กำปั้นผ่ามิติ

    ตอนที่ 10 จัดตั้งกลุ่มอย่างจริงจัง

    แสงแดดยามเช้าสาดลอดแนวไม้ใหญ่ลงมากระทบพื้นดินหน้ากุฏิเก่า บรรยากาศสงบเงียบ แต่แฝงไปด้วยพลังบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว

    ภูผานั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ…ช้า…ลึก…มั่นคง

    พลังลมปราณภายในร่างเริ่มหมุนเวียนอย่างเป็๲ธรรมชาติ ต่างจากในอดีตที่เขาเคยต้องฝืน ใช้กำลังดึงเอามันออกมา

    “ดีขึ้นมากแล้ว…”

    เสียงหนึ่งดังขึ้นเ๤ื้๵๹๮๣ั๹

    ภูผาลืมตาขึ้น ก่อนจะรีบลุกขึ้นประนมมือ

    “หลวงปู่”

    ชายชราพยักหน้าเล็กน้อย แววตาเปี่ยมด้วยความพอใจ

    แต่สิ่งที่ทำให้ภูผาชะงัก…ไม่ใช่คำชม

    หากเป็๞ “คนที่ยืนอยู่ข้างหลังหลวงปู่”

    “เอ็งยังไม่ตายสินะ ไอ้ภู!”

    เสียงคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มกว้าง

    “พัน!”

    ภูผาอุทานออกมาแทบจะในทันที

    ชายหนุ่มรูปร่างแข็งแรง ผิวคล้ำจากแดด สายตาคมกริบแบบคนเคยผ่านการต่อสู้…ยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าเขา

    วินาทีนั้น…ความทรงจำเก่าๆ พุ่งเข้ามา

    เพื่อนร่วมฝึก…เพื่อนร่วมล้ม…เพื่อนร่วมสู้

    “เอ็งมาได้ยังไง?”

    “ก็คนแก่คนนี้ลากข้ามา” พันพยักหน้าไปทางหลวงปู่ “บอกว่าที่นี่มีของดีให้เรียน”

    หลวงปู่ยิ้มบางๆ

    “โลกกำลังจะวุ่นวาย…คนดีต้องมี…คนเก่งยิ่งต้องมี”

    “ข้าเลยพามันมา”

    ภูผานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างไม่ปิดบัง

    “ดีว่ะ…”

    คำพูดสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยความหมาย

    ในโลกที่เขาต้องเริ่มใหม่อีกครั้ง…การมี “คนที่ไว้ใจได้” อยู่ข้างกาย…มันมีค่ามากกว่าสิ่งใด

    ———

     

    วันนั้นเอง…การฝึกเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง

    ไม่ใช่แค่ภูผาเพียงคนเดียวอีกต่อไป

    แต่เป็๲ “กลุ่ม”

    ทองขาว…ศิษย์พี่ผู้มากฝีมือ

    พัน…นักสู้หัวแข็งผู้ไม่ยอมแพ้

    และภูผา…ผู้แบกทั้งอดีตและอนาคตไว้ในตัวเอง

    ทั้งสามยืนเรียงกันต่อหน้าหลวงปู่

    “พลังลมปราณ…ไม่ใช่แค่พลัง”

    “แต่มันคือ ‘ชีวิต’ ของพวกเอ็ง”

    “ถ้าคุมมันไม่ได้…มันก็จะคุมเอ็งแทน”

    สิ้นคำ…การฝึกก็เริ่มขึ้นทันที

    ———

     

    ๰่๭๫เช้า…ฝึกกาย

    เสียงหมัดกระแทกอากาศดังเป็๲จังหวะ

    ภูผาขยับเท้าอย่างแม่นยำ หมัดตรงพุ่งออกไปอย่างเฉียบคม เขาผสมผสานมวยไทยจากโลกเดิมเข้ากับการเคลื่อนไหวแบบนักรบโบราณ

    พันเน้นพละกำลัง หมัดหนักหน่วง รุนแรงตรงไปตรงมา

    ส่วนทองขาว…กลับเงียบที่สุด

    ร่างของเขาเคลื่อนไหวแทบไร้เสียง ราวกับเงา

    “เร็วขึ้น!” เสียงหลวงปู่ดังขึ้น

    ทั้งสามเร่งจังหวะทันที

    เหงื่อไหลอาบร่าง…แต่ไม่มีใครบ่น

    ———

     

    ๰่๥๹บ่าย…ฝึกอาวุธ

    ไม้ ดาบ หอก ถูกนำมาวางเรียง

    ภูผาหยิบไม้พลองขึ้นมา หมุนเบาๆ ทดสอบน้ำหนัก

    “ยังเบาไป…” เขาพึมพำ

    “งั้นก็ทำให้มันเหมาะกับเอ็งสิ” ทองขาวพูดพลางโยนมีดสั้นให้

    วันนั้น…ทั้งสามช่วยกันปรับแต่งอาวุธ

    เหลาไม้…ลับคม…ถ่วงน้ำหนัก

    พันใช้แรงช่วยตัดและผ่า

    ภูผาคิดและออกแบบ

    ทองขาวปรับรายละเอียดอย่างประณีต

    มันไม่ใช่แค่การทำอาวุธ

    แต่มันคือ “การสร้างของที่เป็๞ของตัวเอง”

    ———

     

    ๰่๥๹เย็น…กลิ่นควันไฟลอยคลุ้ง

    “ข้าหามาได้” ทองขาวพูดเรียบๆ พลางโยนนกป่าสองตัวลงพื้น

    พันหัวเราะเสียงดัง

    “เอ็งนี่มันเงาจริงๆ ไม่รู้ไปจับมาตอนไหน!”

    ไม่นาน…ไฟก็ถูกก่อขึ้น

    นกหนึ่งตัวถูกย่างจนหนังเหลืองกรอบ กลิ่นหอมชวนให้น้ำลายไหล

    อีกตัว…ถูกแยกไว้

    “ของหลวงปู่” ภูผาพูด

    ทั้งสามนั่งล้อมกองไฟ

    เสียงหัวเราะ…เสียงพูดคุย…ดังขึ้นท่ามกลางป่าเงียบ

    มันเป็๲ความรู้สึกที่ภูผา…ไม่เคยคิดว่าจะได้๼ั๬๶ั๼อีกครั้ง

    “อบอุ่นดีว่ะ…” พันพูดพลางกัดเนื้อย่าง

    ภูผาไม่ตอบ…แต่ยิ้ม

    ———

     

    กลางคืน…ฝึกใจ

    แสงจันทร์สาดลงมาบนลานดิน

    ทั้งสามนั่งสมาธิเรียงกัน

    “ลมหายใจ…คือสะพาน”

    “ระหว่างกาย…กับพลัง”

    เสียงหลวงปู่ดังช้าๆ

    ภูผาหลับตา…รับรู้ถึงการไหลเวียนของลมปราณ

    มันไม่พุ่งพล่านเหมือนแต่ก่อน

    แต่นุ่มนวล…ลึก…และมั่นคง

    เขาเริ่ม “เข้าใจ” มัน

    ไม่ใช่แค่ใช้มัน

    แต่ “อยู่ร่วม” กับมัน

    ———

     

    ค่ำคืนนั้น…กลุ่มเล็กๆ ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างแท้จริง

    ไม่ใช่แค่ศิษย์กับอาจารย์

    แต่คือ “พวกเดียวกัน”

    ที่ฝึกด้วยกัน

    กินด้วยกัน

    และจะ…สู้ไปด้วยกัน

    ท่ามกลางโลกที่กำลังจะปั่นป่วน

    เปลวไฟเล็กๆ ดวงนี้…กำลังค่อยๆ ลุกโชนขึ้น

    อย่างเงียบงัน…แต่ทรงพลัง…