บทที่ 27 ค่ำคืนแห่งการฝึกสอนหญิงงาม
เมื่อ ชิว เหวินเจี้ยนในตอนนี้เขาอยู่กับ หุ่ย เฟย และ หุ่ย เฟิง เขาก็คิดที่จะเริ่มฝึกสอน2คนนี้เช่นเดียวกัน แต่ว่าตอนนี้มันยังถึงเวลาพักผ่อนอยู่เขาจึงไม่ได้เรียกใครออกมาฝึกฝนแต่อย่างใด
ชิว เหวินเจี้ยน ได้เดินออกมาข้างนอกที่พักของเขาและได้เริ่มวาดวงแหวนเวทย์ขึ้นมาเพื่อที่จะสร้างเป็สนามฝึกซ้อมสำหรับพรุ่งนี้ให้พวก 2พี่น้องหุ่ย ได้เริ่มฝึกฝนกัน
ขณะที่ ชิว เหวินเจี้ยนกำลังสร้างสนามฝึกซ้อมอยู่นั้นเอง ก็ได้มีหญิงสาวที่ดูขาวผ่องเป็อย่างมากเดินเข้ามาทักทายเขา นั่นก็คือ ชิว หลิงซี นั่นเอง “ท่านชิว เหวินเจี้ยน ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือเพคะ ท่าน้าให้ข้าช่วยเหลือหรือไม่”
ชิว เหวินเจี้ยนเมื่อได้ยินนางเรียกหา เขาก็ได้แต่ตอบกลับไปว่า “นี่แม่สาวน้อย เ้ายังไม่ได้ไปพักผ่อนอีกหรือ เดี๋ยวเราจะต้องเดินทางกันในอีกไม่กี่วันนี้แล้วนะ”
ชิว หลิงซี ที่ไม่รู้มาก่อนว่าตนเองจะต้องเดินทางไปกับ ชิว เหวินเจี้ยน ด้วย ก็เริ่มรู้สึกแปลกใจขึ้นมาว่าทำไมเขาถึงได้กล่าวเช่นนั้นแต่ในเวลาไม่นานนางก็เข้าใจในทันที และกล่าวถาม ชิว เหวินเจี้ยน ว่า “หรือว่าที่ท่านอาจารย์บอกจะพาข้าไปยังดินแดนต้องห้ามด้วยนั่นก็คือข้าจะต้องเดินทางไปกับท่านด้วยใช่หรือไม่”
ชิว หลิงซีดีใจเป็อย่างมากถ้าเกิดที่นางคิดเอาไว้นั้นเป็เื่จริงเพราะนางจะได้รู้จักตัวตนของ ชิว เหวินเจี้ยน เพิ่มมากขึ้น และเผื่อว่าจะได้รับรู้การฝึกพิเศษของชิว เหวินเจี้ยน บ้าง ไม่มากก็น้อย
ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้กล่าวขึ้นมา “อ้าว ท่านพ่อยังไม่ได้บอกหรอกหรือ ว่าข้าเป็คนชวนท่านให้ไปเยี่ยมชมดินแดนต้องห้ามเฮ้อ... ท่านพ่อ นะ ท่านพ่อ”
ชิว หลิงซีที่มัวแต่คิดถึงการเดินทางอยู่ในขณะนี้ไม่ได้ฟังสิ่งที่ ชิว เหวินเจี้ยนกล่าวมาเลยแม้แต่น้อย นางมีแต่ท่าทีเหม่อลอย
ชิว เหวินเจี้ยน เมื่อเขาได้สร้างสนามฝึกซ้อมเสร็จแล้วเขาก็ได้หันไปทาง ชิว หลิงซี และกล่าวขึ้นมาอีกทีว่า “แม่สาวน้อย เ้าสนใจที่จะลองใช้สนามฝึกซ้อมที่ข้าเป็คนสร้างดูหน่อยหรือไม่ เผื่อมันจะถูกใจเ้าบ้าง ข้าจะได้ทิ้งไว้ให้มันเป็ของขวัญแก่ตระกูลชิวก็แล้วกัน”
ชิว หลิงซี ที่พึ่งตื่นจากภวังค์ ตอนนี้ข้างหน้าของนางก็ได้มีสนามฝึกซ้อมที่มีขนาดเล็กแต่ว่าประดับไปด้วยลวดลายอันสวยงามหรูหราเป็อย่างมากนางจึงกล่าวขึ้นมาว่า “ท่านชิว เหวินเจี้ยน นี่มันคือ...สนามฝึกซ้อมที่มีขนาดเล็กเป็อย่างมากแต่ว่ามันกลับสวยงามสง่าอย่างเห็นได้ชัดแล้วอย่างนี้ข้าจะสามารถฝึกซ้อมได้ยังถ้ามันเล็กขนาดนี้”
ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้หัวเราะขึ้นมา “ฮ่า ฮ่า ฮ่า แม่สาวน้อย ใช่เ้ากำลังดูถูกข้าอยู่หรือไม่เ้ายังไม่ได้ลองเข้าไปเหยียบพื้นที่ของมันเลยเ้าจะรู้ขนาดที่แท้จริงของมันได้อย่างไรกัน”
ชิว หลิงซี ที่คิดว่ามันมีขนาดเล็กเป็อย่างมากจริงๆนางจึงลองเดินเข้าไปเหยียบในพื้นที่ของสนามฝึกซ้อมดู
แต่ภาพที่นางเห็นในตอนนี้กลับแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง!
ชิว หลิงซี จึงได้กล่าวขึ้นมาว่า “ที่นี่มันที่ใดกัน มีป่าแสนสวยเต็มไปหมด และสัตว์ขนาดั์ที่ตำนานเคยได้บันทึกเอาไว้ หรือว่านี่จะเป็อีกโลกหนึ่งที่ ท่านชิว เหวินเจี้ยนเป็คนสร้างมันขึ้นมา !”
ชิว เหวินเจี้ยนก็ได้หัวเราะและกล่าวตอบไป“ถูกต้องแล้วแม่สาวน้อยที่ข้าบอกให้เ้าเข้ามาในนี้ก็เพื่อที่จะฝึกฝนเ้าให้แข็งแกร่งขึ้นยังไงหละ ไหนเ้าลองมองขึ้นไปข้างบนฟ้าให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้เ้าเห็นอะไรหรือไม่”
ชิว หลิงซี ก็ได้มองขึ้นไปตามที่ ชิว เหวินเจี้ยนบอก และนางก็ได้บอกออกมาว่า
ชิว หลิงซี ตอบ “ข้าเห็นท้องฟ้า”
ชิว เหวินเจี้ยน ตอบ “ผิด!”
ชิว หลิงซี ตอบอีกรอบ “ข้าเห็นวิหค”
.
.
.
.
“ผิด!”
ชิว เหวินเจี้ยน จึงได้กล่าวขึ้นมาว่า“เ้านั้นยังไม่สามารถมองเห็นมันได้สินะในตอนนี้ แปลว่ามันยังไม่ยอมรับในตัวเ้า”
ชิว หลิงซี ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แค่คิดในใจว่า ‘อะไรคือยังไม่ยอมรับในตัวข้า มันคืออะไรกันแน่และมันมีอยู่จริงหรือไม่’
แต่เมื่อ ชิว เหวินเจี้ยนได้เห็นนางกำลังคิดอยู่นั้น เขาก็ได้กล่าวขึ้นมา “ถ้าอย่างนั้น เ้าก็ลองไปหาคำตอบของมันด้วยตนเองซะสิ ข้ามีเวลาให้เ้า30วันในการที่อยู่ข้างในนั้น แต่เ้าไม่ต้องห่วงไป เวลาข้างใน30วันนั้น เท่ากับ1วันในโลกภายนอกเท่านั้นเอง!”
ชิว หลิงซี เหงื่อแตกพักๆนางเริ่มเกิดอาการหวาดกลัวขึ้นมา เพราะสัตว์ที่อยู่ในสนามฝึกซ้อมแห่งนี้มันมีแต่สัตว์ที่อยู่ในบันทึกโบราณทั้งนั้นเลย
ชิว หลิงซีที่อยู่ในอีกโลกหนึ่งได้เริ่มเดินทางเข้าไปในป่าเพื่อที่จะไปหาสถานที่พักผ่อนของตนเองก่อนถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเขาจะได้หนีทัน
ชิว เหวินเจี้ยน เมื่อเห็นเช่นนั้น ก็ดูนางจากข้างนอกสนามฝึกซ้อมอยู่เฉยๆ
ส่วนทางด้าน ชิว หลิงซีที่กำลังเดินเข้าไปในป่าอยู่นั้นเอง ก็ได้ยินเสียงอะไรสักอย่างที่ทรงพลังเป็อย่างมากดังขึ้นมาเบาๆจนแทบจะไม่ได้ยิน“มองมาที่ข้าตามหาข้า ช่วยปลดปล่อยข้าที”
ชิว หลิงซีก็ได้มีท่าทีตื่นกลัวเช่นเคย ถึงแม้ว่าในเสียงนั้นจะบอกให้ไปช่วยมันแต่ทว่าสิ่งที่ทรงพลังขนาดนั้น ยังส่งเสียงขอความช่วยเหลือ แล้วถ้านางไปช่วย จะรอดกลับมาอย่างนั้นหรือ
แต่ ชิว หลิงซีก็มีนิสัยที่ชอบสอดรู้สอดเห็นอยู่แล้ว นางจึงเดินเข้าไปทีละนิดในใจกลางของป่า
เสียงนั้นก็ได้มีเสียงดังขึ้นมาอีกนิด“เข้ามาช่วยข้าออกไปทีข้าไม่้าโดนกักขังอยู่ที่นี่”
ชิว หลิงซีสะดุ้งในทันที เมื่อรู้สึกตัวว่า ตนเองกำลังจะเข้าใกล้เสียงที่มีพลังมหาศาลนั่นแล้ว
ชิว หลิงซีที่เดินใกล้เข้าไปหาเสียงนั่นขึ้นเรื่อยๆ ก็ได้เอะใจขึ้นมา ‘ทำไมเสียงนี่ มันถึงได้ดูน่าสงสารขนาดนี้กันใครกันแน่ที่เป็คนกักขังมันเอาไว้ในนี้กันนะ’
เมื่อ ชิว หลิงซีเดินเข้าไปเรื่อยๆ ก็ได้เจอกับปราสาทขนาดั์ ที่มีลวดลายสง่างามขนาดที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งชีวิตและมันให้ความรู้สึกที่เก่าแก่เป็อย่างมากอีกด้วย
แต่ทว่า นางก็ยังเดินตรงไปใกล้ๆปราสาทที่มีขนาดั์นั่นตั้งอยู่และได้เห็นความอลังการของมันชัดๆเต็มสองตา มีแสงสีทองระยิบระยับตาให้ความรู้สึกที่เหมือนกับอยู่ในความฝันก็ว่าได้