เมื่อเห็นไป๋ฉีทำความเคารพตนเอง เจี่ยอี้ก็พลันยกยิ้มบางออกมา "เงยหน้าขึ้นเถอะ ไม่ต้องมากพิธีขนาดนั้น"
ไป๋ฉีเงยหน้าขึ้นตามคำสั่งก่อนที่จะกล่าวถามว่า "อาจารย์เจี่ยอี้ มีอะไรให้ข้ารับใช้งั้นหรือขอรับ?"
เจี่ยอี้ส่ายหน้า"เปล่าหรอก ข้าแค่อยากถามบางอย่างกับเจ้า หวังว่าเจ้าจะตอบข้าตามตรง"
"ในตอนที่เจ้าทะเลาะกับนักศึกษาใหม่กลุ่มนั้น ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ข้าจะไปช่วย ข้าสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันแรงกล้าออกมาจากตัวของเจ้า ข้าขอถาม! ในตอนนั้นเจ้าตั้งใจจะสังหารพวกเขาใช่หรือไม่"
เมื่อได้ยินคำถามเช่นนี้ไป๋ฉีก็พลันนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะพยักหน้ายอมรับออกไปตามตรง "ใช่ขอรับ ข้าตั้งใจสังหารพวกมันจริงๆ"
"โอ้ แล้วเจ้ามีความมั่นใจกี่เปอร์เซ็นต์ว่าจะสามารถฆ่าพวกนั้นได้?"เจี่ยอี้เอ่ยปากถามอีกครั้ง
"อีกฝ่ายมีระดับจ้าวพิภพขั้นที่หกหนึ่งคน จ้าวพิภพขั้นที่สี่อีกห้าคน ข้ามีความมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะสามารถฆ่าพวกมันได้"ไป๋ฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
แม้แต่ไป๋หมิงพี่ชายของเขาที่มีระดับถึงจ้าวพิภพขั้นที่แปดเขายังเอาชนะได้ แค่ระดับจ้าวพิภพขั้นที่หกจึงไม่นับเป็นอะไรสำหรับเขา แน่นอนนี่ไม่ใช่ความประมาทแต่เป็นความมั่นใจ
"หืม เจ้ากำลังจะบอกว่าตัวเจ้าที่อยู่ในระดับจ้าวพิภพขั้นที่หนึ่งเก่งกว่านักศึกษากลุ่มนั้นอย่างนั้นหรือ เจ้าหนูเจ้าจะหลงตัวเองเกินไปหรือเปล่า"
ไป๋ฉีทำหน้ามุ่ย "ข้าพูดเรื่องจริงนะขอรับ ถ้าท่านไม่เชื่อข้าก็จนปัญญาจะอธิบาย"
เจี่ยอี้หัวเราะ "ฮ่าๆๆเอาล่ะๆขอบใจที่ตอบคำถามข้า ว่าแต่เจ้าพอจะมีเวลาว่างแสดงฝีมือให้ข้าเห็นหน่อยได้หรือไม่"
"เอ๋! ข้าเองก็ไม่ขัดข้องหรอกนะขอรับ แต่จะให้ข้าไปแสดงฝีมือที่ไหน"ไป๋ฉีตอบออกไป แม้ว่าเขาจะไม่รู้จัดประสงค์ของอีกฝ่าย แต่ถึงอย่างไรผู้ชายคนนี้ก็เป็นอาจารย์ของสถาบัน ดังนั้นไม่ช้าก็เร็วชายหนุ่มก็ต้องเห็นฝีมือของเขาอยู่ดี การจะแสดงฝีมือให้อีกฝ่ายดูตอนนี้จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
"ตามข้ามา"เจี่ยลี่กล่าว ก่อนที่พาจะไป๋ฉีเข้าไปด้านในสนามประลองขนาดใหญ่ที่ตอนนี้ไร้ซึ่งผู้คน
"เอาล่ะ ถึงแล้ว เข้ามาเลยข้าจะเป็นคู่มือให้เอง"เขากางม่านพลังเก็บเสียง จากนั้นก็มองไปยังไป๋ฉีอย่างท้าทาย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นไป๋ฉีก็ดึงดาบยาวสีขาวระดับ S ออกมาจากอุปกรณ์มิติที่พ่อของเขามอบให้ เจี่ยอี้หรี่ตามองไปที่ดาบนั้นและหยิบอาวุธออกจากมิติเช่นกัน ทว่ามันกลับเป็นเพียงดาบไม้ธรรมดาๆ
ไป๋ฉีทำหน้าบึ้งตึง "นี่จะดูถูกข้าหรือขอรับ?"
"ไม่เลย นี่คือการให้เกียรติต่างหาก เจ้าต้องรู้ก่อนว่าน้อยคนนักที่จะทำให้ข้าใช้ดาบได้เช่นนี้"
"หึ! ถ้าอย่างนั้นข้าจะขอรับเกียรตินั้นไว้ และจะทำให้ท่านชักดาบที่แท้จริงออกมาให้ได้เลยคอยดู"
กล่าวจบร่างกายของไป๋ฉีก็กลายเป็นเส้นแสงสีทองโหมกระหน่ำโจมตีเจี่ยอี้อย่างไม่หยุดยั้ง ดาบแล้วดาบเล่าถูกชายหนุ่มฟาดฟันออกไป แต่ทว่าเจี่ยอี้กลับรับมันได้ทุกกระบวนท่า ทั้งยังเป็นการรับอย่างสบายๆ
"โห การโจมตีแบบคอมโบอย่างนั้นหรือ ช่างน่าสนใจ!"เจี่ยอี้โต้การโจมตีของไป๋ฉีกลับไป ทักษะดาบประกายแสงของชายหนุ่มหยุดลง ณ ตอนนั้น
ไป๋ฉีไม่รีรอปราณดาบอัสนีบาตทมิฬถูกฟาดฟันออกมาจากระยะไกลตรงไปยังเป้าหมายของมันพร้อมกับร่างกายของเขาที่หายไปจากบริเวณนั้นอย่างไร้ร่องรอย
"หืม ปราณดาบ?? เจ้าหนูนี่ถึงกับเข้าถึงปราณดาบด้วยอายุเพียงเท่านี้"เจี่ยอี้ตกตะลึง ดาบไม้ในมือฟาดฟันปราณดาบสีฟ้าไปหักล้างปราณดาบของไป๋ฉีอย่างง่ายดาย
และในตอนนั้นเองไป๋ฉีก็พลันปรากฏกายขึ้นมาด้านหลังของเจี่ยอี้ และฟาดฟันปราณดาบเปลวเพลิงจากระยะใกล้ แววตาเต็มไปด้วยความมั่นใจว่าการโจมตีนี้จะต้องโดนเป้าหมายอย่างแน่นอน
ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เจี่ยอี้กระชับดาบและหันกลับมาฟาดฟันปราณดาบหักล้างได้ทัน ก่อนที่ดาบไม้ของเขาจะปะทะเข้ากับดาบของไป๋ฉีจนทำให้ชายหนุ่มกระเด็นไปไกล
"เจ้าหนูเจ้าเก่งมาก ข้าเชื่อแล้วว่าเจ้าสามารถสังหารเจ้าเด็กพวกนั้นได้จริงๆ แถมพลังของเจ้าก็หลากหลายยิ่ง ด้วยพลังของเจ้าในตอนนี้ระดับนักรบแห่งดวงดาวขั้นต้นเห็นทีว่าจะไม่สามารถต่อกรกับเจ้าได้"
"แห๊กๆ! ขอบคุณอาจารย์ที่ชื่นชม แต่มันยังไม่จบหรอกนะขอรับ" คำกล่าวนี้ทำให้เจี่ยอี้คิ้วขมวดในทันทีก่อนที่เขาจะสัมผัสได้ว่าตอนนี้บนท้องฟ้าเหนือศีรษะของตัวมีมีดบินจำนวนมากลอยอยู่เกือบหนึ่งร้อยเล่มด้วยกัน
"ไม่ทันแล้วขอรับอาจารย์ ตกลงมา!"ไป๋ฉีสบัดมือของตัวเองลงพื้น มีดบินสีขาวที่ลอยอยู่ก็พลันพุ่งตรงไปทางเจี่ยอี้ราวกับพายุฝนที่โหมกระหน่ำ
ไป๋ฉีไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขายังหลอมรวมเปลวเพลิงสุริยันกลายเป็นบอลเพลิงขนาดใหญ่แล้วขว้างใส่เจี่ยอี้ซ้ำอีกที
"บูม!!"
"โดนขนาดนี้ ท่านอาจารย์น่าจะใช้ดาบจริงได้แล้วกระมัง"ไป๋ฉียืนมองเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ด้วยความมั่นใจ แน่นอนเขาไม่คิดว่าจะเอาชนะอีกฝ่ายได้อยู่แล้ว เป้าหมายของเขาเพียงอยากให้อาจารย์เจี่ยอี้ชักดาบจริงออกมาก็เท่านั้น
แต่ในเวลาต่อมาเขาก็ถึงกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะเสี้ยวพริบตาเดียวเท่านั้นเปลวเพลิงสุริยันของเขาก็พลันหายวับไป มีดบินรวมถึงสนามประลองพลันถูกแช่แข็งไปในพริบตา ทว่าเจี่ยอี้กลับไม่เป็นอะไรเลยแถมยังคงถือดาบไม้เช่นเดิม ไม่ได้ใช้ดาบจริงอย่างที่ไป๋ฉีคาดหวังไว้
"เจ้าหนูมีอะไรจะโชว์อีกไหม ถ้ามีสามารถแสดงมันออกมาในตอนนี้ได้เลยไม่ต้องยั้งมือ"เจี่ยอี้กล่าวถาม หากสังเกตุดีๆจะเห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานปรากฏขึ้นบนหน้า
ส่วนทางด้านไป๋ฉีเมื่อเห็นว่าทักษะทั้งหมดของตัวเองถูกปัดป้องจนหมดสิ้นก็ถอนหายใจยาว "เห้อ ท่านอาจารย์เจี่ยอี้ ข้าแสดงฝีมือออกไปจนหมด ข้ายอมแพ้"
เขาจำใจต้องกล่าวออกมาเช่นนั้น เนื่องจากทักษะเขตแดนและทักษะอภินิหาริย์อื่นๆมันพิเศษเกินไปจนไม่สามารถเปิดเผยได้
เจี่ยอี้เก็บดาบ แม้ไป๋ฉีจะยอมแพ้ไวไปหน่อยแต่เขาก็ยังพึงพอใจ "เจ้าหนู ข้าชื่นชอบในนิสัยและพรสวรรค์ของเจ้ามาก เจ้ายินดีเป็นศิษย์ของข้าหรือไม่"
ไป๋ฉีนิ่งอึ้งก่อนจะครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ 'ท่านพ่อเคยบอกว่าสถานการณ์แบบนี้ย่อมเกิดขึ้นกับข้าอย่างแน่นอนหากอยู่ในสถาบัน อาจารย์คนนี้ก็ดูเป็นคนตรงไปตรงมาดี แถมเขายังเป็นนักดาบเหมือนข้า'
หลังจากที่พิจารณาอยู่สักพัก ไป๋ฉีก็หันไปหาเจี่ยอี้แล้วโค้งคำนับอย่างสุภาพ "ศิษย์ไป๋ฉีคาราวะท่านอาจารย์"
"ฮ่าๆๆดีๆ นับจากนี้เจ้าจะเป็นศิษย์สืบทอดของข้า"เจี่ยอี้หายตัวเข้ามาพยุงไป๋ฉีให้เงยหน้าขึ้นมา ก่อนที่จะยื่นเข็มกลัดที่มีสัญลักษณ์ดาบสีฟ้าครามให้
"เอ่อ....อาจารย์เข็มกลัดชิ้นนี้มันคืออะไรอย่างนั้นหรือขอรับ"ไป๋ฉีเพ็งพิจารณาแล้วกล่าวถามด้วยความสงสัย
เจี่ยอี้ยิ้ม "มันคือตราสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเจ้าเป็นศิษย์ของข้า เก็บรักษามันเอาไว้ให้ดี"
"เอาล่ะ นี่ก็ใกล้ค่ำแล้ว เจ้ารีบกลับไปพักผ่อนเถอะ เอาไว้เจอกันในช่วงการปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่วันพรุ่งนี้"
"ขอรับอาจารย์ ถ้าเช่นนั้นศิษย์ขอลา"ไป๋ฉีโค้งตัวทำความเคารพ ก่อนที่จะเก็บมีดบินและดาบกลับเข้าแหวนมิติ จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป
เจี่ยอี้มองตามแผ่นหลังนั้นก่อนที่จะยกยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ "เจ้าหนูนี่ช่างน่าสนใจจริงๆ"