"ข้าเพียงแค่อยากสนิทกับท่านเอง เหตุใดถึงโกรธข้าถึงเพียงนี้หล่ะ....."
นางแสดงสีหน้าหดหู่ ใบหน้าเริ่มเศร้า สีหน้ายิ้มร่าเริงเมื่อครู่ที่นางทำพอเปลี่ยนเป็สีหน้าเศร้าเขากลับใ ด้วยนิสัยของหวังเซี่ยอวิ๋นเขามิเคยตามใจผู้ใด แต่จู่จู่เขาก็กลับพูดขึ้นมาว่า
"เ้าเรียกข้าว่าอาเซี่ย ข้าไม่มีสำนักไม่มีตระกูล ข้าเรียนรู้วรยุทย์จากผู้เฒ่าที่ท่องยุทธภพ มิได้เก่ง เพียงแต่พอรู้ที่จะป้องกันตัวเอง"
หวังเซี่ยอวิ๋นมิสามารถเผยข้อมูลส่วนตัวของเขาให้กับนางได้มิเช่นนั้นแผนที่เขาวางไว้อาจจะเสียแผนไปเสียเปล่า เขาตอบนางและรีบเดินอย่างรวดเร็วเนื่องจากเมื่อครู่เขาได้สั่งสอนหัวขโมยไปคาดว่าข่าวจากชาวบ้านคงส่งถึงเ้าสำนักแล้วเป็แน่ เ้าสำนักอาจจะส่งคนมาตรวจสอบและอาจจะพบเขา ยิ่งเขาตีสนิทกับบุตรีที่รักของเขาเท่าใด เขายิ่งต้องสืบถึงก้นบึ้ง ดังนั้นเขาจะประหมาดไม่ได้
"อาเซี่ยท่านนอนพักอยู่โรงเตี้ยมใดหรือ มีที่พักหรือไม่ ท่านพึ่งมาเมืองนี้เป็ครั้งแรกใช่หรือไม่"
".....ข้ากำลังจะหาที่พักรับรองอยู่"
"ไปบ้านข้าสิ ข้าไม่คิดค่าใช้จ่าย ถือเป็ค่าตอบแทนที่ท่านช่วยข้าเมื่อครู่เป็อย่างไร ท่านพ่อข้าย่อมตอบแทนบุญคุณเ้าแน่นอน"
"ไม่จำเป็"
เขาเดินเข้าโรงเตี้ยมที่ใหญ่ที่สุดภายในเมืองและเรียกเด็กภายในโรงเตี้ยมให้เตรียมที่พัก.......ไป๋หงลู่รู้สึกน้อยใจอยู่นิดๆทั้งยังแอบเคืองบุรุษชายผู้นี้ แต่นางยังคงมิไปไหน นางยืนอยู่ภายหน้าโรงเตี้ยม สีหน้าซุกซน ะโเด้งไปมา
"โรงเตี้ยมนี่จะน่าอยู่ได้อย่างไร....ฮึ! บ้านข้าน่าอยู่กว่าเสียอีก"
นางพูดเสร็จก็เดินเข้าไปภายในโรงเตี้ยมพบว่าเขายังคงอยู่ที่เดิมส่วนเด็กภายในโรงเตี้ยมได้แต่พูดว่า
"คุณชาย ที่นี่ไม่เหลือห้องพักเลยขอรับ คุณชายท่านลองไปดูที่อื่นดีรึไม่ อีกสองวันเป็เทศกาลชีซี คนมากมายเข้ามาภายในเมืองเพื่อเที่ยวเล่น มิมีห้องว่างสำหรับได้ตั้งตัวให้เตรียมรับแขก"
บุรุษชายหนุ่มผอมแห้งได้เอ่ยถึงเทศกาลชีซีนางก็นึกขึ้นได้ว่าเทศกาลชีซีพี่ไป๋ิต้าจะกลับมาจากหุบเขาเหมัญ
"ถึงว่าเหตุใดวันนี้ถนนในเมืองถึงครึกครื้นกว่าทุกวัน แสดงว่าพี่ใหญ่ข้าจะกลับมาวันนี้ล่ะสิ!!!"
ไป๋หงลู่พูดขึ้นด้วยการแสดงท่าทีดีใจะโเด้งไปมา เหล่าศิษย์ที่ตามมาต่างพยักหน้าตอบรับและเอ็นดูคุณหนูของเขามาก.....หวังเซี่ยอวิ๋นที่มองนางก็รู้สึกใจร้อนวูบ และเผลอยิ้มออกมาบางๆ พอนึกขึ้นได้ว่าตนเองยิ้ม จึงหุบยิ้มและกลับทำสีหน้าแบบเดิม เขาต้องตีสนิทกับคนใดคนหนึ่งในตระกูลไป๋ แต่คาดว่าตีสนิทกับนางอาจจะเป็จุดจบที่มองเห็นได้ง่าย ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนแผนอย่างกะทันหัน
"นี่ อาเซี่ย มิสู้ท่านไปบ้านข้าเถอะ บ้านข้าไม่มีพิษมีภัย มีห้องรับแขกหลากหลายมีให้ผู้ติดตามท่านอยู่ได้เพียบเลย"
เขาทำท่าทีอ้ำอึ้ง ไปยอมตอบนางเสียทีนางจึงดึงมือของหวังเซี่ยอวิ๋นออกมาจากโรงเตี้ยม ที่ผ่านมามิมีสตรีใดที่ได้จับมือของเขาเลยเหตุเพราะเขามิชอบให้สตรีอยู่ข้างกายแต่กับนางกลับมิเหมือนสตรีอื่นทั่วไป เขาทั้งไม่ห้าม และไม่ดึงมือกลับซ้ำยังให้ลากดึงไปตามใจนาง นางสนุกเขาเองก็รู้สึกว่าไม่เป็ไร กระทั่งฉุกคิดภายในความคิดของตนเองว่าเป็เพียงหน้าที่ มิใช่การผูกมิตรแท้จริง
"เ้าดูสิ กระต่ายน้อย น่ารักมั้ย ฮิฮิ ข้าซื้อน้ำตาลปั้นนี้ ข้าเอาอันนี้ นี่นี่นี่โคมไฟอันนี้สวยมากเลย เห....ฮ่าฮ่าฮ่า เ้าใส่สิ่งนี้ไว้ที่หัวแล้วน่ารักมากเลย ยิ้ม เ้ายิ้มดู ฮิฮิ...."
ไม่นานนักตะวันลับฟ้า ถนนครึกครื้น คนเดินสะเปะสะปะ ภายในเมืองมีแต่ของกิน ละคร ของเล่น ผ้าแพร การดนตรี มายากล นางเพลิดเพลินไปกับความตื่นเต้นเทศกาลเหล่านี้ หวังเซี่ยอวิ๋นหลงลืมคำพูดและภาระหน้าที่ตนชั่วขณะ เขาหัวเราะเล่นไล่จับกับนางเหมือนเด็กทั่วไป ปีนี้พวกเขาทั้งสองอายุครบ16ปี แล้ว ตามประสาเด็กที่ควรเรียนรู้กับความสุขมากๆ ห่างไกลจากพวกเขาสองคนนับยี่สิบก้าว มีสายตาเ็าจดจ้องมองนาง....บุรุษชายสวมอาภรขาวบริสุทธิ์ภายในมือขวาถือพัดอักษร มือซ้ายถือถุงขนมเกาลัดผัดน้ำตาล เขามุ่งเดินตรงไปหานางและดึงแขนไว้
"!!!!......................."
หวังเซี่ยอวิ๋นใอยู่เล็กน้อยคิดว่าเป็คนที่คิดไม่ดีกับนางจึงดึงนางกลับ แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือไป๋ิต้า ข้างเขายังมีไป๋หงอี้บุตรชายคนรองของเ้าสำนักไป๋เฉี่ยน พวกเขาสองคนดึงนางออกจากหวังเซี่ยอวิ๋นมาไว้ยังด้านหลังของพวกเขา
"เ้าเป็ใคร จากตระกูลใด เหตุใดถึงตีสนิทกับน้องสาวข้า"
ไป๋ิต้าตั้งคำถามกับหวังเซี่ยอวิ๋นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"คุณชายท่านนี้ท่านมิรู้หรือว่านางเป็ผู้ใด บังอาจแตะตัวน้องข้า!!!!"
ไป๋หงอี้ผู้เป็ชายคารมย์เืร้อน เอ่ยย้อนถามถึงหวังเซี่ยอวิ๋น สองพี่น้องหวงน้องสาวของตนเอามาก หากเป็ไปได้ก็อยากขังนางไว้เพียงแต่ในจวน แต่ด้วยนางขออะไรพวกเขาก็ยอมให้หมด กระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ท่านพ่อสั่งลงโทษนางกักบริเวณสามเดือนงดข้าวสามวันหักเงินใช้เที่ยว พอนางออดอ้อนท่านพ่อพี่ชายทั้งสองก็ต้องขอร้องท่านพ่อให้ใจอ่อน แต่ถึงแม้พี่ชายทั้งสองของนางจะไม่ขออภัยแทนนาง ท่านพ่อของนาง ก็ยอมนางั้แ่นางสะกิดชายผ้าเขาแล้ว
"นางคือบุตรีคนเดียวของเ้าสำนักไป๋เฉี่ยนหลู่ ข้าอาเซี่ย มิมีสำนัก มิมีตระกูลใหญ่ แตะตัวน้องท่าน....หากแต่ความจริงแล้วน้องท่านดึงดันจะดึงข้าไปเที่ยวเล่นด้วยต่างหาก"
"ใช่ใช่ใช่ข้าเป็คนดึงเขามาด้วยตนเอง พบเจอโดยบังเอิญเมื่อ่บ่ายเขาช่วยชีวิตข้าจากโจรที่ขู่จะเอาชีวิตข้าครั้งนึงอีกทั้งยังเลี้ยงขนมเกาลัดให้ข้าด้วย ิเกอเกอ นี่ใช่เกาลัดผัดน้ำตาลหรือไม่ ท่านซื้อให้ข้าใช่หรือไม่ "
สายตาของไป๋ิต้ายังคงกังวลใจแต่ต่อหน้าน้องสาวเขาต้องสงบสติอารมณ์ตนเอง และ พยักหน้าให้น้องสาว
"อื่อ พี่ซื้อให้เ้า พี่แกะให้ เ้าถือ อ่ะ"
ไป๋ิต้าให้ไป๋หงอี้ถือถุงขนม ใบหน้าของเขายู่ยี่ เหลือกตาบน
"ข้าลืมเตรียมของมาเพียงเท่านั้น ถ้าข้ามิลืมแน่นอนว่านางไม่กินของเ้าหรอก!!"
ไป๋ิต้ามิสนคำพูดของน้องชายอีกทั้งยังแกะเปลือกและยัดเกาลัดใส่ปากเขาแทน
"นี่ เ้า!!มันจะเกินไปละนะ"
"ฮิฮิ พี่รองท่านอย่าหงุดหงิดไปเลย อ้อ! ข้าลืมบอกพวกท่านว่า อาเซี่ยจะไปนอนที่บ้านเราชั่วคราว เขาพึ่งมาเมืองนี้เป็ครั้งแรก เข้าโรงเตี้ยมแล้วไม่มีที่พัก ท่านจัดการให้ข้าหน่อยนะ"
ในใจของไป๋ิต้าเพิ่มทวีความโมโห แต่กลับทำอะไรไม่ได้ เขาไม่ไว้ใจชายแปลกหน้าที่เข้าหาน้องสาวเขาเลยสักคน
"ได้ พี่รองจะจัดการให้เ้า!! นี่ไอ้หนุ่ม กลับบ้านกัน"
ไป๋หงอี้กวักมือเรียกหวังเซี่ยอวิ๋นให้มาหาตนและกอดคอดึงไป หวังเซี่ยอวิ๋นไม่รู้จะทำอย่างไรดีจึงยอมเล่นกับพวกเขาไปก่อน
"อ่อ ฮะฮะ"
ไป๋หงลู่เดินลงจากเกี๊ยวรถม้าหรูด้านล่างมีสาวรับใช้รอรับ นางจับแขนสตรีสาวรับใช้เดินลงเกี๊ยวรถม้า พรางมองไปยังอาเซี่ยที่ทำท่าทุลักทุเล
"เ้าดื่มสุราเป็หรือไม่"
ไป๋หงอี้ถามหวังเซี่ยอวิ๋นพลางคาดหวังให้คืนนี้เขามีคู่หูดื่มสุรา พี่ใหญ่พึ่งออกจากหุบเขาเหมัญ ตามประเพณีหลังพ้นจากหนึ่งวันถึงจะดื่มได้ นี่เป็ประเพณี ที่ต้องทำตามภายในสำนัก
"ข้าพอดื่มได้ แต่ไม่เก่งเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่ข้าดื่มทีไรเป็ต้องเมาหัวหมุนทุกที ฮะฮะ"
"ไม่เป็ไร!!! ดื่มแล้วไม่เมาดื่มทำไมดื่มแล้วต้องเมาสิถึงจะถูกต้อง!!!! ไป!!!!ลูกพี่ลูกน้องไปดื่มสุรา!!"
ไป๋หงอี้พูดเสร็จก็กอดคอหวังเซี่ยอวิ๋นเข้าไป
"คุณหนูลู่ ข้าต้มไก่ กับผัดไก่ และอาหารที่ท่านชอบ ให้ท่านไว้รอ ท่านเ้าสำนักและฮูหยินใหญ่ฮูหยินรองกำลังรอคุณหนูและคุณชายใหญ่และคุณชายรองไปทานข้าวเย็นพร้อมกันอยู่"
"พวกเราไปกันเถิด..."
หวังเซี่ยอวิ๋นนอนราบลงพื้น เขาทุบโต๊ะ ทุบกำแพงพังรอบกาย ร่างกายอิดโรย จู่จู่เขาก็เป็ลมหมดสติไปพร้อมกับน้ำตาและความโกรธ.................ไป๋หงลู่ผ่านมานับสี่วันยังคงนอนบนหินหยก พลังเซียนรอบตัวถดถอยและเพิ่มขึ้นเป็ระยะ ในห้วงฝันนางนึกถึงครอบครัวที่ เข้าใจซึ่งกันและกัน ครอบครัวที่แทบจะไม่มีเื่บาดหมางกัน นางรับรู้โลกภายนอกมิได้ตื่นจากห้วงฝันมิได้ นางทำได้เพียงฝันในเื่ซ้ำๆ ในเื่ที่เธออยากให้กลับมาเป็เหมือนเช่นเคย
"ท่านพ่ออออ ข้ากลับมาแล้ว ท่านคิดถึงข้ารึไม่ วันนี้ข้าไม่อยู่ในสำนักตั้งครึ่งวันแหนะ"
"พ่อร้อนใจคิดว่าลูกข้าถูกขายไปแล้วเสียอีก"
"ท่านพ่อออ"
"กลับมาแล้วหรือเสี่ยวิ มาให้พ่อดูหน่อย เ้าโตขึ้นเป็หนุ่มแล้วจริงๆ ปีนี้เ้ายี่สิบแล้วสินะ"
สายตาของบิดามองบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของเขาอย่างปรื้มปิติ เขาส่งบุตรชายคนเดียวไปฝึกบำเพ็ญที่หุบเขาเหมัญขึ้นเป็เซียนอยู่หลายปี สงบสุขุมมากขึ้น ดูเป็ผู้ใหญ่ขึ้นจริงๆ
"ขอรับ ปีนี้ข้ายี่สิบแล้ว"
"แล้วนี่ไป๋หงอี้ล่ะ ไม่ได้เจอกันหรือ...."
ไป๋หงอี้ก็เป็บุตรหัวแก้วหัวแหวน งานสิ่งใดที่เป็หน้าเป็ตาแก่ตระกูลเขาย่อมทำได้ดี อีกสามเดือนหน้าก็ต้องส่งเขาไปยังหุบเขาคิมหัน ไปฝึกกับท่านเซียนแล้ว
"นั่นสิลูก...น้องเ้าล่ะ"
"ท่านพ่อ ท่านแม่ แม่รองฟู่ เขาไปทำที่พักให้กับสหายที่พึ่งช่วยน้องสาวจากโจรขโมยไว้ เขาหาโรงเตี้ยมที่พักไม่ได้ นางจึงเสนอให้เขามาอาศัยชั่วคราว"
"พ่อก็ได้ยินเมื่อ่เย็น แต่ได้ยินข่าวว่ามีคนช่วยจึงหายห่วง เอาเถอะกินข้าวกัน คาดว่าเขาน่าจะอยากดื่มสุรากับสหายใหม่เป็แน่"
เ้าสำนักเอ็นดูบุตรชายคนรองมาก ตามใจเขา ให้เขาได้คลายเครียดก่อนที่จะไปฝึกเซียน การฝึกเซียนงดอะไรตั้งหลายอย่าง ปล่อยเขาคลายอารมณ์บ้างถือไม่เสียหาย