ตอนที่ 22 ทนไม่ไหวแล้วหรือ?
ในความมืดมิดภายใต้แสงสลัวของกองไฟ หลิวซื่อหลางจ้องมองทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง แล้วกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว เพราะแม่ของเขาดูดุร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ
นางถลกหนังของเสือดาวตัวนี้อย่างชำนาญยิ่ง ความเรียบเนียนไม่ต้องพูดถึง เพียงดึงหนังเสือให้ตึงแล้วใช้มีดกรีด หนังเสือก็หลุดออกมาได้อย่างง่ายดาย
อีกทั้งการทุบหัวเสือดาวเพื่อเอาสมองของเสือดาวออกมา ก็ทำให้เขาอยากจะอาเจียนจริง ๆ
สุดท้ายเขาก็วิ่งไปอาเจียนด้านข้าง เพราะเห็นแม่เอามือจับหัวเสือดาว แล้วควักสมองของเสือดาวที่เต็มไปด้วยเืออกมา
อ้วก!
หลินจิ่วเหนียงได้ยินเสียงจึงหันไปมอง สายตาของนางฉายแววดูถูก “ทนไม่ไหวแล้วหรือ?”
หากเป็อย่างอื่นอย่างการฆาตกรรม เขาจะไม่กลัวจนแขนขาอ่อนแรงไปเลยหรือ?
หลิวซื่อหลางน้ำตาไหล นี่แค่นิดเดียวงั้นหรือ?
“ท่านแม่ ท่านกระหายเืเกินไปแล้ว!”
“กระหายเืหรือ?”
หลินจิ่วเหนียงแสยะยิ้มชั่วร้าย ก่อนจะหยิบสมองเสือดาวสีขาวในมือขึ้นมา แล้วทำท่าเหมือนจะเอาเข้าปาก “ข้าจะกินมันดิบ ๆ ตอนนี้เลย ไม่รู้ว่าการกินสมองดิบจะเป็อย่างไร?”
ใบหน้าของหลิวซื่อหลางซีดเผือดอีกครั้ง เขาอ้าปากค้าง ท่านแม่ดูน่ากลัวเหลือเกิน
“เ้าคิดว่าข้ามีนิสัยชอบกินของดิบจริงหรือ?” หลินจิ่วเหนียงหัวเราะเยาะ “เ้าโง่!”
หลังดูถูกเขาแล้ว นางก็หยิบกระบอกน้ำที่บรรจุน้ำไว้เต็มออกมาจากกระบุงด้านหลัง แล้วใส่สมองเสือดาวลงไปอย่างระมัดระวัง
สีหน้าของหลิวซื่อหลางดูขยะแขยง เขาหยิบกระบอกน้ำออกมาเทน้ำให้หลินจิ่วเหนียงล้างมือ “ท่านแม่ ท่านจะอยากได้สมองเสือดาวนั่นไปทำอะไร? มันคาวและไม่น่าอร่อย แถมยังดูมันเยิ้มด้วย”
หลินจิ่วเหนียงไม่คิดจะอธิบาย หลังจากล้างมือแล้ว นางก็เก็บข้าวของ แล้วบอกให้หลิวซื่อหลางออกไปพร้อมกับนางทันที
“ท่านแม่ เหตุใดถึงออกจากที่นี่เล่าขอรับ? ท่านไม่ได้บอกหรือว่ามันดึกเกินไปแล้ว หากเดินเพ่นพ่านในป่า จะทำให้หลงทางได้ง่าย? และบริเวณนี้ก็เหมาะสำหรับการก่อไฟด้วย” หลิวซื่อหลางแบกตะกร้าบนหลังด้วยสีหน้าสับสน
หลินจิ่วเหนียงใช้ขวานในมือข้างหนึ่งฟันเปิดทาง ส่วนอีกมือก็ถือคบเพลิงเพื่อส่องสว่าง “เมื่อเย็นมีแพะตัวหนึ่งตายที่นี่ ต่อมาก็เป็เสือโคร่งและเสือดาว ยิ่งซากเสือดาวถูกถลกหนัง กลิ่นก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น”
“ในคืนที่มืดมิด กลิ่นนี้จะรุนแรงขึ้น สัตว์ต่าง ๆ มีประสาทรับกลิ่นที่ละเอียดอ่อนมาก เกรงว่าจะมีสัตว์ป่าจำนวนมากมาที่นี่ หากไม่รีบออกไปก็รอเป็อาหารสัตว์ป่าได้เลย”
หลิวซื่อหลางพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
“เร็วเข้า” หลินจิ่วเหนียงหมดความอดทนในการอธิบายให้เขาฟัง นางอดไม่ได้ที่จะเดินเร็วขึ้นสองสามก้าว เพราะบริเวณโดยรอบเริ่มไม่น่าไว้วางใจ
หลิวซื่อหลางใ เขาไม่กล้าจะรอช้าอีกต่อไป และรีบเดินตามไปทันที
ทั้งสองเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วในความมืด คนหนึ่งเดินนำ คนหนึ่งเดินตาม
วันรุ่งขึ้น ณ หมู่บ้านอันเล่อ
“ได้ยินหรือไม่? หลินจิ่วเหนียงพาหลิวซื่อหลางไปูเาต้าชิง ที่เป็ูเาต้องห้าม นางไปที่นั่นั้แ่เมื่อวานนี้แล้ว แต่ป่านนี้ก็ยังไม่กลับมา เ้าคิดว่าจะมีอันใดเกิดขึ้นบ้างหรือไม่?”
“เวรกรรม หลินจิ่วเหนียงเป็บ้าหรือเปล่า? นางไปูเาต้าชิงที่เป็สถานที่ที่คนตายกันเยอะ ยังไม่กลับมาเช่นนี้ คงถูกเทพแห่งขุนเขาสาปจนตายไปแล้ว ใช่หรือไม่?”
“หลิวซื่อหลางผู้น่าสงสาร ถูกแม่ที่ชั่วร้ายพาไปตายทีู่เาต้าชิง”
……
ฝูงชนที่หมกมุ่นอยู่กับการสนทนา ไม่ได้สังเกตเห็นหลิวซานนีที่แบกตะกร้าหญ้าหมู ยืนฟังอยู่ข้างหลังพวกเขามานานแล้ว
หลังจากได้ยินพวกเขาพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก ว่าแม่ของนางกับซื่อหลางเสียชีวิตในูเาต้าชิง หลิวซานนีก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “พวกท่านหยุดสาปแช่งคนอื่นได้แล้ว แม่ของข้ากับคนอื่นต้องไม่เป็อะไร พวกเขา... พวกเขาแค่ล่าช้าเพราะเหตุบางอย่าง”
หลี่ต้าจุ่ยที่อยู่ในฝูงชนรู้สึกสะใจ เมื่อได้ยินคำพูดของนาง “หลิวซานนี แม่ของเ้าไม่้าเ้าอีกต่อไปแล้ว แต่เ้ายังปกป้องนางอยู่ เ้าโง่เขลาหรือไม่?”
หลิวซานนีหน้าแดงก่ำ “ไม่ใช่เื่ของท่าน ท่านไม่ได้รับอนุญาตให้สาปแช่งพวกเขา”
หลังจากพูดจบนางก็รีบจากไป เสียงล้อเลียนเย้ยหยันข้างหลังนาง กลับยิ่งทำให้นางหน้าแดงมากขึ้นไปอีก
ขณะกำลังจะกลับไปบ้านอารองและน้ารอง เท้าของนางกลับพาไปที่บ้านเดิม
ลานบ้านยังคงเงียบสงบ ทำให้นางยิ่งเศร้าใจ
พวกเขายังไม่กลับมาจริง ๆ
เมื่อนางหันหลังเตรียมจะกลับ นางก็เห็นหลิวอู่นียืนอยู่ข้างหลังนาง พร้อมกับเสื้อผ้าถังใหญ่ที่ซักสะอาดแล้ว สีหน้าไม่เป็ธรรมชาติปรากฏขึ้นบนใบหน้านาง
เบือนหน้าหนี “กลับไป”
แต่หลิวอู่นีไม่ขยับ และมองนางทั้งน้ำตา “พี่หญิงสาม ท่านก็ได้ยินเื่นั้นมาเหมือนกันใช่หรือไม่?”
หลิวซานนีตัวแข็งทื่อ นางพูดห้วน ๆ ว่า “นางรอดจากอาการป่วยหนักได้ เพียงแค่ใช้เวลาทั้งคืนบนูเา ก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อันใด”
“แต่ แต่นั่นคือูเาต้าชิง มันคือูเาต้องห้าม” หลิวอู่นีไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป และทิ้งตัวลงกับพื้นทันที “พี่หญิงสาม ข้าผิดไปแล้ว ข้าเสียใจ”
“ฮือๆ พวกเราต้องขอโทษท่านแม่ ทำให้ท่านแม่โกรธและไม่้าพวกเรา เป็พวกเราเองที่ผิด ข้าอยากกลับบ้าน ข้าอยากติดตามแม่ ข้าไม่อยากอยู่บ้านอารองและอาสะใภ้รอง ท่านย่าโกหกพวกเรา”
ฮือๆ!
ตอนที่อยู่บ้านเดิมก็เคยทำงาน แต่ก็ไม่เคยต้องทำอันใดมากนัก
ตอนนี้เมื่อไปอยู่บ้านของอารองและอาสะใภ้รอง นางไม่เคยหยุดทำงานั้แ่เช้าจรดค่ำ ทั้งยังถูกอาสะใภ้รองตำหนิว่าทำงานได้ไม่ดี
สายตาของหลิวซานนีหมองเศร้า นางก็คิดเช่นกัน แต่ก็ไม่อาจย้อนกลับไปได้
นางเอื้อมมือไปลูบศีรษะหลิวอู่นี “อู่นี พวกเรา…”
“เอาล่ะ นังเด็กเวรทั้งสอง ข้ารู้ว่าพวกเ้ามาซ่อนตัวี้เีกันอยู่ที่นี่” หลี่ซิ่วเจวียนเดินมาด้วยความโกรธ เมื่อนางเห็นทั้งสองก็เริ่มพ่นคำหยาบคายทันที
“มีงานหลายสิ่งหลายอย่างรอให้พวกเ้าทำที่บ้าน แต่พวกเ้ากลับมาซ่อนตัวี้เีอยู่ที่นี่ รนหาที่ตายกันอยู่หรือ?”
“นังบ้า พวกเ้าดูสิ นางไม่้าพวกเ้าอีกต่อไป พวกเ้าช่างโง่เขลาเหลือเกิน ข้าจะบอกให้ ว่าหากข้าไม่รับพวกเ้าเข้าบ้าน พวกเ้าคงได้แต่นอนข้างถนนไปแล้ว”
เมื่อเห็นพวกนางยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หลี่ซิ่วเจวียนก็ยิ่งโกรธมากขึ้น “นังพวกโง่ ยังมาทำหูทวนลม ยังไม่รีบกลับอีกนะ!”
“ข้าจะบอกให้ว่าแม่ที่ชั่วร้ายของพวกเ้าตายอยู่บนูเาแล้ว พวกเ้าไม่มีแม่อีกต่อไป”
“ได้ยินหรือไม่ กลับไปทำงานให้ข้าเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นได้เห็นดีกันแน่”
หากไม่ใช่เพราะนังแก่ตายยากวันก่อน นางจะขับไล่พวกเขาออกไปแน่นอน ฮึ่ม ได้ข่าวว่ามีหญิงสาวจากตระกูลร่ำรวยมาหลงรักหลิวชิงซานคนนั้น จนหลี่ซิ่วเจวียนรู้สึกสงสัยขึ้นมา
แต่กว่าจะรู้ความจริงต้องใช้เวลาสองสามเดือน ดังนั้นนางต้องอดทน
หลิวซานนีไม่รู้ว่าหลี่ซิ่วเจวียนกำลังคิดอะไรอยู่ แต่คำพูดของอีกฝ่ายก็ทำให้นางขุ่นเคืองใจมาก จึงอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง “ท่านหยุดทำตัวเลวทรามเช่นนี้ได้หรือไม่ หากแม่ของข้าตายแล้ว มันจะเกี่ยวข้องอันใดกับท่านมิทราบ?”
“นังสารเลว เ้ากล้าด่าข้ากลับหรือ” หลี่ซิ่วเจวียนโกรธจัด และเอื้อมมือไปบีบแขนนางทันที “อยู่บ้านข้า กินข้าวของข้า แล้วยังมีหน้ากล้าด่าข้ากลับ ใครสั่งใครสอนให้เ้าเหิมเกริมถึงเพียงนี้?”
“บอกเลยว่าข้าดีใจมากที่รู้ว่าแม่ผู้ชั่วร้ายของพวกเ้าตายแล้ว ให้ตายเถอะ ต่อไปจะมีใครให้เ้าพึ่งได้อีก”
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
หลิวซานนีรู้สึกเ็ป จึงตบหลี่ซิ่วเจวียนด้วยความโกรธ “ท่านทำร้ายข้าอีกแล้ว หลี่ซิ่วเจวียน ข้าบอกเลยว่าจะไม่ปล่อยท่านไป”
“ดีนี่ กล้าดีอย่างไรมาสู้กลับ” หลี่ซิ่วเจวียนเริ่มโกรธจัดและดุร้ายมากขึ้น นายทำร้ายหลิวซานนีหนักขึ้น “นังสารเลว ข้าจะบีบคอเ้าให้ตาย!”
“หยุด หยุดเดี๋ยวนี้!”
หลิวซานนีถูกหยิกจนร้องไห้ นางยังเป็เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ดังนั้นนางย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลี่ซิ่วเจวียน หลังจากนั้นไม่นาน นางก็ถูกหยิกจนหมดแรงต่อสู้กลับ หญ้าอาหารหมูในตะกร้าร่วงกระจัดกระจายเต็มพื้น เพราะนางพยายามหลบ
หลิวอู่นีใมากจนหน้าซีด แต่เมื่อเห็นพี่สาวสามของนางถูกรังแกอย่างน่าสงสารในครั้งนี้ ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไปห้าม “อาสะใภ้รอง หยุดนะ พี่หญิงสามของข้า...”
หลี่ซิ่วเจวียนหยิกอย่างแรง แต่เมื่อหลิวอู่นีมาขัดจังหวะนางเช่นนี้ นางก็โกรธจัดทันที จึงผลักหลิวอู่นีโดยไม่ลังเล “ไปให้พ้น นังเด็กเหลือขอ”
กรี๊ด!
หลิวอู่นีกรีดร้อง ก่อนจะนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง
..............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
อยากให้จิ่วเหนียงพาซื่อหลางออกมาในสภาพเพิ่งจัดการสัตว์ร้ายเสร็จจังเลยค่ะ ชาวบ้านน่าจะวงแตกและขนลุกขนพองไม่ใช่น้อย
ชะตาของพี่สาวน้องสาวคู่นี้จะเป็อย่างไรต่อไปนะ
ไหหม่า(海馬)