หอพักป้าเเว่น
เสียงปิดประตูดังไล่หลังมาเมื่อร่างผอมบางในชุดนักศึกษา ได้เดินข้ามาในห้อง มือเล็กจัดการล้อคประตูด้วยความเคยชินก่อน กุญเเจถูกเเขวนไว้ด้านหน้าก่อน เดินไปว่างข้าวของที่ซื้อมาหลังจากเรียนเสร็จ
กระเป๋าผ้าลายดอกไม้ใบเล็กถูกวางไม่ถึงนาที เสียงแผดของโทรศัพท์ก็ดังขึ้นราวกับรับรู้ว่าเธอเพิ่งถึงห้อง
จะเป็ใครไปไม่ได้
“พริ้มพรายพราว…ฉันมีเื่จะเล่า”น้ำเสียงตื่นเต้นดังขึ้น ก่อนเสียงตะกุกตะกักจะดังพร้อมเสียงะโด่า ลอดเข้ามาในสาย
“ว่าไงเเก…ฮ่าๆๆคุณป้าด่าเเกที่ไม่ยอมอาบน้ำเเล้ววิ่งเเจ้นไปหยิบอาหารกินอีกเเล้วใช่ไหมเนี่ย”เสียงพูดอย่างเอือมระอาดังขึ้นก่อน หญิงสาวร่างผอมบาง ในชุดนักศึกษาจะจัดการวางโทรศัพท์ บนโต๊ะใกล้ๆกับเครื่องซักผ้าที่ระเบียงด้านนอก อย่างรู้งานก่อนหมุนก๊อกเปิดน้ำเพื่อส่งเข้าเครื่องซักผ้า
ในระหว่างที่กำลังรอน้ำถึงขีดระดับที่้า ก็หันมาสนใจคนในสายต่อ
“หยาบคายมากเพื่อนรัก”
เสียงบีบเเตรดังเเทรกเข้ามา พร้อมเสียงะโของเหล่าเเม่ค้าเเทรกเข้ามา ทำให้หญิงสาวในชุดกางเกงซับในตัวบางเเละเสื้อยืดตัวย้วยต้อง รีบปิดน้ำก่อนจัดการสั่งให้เครื่องซักผ้าทำงาน
“ฉันมีอะไรมาบอกเเก” น้ำเสียงตื่นเต้นดังขึ้น พร้อมเสียงกระเเอมสองสามครั้งราวกับจะพูดปราศรัยเลือกตรั้งบนเวทีอย่างไรอย่างนั้น
เกือบลืมใส่ผงซักฟอกซะเเล้ว
“แปปนะเเก…ว่ามาๆ”พริ้มพราวเดินข้ามประตู้ระเบียงเล็กก่อนตรงไปยังโต๊ะอ่านหนังสือที่มีของวางอย่างเป็ระเบียบ จัดการวางโทรศัพท์รุ่นเก่าเเก่ ก่อนหันไปพูดคุยกับอีกฝ่ายอย่างออกรสหลังจัดการธุระไปเมื่อครู่
“ฉันเพิ่งถึงห้องเนี่ย…เสียงด้านนอกดังมาก ฟังที่เเกพูดไม่รู้เื่เลยสักนิด”
“พวกฉันจะไปเที่ยวเหนือกัน มีที่น่าสนใจเยอะเลยแก”
“แกอ่ะรีบกลับไปก่อน …ไปตามหนังสือท่องเที่ยวเอาดาบหน้างั้นเเหละเเก รอดๆเชื่อฉัน”
“จ้าเเม่คุณ..รอดก็รอด”
“ทริปนี้ไม่กี่บาทหรอกเพราะญาติฉันเยอะที่เเถบเหนือ ไปนะเเก ติดรถไปกับบ้านฉันเลย”เพื่อนตัวดีพูดก่อน เสียงร้องอย่างดีใจจะดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อเธอตกลง
“อ่ะๆไปๆ เดี๋ยวฉันเตรียมของก่อน”
“ว่าเเต่ไปวันไหน?”
“พรุ่งนี้!!!4.00 ล้อหมุน”
“ขอให้พระลงโทษเเก........”
“ฉันบาปหนาอยู่เเล้ว ไม่ระคายหนังหน้าหรอก”
“...”
“คายเพื่อนฉันออกมาเดี๋ยวนี้!!!”
“นี่เพื่อนเอง…”
ต้นข้าวนั้นเป็เพื่อนคนเเรกที่เข้ามาทักใน่ปีหนึ่ง ในตอนที่กำลังนั่งร่วมกิจกรรมรับน้องอยู่อีกฝ่ายนั้นเหมือนจะเป็เด็กต่างจังหวัดเหมือนกัน การพูดคุยจึงง่าย
นับว่าตั้งเเต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ก็หลายปีเเล้วที่ทั้งสองนั้นคบเป็เพื่อนมา
บ้านต้นข้าวนั้นประกอบธุรกิจค้าขายเล็กๆมีฐานะปานกลางไม่ได้ร่ำรวยฟู่ฟ่า บ้านเป็ตึกทาวน์เฮาส์ขนาดเล็กด้านล่างเป็ร้านขายของ ส่วนชั้นบนเป็็นที่พักอาศัย เธอก็เคยเเวะเวียนไปอยู่หลายครั้งหลายครา
ถึงเม้เพื่อนเธอจะดูกระโตกกระตากไปบ้าง เเต่คะเเนนสอบของอีกฝ่ายนั้นไม่สามารถดูเบาได้เลย บ่อยครั้งที่โดนลากไปร่วมค่ายหลายๆค่าย ด้วย ตลอดเวลา ลำพังเเค่เรียนก็เหนื่อยจะตายเเล้ว เเต่ยัยเพื่อนตัวดีก็ลากเธอออกไปอยู่ทุกครั้งไป ไม่รู้สมองทำด้วยอะไร ดีหน่อยที่เธออ่านทบทวนตลอดทำให้คะเเนนสอบไม่น่าเกลียดจนเกินไป
่เวลาปีสุดท้ายนั้นถือว่าหนักหนาเอาการ เเต่ใน่ปิดเทอมของเทอมที่เเล้วทั้งสองได้เร่งรีบทำเล่มวิจัยเพื่อเวลานี้นั่นเอง
หัวฟูในวันนั้น
เพื่อความสุขสบายในวันนี้
นับว่าคุ้มค่ากับ่เวลาที่ลงไป เพราะเพื่อนๆคนอื่นต่างหัวหมุนกับการปั่นเล่มส่งอาจารย์กันหัวหมุนกันถ้วนหน้า ในขณะที่พวกเธอนั้นส่งไปเรียบร้อย พร้อมกับการนำเสนอ
เหลือเเค่หาที่ฝึกงาน่ปิดเทอมนี้เพียงเท่านั้น
1 เดือนที่เเล้ว
ย้อนไปใน่ที่กำลังเล็งหาที่ฝึกงาน หนึ่งในวิชาที่นักศึกษาต้องลงนั่นคือวิชาสหกิจศึกษานั่นเอง เเต่ละมหาลัยจะเปืดให้ลงใน่ปี3 เป็ต้นไปตามเเต่หลักสูตรของเเต่ละคณะวิชาซึ่งสาขาที่เธอเรียนนั้นเปิดให้ลง่ก่อนไปฝึกงาน1เทอม เพื่อเตรียมการยื่นเื่ให้บริษัทเเต่ละเเห่ง
รายชื่อของสถานที่ฝึกงานถูกส่งมาในเมลล์พร้อมข้อกำหนดเเละเงินตอบเเทน ในการเลือกก็เเบ่งตามเกรดที่มีการเรียงลำดับ
ดีขึ้นมาหน่อยที่ยัยข้าวอยู่ลำดับใกล้กัน เเละบริษัทที่จะไปก็เป็ลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนเธอ การยื่นเื่จึงรวดเร็วเเละได้รับการตอบกลับมาเรียบร้อย
ทุกสิ่งทุกใกล้ถึงฝั่งฝันเเล้ว ขอเเค่จบเท่านั้น ที่บ้านก็จะได้ไม่ต้องเป็ห่วงอะไรเธอมากมาย
“เดี๋ยวฝึกงานจบเเล้วหนูกลับไปบ้านนะ”หญิงสาวที่กำลังง่วนกับการเเพคกระเป๋าพูดกับปลายสาย ที่กำลังรดน้ำต้นไม้ในขณะนี้ เสียงของสายยางที่ฉีดน้ำไปโดนใบไม้ดังเเทรกมาตลอดการพูดคุย
“ได้เลย กลับมาเร็วๆหน่อยม๊าเขามีเื่ดีๆจะบอก พราวกลับมาก่อนเเล้วกัน”
“อะไรเหรอป๊า…บอกเลยไมไ่ด้เหรอ”
“ไม่ได้เื่น่ายินดีต้องไว้บอกต่อหน้าสิ”
“ค่าาาา”
“ม๊าไปไหนเนี่ย….ไม่ได้ยินเสียงเลย”
“รายนั้นนู่น…..เล่นกับลูกเเมวเกิดใหม่เห่อมาก”
“ตอนเเรกนะบอกป๊าว่าไม่เลี้ยงๆ”
“นี่ป๊า..ได้ยินนะ”เสียงะโตอกกลับมา พร้อมเสียงทะเลาะเเบบไม่จริงจังดังขึ้น ของหญิงวัยกลางคนในชุดคอกระเช้าพร้อมผ้าถุง ที่กำลังอุ้มลูกเเมวตัวอ้วนสีขาวปลอด มีปลอกคอสีเเดงพร้อมป้ายชื่อเเสดงความเป็เ้าของเรียบร้อย
“เล้วเจอกันตอนกลับมานะลูก ม๊ากับป๊าจะโทรไปหาพราวนะลูก”
“ค่าาหนูวางก่อนนะคะ”โทรศัพท์ขนาดพกพาเครื่องกระทัดรัด ถูกกดวางสายก่อนจะวิ่งพุ่งตรงไปยังโต๊ะอีกฝั่งที่ว่างอยู่โดยมีกลุ่มเพื่อนๆนั่งอยู่กำลังพูดกันอย่างออกรส
ตึกคณะ
บริเวณด้านล่างของตึกในเวลานี้เนืองเเน่นไปด้วยผู้คน ทั้งคนที่เปลี่ยนsec ติดต่อเื่วิชาเรียน หรือเเม้เเต่พวกเธอที่มาเมาท์มอยถึงเื่ฮิตประเด็นออตในนาทีนี้เฉกเช่นกลุ่มพวกเธอ
โต๊ะใต้ตึกถูกจับจองด้วยกลุ่มสาว6สาวโสด1สาวโฉด
ตุบ
หนังสือนิตยสารก็อตซิปถูกวางหราบนโต๊ะม้านั่งตัวยาวสีเข้ม ที่เต็มไปด้วยเเก้วน้ำเเละกระเป๋าวางอยู่เต็มพื้นที่ไปเสียหมด เสียงเปิดหน้ากระดาษอย่างรวดเร็วดังขึ้นพร้อมกับเสียงดูดน้ำดังขึ้นเเทรกเป็ระยะ
ประเทศไทยดินเเดนที่มีเเค่หน้าร้อนเเละร้อนมาก
“เอาลงๆเคลียร์พื้นที่เดี๋ยวเลอะหมด”
“ยัยพีชหยุดโยนน้ำเเข็งไปใส่หัว เเคลร์เดี๋ยวนี้!!”เสียงของปอด์นดังขึ้น ชื่อเดิมของนางนั้นคือนายสมศักดิ์ เเต่อยู่ไปอยู่มาก็เปลี่ยนชื่อเล่นเเล้วหวนสู่รันเวย์ของสาวไทย
“เล่มใหม่”เเคลร์เดินเข้ามาก่อนวางเเก้วน้ำเเข็งลงเเล้วดึงมือของ พีชให้มาดูด้วยกัน
“เเน่นอน”เสียงพูดอย่างมั่นอกมั่นใจจนเกินมากดังขึ้น พร้อมยกมือขึ้นทัดหู
ได้ข่าวว่าผมเเกสั้นนะเพื่อนสาว
“เร็วดีนี่”
“มีข่าวเด็ดมาคุย…พวกเเกดูหน้านี้สิ คุ้นๆหน้าบ้างรึเปล่า”
“......”
“คุ้นสิ…”
“คุ้นได้ไงแกยังไม่ทันมอง”
“คุ้นๆว่าฝ่ามือเเกบังอยู่สิ!!!นังนี่”เสียงโหวกเหวกดังขึ้น ก่อนาจะเกิดขึ้นในเวลาถัดมา 1 สาวเเท้ เเละ1 สาวโฉด วิ่งไล่ตีกันว่อนรอบโต๊ะจน คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มหันมามอง
“ใครอ่ะโคตรหล่อ…เเต่หน้าไม่ชัดเลย”เเนนหญิงสาวร่างสูงในชุดนักศึกษารองเท้าผ้าใบพูด ผมที่ถูกมัดหลวมๆอย่างกระเซอะกระเซิง พร้อมหันไปมองเพื่อนทั้งสองที่ตีกันเหมือนเด็ก
“นั่นคือประธานบริษัท!!”
“บ้านเเกสินั่งนี่…มาให้ฉันเคี่ยนตีเดี๋ยวนี้ นังทาส”ปอด์นชี้นิ้วไปทางนิว ก่อนมองอีกฝ่ายตาเเขม็ง พลางเบะปาก เท้าเอวประหนึ่งเ้าขุนมูลนายในหนังช่องสามสี ที่เปิดดูทุกวัน
“ข้าผิดไปแล้าเ้าค่ะพ่อนาย…”หญิงสาวย่อตัวลงก่อนทำหน้าตาน่าสงสารพลางกอดเขาอีกฝ่าย อย่างขอความเมตตา มือยกขึ้นประณมเเนบขาของอีกฝ่ายอย่างรับมุก
“แกปากร้าย….นังนิว เลิกๆฉันจะไม่คบกับเเก!!”
“โอ๋เอ๋ๆเเม่นายเ้าขา….เเม่นายคนงาม”มือเล็กลูบไปเมื่อเพื่อนเริ่มเเง่งอนที่เเซวเล่น
“หายก็ได้…”ปอน์ดดึงอีกฝ่ายขึ้นมาก่อนตรงไปที่โต๊ะ ที่เพื่อนๆกำลังเพ่งมองหน้าตาอันพร่าเบลอของหนุ่มในรูป
เห็นเเค่เเผ่นหลัง
หมาที่ไหนจะไปมองออก
“นี่คุณการ์วิณฑ์ กอบธนัช เเละสุดหล่อของฉัน กาฬก่อน”
นี่ไงหมา..เพื่อนของเธอเป็หมา
“เเกมันปัง..นังเพื่อนสาว”เหล่าหญิงสาวที่เหลือต่างมองไปที่อีกฝ่ายก่อนยกนิ้วเพื่อซูฮกเเก่ความเก่งกาจ ของเพื่อนในกลุ่ม
“เเน่นอนฉันสวยเเละมีดาวงตาที่เฉี่ยวคม”ร่างสุงราวชายไทยพูดก่อนสะบัดบ๊อบ พร้อมหมุนตัวหนึ่งรอบเเล้วเดินสับขา ประหนึ่งลานคณะเป็ รันเวย์
ทุกที่คือรันเวย์
ปอด์นได้กล่าวไว้!!!!
“เดินสับจนเขียงจะหักเเล้วเพื่อนฉัน”พีชพูดก่อน หัวเราะคิกคักให้ได้ยินกันกับเพื่อนใกล้ๆ
“นังทัวร์ดี!!!!ฉันจะลงทัณฑ์เเกร!!!”เสียงพูดด้วยเเบบลิ้นพัดดังขึ้น พร้อมเสียงตุบตับที่ดังต่อมา
“หูดีไปอีกกกกกกกก…”เหล่าเพื่อนๆต่างหนีกันจ้าหล่ะหวั่น ก่อนเสียงหัวเราะจะดังขึ้นในเวลาต่อมา
เสียงหวอของรถฉุกเฉินเดังขึ้น พร้อมร่างเย็นะเื ที่ถูกหามไป้า เหล่าคน้าต่างช่วยกันปั๊มชีพจรของคน้าตรงหน้า สายระโยงระยางอยู่เต็มไปหมด
“ปั๊ม”เสียงของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าดังพร้อมร่างบางจะกระตุกขึ้นมาจากกระเเสไฟฟ้า ทว่าเครื่องวัดสัญญาณชีพจรกลับไม่สามารถััอะไรได้เลย
“ไม่พบสัญญาณชีพจรเลย”