กำพร้า ณ ต่างโลก (อ่านฟรี)

    9 ความสุขจากแดดยามเช้า ณ ตลาด

            ผมกลับเข้ามาในบ้าน คืนตุ๊กตาและมาอยู่กันที่ห้องนอน

            ผมนอนคิด มันเป็๞หนึ่งปีหลังจากวันที่ผมแขนหักอย่างโชคดี วันนั้นหลังฝึกเสร็จผมไปขอขวานที่ห้องเก็บของต่อจากห้องโดโรเธีย แล้วนำไปตัดกิ่งของต้นราชพฤกษ์ เพื่อมาดามแขนที่หักตอนนั้นหลังจากดามมันหายในสองวันหายอย่างที่ผมคิดว่ามันจะหายเร็ว ร่ายกายคนที่นี่รักษาตัวเองเร็วมาก 

            และผมตัดมาเป็๲ดาบอีกสามกิ่งให้พวกเรา ผม วี เด็กแมวผมดำมีหูแมวหมายเลขหนี่ง วิว เด็กแมงมุมผมเงินมี 10 ตา 10 แขนหมายเลขสองอีกด้วย

            เราเพิ่มดาบไปกับการฝึกตอนเช้าของเราด้วยโดยการเหวี่ยงมันทุกทิศ เราเริ่มใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างใกล้ชิดมาสองปี จากนั้นเริ่มถือดาบเมือหนึ่งปีที่แล้ว ผมประมาณ 5 ขวบ วีกับวิว 4 ขวบ และตอนซ้อมต่อสู้เราเริ่มกันจากถือดาบเหมือนกันทุกคน

            เพราะทุกคนมีดาบ เราก็ต้องมีดาบด้วย เราจะเข้าไปสู้กับคนมีดาบด้วยมือเปล่าไม่ได้ วีไม่อยากถืออย่างหงุดหงิด แต่ไม่พูดอะไร

            แม้จะผ่านไปอีกหนึ่งปีหลังจากมีกิ่งราขพฤกษ์ วียังดูไม่ชอบดาบและพอสู้ไม่ทันไรเธอก็โยนมันทิ้งอย่างรวดเร็วตลอด แต่ตอนจังหวะที่มันเข้าประชิดนั้นทำได้ ผมเลยไม่พูดอะไร ส่วนวิวดูชอบและเก่งมันขึ้นเรื่อยๆ

            ผมนึกไปถึงเมื่อวาน

            ผมกำลังนั่งอยู่ที่ห้องนอนรวม

            “พี่หมายเลขแปด”

            “มีอะไรเหรอหมายเลขหนึ่ง”

            “ทำไมหนูต้องถือดาบ?”

            ตอนอยู่ในบ้านเราต้องเรียกหมายเลขกันเพราะเหล่าพี่เลี้ยงจะโกรธมากถ้าพวกเธอทั้งสามได้ยิน มันมีหน้าต่างอยู่ในห้องนอนรวมซ้ายและขวาของประตู

    ตอนแรกมันแง้มนิดเดียวอยู่ตลอด ผมเคยถามอลิสแล้วเธอตอบกลับมาว่าเคยรำคาญเสียงผมตอนเป็๞เด็กอ่อน และไม่มีใครถามหลังจาก นั้น ผมจึงขอเปิดมันและตอนนี้มันเปิดอยู่

    ไม่ว่าอย่างไร คำถามของวีมีปัญหา

            “น้องชอบมั้ยเวลาที่หมายเลขสองมีระยะไกลกว่า?”

            “ไม่ชอบ”

            “ดาบมันคือการเพิ่มระยะป้องกันตัว ถ้าเธอมือเปล่าระยะเธอจะสั้นกว่า ถ้าทุกคนถือดาบกันไม่เธอต้องเป็๞คนเก่งที่สุดเหนือกว่าทุกๆคนได้ทั้งหมดตลอด น้องก็จะเสียเปรียบอยู่ตลอด ดังนั้น เธอต้องเข้าใจ แล้วยอมรับว่ามันอยู่กับเรา”

            “ถ้าอย่างนั้นหนูจะกลายเป็๲คนที่เก่งที่สุด!”

            “และหนูเป็๞คนๆนั้นหรือยัง?”

            “ยัง”

            “ถ้าอย่างนั้นน้องจะทำตัวเองเสียเปรียบทั้งๆที่เลือกได้อย่างนั้นหรือ? นั่นเป็๞การเอาเปรียบตัวเองนะ”

            “แต่”

            เธอไม่พูดอะไรต่อกำลังคิดอย่างหนัก จากนั้นเธอถอนหายใจ

            “เฮ้อ หนูไม่รู้สิ”

            “คิดซะว่ามันเป็๞มือไม้ของเธอสิ”

            “อย่างนั้นเหรอ”

            “จินตนาการมัน มันเป็๞ของที่น้องจำเป็๞ต้องเล่น”

            เธอเงียบไป

            “เข้าใจแล้ว”

            “เข้าใจก็ดีแล้วนะหนึ่ง เล่น คิดอะไรใหม่ๆสิดีกว่า”

    ผมลูบหัวเธอ เธอครางอย่างน่ารักเหมือนแมว


            ผมมองเตียงวี เธอหลับอยู่ ผมมองวิวตอนนี้เธอนอน ณ เปลใยแมงมุมที่เพดาน

    ผมปิดตานอนลงอย่างช้าๆระหว่างมองพวกเธอ

            ผมอยู่ที่ซึ่งไม่มีคนมันมีคอมพิวเตอร์อยู่เครื่องหนึ่งกับทุ่งหญ้าประหลาดที่นุ่มเหมือนเบาะ กับสัตว์ประหลาดมีหนวดประมาน 9 เส้นหนาๆ ชี้ขึ้นฟ้ารอบตัว

    คอมพิวเตอร์มันกำลังเปิดอะไรซึ่งเหมือนเว็บไซต์ค้นหามันเป็๞คอมพิวเตอร์ของโลกนี้หรือ?

            “วี! วิว! พี่อลิส!”

            เสียงผมก้องไปในความว่างเปล่าผมเดินวนห้องที่กว้างพอเหมือนห้องฝึก

            “วี! วิว! พี่อลิส!”

            ผมเผชิญกับความเงียบกัน

            ผมเดินรอบห้อง

            ผมเดินรอบห้องอีกรอบ แม้ว่าผมเห็นทุกอย่างได้ ผมเดินต่อไปดูที่โต๊ะคอมพิวเตอร์

            ดูข้างบน, ดูข้างล่าง, และดูมุม

            ผมดูรอบห้องอีกครั้ง

            หัวใจผมตกวูบไปที่ตาตุ่ม

            ผมวิ่งอ้อมโต๊ะไปหน้าคอมพิวเตอร์

            “วี, วิว, และอลิสอยู่ไหน”

            ““พี่วิวตื่นๆ””

            ผมลืมตา

            “ฟู่วววว”

            ผมเห็นวีกับวิวทำหน้าสงสัย

            “พี่เป็๞อะไรน่ะ เหงื่อออกท่วมเลย แล้วอย่าเรียกชื่อเราที่นี่สิ”

            “ใช่ๆ”

            “ฝันน่ะ พี่ละเมอ ว่าแต่มีอะไรเหรอหมายเลขหนึ่งหมายเลขสอง?”

            “เมื่อสักพักที่แล้วพี่อลิสมาบอกว่าเรียกพี่ไปตลาดด้วยตอนเช้า”

            “อื้มใช่”

    “อย่างนั้นเหรอหมายเลขหนึ่งถ้าอย่างนั้นพี่ต้องฝึกเช้าก่อน”

    ““อื้ม””

    ผมลงเตียงอันเปียกเหงื่อผม แล้วสะบัดแขนสะบัดขา

    ผมเห็นอลิสเดินมาผ่านหน้าต่าง

    ผมหยุดฝึกเช้ามันน่าเสียดายแต่ไม่เป็๲ไร

    ผมเดินไปหน้าประตูแล้วอลิสก็เข้ามา

    “หมายเลขแปดอาบน้ำ พี่จะให้ไปยกของที่ตลาดกับวาเนสซ่า”

    “มีแต่ผมที่ได้ไปเหรอ”

    “ใช่เพราะโดโรเธียบอกว่าเธอแข็งแรง”

    “ถ้าอย่างนั้นหมายเลขหนึ่งกับหมายเลขสองแข็งแรงเท่าผมด้วย พี่ต้องพาพวกเธอไปด้วย หมายเลขหนึ่ง! หมายเลขสอง!”

    “มีอะไรเหรอพี่วะ, หมายเลขแปด”

    วิวถามผม ผมต้องให้พวกเธอพิสูจน์ความแข็งแกร่ง

    “ยกพี่ให้พี่อลิสดูที จะได้ไปตลาด”

    “ฮึบ”

    “โห”

    “ฮึบ”

    วิวยกผม พอผมพื้นลงวีก็ยกผมทันที หน้าตาอลิสประทับใจ

    “ดี ถ้าอย่างนั้นพวกเธอไปด้วย”

    “ยะ-”

    “แงะ-”

    “เดี๋ยว! อย่าปลุกเด็กคนอื่น!”

    “เย้”

    “แง้ว”

    พวกเธอดีใจเบาๆ

    พวกเธอไปอาบน้ำก่อนระหว่างผมรอจากนั้นผมก็ไปอาบน้ำและเมื่อผมออกมาผมเห็นห้องเก็บของข้างหน้าเป็๲ห้องนอนโดโรเธียกับวาเนสซ่าทางขวาจากนั้นเป็๲ห้องทำงานมันแคบกว่าห้องเก็บของ และเดินไปที่หน้าต่างทางซ้ายมันเป็๲แดดยามเช้าจากหน้าต่างสูงซึ่งตั้งอยู่ตรง ณ ที่สุดของทางเดิน ผมหันกลับเดินผ่านห้องนอนรวมที่อยู่ขวามือและไปห้องรวมหน้าสุดทางเดินหน้าห้องรวมและมีประตูหน้าบ้าน

    ผมกลับเข้าห้องและไม่นานหลังจากนั้น

    “ป่ะ”

    อลิสมาเรียกเราไปห้องรวม เราดูตื่นเต้น พวกเรามองหน้ากันแล้วจับมือกันจากนั้นออกขบวนหน้าประตู แล้วรอพี่วาเนสซ่าข้างนอก

    “มาละ”

    พี่วาเนสซ่าออกมา จากนั้นสามเราที่ผูกผันกันมาด้วยความสนิทพิเศษไม่เหมือนใคร เดินกันออกหน้าบ้านแล้วเดินไปตลาดมาเรื่อยๆด้านข้างมันเป็๞บ้านโทรมๆ ไม่ก็เก่าๆ มีรั้วบ้างไม่มีรั้วบ้างสลับกันไป บางบ้านก็หญ้าไม่ขึ้นบางบ้านก็มี ผมเลิกสนใจและมองไปข้างหน้า

    “พี่มาด้วยแต่พี่ไม่เข้าไปนะ พี่จะรออยู่หน้าตลาด”

    ““อ่าว””

    พวกเรางง

    “พี่แค่จะไปดูว่าเธอซื้อที่พี่โดโรเธียสั่งมามั้ย”

    “อย่างนั้นเหรอคะ”

    หน้าตาอลิสดูงงเหมือนมีคำถาม แต่ไม่ได้พูดอะไร

    เราเดินกันต่อมาย่านที่อยู่อาศัยสักพักจากนั้นก็มาถึงถนนสำหรับรถอะไรสักอย่าง ไม่มีรถอะไรสักอย่างวิ่งผ่านมา แล้วถัดจากนั้นไป นั่น! ตลาด! มันทั้งใหญ่ทั้งกว้าง!

    “เย้”

    “ถึงแล้วๆ”

    พวกเราสามกำพร้ากำมือกันแน่นขึ้น มองหน้ากันแล้วก็ยิ้มแสดงฟันกันทุกคน ตาพวกเธอเป็๞ประกาย ผมมั่นใจว่าผมก็เช่นกัน

    อลิสจูงมือพวกเราข้ามถนน

    “ดูซ้ายขวาด้วยเผื่อรถฟาเนิคมา”

            รถนกที่วิ่งเร็วกว่าม้าเท่าหนึ่งหรือ? เราข้ามถนนแล้วก็มาถึงตลาดอาบแสงแดดด้วยความกระตือรือล้น

    “พี่รอตรงนี้นะ”

    พี่วาเนสซ่าบอกพวกเราสามกับหนึ่งพี่เลี้ยง พวกเราทั้งหมดหันไปพยักหน้าและเดินกันไปในตลาด

    มันเป็๞ตลาดอันของเป็๞ถาดๆเหมือนถาดสแตนเลสบ้าง ถาดที่เป็๞เหล็กเหมือนอัลลอยสีดำบ้าง บางร้านก็มีกล่องไม้ยกถาดขึ้นสูง ขายอาหาร เนื้อ, หมู, ไก่, และของแห้งของสด บางร้านก็เป็๞อาหารกินได้เลย

    และถัดไปถนนหลังมีห้องแถวข้างหน้าเปิดร้านแรกคือร้านขายดาบ ถัดไปคือร้านหนังสือ ต่อจากนั้นเป็๲ร้านขายของชำ ผมอยากไปดู

    “พี่อลิสครับพวกผมอยากไปดูตลาด”

    “เอ๋?”

    “เอาของไว้ที่พี่วาเนสซ่าก่อนได้มั้ยครับ?”

    “เอ”

    แม่นมอลิสคิดอยู่สักพัก

    “ได้มั้ง?”

    เธอถามผมหรือ? ผมพาวีและวิวสามเราไปที่ร้านดาบ มันมีดาบเหล็ก, ดามเหล็กที่ดูเหมือนสแตนเลส, ดาบเหล็กอัลลอยหรือเหล็กอ่อนสีดำ, ดาบไม้

    ผมหยิบดาบไม้

    “สิบเงินน้อง ทำไมอยู่กันแค่เด็กๆ พ่อ..”

    เขาชะงักไป

    “สิบเงิน งั่มๆ”

    พ่อสิบเงิน? พ่อแล้วอะไร? คำถามเขาแปลกเหมือนรูปลักษณ์ของเขาอันขาสั้นๆหายใจเร็วๆและฟันหน้าใหญ่แทะไม้เล็กๆอยู่ หรือเขาจะถามว่าพ่อแม่เราไปไหนแล้วเห็นต่างหูของเรา

    “มีส่งมั้ยครับ”

    “มีๆเอามั้ย”

    “เอาสามเล่มส่งที่บ้านกำพร้าแห่งที่สี่พี่พอรู้จักมั้ย ถนนฝั่งตรงข้ามน่ะครับ”

    “รู้ๆ จ่ายก่อนนะค่อยส่ง”

    “ครับ”

    เมื่อผมหยิบถุงทองเทออกมาสิบทองสีหน้าของเขาเปลี่ยนไป

    “ผมพูดผิดไปครับน้องจ๋ามันยี่สิบเงินจริงๆแล้ว”

    “สิบเงินไม่อย่างนั้นไม่เอาครับ”

    “จึ”

    เขาคิ้วขมวดแล้วรีบพูดต่อ

    “ได้ๆ สิบเงิน”

    ผมจ่ายเหรียญทองเขาไปแล้วจากนั้นเขาก็ทอนเงินมาด้วยเหรียญจำนวนมาก

    ผมออกจากร้านจูงมือวีและวิวแล้วเดินบนถนนแคบๆหลังแผงถาดแถวหน้าและเข้าร้านหนังสือ เจอกับคนขายผู้หญิงตัวใหญ่ๆอวบๆ

    “มีหนังสือเกี่ยวกับกึ่งมนุษย์มั้ยครับ”

    “ขอหาสักครู่นะน้องนะ”

    เธอไปหาหนังสือผมมองหากองหนังสือที่มีป้ายว่าลดราคาอยู่อืมหนังสือ เก็บเงินอย่างไรไม่ให้จน, ท่องเที่ยวที่ศิโรแล้วเป็๲อย่างไร, คัดลายมือภาษาเท่าเทียม, แบบฝึกหัดท่าดาบของทหาร ผมหยิบแบบฝึกหัดท่าดาบของทหาร

    ผมเปิดอ่านคร่าวๆ มันเป็๞รูปและอธิบายถึงการใช้ท่าฟันหัว ที่ผมดูแล้วผิดที่วางขาไว้ชิดกัน ผมให้วีกับวิวดู

    “หมายเลขหนึ่ง หมายเลขสอง มาดูนี่”

    “อุ้ยนั่นท่านี่”

    “ไหนๆ”

    วี๻๷ใ๯ดูสนใจวิวรีบมาดู

    “จำไว้นะตอนสู้อย่ายืนแบบนี้เตรียมพร้อมเด็ดขาด”

    “อ่าวทำไมอ่ะ”

    “นั่นดิ”

    วีมีคำถามวิวถามตามมา

            “การยืนเท้าชิดแปลว่าเราต้องก้าวขาก่อน การต่อสู้จริงๆแล้วมักจะจบในพริบตา เราต้องพร้อมเคลื่อนไหวให้เร็วที่สุด ใช้ท่าที่พวกเธอฝึกมาจะพร้อมเคลื่อนไหวมากกว่า และฟันแรงกว่าเพราะมีหลักดีๆ นั่นรวมถึงตอนจับทุ่มด้วย ยิ่งง้างเธอยิ่งใช้แรงยกได้เยอะ แต่เท้ายิ่งชิดยิ่งหมุนทุ่มได้เร็วเลือกดีๆว่าจะถ่างขนาดไหน และมากไปมันไม่ดี เธออาจโดนจับสวนหรือช้าไป”

            “อ๋อ”

            “อ๋อ เพราะหลักนี่เอง”

            จากนั้นผมหยิบคัดลายมือภาษาเท่าเทียม แล้วไปดูหนังสือที่อยู่บนแผงเมื่อผมดูส่วนใหญ่แล้วเป็๞หนังสือสารานุกรมกับนิยาย

            ผมอ่านขอบหนังสือ ความรักของเราทั้ง 7 ความรักของ 7 คนเล่มหนึ่ง, การต่อสู้ระหว่างวิลเลี่ยมและไมเคิล, การทะเลาะของเราทั้งเจ็ด ความรักของ 7 คนเล่มสอง, การแยกกันของเราทั้ง 7 ความรักของ 7 คนเล่มสาม, การตีกันของเราทั้งเจ็ดคน ทำไมมันเป็๲แบบนั้นเล่า มันยาวไปเป็๲นวนิยาย และมีขายซ้ำกันหลายเล่ม มันเป็๲ที่นิยม นั่นดีสำหรับผู้แต่ง

            ผมไปดูอีกฝั่ง มันเป็๞นิยายต่อสู้เสียส่วนใหญ่

            “อ่ะนี่ถ้ามันไม่ใช่สารานุกรม พี่ลดราคาไปนานแล้ว”

            แล้วสารานุกรมเราก็มา ผมหยิบถุงเงินที่เหรียญเยอะๆ เธอไม่ได้ตอบสนองอะไรเหมือนร้านแรก

            “เท่าไหร่ครับ”

            “สองเล่ม หนึ่งทองห้าสิบเงินจ้ะ”

            “แล้วให้ไปส่งที่บ้านกำพร้าแห่งที่สี่ซอยตรงข้ามล่ะครับ”

            “ไม่ถือไปเลยล่ะสองเล่มเอง”

            “เราต้องช่วยถือของให้พี่เลี้ยงน่ะครับ”

            “อย่างนั้นเหรอ เดี๋ยวพี่ไปส่งเองตอนเย็น ไม่ต้องมีค่าส่งหรอกสำหรับพวกน้อง”

            “ขอบคุณมากๆครับ”

            ผมขอบคุณเธอและเดินออกจากร้านมา

            ผมเดินต่อไปมันเป็๲ร้านเสื้อผ้า ผมเดินเลยไปแล้วกลับไปเข้าร้านเสื้อผ้ากับวีและวิว

    ผมมองรอบร้านและเห็นเ๯้าของร้านผู้หญิงผมสั้นๆ หุ่นดีๆ เดินมา

            “เลือกได้เลย”

            “ชุดละเท่าไหร่ได้ครับ”

            “หนึ่งเงินถึงห้าเงินจ้ะ”

            ผมมองดูเสื้อผ้า มันมีแนวเรียบๆเหมือนเสื้อยืดกับชุดที่มีจีบมีลูกไม้เยอะๆ ถ้าให้ผมเดาชุดธรรมดาน่าจะหนึ่งเงินและชุดจีบเยอะๆตกแต่งเยอะๆน่าจะห้าเงิน ผมหันไปหาวีกับวิว

            “เลือกกันมาคนละสิบชุด อันไหนก็ได้”

            “จริงอ่ะ?”

            “เย้”

            วีมีคำถามดูไม่ค่อยเชื่อและวิวรีบไปเลือกเสื้อผ้า ผมพยักหน้า จากนั้นผมเห็นวิวเลือกเสื้อผ้าอย่างกระตือรือล้นและวีแตะๆเขี่ยๆหมุนๆดูมันทีละชิ้น ผมหันไปคุยกับเ๯้าของร้านหน้าสวยๆ

            “ของผมเอาเสื้อธรรมดาไม่มีแขนเสื้อสิบและชุดเรียบร้อยน่าเชื่อถือสามครับ”

    เธอมองผมแล้วจับไหล่ผมสองข้าง เอาไม้มีอักขระภาษายาวๆมาทาบๆมันมีเครื่องวัดดีๆแล้ว

            “ได้สิส่งที่ไหน”

            “บ้านกำพร้าแห่งที่สี่ครับ”

            “บ้านกำพร้าแห่งที่สี่ซอยตรงข้ามเหรอ ไปยังไงแล้วนะ”

            ผมอธิบายทางเดินไป จากนั้นไปรอวีกันวิวบริเวณหน้าร้าน

            วีเลือกไม่มีแขนมาเก้าชุดกับการเกงขาสั้นสำหรับคนที่มีหางเพื่อสองหางสีดำของเธอเหมือนชุดสีดำที่เธอเลือกทั้งตัว และวิวเลือกชุดลูกไม้เยอะๆกระโปรงบานน่ารักสีสันมากมายมาสามชุด กับเสื้อยืดมีแขนสองตัวและเสื้อไม่มีแขนห้าตัว

            ผมบอกให้พี่เ๯้าของร้านนำไปส่งที่บ้านกำพร้าของเราจ่ายเงิน และออกจากร้านมา เดินต่อไปในตลาด เราเดินซื้อของของตลาดแถวต่อไป ผมเห็นอลิสเลือกซื้อปลา วีกับวิววิ่งไป ผมรีบวิ่งตามไป

            “พี่อลิสเราจะได้กินปลาเหรอ?”

            “ใช่จ้ะโดโรเธียจะกินน่ะ เธอเบื่อต้มข่าไก่”

            “พี่ทำบ่อยไป”

            “ผมกินได้”

            วีถามและวิวออกความคิดเห็น แต่สำหรับผมมันอะไรก็ได้ มันมีเสียงนักแสดงดนตรีบนถนนอยู่ ผมเห็นหูวีกระดิกแล้วหันไปทางนั้น

            เธอกันไปมอง ค่อยๆเดินไปและไปยืนอยู่หน้านักสีอะไรที่เหมือนซอรูปทรงตัววีบิน มันเหมือนซอสำหรับเพลงร็อกแต่เพลงที่เขาเล่นเป็๞แนวเบาๆออกบรรเลง มันเหมือนเพลงคลาสสิค

            วีเริ่มปรบมือเข้าจังหวะสักพักแล้วนักเล่นซอร็อกกวักมือเธอเข้าไป จากนั้นวีส่งเสียงร้องไม่เป็๲คำตามโน้ตจากนักดนตรี แบบประสานเสียง ผม๻๠ใ๽กับเสียงเธอที่ได้ยินนั้นมันน่าประทับใจขนาดไหน

            ผมเดินไปลูบหัวเธอ

            “เสร็จแล้วเดินไปหาพี่วาเนสซ่านะ”

            เธอพยักหน้าและผมกลับมาเห็นวิวกำลังเลือกแมลงทะเลข้างอลิส มันคือแมลงทะเลรูปทรงคล้ายแมงป่องสดๆใหม่ๆ ตัวขนาดเท่าฝ่ามือผู้ใหญ่ ผมเดินไปถามพ่อค้า

            “เท่าไหร่ครับ”

            “ตัวละเงินจ้าตัวละเงิน”

            “เอาเอาแปดตัวครับ”

            วิวกินเยอะกว่าทุกคนรวมถึงผู้ใหญ่ในบ้าน ผมจึงสั่งให้เธอสามตัว ผม, วี, เหล่าพี่เลี้ยงจะได้คนละตัว

            พ่อค้าหยิบใส่ถุงเยื่อไม้เหนียวๆซึ่งดูเหมือนถุงพลาสติกอย่างเชี่ยวชาญและมอบให้เรายิ้มๆ วิวกำลังหยิบแมลงทะเลคล้ายแมงป่องให้ตาล่างดูและคัดทีละตัว

            “หมายเลขสองเสร็จแล้วไปหาพี่วาเนสซ่านะจำทางได้ใช่มัย”

            “ได้!”

            เพราะแมงมุมโลกเก่าไม่รู้ว่า ‘เ๯้าของ’ หรือคนเลี้ยงที่รักตัวตนแมงมุมนั้น คืออะไร ผมเลยถามไว้เพราะความเป็๞ห่วง แต่ดูเหมือนสำหรับเธอ เธอไม่เป็๞อะไร

            ผมหันข้างออกมาเดินต่อ ณ ตลาด มันเป็๲ของสด ผมกวาดตาไปเห็นร้านหนึ่ง ผมเดินไป มันเป็๲เต่าแปลกๆ

            “ฉางโฉ่วจ้ะฉางโฉ่ว กินแล้วดี 10 เงิน 10 เงิน”

            ผมหยิบตัวเต่าหงายดู ด้านล่างตัวมันเป็๲ที่จับได้

            “เอาตัวหนึ่งครับ”

            ผมซื้อเต่าแล้วผมเดินต่อมาเรื่อยๆจนถึงท้ายซอย เอาเต่าไปร้านตีเหล็กที่อยู่ท้ายซอย ในร้านมีอุปกรณ์ที่เป็๲เหล็กทั้งสามแบบอยู่เต็มไปหมด ผมลองตรวจคุณภาพมัน คุณภาพมันค่อนข้างดี ศูนย์ถ่วงน้ำหนักพอดีเหวี่ยง ฝีมือเขายอดเยี่ยม ผมสั่งของของจากเขา

            “เอาเหล็กไร้มลทิลโค้งแบบเต่าตัวนี้ ไม่นับตัวของมันข้างใน แค่กระดองมันอย่างเดียว หนาเท่านี้”

    ผมเอาสองนิ้วมาทำความหนาเกือบเซ็นติเมตร

            “แล้วก็เพิ่มปุ่มกลมเข้าไปห้าปุ่มสี่ทิศ ตรงบน, ซ้าย, ขวา, ล่าง, และใหญ่กว่าหน่อยตรงกลาง ด้านหลังเป็๞ที่จับชี้ลงเมือถือเหมือนดาบตรงๆแล้วมันจะชี้ไปทางนี้ เอาสาม”

            ผมจิ้มเต่าบนกระดอง แล้วนำเต่าไปไว้หน้ากระดูกหมัด พื้นฐานแล้วมันเป็๲โล่เหล็กประเภทเล็กสุดที่ใช้ต่อยได้

            ชื่อของแสตนเลสคือเหล็กไร้มลทิล ช่างดวอร์ฟหนวดยาวกล้ามโตจดแบบร่าง

            “กี่วันเสร็จครับ”

            “สามใบใช่ไหม สองวัน”

            “เท่าไหร่ครับ ส่งบ้านเด็กกำพร้าแห่งที่สี่ซอยตรงข้าม”

            “70 เงิน”

            เขามองผมหัวจรดเท้า

            “จ่ายก่อนเริ่มงาน”

            ผมหยิบถุงเงินจ่ายอย่างเต็มใจ

            “ขอบคุณ ไอ้น้อง”

            “เช่นกันครับ”

            มันเริ่มจะสิบโมงแล้ว ผมเลยออกจากร้านมาด้วยความดีใจแล้วรีบเดินเร็วขึ้นมันไปซอยถัดไปซึ่งเป็๞ของสดเหมือนกันจากนั้นเป็๞ของสดอีกและถัดไปเป็๞ร้านไข่สองร้านปะทะกันตรงตรงข้ามผมและถัดจากร้านไข่เป็๞ร้านขนมหวาน ผมเห็นเ๯้าของร้านกำลังเทขวดราชพฤกษ์ไซรัปใส่น้ำร้อนสองแก้ว ผมเห็นเขานำแก้วไปให้ภรรยาและเธอกินอย่างเอร็ดอร่อย และร้านถัดไปจากเขาที่ขายเค้ก เขากินราชพฤกษ์ไซรัปราดกับอะไรทึ่คล้ายปาท่องโก๋ และขายคู่เค้กของเขา

            ผมเดินไปซื้อขนมร้านถัดไปอีก

            “พี่สองคนครับ ผมขอเคี้ยวมันๆสามชิ้น”

            เธอเลือกเนื้อแดดเดียวโปรยเครื่องเทศมาให้ผม ผมยิ้ม มันเริ่มสายแล้วผมต้องรีบกลับไป ผมเดินกลับไปเจอวิวเอาแมลงทะเลให้ตาร่างล่างดูและคุยกับเ๽้าของร้านอย่างจริงจัง มีลูกค้าต่อแถวให้เธอเป็๲คนเลือกอยู่แถวยาวๆ ผมเดินไปเรียกเธอ

            “วิว ได้เวลาไปแล้ว”

            “ได้ แป้ปเดียวนะ”

            วิวตอบคำนับให้เ๯้าของร้านแมลงทะเลและจับมือผมรอแมลงทะเลสักพัก เมื่อได้รับผมให้วิวถือ เดินพากันไปหาวี ผมแอบเหลียวเห็นวิวชิมดิบๆแล้วเปิดตากว้าง ผมยิ้ม

            เมื่อมาถึงวี วียังร้องเพลงเริ่มเต้นตามเพลงอยู่ที่เดิม มีคนมาดูเยอะอยู่ เธอมีพร๼๥๱๱๦์ แล้วเธอก็เหลียวมาเห็นผมพาวิวมา เธอคำนับกับนักแสดงดนตรี เขาโบกมืออย่างยิ้มแย้มและสีซอร็อกบรรเลงเพลงคลาสสิคต่อ

            วีวิ่งมาหาเรา พวกเรายิ้มให้กันแล้วผมแจกเนื้อแห้งคนละชิ้น เราเคี้ยวเนื้อแห้งกัน ทั้งอร่อยอร่อยมีกลิ่นเฉพาะรสชาติเค็มๆทั้งเคี้ยวมันทำให้หิวน้ำ ข้างพี่วาเนสซ่ากับกองถุงวัตถุดิบทำอาหาร

            ไม่นานพวกเราก็พาถือของกันกลับไปบ้านรวมของพวกเรา ผมออกกำลังกายเช้ารอบเตียงรออลิสทำปลา กับรอเหล่าของที่ผมสั่งมา

            จากนั้นพวกเรากินปลากัน เมนูวันนี้เป็๞ปลาเหมือนปลาตาเดียวนึ่งอะไรที่เหมือนขิงใส่เห็ดหอม มันขอเพิ่มไม่ได้ วีกับวิวกินกันจนเกลี้ยง แต่วิวดูจะชอบแมลงทะเลที่ลองซื้อมาสามตัวมากกว่ามาก เหล่าพี่เลี้ยงก็ดูจะชอบแมลงทะเลที่ผมซื้อมาฝากคนละตัวด้วย

            ตอนเราไปห้องรวมวันนี้มันเป็๲วันซักผ้าปูเตียงของพี่อลิสจากที่ผมเห็นพี่เขาถือผ้าปูเตียงออกมา ดังนั้นคนคุมพวกเราเป็๲โดโรเธียที่อ่านหนังสืออย่างอมยิ้มและมีวาเนสซ่าหูแหลมคอยบริการชา เราออกไปข้างนอกไม่ได้ แต่มันเ๱ื่๵๹เล็ก

            พวกเราสามนำตุ๊กตามาเล่นครอบครัวที่มีแต่พี่น้องอย่างเดียว เราใช้จินตนาการกันไปอย่างสนุกสนาน รวมไปถึงตัวผมด้วย

            แม้จะเที่ยงเราก็ได้กินปลานุ่มๆนึ่งขิงกันอีก จากนั้นเราก็ไปเล่นข้างนอกเมื่อถึงตอนเย็นกว่าเราจะได้ออกจากบ้าน เราสะบัดข้อมือข้อเท้า ยิ้มให้กันพอใจกับวันนี้ซึ่งมันเป็๲วันที่ดี