พยัคฆ์เพลิงกาฬตัวแรกได้มาค่อนข้างง่ายดาย ถึงแม้ว่าจะดูเป็นการเอาเปรียบผู้อื่นอยู่บ้างก็ตาม
และเพราะประโยชน์จากร่างของพยัคฆ์เพลิงกาฬ หลินอวิ๋นก็จดจำรูปลักษณ์ของพยัคฆ์เพลิงกาฬเอาไว้ และเริ่มต้นมองหาพยัคฆ์เพลิงกาฬจากรอยเท้าของมัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ผลลัพท์ที่ได้ก็เพิ่มสูงขึ้นมาก
ไม่เกินสองวันเท่านั้น หลินอวิ๋นก็พบร่องรอยของพยัคฆ์เพลิงกาฬกลางเขา ร่องรอยเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน
เมื่อเดินตามรอยเท้าไปตามเทือกเขาหลาย ๆ ลูกแล้ว ในที่สุดหลินอวิ๋นก็มองเห็นพยัคฆ์เพลิงกาฬอีกครั้งในป่าทึบห่างออกไปห้าร้อยเมตร ทั่วทั้งกายดำมืด สูงราวสองจั้ง พยัคฆ์เพลิงกาฬร่างใหญ่กำยำ เพิ่งจะกินอาหารเสร็จแล้วหลับตาพักย่อยอาหาร
หลินอวิ๋นรู้ดีว่า สัตว์อสูรที่เดินทางตัวเดียวเช่นนี้ มักจะมีความระแวดระวังสูง
ต่อให้แม้จะหลับตาพักผ่อนอยู่ ก็สามารถรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวรอบ ๆ ได้ในทันที
“ลองโจมตีอย่างแรงดูดีกว่า พร้อมกับดูว่าหมัดพยัคฆ์ร้ายของข้าจะสามารถก้าวหน้าไปอีกขั้นได้หรือไม่”
การต่อสู้กับพยัคฆ์ร้ายในครั้งก่อนนั้น หมัดพยัคฆ์ร้ายก้าวหน้าไปไม่น้อย
มาวันนี้เมื่อเผชิญกับพยัคฆ์เพลิงกาฬแล้ว ก็เป็นโอกาสดีที่จะแสดงฝีมือของหมัดพยัคฆ์ร้ายออกมาโจมตีที่ดีที่สุดแล้ว
เมื่อเสียงตะโกนดังขึ้น หลินอวิ๋นก็กระโดดออกมาจากที่ซ่อนตัว และเมื่อเขายกมือขึ้นมา ก็วาดกระบวนท่าสังหารของหมัดพยัคฆ์ร้าย พยัคฆ์คำรามป่าเขาเขาระเบิดเสียงดังพร้อมกระโจนสังหาร
ส่วนพยัคฆ์เพลิงกาฬที่หลับตาพักผ่อนอยู่นั้น ก็ลืมตาทั้งคู่ขึ้นแผ่กระจายไอสังหารออกมาในทันที
ไม่เพียงแต่ไม่โกรธเคืองเท่านั้น แต่ยังเผยพลังออกมาบนภูเขา ปะทุระเบิดออกมา
ในใจของหลินอวิ๋นเต้นไม่เป็นจังหวะ ไอสังหารแข็งแกร่งยิ่งนัก แข็งแกร่งกว่าพยัคฆ์เพลิงกาฬตัวนั้นที่พบเมื่อสามวันก่อนหลายเท่าราวกับเป็นภาพวาดพยัคฆ์ร้ายที่อัดแน่นอยู่ในใจเขา แรงกดดันไม่น้อยทีเดียว
แต่ว่าเมื่อหมัดเหวี่ยงออกไปแล้ว ก็ไม่มีทางให้ถอยกลับอีกต่อไป
ปัง!
หมัดนี้ เหวี่ยงออกไปตรงหัวของพยัคฆ์เพลิงกาฬพอดี หัวนั้นแต่เดิมก็เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของสัตว์อสูรอยู่แล้ว แต่เมื่อกระบวนท่าสังหารของหลินอวิ๋นนี้เหวี่ยงลงไปแล้ว กลับเหมือนกับว่ากระแทกลงบนเหล็กอย่างไรอย่างนั้น
แรงสะท้อนกลับมาด้วยแรงมหาศาล เสียจนทำให้แขนของเขาเกิดอาการชาขึ้นมา
โฮกกก!
พยัคฆ์เพลิงกาฬส่งเสียงคำรามกรุ่นโกรธออกมากึกก้องราวกับดังขึ้นใกล้กับใบหูของหลินอวิ๋น
หึ่ง
ทั่วทั้งจิตใจเต็มไปด้วยเสียงดังหึ่ง ๆ รู้สึกได้ถึงอาการวิงเวียน เสียงหึ่ง ๆ ดังก้องกังวานออกมาไม่หยุด
พรึ่บ!
ท่ามกลางป่าเขา นกและสัตว์ป่านับไม่ถ้วนตื่นตระหนก นกจำนวนมากพากันบินกระจัดกระจาย
พยัคฆ์เพลิงกาฬสัตว์อสูรระดับสูงเจ้าแห่งป่า ในรัศมีหลายร้อยลี้นี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นพื้นที่ของราชาเสือตนนี้ทั้งนั้น
ในตอนนี้ เสียงเสือร้องคำรามทรงพลังและดุร้าย ทำเอาสัตว์อสูรมากมายตื่นตกใจขึ้นมา
หลินอวิ๋นตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ไม่คาดคิดเลยว่า เจ้าพยัคฆ์เพลิงกาฬจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
ป้าบ!
ยังไม่ทันได้ตอบสนอง กลับถูกอุ้งมือพยัคฆ์ข้างหนึ่งฟาดลงมาตรงหน้าอก ราวกับว่าเป็นกระสอบทรายลอยหวือออกไป
หลินอวิ๋นที่ล้มลงบนพื้น ชนเข้ากับต้นไม้ต้นหนึ่ง แววตาเผยร่องรอยของความประหลาดใจแวบผ่านมา
เศษสวะทั้งสี่ของตระกูลอวิ๋น ตกลงแล้วทำร้ายพยัคฆ์เพลิงกาฬให้บาดเจ็บสาหัสได้อย่างไรกัน!
ข่าวคราวคงจะต้องผิดพลาดอย่างมาก แต่เดิมคิดว่าทั้งสี่คนของตระกูลอวิ๋นสามารถทำร้ายพยัคฆ์เพลิงกาฬให้บาดเจ็บสาหัสได้ ด้วยพลังความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่ต้องพูดถึงแล้ว
แต่ไม่คิดว่า ท่วงท่าของเจ้าแห่งพยัคฆ์เพลิงกาฬนี้ จะน่าหวาดกลัวมากถึงเพียงนี้
ความกรุ่นโกรธของพยัคฆ์เพลิงกาฬนั้นยากที่จะทานทน ร่างกายใหญ่ยักษ์ลุกขึ้นมา สูงราวสองจั้ง จากมุมมองของหลินอวิ๋นแล้ว เป็นเหมือนกันเนินเขาเล็ก ๆ ที่ทรงพลังและดุร้าย
ปัง ปัง ปัง!
มันวิ่งเข้ามาอย่าบ้าคลั่ง ร่างกายใหญ่ยักษ์ของมันดูปราดเปรียวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
“ดี เข้ามาเลย!”
พยัคฆ์เพลิงกาฬที่แข็งแกร่ง กลับไม่ได้ทำให้หลินอวิ๋นตกใจกลัว จิตวิญญาณการต่อสู้ของเขากลับได้รับการกระตุ้นออกมา
และโดยที่ไม่สนใจถึงความเจ็บปวดตรงหน้าอก เขาก็ตบฝ่ามือลงบนพื้นดิน แล้วกระดอนกายขึ้นมาในทันที พยัคฆ์เพลิงกาฬที่เพิ่งจะทยานเข้ามาเผชิญหน้ากัน ก็ถูกวิชาตะวันบริสุทธิ์เคลื่อนเข้าใส่อย่างดุเดือด แล้วหมัดพยัคฆ์ร้ายก็ระเบิดตามออกมา
ปัง!
ภาพวาดพยัคฆ์ร้ายระเบิดดังปังแล้วปะทุขึ้นในใจของเขา หลอมรวมเข้าด้วยกันใหม่อีกครั้ง
และหมัดนี้ บนกายเขาก็ระเบิดพลังที่ดุร้ายออกมาไม่น้อยไปว่าพยัคฆ์เพลิงกาฬ
โฮกกก!
เสือตัวนั้นเป็นราชาแห่งสัตว์อสูร หนึ่งคนและหนึ่งสัตว์อสูร ต่างระเบิดพลังสัตว์อสูรอันดุร้ายน่าหวาดกลัวออกมา
ปัง!
ท่ามกลางเสียงดังที่ปะทุออกมา หลินอวิ๋นถอยหลังกลับมาสองก้าว แต่ที่เป็นไปไม่ได้ก็คือพยัคฆ์เพลิงกาฬผู้ยิ่งใหญ่กลับถูกหมัดของหลินอวิ๋นหยุดการโจมตีเอาไว้ได้
หนึ่งคนกับหนึ่งสัตว์อสูร เมื่อเผชิญหน้ากันเช่นนี้หลินอวิ๋นเองก็ไม่กล้าที่จะวางใจ รวบรวมจิตทำสมาธิ และมองดูพยัคฆ์เพลิงกาฬอย่างเย็นชา
เสียงคำรามต่ำกรุ่นโกรธดังขึ้นอีกครั้ง มันระเบิดคำรามดังออกมาราวกับเสียงคลื่น พยัคฆ์เพลิงกาฬทะยานเข้ามาพุ่งสังหารอีกครั้ง
“เข้ามาสิว้อย!”
ใบหน้าสดใสงดงามของหลินอวิ๋นเองก็ส่งเสียงคำรามกรุ่นโกรธออกมาเช่นกัน ภายในกายเกิดเสียงกระดูกดังลั่นลอยออกมา ดังก้องราวกับเสียงคำรามของเสือ
ด้านหลังของเขาราวกับมีภาพเงาของพยัคฆ์ร้ายหลอมรวมอยู่ ร่วมมือกันกับเขาต่อกรกับเจ้าแห่งอสูรผู้ดุร้ายตรงหน้า
ฉับฉับฉับ!
ในส่วนลึกของป่าแห่งนี้ หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูรกำลังเริ่มต่อสู้กันอย่างดุเดือด
หากมองมาจากที่ไกล ๆ แล้ว ก็เหมือนราวกับว่าเสือร้ายทั้งสองตัวกำลังต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งราชาพยัคฆ์อย่างไรอย่างนั้น การต่อสู้ครานี้ช่างดุเดือดอย่างหาที่เปรียบได้
หลินอวิ๋นที่อยู่ท่ามกลางการต่อสู้อันดุเดือนนั้น กลับไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังของเขาห่างออกไปพันเมตร กำลังมีคนคอยจ้องมอการเคลื่อนไหวของเขาอยู่ ด้วยดวงตาตะลึงพรึงเพริด
เป็นชายร่างใหญ่ตระกูลอวิ๋นที่หลินอวิ๋นเป็นคนปล่อยไปในตอนต้นนั่นเอง
“พลังอันน่าหวาดกลัวเช่นนี้ นายน้อยของพวกเราและกลุ่มคนที่เดินทางมาด้วยกันสี่คน ร่วมมือกันใช้เวลาถึงสิบวัน ถึงทำให้พยัคฆ์เพลิงกาฬบาดเจ็บสาหัสได้ แต่เจ้าหนุ่มนี้กลับใช้เพียงแค่มือเปล่า ก็สามารถต่อสู้กับพยัคฆ์เพลิงกาฬจนแยกไม่ออก!”
เขาซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ ดูตื่นตกใจเป็นอย่างมาก ดวงตาเด็มไปด้วยความประหลาดใจ
ผ่านไปเพียงครู่เดียว ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยประกายดุร้ายพาดผ่านมา “แต่ว่าน่าเสียดายยิ่งนัก คราวนี้เจ้าต้องตายให้ได้!”
จากนั้นก็กระโดดออกมา แล้ววิ่งเข้าป่าอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นเพียงครู่ ก็ไปรวมตัวกับนายน้อยตระกูลอวิ๋นและคนที่เหลือทั้งสอง
“เป็นอย่างไรบ้าง?”
“นายน้อย พลังของเจ้าหนุ่มนี้ น่าหวาดกลัวจริง ๆ ใช้เพียงแค่มือเปล่าก็สามารถต่อสู้กับพยัคฆ์เพลิงกาฬได้ ยากที่จะแยกแยะ ข้าว่าเจ้าพยัคฆ์เพลิงกาฬตัวนั้นต่อให้แข็งแกร่งเพียงไรช้าเร็วก็ต้องตายภายใต้หมัดของเขาแน่!”
นายน้อยตระกูลอวิ๋นเมื่อได้ยินแล้ว ใบหน้าก็เผยความประหลาดใจออกมา
และหลังจากที่ยืนยันแล้ว ก็สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวในใจ โชคดีที่สองวันก่อนหน้านั้นเขาวิ่งหนีได้เร็ว หากว่าโง่พอที่จะปล่อยให้ผู้ติดตามปะทะกับเขา ตอนนี้พวกเขาก็อาจจะไม่ได้อยู่บนโลกมนุษย์แล้ว
ใบหน้าเผยความมืดมนออกมา นายน้อยตระกูลอวิ๋นมองไปยังผู้ติดตามคนหนึ่งแล้วเอ่ยออกมา “เจ้าสี่ แผนการของเจ้าเชื่อถือได้หรือไม่? หากว่าไม่สำเร็จก็คงกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว”
“นายน้อยวางใจได้ ไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน! กระทิงทองเป็นสัตว์อสูรที่อาศัยกันเป็นกลุ่ม กลุ่มหนึ่งมีกันมากกว่าสามร้อยตัว สติปัญญาต่ำอย่างน่าตกใจ ข้าเพียงแต่ทำให้พวกมันโมโหขึ้นมาเล็กน้อย ก็สามารถล่อให้พวกมันไปทางของเจ้าหนุ่มนั่นได้แล้ว”
“เมื่อถึงเวลานั้น… หึ ๆ ต่อให้มีเก้าชีวิตก็ไม่มีทางยับยั้งแรงกระแทกของกระทิงทองทั้งกลุ่มได้ เมื่อถูกพวกมันเหยียบผ่านไปแล้วถึงตายก็ไม่เหลือเศษซาก นายน้อยท่านยังประหยัดเวลาเก็บศพไปได้อีกด้วยนะขอรับ!”
ผู้ติดตามที่ถูกเรียกว่าเจ้าสี่ ยิ้มเหี้ยมเกรียมเอ่ยออกมา
“ดี!”
ใบหน้าของนายน้อยตระกูลอวิ๋นปรากฎรอยยิ้มออกมา เอ่ยเสียงเย็น “ทำตามที่ว่านี้เลย กล้ามาต่อกรกับข้า ก็อย่ามาโทษที่ข้าลงมือโหดเหี้ยม!”
......
หลังจากนั้นสองชั่วยามเต็ม ๆ ในตอนที่หลินอวิ๋นเกือบจะหมดแรงลง เตรียมชักดาบเพื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้
พยัคฆ์เพลิงกาฬที่แข็งแกร่ง ก็ตายลงไปในทันทีภายใต้หมัดของเขา หัวที่แต่เดิมนั้นแข็งแกร่งถูกเขาเหวี่ยงหมัดเข้าใส่จนระเบิดแตกออกมา
ยังดีที่เขายังจัดการอย่างระมัดระวังและเคลื่อนไหวรวดเร็ว ถึงได้ทำให้ของสกปรกไม่ได้แปดเปื้อนร่างกาย
เมื่อมองดูพยัคฆ์เพลิงกาฬที่ไม่มีหัวแล้ว หลินอวิ๋นที่ดื้อรั้นก็เอ่ยออกมาอย่างเคร่งขรึมว่า “ข้ายังคิดว่า หัวของเจ้าเสือตัวนี้ทำมาจากแผ่นเหล็กเสียแล้ว!”
เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว หากว่าไม่ใช่เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้กินยาลูกกลอนละลายโลหิตเข้าไปเม็ดหนึ่ง ร่างกายถึงได้แข็งแกร่งขึ้นล่ะก็ การต่อสู้กับพยัคฆ์เพลิงกาฬนี้ คงทำให้หมดแรงไปนานแล้ว
ในใจหลินอวิ๋นรู้สึกสับสน และเมื่อลุกขึ้นมาอีกครั้ง ก็คิดไม่ตกว่าพวกเศษสวะทั้งสี่ของตระกูลอวิ๋นทำให้พยัคฆ์เพลิงกาฬบาดเจ็บได้อย่างไร
ปัง ปัง ปัง!
หัวใจเต้นรัวเร็ว ยาลูกกลอนละลายโลหิตนำมาซึ่งร่างกายที่แข็งแกร่ง ทำให้เลือดลมของหลินอวิ๋นไหลลื่น พลังที่หายไปนั้น กลับฟื้นคืนมาอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่คาดคิด
หลังจากนั้นเพียงแค่ชั่วครู่ หลินอวิ๋นที่รู้สึกว่าพักผ่อนจนเพียงพอแล้ว ก็ก้าวไปยังด้านหน้าเพื่อตัดอุ้งเท้าเสือลง
ใบหน้าเผยท่าทีของความพึงพอใจออกมา แต่น่าเสียใจ ในการต่อสู้ที่ดุเดือดนี้หมัดพยัคฆ์ร้ายก็ยังคงไปไม่ถึงจุดสูงสุด ยังขาดเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น
วิชายุทธ์สายหนึ่ง เมื่อสามารถฝึกฝนได้ไปจนถึงจุดสูงสุดแล้ว ผลลัพท์ที่ได้ก็จะเปลี่ยนแปลงไป
โดยเฉพาะหมัดพยัคฆ์ร้ายของเขา ที่ผ่านการแก้ไขจากม้วนภาพลึกลับมาแล้ว เขาก็ตั้งตารอว่าหลังจากที่สำเร็จแล้ว จะทรงพลังถึงเพียงใดกัน
ปังปังปัง!
ทันใดนั้น ก็เกิดเสียงดังสนั่นมาจากที่ไกล ๆ ร่างกายของหลินอวิ๋นก็กวัดแกว่งไปมาอย่างควบคุมไม่ได้
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”
เมื่อหลินอวิ๋นหันกลับไปมอง ก็เห็นห่างออกไปจากด้านหลังกายเขาหนึ่งพันเมตร ชั้นฝุ่นควันม้วนตัวออกมาราวกับมังกรเหลือง ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า
ยังไม่ทันได้ตอบสนอง กลุ่มกระทิงสูงถึงสี่จั้ง มีเรือนกายใหญ่กว่าพยัคฆ์เพลิงกาฬมากถึงสามเท่า ทั่วทั้งกายเต็มไปด้วยเกล็ดยาวสีทองห้อตะบึงเข้ามาจากทั่วทุกทิศ หัวของมันก้มลงต่ำสำแดงเขาแหลมคมและลำแสงเย็นเยือก
เปรี๊ยะ ๆ ๆ !
ทุกที่ที่ผ่านไปนั้น แผ่นดินสะเทือนภูเขาสั่นไหวขึ้น ต้นไม้ที่ทั้งสองเกาะเอาไว้ก็หักพังทลายลงมาอย่างง่ายดาย จากนั้นก็ถูกกีบเท้ากระทิงที่วิ่งผ่านไปบดขยี้จนกลายเป็นเศษซากเล็กซากน้อย
“สมควรตายแล้ว!”
หลินอวิ๋นตกใจเสียจนใบหน้าซีดขาว ไม่เข้าใจเสียจริงว่า กลุ่มกระทิงทองกลุ่มนี้พุ่งเข้ามาได้อย่างไรกัน
เมื่อรอจนเขาฟื้นคืนสติขึ้นมา ก็หลบนี้ไปไม่ทันกาลเสียแล้ว
กลุ่มกระทิงทองที่เมื่อครู่นี้ยังอยู่ห่างออกไปไกลถึงพันเมตร เพียงพริบตาเดียวก็มาถึงเบื้องหน้าของตน พวกมันมีกันมากมายจนสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน กระทิงทองสี่ห้าร้อยตัวพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ช่างทำให้คนรู้สึกสิ้นหวังเสียจริง
ท่ามกลางความเป็นความตาย หลินอวิ๋นระเบิดพลังอันมหาศาลออกมา
เขาใช้พละกำลังของเขาทั้งหมดเหวี่ยงหมัดออกมา กระแทกเข้ากับหัวของกระทิงทอง เมื่อถูกพลังมหาศาลพุ่งโจมตีเข้าใส่ก็ถูกพัดพาออกไป แรงโจมตีอันมหาศาลถูกส่งผ่านทางแขนเข้าสู่ร่างกายรู้สึกได้เพียงอวัยวะภายในกำลังสั่นสะเทือน ราวกับจะฉีกขาดออกจากกัน แต่ว่าหมัดนี้ ยังทำให้เขาถูกดึงกลับมาจากประตูนรกชั่วคราวด้วยเช่นกัน
หลินอวิ๋นที่ตกลงสู่พื้นดินจากกลางอากาศ กระอักเอาเลือดสดออกมาจากปาก และอาศัยโอกาสที่ถูกดึงห่างออกจากกันนี้
วิ่งออกไปอย่างสุดชีวิต ไม่กล้าที่จะหันหลังกลับไป!
- โปรดติดตามตอนต่อไป -