆ
“อือ...ฉันมีการ์ดแอเรียนั่น”
แทนกับบลานซที่กำลังนั่งลงตรงข้ามเธอชะงัก“ห่ะ...”แทนออกเสียงก่อนจะนั่งลงเรียบร้อย
“แล้วทำไมไม่มีใครรับคุณเข้ากลุ่มล่ะถ้ารู้เื่นี้น่าจะมีคนอยากได้ตัวคุณมากกว่านี้นะ” บลานซ์ว่า
แทนหรี่ตามองเพื่อนเขาทันที“อยากได้ตัว...หมายถึงอยากได้ร่างกายเธอน่ะรึ”
บลานซ์หน้าตาใก่อนจะรีบปฏิเสธพัลวัน “ไม่ใช่ๆ หมายถึงอยากได้เธอไปร่วมทีม” เขารีบตอบ
นิกกี้ส่ายหัวก่อนจะพูดขึ้น“อีตานี่ท่าทางจะเป็จากสำนึกภายในนะไอ้นิสัยปากเสียกับใจทรามเนี่ย” เธอว่า “ฉันไม่เคยใช้ชื่อนิคเคน่ะ ฉันหากลุ่มโดยใช้ชื่อนิกกี้อาชีพช่างกล”
ทั้งสองที่ได้ยินพยักหน้ารับแต่ก่อนที่จะพูดอะไรต่อนิกกี้ก็ยื่นมืออกมา “เอาเด็คพวกนายมาดูสิ การแข่งครั้งนี้เลเวลไม่สำคัญแต่ที่สำคัญคือการ์ดนั่นล่ะ” เธอพูดเสียงเข้ม
“เดี๋ยวๆ ” แทนขัดขึ้น “แล้วเื่รางวัลล่ะ จะแบ่งกันยังไง”
“ฉันไม่้ารางวัลขอแค่พวกนายเป็ผู้ชนะเป็พอ” เธอตอบมันทำให้ทั้งแทนและบลานซ์ไม่เข้าใจความหมายนั้น
“ทำไมเป็แบบนั้น”บลานซ์ถาม
“ฉันไม่สนการ์ดหรือรางวัลหรอกขอแค่ไม่ให้เ้าเรดัสนั่นชนะก็พอ” เธอว่า
“เรดัส?” แทนทวนคำ
“คนที่ฉันเหม็นหน้าน่ะยังไงก็ให้ชนะไม่ได้” นิกกี้ตอบ “อย่าเพิ่งสนใจเื่นั้นเลยเอาการ์ดพวกนายมาให้ฉันดูก่อนสิ”
แทนหันมองหน้าบลานซ์และเมื่อตกลงกันเรียบร้อยก็ยื่นเด็คของพวกเขาให้นิกกี้ตรวจสอบหญิงสาวผมสั้นซอยมองดูการ์ดของทั้งสองคน เธอใช้เวลามองดูสักครู่หน้าตาเธอบ่งบอกชัดเจนว่าขัดใจแต่เมื่อเห็นการ์ดวิหคประกายแสงกับหมาป่าทมิฬในเด็คของแทน หญิงสาวก็พูดออกมา
“ไปทำอีท่าไหนเด็คกระจอกอนุบาลหมีน้อยขนาดนี้ถึงเอาการ์ดพวกนี้มาได้”
แทนมองหน้าเธอตาเขียวแต่ดูเหมือนนิกกี้จะสนใจแต่การ์ดที่อยู่ในมือครั้งนี้เป็คราวของบลานซ์ที่กำลังถูกชำแหละ
“พอจะเข้าเค้าอยู่บ้างนะรู้จักเอาการ์ดเผ่าพันธุ์เดียวกันมาจัดเข้าด้วยกัน แต่ก็นะ...ยังมือใหม่ชัดๆ”นิกกี้ว่า
หลังจากนั้นเธอก็ต้องสะดุดตาที่การ์ดใบสุดท้ายการ์ดที่อยู่ในเอ็กตร้าเด็คในช่อง 10 ใบพิเศษ ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 1 ใบการ์ดแอเรียของบลานซ์ ‘ป่าดำ’
“เฮ้ย! นายเลเวลเท่าไร!?” เธอถามพร้อมจ้องหน้าบลานซ์
“ยี่สิบ” บลานซ์ตอบ
“แล้วนายได้การ์ดนี่มาด้วยเลเวลยี่สิบน่ะนะไม่น่าเป็ไปได้” เธอว่า
บลานซ์ชี้ไปที่แทนก่อนจะพูดต่อ“แทนช่วยน่ะถึงได้มาเ้านี่เลเวลยี่สิบแปดแล้ว ตอนเขาสู้กับบอสน่ะเลเวลยี่สิบหก”
นิกกี้หรี่ตามองหน้าแทนที่ทำท่าเต๊ะจุ้ยอยู่เมื่อเพื่อนของเขาแนะนำ“ฟลุ๊คเหอะ...ถ้าคิดจะประลองที่นี่ด้วยเด็คอนุบาลนี่ล่ะก็แพ้ั้แ่รอบแรกๆ” เธอพูดกับแทนแต่ตาหันมามองการ์ดแล้ว
“เธอ!” แทนขึ้นเสียง แต่ก่อนที่จะพูดต่อเสียงนิกกี้ก็ถามขัดขึ้นมาเสียก่อน
“นี่...พวกนาย”เธอพูด “นายจัดเด็คกันยังไง นายก่อนเ้าลามก”นิกกี้หันไปหาแทน
แทนทำหน้านิ่วแต่ก็ตอบออกมา“การ์ดพลังเยอะๆดาวเยอะๆ สิ เอาพวกนั้นล่ะใส่เด็ค ที่สำคัญ...ฉันไม่ลามก...แค่ใจทราม” เขาตอบ
นิกกี้ถอนหายใจแล้วส่ายหัวไปมา“นายรู้จักคำว่าพลิกแพลงและเสริมพลังกันไหม”เธอถาม
“รู้สิ” แทนตอบทันที
“แต่ดูจากเด็คพวกนายฉันว่านายไม่รู้นะ”หญิงสาวพูด “มานี่ นายว่าการ์ดดาวเยอะๆพลังสูงๆ เจ๋งใช่ไหม งั้นพวกนายตามฉันมา” นิกกี้ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปที่หลังร้านเธอกดไปที่สวิสท์บนกำแพง แล้วทางลงห้องใต้ดินก็เปิดออก ห้องกว้างที่สร้างด้วยอิฐสีเทา
“มาลองกันหน่อยฉันจะใช้แค่การ์ดไม่เกินสามดาว นายใช้เด็คสุดเจ๋งของนายตามสะดวก” นิกกี้พูดพร้อมกับเรียกหน้าจอจัดการเด็คขึ้นมาทันทีส่วนแทนและบลานซ์ที่เดินตามลงมาทำหน้างงๆ กับผู้หญิงที่พวกเขาพบและเพิ่งจะตกลงรวมกลุ่มกันเข้าประลองในงานชิงการ์ดปราสาทคัลเดีย
ไม่นานนักทั้งคู่ก็จัดการการ์ดเสร็จเรียบร้อย
“ถ้าฉันพลั้งมือทำเธอตายเลเวลลดอย่ามาว่ากันนะ”แทนพูด “ไม่อยากรังแกผู้หญิง”
“นายรู้จักโหมดฝึกซ้อมไหม”นิกกี้ถาม แทนหน้างงแต่บลานซ์ดูท่าจะรู้จัก “เราสามารถฝึกซ้อมได้ด้วยการ์ดของเรากับเพื่อนได้ในเขตเมืองเอาไว้ทดลองคอมโบของการ์ด”
“คอมโบ?” แทนทวนคำ
“การ์ดที่เวลาใช้ร่วมกันแล้วให้ผลมากขึ้นยังไงล่ะม่ะ...มาลองตายดูเดี๋ยวก็รู้” นิกกี้พูดก่อนจะกดยื่นข้อเสนอทดลองต่อสู้ให้กับแทนและแน่นอน...พ่อหนุ่มจอมกวนรับคำท้าทันที
“ถึงจะจอแบนแต่ก็เป็ผู้หญิง ฉันจะเบามือหน่อยก็แล้วกัน” แทนว่า
นิกกี้แสยะยิ้ม “เต็มที่ได้เลยนายจะปากดีกับฉันได้ก็แค่ตอนนี้ล่ะ”
เริ่มการต่อสู้!
“ซัมมอน! ซัมมอน! อีควิป!” เสียงแทนใช้การ์ดในมือหลังจากนั้นก็ปรากฏการ์ดสุดภาคภูมิใจของเขาทันที หมาป่าทมิฬและ วิหคประกายแสงแถมในมือยังมีหน้าไม้อีกหนึ่งอัน

“โชคร้ายแล้วล่ะเธอ”แทนยิ้มกระหยิ่ม
นิกกี้มองดูมอนสเตอร์ที่ปรากฏออกมาแล้วพยักหน้า“เก่งดี...ฉันชอบ...”เธอพูดก่อนจะเริ่มใช้การ์ดในมือ