การที่สะใภ้สามทำให้หลันเยวี่ยอับอายต่อหน้าผู้คนก็ไม่ต่างอะไรกับการทำให้จ้าวหงเหมยเสียหน้า
ถึงแม้จ้าวหงเหมยจะซื่อๆแต่ก็ใช่ว่าจะโง่
จ้าวหงเหมยรู้ดีว่าหลันเยวี่ยทำงานบ้านทุกอย่างเป็นจึงไม่กังวลว่าลูกสาวจะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะ
“อาสะใภ้สามวางใจได้เลยค่ะ ถึงหนูจะขี้เกียจไปบ้างแต่ก็ไม่ได้โง่อย่างที่อาคิดหรอกค่ะ” หูหลันเยวี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับรับมันฝรั่งมาจากมือของสะใภ้สามไป
พวกที่รอชมเรื่องตลกต่างก็จับจ้องไปยังหูหลันเยวี่ยที่รับมันฝรั่งมาจากมือสะใภ้สามพวกเขาอยากรู้กันใหญ่ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น? คุณหนูที่กลับมาจากในเมืองจะหั่นมันฝรั่งเป็นเส้นได้จริงๆน่ะหรือ?
หูหลันเยวี่ยรู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาที่เธอแล้วก็รู้ดีว่าทุกคนกำลังรอคอยอะไรอยู่
หูหลันเยวี่ยถือถ้วยเล็กๆที่มีมันฝรั่งปอกเปลือกแล้ว เดินไปที่เขียงอย่างใจเย็นจากนั้นก็หยิบมีดทำครัวบนเขียงขึ้นมาต่อหน้าคนอื่นๆ
มือหนึ่งถือมีดมืออีกข้างก็หยิบมันฝรั่งขึ้นมาจากถ้วย
“อาสะใภ้สามคะ เขาหั่นมันฝรั่งกันแบบนี้ถูกไหมคะ?”
เมื่อเผชิญหน้ากับหลันเยวี่ยที่แฝงรอยยิ้มซ่อนคมมีดสะใภ้สามรู้สึกเพียงว่าแก้มของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย
เมื่อสะใภ้สามเห็นหลันเยวี่ยหั่นมันฝรั่งอย่างคล่องแคล่วว่องไวกลายเป็นเส้นเล็กๆ อย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเธอก็เริ่มร้อนวูบวาบขึ้นมา
หูหลันเยวี่ยหั่นมันฝรั่งเสร็จอย่างรวดเร็วมันฝรั่งที่หั่นออกมานั้นก็ละเอียดเหลือเกิน
“อาสะใภ้สามคะ คิดว่าหนูหั่นมันฝรั่งใช้ได้ไหมคะ?” หูหลันเยวี่ยชี้ไปที่มันฝรั่งเส้นที่ละเอียดกว่าเส้นด้ายบนเขียงแล้วถามด้วยรอยยิ้ม
สะใภ้สามหน้าแดงก่ำกล่าวว่า“ใช้ได้ๆ หนูเยวี่ยเยวี่ยนึกไม่ถึงเลยว่าฝีมือการใช้มีดของแกจะดีขนาดนี้!”
จ้าวหงเหมยหัวเราะพลางกล่าวเสริมว่า“เยวี่ยเยวี่ยบ้านเราน่ะ ไม่ใช่แค่ฝีมือการใช้มีดดีเท่านั้นนะเรื่องผัด ทอด ต้ม ตุ๋น ก็ไม่มีใครเกิน”
ขณะที่พูดออกมานั้นบนใบหน้าของจ้าวหงเหมยก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจแบบปิดบังไม่มิด
ในชนบทบ้านไหนที่มีลูกสาวทำงานบ้านเก่ง นั่นก็คือการเชิดหน้าชูตาพ่อแม่
เมื่อครู่หูหลันเยวี่ยได้แสดงให้ทุกคนเห็นถึงฝีมือการใช้มีดที่ชำนาญถึงขั้นสุดยอดของเธอแม้แต่คนที่หั่นมันฝรั่งมาค่อนชีวิตในหมู่บ้านก็ยังสู้เธอไม่ได้
หูหลันเยวี่ยไม่เพียงแต่หั่นมันฝรั่งได้ละเอียดเท่านั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือความเร็วว่องไว และวิธีการใช้มีดที่คล่องแคล่ว
เวลาที่เธอใช้หั่นมันฝรั่งหนึ่งลูกคนอื่นๆ ใช้เวลามากสุดก็แค่หั่นได้ครึ่งลูกแถมยังไม่ละเอียดเท่าที่หลันเยวี่ยหั่นเสียด้วยซ้ำ
ในตอนนี้จ้าวหงเหมยบอกว่าหลันเยวี่ยผัดทอด ต้ม ตุ๋น ก็เก่งกาจ แม้จะยังไม่สามารถทำให้คนเชื่อได้อย่างสนิทใจแต่ก็ไม่มีใครกล้าออกมาตั้งคำถามว่าเธอกำลังคุยโวโอ้อวดเพราะถ้าเกิดพลาดท่าเหมือนสะใภ้สาม ก็คงจะไม่ดีแน่
คิดว่าเรื่องวุ่นวายเล็กๆนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี แต่ไม่คิดเลยว่าป้าใหญ่หูที่ไม่ค่อยปริปากพูดกลับเอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า “น้องสะใภ้คนโตบอกว่าหลันเยวี่ยผัดทอด ต้ม ตุ๋น เก่งทุกอย่าง งั้นก็ให้หลานคนนี้ลองเป็นหัวหน้าแม่ครัวหน่อยสิพวกเราเป็นลูกมือให้ จะเป็นอะไรไป?”
ป้าใหญ่หูไม่เชื่อว่าหลันเยวี่ยจะเก่งเรื่องผัดทอด ต้ม ตุ๋น อย่างที่จ้าวหงเหมยพูดจริงๆ ก็ใช่อยู่ เธอหั่นมันฝรั่งได้ดีแต่ใครบอกว่าหั่นมันฝรั่งเก่งแล้วจะผัดมันฝรั่งเก่งด้วยกันล่ะ?
การอุ้มยายาไปไม่ได้ทำให้ป้าใหญ่หูยังคิดแค้นอยู่ตลอดเมื่อรวมกับการที่หลันเยวี่ยถือไม้ขู่ขวัญสวีคังเมื่อครู่ก็ยิ่งทำให้ป้าใหญ่หูที่หวงลูกยิ่งเกิดความขุ่นเคืองใจ
ในขณะที่คำพูดของป้าใหญ่หูยังไม่ทันขาดคำสะใภ้รองก็รีบออกมาพูดจาเสียดสีในทันที
“พี่ใหญ่คะ พี่จงใจทำให้หลันเยวี่ยลำบากหรือเปล่าคะ? มีผู้ใหญ่อยู่ตั้งหลายคนกลับให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเป็นหัวหน้าแม่ครัว พี่คิดออกมาได้ยังไงกัน?”
สะใภ้รองถือโอกาสนี้ซ้ำเติมทำให้ป้าใหญ่หูอับอายต่อหน้าผู้คนอีกครั้ง
ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวจะทำลายบรรยากาศที่ดีในวันเกิดของแม่เฒ่าป้าใหญ่หูคงจะตบะแตกไปนานแล้ว
หูหลันเยวี่ยที่หั่นมันฝรั่งไปแล้วสามลูกวางมีดในมือลง เธอพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ในเมื่อป้าใหญ่ให้หนูเป็นหัวหน้าแม่ครัวงั้นหนูก็จะไม่เกรงใจแล้วนะคะที่ผ่านมาหนูอยากหาโอกาสแสดงความกตัญญูต่อคุณย่ามาตลอดถือโอกาสที่ท่านอายุครบหกสิบห้าปีหนูจะใช้ความสามารถของตัวเองทำอาหารในงานเลี้ยงนี้เพื่อแสดงความกตัญญูต่อคุณย่าค่ะ”
ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะไม่มีสะใภ้สามและป้าใหญ่มาหาเรื่องหูหลันเยวี่ยก็จะเสนอตัวเป็นหัวหน้าแม้ครัวอยู่ดี
หูหลันเยวี่ยวางแผนไว้แล้วว่าจะใช้โอกาสวันเกิดของแม่เฒ่าหูแสดงฝีมือให้เต็มที่ ให้ญาติๆ ได้เห็นความสามารถของคุณหนูคนนี้
หูหลันเยวี่ยต้องการใช้มื้ออาหารนี้เปลี่ยนความคิดของญาติๆ ที่มีต่อเธอ ด้วยฝีมือทำอาหารที่ยอดเยี่ยมนี้พ่อแม่จะได้เชิดหน้าชูตา และลบเลือนความนิยมของเฉินเชี่ยนเชี่ยนในหมู่ญาติด้วย
เฉินเชี่ยนเชี่ยนอ่อนโยนว่านอนสอนง่าย และทำงานบ้านได้ดีแต่เธอไม่มีฝีมือการทำอาหารที่เทียบเท่าเชฟระดับโรงแรมห้าดาวอย่างหูหลันเยวี่ย
หูหลันเยวี่ยมั่นใจว่าจะใช้ฝีมือการทำอาหารที่ดีของเธอพิชิตลิ้นของญาติๆทุกคน และทำให้ภาพลักษณ์ไม่ดีในอดีตของเธอที่หลงเหลืออยู่ในใจของทุกคนเปลี่ยนไป
จริงๆแล้วหูหลันเยวี่ยไม่ได้สนใจว่าญาติๆ จะมองเธออย่างไรแต่เธอรู้ดีว่าความประพฤติดีชั่วของตนจะส่งผลกับมุมมองของญาติที่มีต่อพ่อแม่
พ่อแม่ของเธอถูกญาติๆดูถูกอยู่แล้วเพราะไม่มีลูกชายซ้ำลูกสาวที่เลี้ยงมาตั้งสิบแปดปีกลับไม่ใช่ลูกของตัวเอง แล้วลูกสาวแท้ๆที่ได้กลับคืนมาก็ยังไม่เอาไหนอีก
ไม่ต้องคิดหูหลันเยวี่ยก็รู้ว่าญาติๆ แอบหัวเราะเยาะพ่อแม่ของเธออย่างไรบ้าง
หูหลันเยวี่ยต้องเป็นหัวหน้าแม่ครัวให้ได้และเมื่อจ้าวหงเหมยกับถิงถิงไม่ได้ห้าม คนอื่นๆ ก็คงไม่มีใครมาแย่งกับเธอ
พวกเขาอยากจะลองชิมรสชาติอาหารที่คุณหนูผู้กลับมาจากในเมืองทำว่ามันจะเป็นอย่างไร
ถ้าหูหลันเยวี่ยทำหน้าที่หัวหน้าแม่ครัวได้ไม่ดีทำอาหารออกมาแล้วกินไม่ได้ นั่นก็คือการทำให้ตัวเองและพ่อแม่ต้องเสียหน้า
หูหลันเยวี่ยหั่นมันฝรั่งทั้งหมดจนเสร็จอย่างรวดเร็วจากนั้นก็เริ่มเตรียมทำอาหาร เธอขอให้แม่และถิงถิงช่วยเธออยู่ข้างๆ ด้วย
ส่วนสะใภ้รองสะใภ้สาม ป้าใหญ่หู และหูหลิงหลิง พวกเธอไม่ได้เข้ามาใกล้เตาไฟ
พวกเธอต่างทำหน้าที่ไปไม่ว่าจะเด็ดผัก หรือต้มน้ำ
หน้าเตาจึงมีอยู่สามคนคือจ้าวหงเหมยกับลูกสาวทั้งสอง
“แม่คะ ถ้าเกิดยัยหมูตอนทำอาหารออกมาไม่อร่อย จะทำยังไงดีคะ?” หูหลิงหลิงกระซิบข้างหูแม่
สะใภ้รองพูดด้วยท่าทีไม่ใส่ใจว่า“ก็หล่อนอยากจะแสดงความสามารถเองนี่ถ้าทำลายงานเลี้ยงวันเกิดของคุณย่าไปแล้ว ถึงตอนนั้นคุณย่าคงไม่ปล่อยหล่อนไปหรอกพวกเราก็แค่รอดูละครก็พอ”
หูหลิงหลิงเบ้ปากจากนั้นก็ยกเก้าอี้เตี้ยๆ ตัวหนึ่งมานั่งอยู่ไม่ไกลจากเตาไฟที่กำลังใช้ทำอาหาร
หูหลันเยวี่ยหันกลับไปเล็กน้อยก็เห็นหูหลิงหลิงที่กำลังนั่งเฝ้าเธออยู่
“หูหลันเยวี่ย ในเมื่อเธอบอกว่าจะทำหน้าที่หัวหน้าแม่ครัวแล้วก็อย่าให้ป้าใหญ่กับพี่สาวต้องมาช่วยเธอทำงานที่ตัวเองควรจะทำสิ” หูหลิงหลิงย้ำแล้วย้ำอีก
หูหลันเยวี่ยยิ้มให้เล็กน้อย“งั้นเธอก็นั่งเฝ้าฉันดีๆ แล้วกัน”
เมื่อเห็นว่าไฟในเตาถึงที่แล้วหูหลันเยวี่ยก็เตรียมจะยกกระทะขึ้นตั้ง
เมื่อเห็นน้ำมันในน้ำเต้าใส่น้ำมันเหลือน้อยเต็มทีหูหลันเยวี่ยก็ขมวดคิ้ว “อาสะใภ้สามคะบ้านเราไม่มีน้ำมันแล้วเหรอคะ?”
“ในน้ำเต้าใส่น้ำมันก็มีนี่ น้ำมันแค่นี้ก็พอให้ใช้ได้ทั้งวันแล้ว” สะใภ้สามเหลือบมองน้ำเต้าใส่น้ำมันที่วางอยู่บนเตาไฟ
เมื่อหูหลันเยวี่ยได้ยินว่างานเลี้ยงวันนี้จะใช้น้ำมันแค่น้ำเต้าเดียวเธอก็มองไปที่สะใภ้สามด้วยสายตาที่ซับซ้อน