EP16: การสื่อสารในห้วงเวลาที่พังทลาย
แรงกระแทกจากการะเิและกระแสไฟฟ้าที่ตีกลับทำให้ผมรู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่าง แต่ความตื่นเต้นที่เห็น ลุงเชียรตัวจริง อยู่กลางกลุ่มหมอกสีเหลืองที่กำลังเดือดพล่านทำให้ผมลืมความเ็ปไปชั่วขณะ
หมอกสีเหลือง ตอนนี้ไม่ได้เป็เพียงแค่กลุ่มควัน แต่เป็ คลื่นพลังงาน ที่มีเสียงหึ่ง ๆ ดังสนั่นจนแสบแก้วหู มันขยายตัวและหดตัวอย่างรวดเร็ว บ่งบอกถึงความไม่เสถียรของรอยแยกมิติที่ถูกทำลาย
“หยุดนะ! อย่าให้ใครเข้าใกล้หมอก!” เสียงของหัวหน้าชุดะโสั่งเ้าหน้าที่ที่กำลังวิ่งหนีอย่างอลหม่าน “ไอ้บ้าที่ไหนมาทำลายเครื่องกำเนิด! จับมันให้ได้!”
ผมรีบยันตัวลุกขึ้นยืน โดยที่เ้าหน้าที่หลายคนเริ่มหันมาทางผม พร้อมกับชักอาวุธปืนพกออกมา
แต่ความสนใจของผมอยู่ที่ร่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในหมอกสีเหลือง ร่างนั้นมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับ ‘เชียร ขจรเดช’ อย่างสมบูรณ์ แต่ดูเหมือนจะ ติดอยู่ ในห้วงแห่งการบิดเบือนของแสงและเงา
“ลุงเชียร!” ผมะโเรียกออกไปอย่างสุดเสียง
ร่างนั้นหันมาทางผม ดวงตาของลุงเชียรตัวจริงในหมอกนั้นมองมาที่ผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและความหวัง
“ใคร... ใครเรียกฉัน? นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ร่างของฉัน... ฉันกำลังอยู่ในร่างของใคร!” เสียงของลุงเชียร (ซึ่งน่าจะเป็จิตสำนึก) ดังแว่วเข้ามาในหัวของผมอย่างชัดเจน
ผมรู้ทันทีว่า จิตสำนึก ของเรากำลังเชื่อมต่อกันอยู่ในขณะที่มิติเวลาถูกทำลาย
“ผมคือ เกล้า ครับลุง! หลานของลุงจากอนาคต! เราสลับร่างกัน! ผมทำลายเครื่องมือที่กักขังลุงไว้แล้ว! ลุงต้องพยายามกลับเข้าร่างตัวเองให้ได้!” ผมะโออกไปอย่างเร่งรีบที่สุด
ลุงเชียรตัวจริง มองมาที่ร่างของตัวเอง (ซึ่งก็คือผมในตอนนี้) ด้วยความตื่นตะลึง มือของเขาที่อยู่ในหมอกค่อย ๆ ชี้ไปที่ กล้อง Rolleiflex ที่ผมถืออยู่ (ซึ่งผมเก็บไว้ในกระเป๋าสำรองอย่างดี)
“กล้อง! กล้อง คือจุดเชื่อมต่อ! มึง... มึงต้องทำลาย ภาพถ่าย ที่อยู่ข้างใน! พวกมัน้ารูปภาพนั้น!” เสียงของลุงเชียรแว่วมาอย่างเร่งรีบและตื่นตระหนก
ทันใดนั้นเอง! เสียงปืนก็ดังขึ้น!
ปัง! ปัง!
ะุพุ่งผ่านอากาศมาอย่างเฉียดฉิว เ้าหน้าที่สองคนในชุดเข้มเริ่มยิงใส่ผมอย่างบ้าคลั่ง
ผมรีบะโหลบหลังรถกระบะที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็ว และชัก ปืนพกขนาดเล็ก ของลุงเชียรออกมา
ผมไม่มีทางเลือก!
ผมยิงตอบโต้กลับไปอย่างแม่นยำที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ โดยเล็งไปที่ขาและไหล่ของเ้าหน้าที่ที่ยิงใส่ผม
เ้าหน้าที่คนหนึ่งล้มลง พร้อมกับเสียงร้องด้วยความเ็ป ส่วนเ้าหน้าที่อีกคนหาที่กำบังอย่างรวดเร็ว
ความโกลาหลในสนามรบนี้ทำให้ หัวหน้าชุด ไม่พอใจอย่างยิ่ง เขาวิ่งเข้ามาใกล้ผมด้วยสีหน้ากราดเกรี้ยว
“แกเป็ใคร! แกทำอะไรกับเครื่องกำเนิด!” หัวหน้าชุดะโใส่ผม
ผมจ้องมองเขาอย่างเยือกเย็น “ผมเป็คนที่จะหยุดพวกคุณไม่ให้ทำลายเวลา!”
ผมเล็งปืนไปที่หัวหน้าชุดทันที แต่เขาก็เร็วกว่า! หัวหน้าชุดะโเข้าใส่ผม และเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด!
ในขณะที่ผมและหัวหน้าชุดต่อสู้กันอย่างใกล้ชิด สายเคเบิลขนาดใหญ่ที่หลุดออกมาจากเครื่องกำเนิดที่พังทลายก็สะบัดไปมาอย่างรุนแรง
กลุ่มหมอกสีเหลือง เริ่มหดตัวลงอย่างบ้าคลั่ง และ ร่างของลุงเชียรตัวจริง ก็เริ่มเลือนหายไป!
ตอนนี้! คือวินาทีสุดท้ายที่จะต้องตัดสินใจ!
“ลุงเชียร! ทำลายกล้อง!” ผมะโใส่ร่างที่เลือนหายไปในหมอก
ผมใช้แรงทั้งหมดผลักหัวหน้าชุดให้กระเด็นออกไป ก่อนจะคว้า กล้อง Rolleiflex ที่อยู่ในกระเป๋าออกมา และวิ่งไปยังใจกลางของ รอยไหม้ ที่หมอกสีเหลืองกำลังจะปิดตัวลง
ผมต้องเลือกระหว่าง ช่วยลุงเชียรให้กลับเข้าร่าง หรือ ทำลายหลักฐานสำคัญ ที่ 'พวกเขา' ้า
ถ้าผมกลับเข้าร่างในตอนนี้... ลุงเชียรจะยังคงถูกกักไว้ในมิติเวลา
ถ้าผมทำลายกล้อง... 'พวกเขา' จะไม่ได้หลักฐาน และนั่นอาจเป็การช่วยลุงเชียรในทางอ้อม
ผมตัดสินใจในเสี้ยววินาที! ผมใช้แรงทั้งหมด เหวี่ยงกล้อง Rolleiflex เข้าไปในกลุ่มหมอกสีเหลืองที่กำลังหดตัวลงอย่างรวดเร็ว!
วินาทีที่กล้องกระทบเข้ากับคลื่นพลังงานสีเหลือง มันก็ ะเิ ออกเป็เสี่ยง ๆ พร้อมกับแสงวาบสุดท้ายที่จ้ากว่าปกติ!
และในทันที! หมอกสีเหลืองก็ หายไป อย่างสมบูรณ์!
รอยแยกมิติได้ปิดตัวลงแล้ว!
ผมยืนอยู่ตรงกลาง รอยไหม้ อย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางควันและเศษซากของอุปกรณ์ที่ถูกทำลาย ผมทำลายหลักฐานได้สำเร็จ... แต่ ร่างของลุงเชียรตัวจริง ก็หายไปพร้อมกับหมอกสีเหลืองนั้นแล้ว...
*โปรดติดตามตอนต่อไป*