“ให้ตายเถอะ! เสี่ยวมาวที่แท้เ้าเป็เด็กผู้หญิงหรอกรึ!”
เซียวจิ่งหลงตบหน้าผากตนเองที่เข้าใจผิดอย่างไม่น่าให้อภัยทั้ง ๆที่ใบหน้าของนางก็งดงามออกปานนั้นคงเพราะเสี่ยวมาวมิได้สวมเอี๊ยมบังทรงเขาจึงเข้าใจผิดคิดว่าเป็เด็กผู้ชายแต่ความจริงกลับยิ่งตอกย้ำให้ชายหนุ่มรู้สึกะเืใจมากขึ้นไปอีกเมื่อคิดได้ว่าความยากจนทำให้เด็กน้อยไม่มีแม้แต่ชุดชั้นในจะสวมใส่อีกทั้งอายุก็ยังน้อยนักคงไม่มีใครสอนวิถีแห่งสตรีว่าควรดูแลตนเองอย่างไร
เสี่ยวมาวนอนไข้ขึ้นไม่รู้สึกตัวอยู่นานหลายวันแสงแดดที่สาดส่องลงมากระทบทำให้เปลือกตาบางเริ่มขยับ ครั้นลืมตาตื่นขึ้นจึงพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่ในอ้อมแขนของพี่ชายบุญธรรมเมื่อเด็กหญิงขยับตัวเซียวจิ่งหลงพลันลืมตาอย่างรวดเร็วพร้อมกับใช้หลังมือัับนหน้าผากเพื่อวัดไข้
“ไข้ของเ้าลดลงแล้วยังมีอาการปวดหัวอยู่หรือไม่ ?”น้ำเสียงทุ้มห้าวเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล
เด็กน้อยส่ายหน้าแทนคำตอบ พร้อมกับค่อย ๆลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้ามึนงง ก่อนหันไปถามคนตัวโต
“ข้าเป็อะไรไปหรือ ?”
“เ้าแพ้พิษผึ้งจนมีไข้ขึ้นสูง นอนหลับไปนานถึงเจ็ดวัน…”
“ห๊า! ข้าป่วยนานขนาดนั้นเชียวหรือ? แล้วาแของท่านเล่าเป็อย่างไรบ้าง ?” เด็กหญิงรีบเลิกชายเสื้อด้านหลังของชายหนุ่มขึ้นเพื่อดูาแเมื่อพบว่ามันเริ่มตกสะเก็ดหายดีแล้วจึงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ข้าหายดีแล้วล่ะไม่เช่นนั้นหลายวันมานี้จะคอยดูแลเ้าได้อย่างไรกัน ?หิวหรือไม่ ?” เซียวจิ่งหลงลุกขึ้นเดินไปหยิบไก่ป่าที่เขาย่างทิ้งไว้ั้แ่ยามฟ้ายังไม่สางส่งให้เด็กน้อยเสี่ยวมาวรีบรับมากินอย่างรวดเร็วด้วยความหิว
“ค่อย ๆ เคี้ยวประเดี๋ยวจะสำลัก”เซียวจิ่งหลงบอกเด็กหญิงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“อื้ม…”เสี่ยวมาวพยักหน้ารับลดความเร็วในการเคี้ยวลง สลับกับดื่มน้ำจากกระบอกไม้ไผ่ที่คนตัวโตยื่นให้เมื่อทั้งคู่ทานเสร็จแล้วจึงพากันเดินทางออกจากหุบเขาร้อยภูติ
“ต้าหลง ท่านเดินรอข้าด้วยสิ!” เสี่ยวมาวส่งเสียงประท้วงเมื่อนางเริ่มก้าวขาสั้น ๆ ไม่ทันเขาพร้อมกับหยุดยืนหายใจหอบแฮ่กสองแก้มแดงก่ำ
“ขอโทษที ข้าลืมตัวไป…เช่นนั้นเ้ามาขี่หลังของข้าเถิด… พวกเราจะได้เดินทางกันเร็วขึ้น”
“จะดีหรือ ?”เด็กหญิงมีท่าทีลังเลใจ
“ดีสิ! ขึ้นมาเถิดผอมแห้งแรงน้อยเช่นเ้าคงไม่หนักสักเท่าใดดอก…”เซียวจิ่งหลงหยอกเย้าพร้อมกับหันหลังย่อตัวนั่งชันเข่า
เสี่ยวมาวจึงปีนขึ้นขี่หลังอย่างร่าเริงกิริยาท่าทางอันอ่อนโยนของชายหนุ่มทำให้นางรู้สึกว่าการมีพี่ชายมันช่างดีจริง ๆเพราะใช้วิชาตัวเบาในการเดินทางเพียงไม่นานทั้งคู่จึงมาถึงตัวเมือง
“ต้าหลง ข้าอยากกินถังหูลู่”
นิ้วเล็ก ๆชี้ไปยังทิศทางด้านซ้ายที่มีพ่อค้าเร่ยืนขายถังหูลู่อยู่ตอนเป็ขอทานนางได้แต่นั่งมองดูผู้อื่นกินด้วยอาการน้ำลายสอแต่บัดนี้นางมีพี่ชายซื้อให้กินแล้ว เซียวจิ่งหลงรีบเดินไปซื้อถังหูลู่ตามคำขอทันทีเขาตั้งใจไว้แล้วว่านับแต่นี้จะขุนเด็กน้อยจนกว่าจะอ้วนพีสลัดภาพลักษณ์เก่า ๆทิ้งไปเสียให้หมด
“อื้ม! อร่อย! รสชาติเปรี้ยวอมหวานกินแล้วสดชื่นมาก ท่านลองชิมสักคำสิ!” มือเล็กผอมซูบซีดยื่นไม้ไปตรงหน้าชายหนุ่มให้กินถังหูลู่ลูกถัดไป
เซียวจิ่งหลงโน้มตัวลงมาอย่างว่าง่ายความจริงเขาไม่เคยกินถังหูลู่มาก่อนเพราะไม่ชอบของหวานแต่ดวงตากลมโตอันแสนจริงใจทำให้ไม่อาจใจแข็งกล่าวคำปฏิเสธได้ เมื่อได้ลองทานเป็ครั้งแรกก็รู้สึกว่ามันอร่อยดีเหมือนกันจากนั้นมือใหญ่จึงกอบกุมมือเล็กจับจูงเด็กหญิงเดินเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดในเมือง
“เสี่ยวมาว เ้านั่งรอข้าอยู่ตรงนี้ก่อนเถิดข้ามีเื่สำคัญต้องพูดคุยกับเถ้าแก่เนี้ย”
“อื้ม!”เด็กหญิงพยักหน้ารับแล้วหย่อนตัวนั่งรออย่างว่าง่าย
เซียวจิ่งหลงเดินหายเข้าไปกับเถ้าแก่เนี้ยเพื่อกำชับให้นางจัดหาชุดชั้นในสำหรับเด็กหญิงสักหลายชุดส่วนชุดนอกยังคงเป็เสื้อผ้าบุรุษเถ้าแก่เนี้ยพยักหน้ารับคำก่อนพาเด็กหญิงเข้าไปลองชุดใช้เวลาเพียงไม่นานเสี่ยวมาวก็กลับมาพร้อมเสื้อผ้าใหม่นับสิบชุด
“ต้าหลงเหตุใดจึงซื้อเสื้อผ้าให้ข้ามากมายนักเล่า ข้ามีใส่เพียงสองสามชุดสลับกันก็เพียงพอแล้ว”เสี่ยวมาวทั้งเกรงใจและใที่จู่ ๆ ขนมเปี๊ยะก็ตกลงมาจากฟากฟ้า
“ตอนนี้เ้าเป็น้องของข้าแล้วมิใช่ขอทานน้อยข้างทางจะปล่อยให้แต่งตัวอนาถาได้อย่างไรเล่า… เ้าหิวหรือไม่ ? เข้าไปหาของอร่อยในโรงเตี๊ยมกินกันเถิด”เซียวจิ่งหลงเลี่ยงที่จะใช้คำว่าน้องชายหลังจากรู้เพศที่แท้จริงของนางแล้วจากนั้นทั้งคู่จึงพากันเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยม