แสงอรุณรุ่งแห่งวันใหม่ไม่สามารถเจาะทะลุเมฆหมอกสีตะกั่วที่ปกคลุมมหานคร "นวภพนคร" ลงมาได้ ข่าวการตายอย่างอเนจอนาถของพระยาเดโชกลางลานปะาแพร่สะพัดไปเร็วกว่าไฟลามทุ่ง ขุนนางน้อยใหญ่ต่างปิดประตูจวนลงกลอนแ่า สั่งเกณฑ์จอมขมังเวทย์และหมอผีทั่วทั้งเมืองหลวงมาล้อมสายสิญจน์ลงยันต์รอบกำแพงบ้านของตนราวกับคนเสียสติ ทว่าในใจของพวกเขาต่างรู้ดี... หาก "กาลกิณี" ผู้นั้น้าจะเอาชีวิตใคร ต่อให้ซ่อนตัวอยู่ในตู้ทองคำขององค์เทพเบื้องบน ก็ไม่อาจหนีพ้นคมเคียวแห่งความตายไปได้
ณ "จวนกรมพิธีการ" ทางทิศอุดรของเมืองหลวง สถานที่ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็แหล่งรวบรวมสรรพวิชาสายดำที่ลี้ลับที่สุดของอาณาจักร "พระยาพิษณุราช" ชายชราหนังหุ้มกระดูกผู้มีดวงตาขุ่นมัวดุจงูจงอางลอกคราบ กำลังนั่งบริกรรมคาถาอยู่กลางห้องทึบที่อับชื้น กลิ่นฉุนจัดของกำมะถัน ขี้เถ้ากระดูกผีตายโหง และน้ำตากุยมารทองคละคลุ้งไปทั่ว รอบกายของเขารายล้อมไปด้วย "สายสิญจน์สีแดงอาบเืงูเห่า" ที่โยงใยไปมาราวกับใยแมงมุมนรก
เบื้องหน้าของเขาคือ "ตุ๊กตาเสียลกบาล" (ตุ๊กตาดินปั้นที่ใช้รับเคราะห์หรือสาปแช่ง) จำนวนนับร้อยตัวที่ถูกปั้นขึ้นจากดินเจ็ดป่าช้าผสมเืมนุษย์ ทุกตัวถูกสลักชื่อ "สิงหราช" ไว้ที่กลางหลัง และถูกตอกด้วยตะปูโลงศพที่หน้าอก
"มันต้องตาย... อาคม 'เพชรพญาธรกลืนิญญา' ของข้า ไม่มีใครรอดไปได้ ต่อให้มันเป็อสูรมาจากนรกขุมไหนก็ตาม!" พระยาพิษณุราชพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า มือที่สั่นเทาพยายามพรมน้ำมันพรายลงบนตุ๊กตาเ่าั้ ทว่าเหงื่อเย็นๆ กลับไหลซึมเต็มหน้าผาก เพราะเขารู้ดีว่า สิงหราชคือคนที่กุมความลับของ "ยันต์เกราะเพชรนิลกาฬ" ครึ่งแรกไว้ ส่วนครึ่งหลัง... ถูกสลักอยู่บนแผ่นหนังมนุษย์ที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานประทับของเขาเอง!
"นายท่านเ้าคะ..."
เสียงหวานใสแต่เยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็งดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทึบ ปรากฏร่างของสตรีโฉมงามสะคราญในชุดสไบสีแดงสดพลิ้วไหว ผิวพรรณของนางขาวผุดผ่องดุจหิมะ ทว่าริมฝีปากกลับเป็สีแดงจัดราวกับอาบด้วยโลหิต นางคือ "บุหลันแดง" มือสังหารอันดับหนึ่งและหมากตัวโปรดที่พระยาพิษณุราชเลี้ยงดูมาั้แ่ยังแบเบาะ นางไม่ได้ฝึกวิชาดาบหรือหอก ทว่านางคือผู้สำเร็จวิชา "มนต์รำเพยพิษ" ร่างกายของนางทุกตารางนิ้ว ั้แ่หยาดเหงื่อ น้ำลาย ไปจนถึงลมหายใจ ล้วนแฝงไปด้วย 'ยาสั่ง' ที่ไร้สีไร้กลิ่น เพียงแค่สูดดมก็ทำให้เครื่องในเน่าเฟะได้ภายในเจ็ดก้าว
"บุหลัน... เ้าจงเตรียมตัวซะ" พระยาพิษณุราชแสยะยิ้มโชว์ฟันที่ดำขลับจากการเคี้ยวหมากผสมยาพิษ "เมื่อไอ้กาลกิณีนั่นมาถึง จงใช้มารยาของเ้าเข้าประชิดตัวมัน มอบจุมพิตแห่งความตายให้มันเสีย! ต่อให้อาคมมันแกร่งกล้าแค่ไหน แต่บุรุษย่อมแพ้พ่ายต่อสตรี... ยิ่งเป็สตรีที่อาบด้วยพิษหนอนกู่เจ็ดร้อยชนิดอย่างเ้า มันไม่มีทางรอดแน่!"
"รับทราบเ้าค่ะ..." บุหลันแดงค้อมศีรษะลง แววตาของนางไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ นางเป็เพียงภาชนะบรรจุพิษที่รอวันแตกสลายเพื่อทำลายศัตรูของนาย
ตูม!!
ยังไม่ทันที่คำสนทนาจะจบลง เสียงะเิดังกึกก้องก็ดังมาจากหน้าจวน! บานประตูไม้สักทองขนาดมหึมาที่ลงยันต์ 'ทวารบาลเหล็กไหล' หนาถึงสามชั้น แตกกระจายเป็เศษไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวว่อนไปในอากาศ แรงกระแทกนั้นมหาศาลจนทำให้กำแพงหินรอบจวนพังทลายลงมาเป็แถบๆ
กลางฝุ่นควันที่คละคลุ้ง ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำนิลก้าวเดินเข้ามาอย่างเนิบนาบ สองมือไพล่หลัง ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาสีดำขลับทอดมองซากปรักหักพังราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้าน
"ยันต์กันผีชั้นต่ำ... เอามาแปะกันสุนัขจรจัดยังไม่ได้เลย แล้วคิดจะเอามากันข้าอย่างนั้นหรือ?" สิงหราชเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากังวานไปทั่วอาณาบริเวณ
"ฆ่ามัน! หุ่นพยนต์ร้อยศพ! จงตื่นขึ้นมาบดขยี้ร่างของมันซะ!" เสียงของพระยาพิษณุราชดังก้องมาจากห้องด้านใน
สิ้นเสียงสั่งการ พื้นดินบริเวณลานหน้าจวนก็เริ่มสั่นะเื ดินโคลนและเศษกระดูกที่ฝังอยู่เบื้องล่างพุ่งพรวดขึ้นมา ก่อตัวเป็รูปร่างของ "หุ่นพยนต์" รูปร่างคล้ายอสูรกายสูงกว่าสามเมตรจำนวนนับร้อยตัว พวกมันไม่ได้ทำจากฟางข้าวเหมือนหุ่นพยนต์ทั่วไป แต่ถูกอัดแน่นด้วยชิ้นส่วนศพมนุษย์ที่ถูกเย็บติดกันด้วยสายสิญจน์อาคม กลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งกระจายจนชวนวิงเวียน หุ่นพยนต์เ่าั้คำรามเสียงแหบพร่า พุ่งเข้าใส่สิงหราชจากทุกทิศทางด้วยความเร็วที่ขัดกับขนาดตัว!
สิงหราชยังคงยืนนิ่ง ไม่แม้แต่จะชักมือออกจากด้านหลัง เขามองดูอสูรกายเนื้อเน่าที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
"หุ่นพยนต์ที่สร้างจากเศษสวะ ก็เป็ได้แค่เศษสวะอยู่วันยังค่ำ..." สิงหราชแค่นหัวเราะ "พิษณุราช... เ้าคิดว่าการรวมเอา 'ซาก' ของคนตายมาปั้นรวมกัน จะสร้างพลังที่เหนือกว่า 'ความตาย' ได้งั้นหรือ? ช่างโง่เขลาไร้เดียงสาเสียจริง!"
เมื่อหุ่นพยนต์ตัวแรกเงื้อกำปั้นกระดูกหมายจะทุบศีรษะของเขา สิงหราชเพียงแค่อ้าปากพึมพำอักขระโบราณแ่เบา...
"ถอนสลัก... คืนนาม"
วูบ!
ทันใดนั้น ดวงตาสีแดงฉานของสิงหราชก็สว่างวาบ "เนตรอสูรระดับที่สอง: บงการิญญาเร่ร่อน" เขาไม่ได้โจมตีหุ่นพยนต์เ่าั้ด้วยกำลังทางกายภาพ แต่เขาใช้จิตที่แข็งแกร่งกว่าและอาคมที่เหนือชั้นกว่าแทรกซึมเข้าไปตัด "สายสิญจน์ิญญา" ที่พระยาพิษณุราชผูกไว้ในตัวหุ่นทุกตัวในเสี้ยววินาที!
หุ่นพยนต์นับร้อยที่กำลังจะถึงตัวสิงหราชพลันหยุดชะงักกลางอากาศ ร่างกายที่ถูกเย็บติดกันเริ่มบิดเบี้ยว ดวงไฟิญญาสีเขียวในเบ้าตาของพวกมันเปลี่ยนเป็สีดำสนิท ซึ่งเป็สีแห่งอาคมของสิงหราช
"กะ... เกิดอะไรขึ้น! ทำไมพวกมันไม่ขยับ!" พระยาพิษณุราชที่แอบดูอยู่ผ่านรอยแตกของหน้าต่างถึงกับหน้าถอดสี
"เ้าอยากรู้หรือ? ก็เพราะตอนนี้... พวกมันรู้แล้วว่าใครคือ 'นาย' ที่แท้จริงของพวกมันน่ะสิ" สิงหราชหรี่ตาลง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้า "หันกลับไป... แล้วฉีกร่างนายเก่าของพวกเ้าซะ!"
หุ่นพยนต์ร้อยศพหันขวับกลับไปทางห้องทึบของพระยาพิษณุราชพร้อมกัน พวกมันส่งเสียงคำรามกึกก้องที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะพุ่งตะบึงเข้าบดขยี้กำแพงห้องของจวนจนราบเป็หน้ากลอง!
พระยาพิษณุราชล้มลุกคลุกคลานหนีตายออกมาจากกองซากปรักหักพัง สายสิญจน์แดงและตุ๊กตาเสียลกบาลที่เตรียมไว้ถูกหุ่นพยนต์ของตนเองเหยียบย่ำจนแหลกเหลว เขาพยายามร่ายคาถาสะกด ทว่าิญญาเ่าั้ถูกครอบงำโดยสมบูรณ์แล้ว
ในจังหวะที่ขุนนางเฒ่ากำลังจะถูกหุ่นพยนต์กระชากร่าง ร่างบางในชุดสีแดงสดก็พุ่งทะยานออกมาจากฝุ่นควัน! บุหลันแดงตวัดผ้าสไบที่อาบไปด้วยฝุ่นพิษ สร้างกำแพงหมอกสีม่วงขวางกั้นหุ่นพยนต์ไว้ พิษที่รุนแรงกัดกร่อนเนื้อเน่าๆ ของหุ่นพยนต์จนละลายกลายเป็แอ่งน้ำเหลืองในพริบตา
นางไม่ได้สนใจซากหุ่นพยนต์ เป้าหมายของนางมีเพียงหนึ่งเดียว... นางพุ่งทะยานเข้าหาสิงหราชด้วยความเร็วิญญา ร่างอรชรบิดพลิ้วหลบเศษไม้ที่ลอยคว้าง ก่อนจะทิ้งตัวลงตรงหน้าชายหนุ่มในระยะประชิด ริมฝีปากสีโลหิตของนางเผยอขึ้น หมายจะประกบจุมพิตที่อาบด้วย 'ยาสั่ง' ชนิดรุนแรงที่สุดเข้าที่ริมฝีปากของจอมอสูร!
หมับ!
ภาพการลอบสังหารอันงดงามจบลงในเสี้ยววินาที เมื่อมือหนาที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งของสิงหราชพุ่งเข้าบีบลำคอระหงของบุหลันแดงไว้แน่น ก่อนที่ริมฝีปากของนางจะห่างจากหน้าเขาเพียงหนึ่งคืบ แรงบีบนั้นมหาศาลจนร่างของนางถูกยกจนเท้าลอยเหนือพื้น นางดิ้นรนพยายามใช้มือที่อาบพิษข่วนไปที่แขนของเขา แต่ทันทีที่เล็บพิษััผิวของสิงหราช อักขระสีดำของ "ยันต์เกราะเพชรนิลกาฬ" ก็เรืองแสงขึ้นมา กลืนกินพิษร้ายทั้งหมดเข้าไปราวกับเป็เพียงน้ำเปล่า!
"พิษหนอนกู่เจ็ดร้อยชนิด? ยาสั่งร้อยศพ?" สิงหราชยื่นหน้าเข้าไปใกล้นาง จมูกสูดดมกลิ่นหอมมรณะที่แผ่ออกมาจากตัวนาง ก่อนจะแค่นหัวเราะด้วยความสมเพช "กลิ่นเหมือนน้ำส้มสายชูบูดๆ รสชาติชั้นต่ำเช่นนี้ เ้ากล้าเอามาััริมฝีปากข้าเชียวหรือ? พิษที่แท้จริงน่ะ... มันต้องเป็แบบนี้ต่างหาก!"
ดวงตาของสิงหราชจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกของบุหลันแดง เขาไม่ได้พ่นพิษใส่ตัวนาง แต่เขาถ่ายทอด "พิษแห่งความสิ้นหวัง" ผ่านทางกระแสจิตเข้าสู่ห้วงิญญาของนางโดยตรง ภาพความตายอันสยดสยอง การถูกฉีกทึ้งโดยอสูรกาย และความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง ไหลทะลักเข้าสู่สมองของนางจนเกินกว่าที่สติสัมปชัญญะของมนุษย์จะรับไหว
ร่างของบุหลันแดงกระตุกเกร็ง น้ำตาหยดใสที่ปราศจากพิษไหลทะลักออกมาเป็ครั้งแรกในชีวิต นางพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์ ไม่ใช่พ่ายแพ้ทางร่างกาย แต่กระดูกสันหลังแห่งความหยิ่งทะนงในฐานะมือสังหารของนางถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี สิงหราชปล่อยมือจากคอของนาง ร่างบางทรุดลงไปกองกับพื้น หอบหายใจรวยรินดุจนกน้อยที่ปีกหัก
สิงหราชก้าวข้ามร่างของนางไปราวกับนางเป็เพียงก้อนหินริมทาง เขาเดินตรงไปหาพระยาพิษณุราชที่กำลังพิงซากกำแพง ตัวสั่นงันงกราวกับลูกนกตกน้ำ
"เอาล่ะ ท่านราชครูแห่งกรมพิธีการ..." สิงหราชย่อตัวลงตรงหน้าขุนนางเฒ่า แววตาไร้ซึ่งความปราณี "ส่ง 'แผ่นหนังมนุษย์' ที่จารึกครึ่งหลังของยันต์เกราะเพชรมาให้ข้า แล้วข้าจะอนุญาตให้ท่านเลือกวิธีตาย... ว่าจะเอาแบบตะปูตอกหน้าผาก หรือจะให้ข้าจับท่านยัดลงไปในไหดินเผาแล้วฝังกลบทั้งเป็?"
"กะ... แกมันไม่ใช่คน! แกคือปีศาจ!" พระยาพิษณุราชชี้หน้าด่าด้วยความหวาดผวา
"ปีศาจงั้นหรือ? ช่างเป็คำชมที่ไพเราะเหลือเกิน" สิงหราชยื่นมือออกไป "ของอยู่ไหน?"
เมื่อไร้ทางหนี พระยาพิษณุราชจำต้องล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ ดึงเอาม้วนหนังสีน้ำตาลคล้ำที่ส่งกลิ่นคาวเืออกมาส่งให้สิงหราชด้วยมือที่สั่นเทา
สิงหราชรับม้วนหนังนั้นมาคลี่ดู อักขระโบราณสีแดงเข้มที่จารึกอยู่บนนั้นสว่างวาบตอบรับกับพลังในตัวเขา รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ดีมาก... ถือว่าท่านยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง"
"ข้าให้ของเ้าแล้ว! ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าจะหนีไปจากเมืองหลวง จะไม่กลับมาขวางทางเ้าอีก!" พระยาพิษณุราชอ้อนวอน
"ข้าบอกตอนไหนว่าจะปล่อยท่านไป?" สิงหราชเลิกคิ้วขึ้น "ข้าบอกว่า จะให้ท่าน 'เลือกวิธีตาย' ต่างหาก"
แต่ก่อนที่สิงหราชจะลงมือ เขาปรายตามองไปที่ร่างของบุหลันแดงที่ยังคงคุกเข่าตัวสั่นอยู่บนพื้น
"ส่วนเ้า... นกนางแอ่นอาบพิษ" สิงหราชเอ่ยเสียงเรียบ "ชีวิตของเ้าถือว่าจบสิ้นลงแล้วในฐานะหมากของตาแก่สวะนี่ แต่นับั้แ่วินาทีนี้... ชีวิตของเ้าเป็ของข้า ลุกขึ้นมา แล้วจงเป็ผู้บั่นคออดีตนายของเ้าซะ!"
บุหลันแดงเงยหน้าขึ้นมองสิงหราชด้วยดวงตาที่สั่นไหว ความหวาดกลัวต่อพลังอำนาจที่เหนือชั้นกว่าผสมผสานกับความรู้สึกประหลาดที่ถูกครอบงำด้วยเสน่ห์อันดิบเถื่อน นางค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น มือเรียวบางที่เคยแต่จะมอบจุมพิตพิษ บัดนี้ล้วงเข้าไปหยิบกริชสั้นที่ซ่อนอยู่ที่ต้นขา เดินตรงเข้าไปหาพระยาพิษณุราชผู้เป็ดั่งบิดาบุญธรรม ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนอ้อนวอนของขุนนางเฒ่า
สิงหราชหันหลังเดินกลับออกไปทางประตูจวนที่พังทลาย ปล่อยให้เสียงกริชที่กรีดเนื้อและเสียงร้องขอชีวิตเป็ดนตรีบรรเลงส่งท้าย
"หมากตัวที่สองถูกลบออกจากกระดานแล้ว..." เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ฝนเืเริ่มเบาบางลง พลางกำม้วนหนังในมือแน่น "รอข้าก่อนเถิด... 'สภาเฒ่าทิพย์' ทั้งห้า เมื่อข้ารวบรวมยันต์เกราะเพชรได้สมบูรณ์เมื่อใด พวกเ้าจะได้ลิ้มรสชาติของนรกที่แท้จริง!"