เซียวอวี้วางถ้วยชา ไม่พูดไม่จาทำหน้าเหมือนจะยิ้มก็มิเชิง กระทั่งฉินชิงอวิ๋นก็ยังทำหน้ากระอักกระอ่วนท่านพ่อที่ตามปกติจิตใจหนักแน่นสุขุมลุ่มลึกถูกตำรับยาเดี่ยวใบนั้นปลุกปั่นจนสติเตลิดเปิดเปิง
ถึงแม้เซียวอวี้ยังมีตำรับยาเดี่ยวอื่นๆอยู่ แต่เขาจะหยิบออกมาโดยไม่มีเหตุผลได้อย่างไรตำรับยาเดี่ยวใบนี้เป็กุญแจก้าวแรกที่จะไขไปสู่ลาภยศสรรเสริญและยังเป็ของขวัญในการพบหน้าด้วยเช่นกัน สำหรับตำรับยาเดี่ยวที่เหลือนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับเจตนาส่วนตัวของเซียวอวี้แล้ว
ฉินซุ่นชังสังเกตเห็นความบุ่มบ่ามของตนเองทันทีพลันแค่นเสียงหัวเราะ จิบน้ำชาเย็นชืดลงไปคำหนึ่ง แล้วทอดถอนใจเอ่ยว่า “ข้าวู่วามไปแล้ว”
เซียวอวี้ยิ้มแย้มไม่ถือสาถามขึ้นว่า “ตอนนี้ข้าอยากเจรจาธุรกิจกับอาฉินท่านคิดว่าข้ามีคุณสมบัติพอแล้วหรือไม่”
ฉินซุ่นชังจ้องมองเซียวอวี้ด้วยสีหน้าที่ไม่ดูแคลนอีกต่อไปเขามองตำรับยาเดี่ยวที่อยู่ในมืออีกครั้ง เอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น “หลานผิดแผกจากคนทั่วไปจริงๆ คำพูดที่เ้าพูดเมื่อครู่ตอนนี้ข้าจำต้องเชื่อแล้ว หากเ้าไม่มียอดฝีมือแห่งยุคยืนอยู่เื้ัไม่มีทางที่จะเอาตำรับยาเดี่ยวใบนี้ออกมาได้อย่างแน่นอน”
เซียวอวี้หัวเราะเบาๆแต่ทว่ารอยยิ้มเช่นนี้กลับทำให้สองพ่อลูกสกุลฉินรู้สึกลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดาเขาอาศัยตำรับยาเดี่ยวข่มฉินซุ่นชังจนอยู่หมัดแล้ว
“ยาผนวกิญญาที่ผู้คนได้ไปทั่วทุกหองระแหงในโลกเซียนพิภพพอมาอยู่ในทวีปอวี้ซวีกลับเป็สมบัติอันล้ำค่า หากข้าหยิบตำรับยาเดี่ยวที่เหลือออกมาเกรงว่าจะทำให้วิหารหมอยาต้องตกตะลึงเสียแล้ว” เซียวอวี้หัวเราะในใจปากก็เอ่ยขึ้นอีกว่า “ข้าเต็มใจมอบตำรับยาเดี่ยวใบนี้ให้อาฉิน”
ฉินซุ่นชังสูดลมหายใจเข้าลึกๆได้สติกลับมาจากความตกตะลึงในตอนแรก ในขณะที่จ้องมองเซียวอวี้ เอ่ยขึ้นเชื่องช้า “หลานเสนอเงื่อนไขออกมาเถอะ”
“ข้าแค่จัดหาตำรับยาเดี่ยวส่วนพวกท่านรับผิดชอบส่วนผสมและการหลอมยา ข้า้าผลกำไรครึ่งหนึ่ง” ในขณะที่เซียวอวี้เคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ เอ่ยด้วยรอยยิ้มไปด้วย
ฉินชิงอวิ๋นพลันชักสีหน้าไม่พอใจทันทีเอ่ยด้วยเสียงเคร่งขรึม “สหายเซียวโลภมากเกินไปแล้วกระมัง”
“ฉิงอวิ๋นอย่าเสียมารยาท”ฉินซุ่นชังปรายตามองลูกชายด้วยความน่าเกรงขาม แล้วพยักหน้าพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เงื่อนไขของหลานสมเหตุสมผล ข้ารับได้”
เซียวอวี้คิดใคร่ครวญชั่วขณะแล้วเอ่ยขึ้น“ท่านอา ข้าอยากได้เงินมัดจำบางส่วนก่อน”
“หลาน้าอะไร”
“หินแร่ผลึกต้นกำเนิดระดับล่างสามชั่ง”เซียวอวี้ตอบกลับยิ้มๆ
ฉินซุ่นชังสั่งการทันทีแทบจะไม่ลังเลใจ“ชิงอวิ๋น เ้าไปนำหินแร่ผลึกต้นกำเนิดหนักสามชั่งมาจากห้องเก็บของซะ”
“ขอรับท่านพ่อ” ฉินชิงอวิ๋นเก็บงำความสงสัยเอาไว้ในใจพยักหน้าตอบรับ
เหมือนชาวบ้านทั่วไปที่หลงใหลในทองคำหินแร่ผลึกต้นกำเนิดเป็เงินตราหมุนเวียนในโลกบำเพ็ญตนนี่เป็หินแร่ผลึกที่เกิดจากพลังต้นกำเนิดฟ้าดินจับตัวกันตามธรรมชาติ บรรจุพลังต้นกำเนิดที่บริสุทธิ์ที่สุดเอาไว้นักพรตสามารถดูดซับแล้วเปลี่ยนเป็พลังต้นกำเนิดหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วได้
หรือจะนำหินแร่ผลึกต้นกำเนิดเลี่ยมฝังลงในอาวุธเพื่อเพิ่มอานุภาพของมัน
หินแร่ผลึกต้นกำเนิดแบ่งเป็ระดับล่างระดับกลาง ระดับบนและระดับยอดเยี่ยมทั้งหมดสี่ระดับแต่หินแร่ผลึกต้นกำเนิดระดับยอดเยี่ยมหาได้ยากมาก แม้แต่สำนักใหญ่ต่างๆก็มีไม่เยอะเช่นกัน
ผ่านไปไม่นานฉินชิงอวิ๋นส่งหินแร่ผลึกต้นกำเนิดที่ไปเอามาให้กับเซียวอวี้จากนั้นเขาคุยสัพเพเหระกับสองพ่อลูกสกุลฉินอีกไม่กี่คำ พลันหยัดกายลุกขึ้นบอกลาฉินซุ่นชังมาส่งถึงหน้าประตูด้วยตนเอง ทำให้คนมากมายพากันเหลียวมอง
คนที่มาซื้อยาไม่น้อยต่างกำลังสันนิษฐานเด็กหนุ่มคนนี้อยู่ในฐานะไหนกันแน่ไม่คิดเลยว่าจะสามารถทำให้หัวหน้าฉินต้องลดตัวเดินมาส่งถึงหน้าประตูการต้อนรับขับสู้เช่นนี้เกรงว่าจะมีแค่สำหรับบุคคลทรงอิทธิพลไม่กี่คนในเมืองเหลียงโจว
หลังจากเซียวอวี้ออกจากสมาคมหมอยาฉินซุ่นชังสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินกลับมาที่ห้องส่วนตัวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมฉินชิงอวิ๋นไม่กล้าปากมาก ก้าวเดินติดตามอยู่ด้านหลังเป็จังหวะเดียวกัน
“ท่านพ่อตกลงแล้วยาผนวกิญญากำเนิดฟ้าคืออะไรกันหรือ ถึงทำให้ท่านต้องจริงจังขนาดนี้”ทันทีที่เข้ามาในห้อง ฉินชิงอวิ๋นซักถามด้วยความร้อนใจ
ฉินซุ่นชังหรี่ตาทั้งสองพลางเอ่ยเน้นเสียงทีละคำ “ตำรับยาเดี่ยวใบนี้สามารถทำให้ข้าเลื่อนขั้นเป็นักหลอมยาขั้นสี่ระดับบนได้ เ้าคิดว่าอย่างไรเล่า”
ฉินชิงอวิ๋นตะลึงงันทันทีตกตะลึงจนตาเบิกกว้างพูดอะไรไม่ออก
“ยาผนวกิญญากำเนิดฟ้าข้าแค่เคยเห็นคำแนะนำของยาวิเศษนี้ในตำราโบราณบางส่วนตอนแรกคิดว่าหายสาบสูญไปนานแล้ว สรรพคุณโดดเด่นที่สุดของยานี้ก็คือสามารถทำให้นักพรตที่ระดับต่ำกว่าขั้นลูกกลอนนิลเข้าสู่สมาธิขั้นลึกได้ในชั่วพริบตา” ฉินซุ่นชังสาธยายเชื่องช้าด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เท่าที่ทุกคนรู้กันนักพรตจะััและตื่นรู้ในประสบการณ์การบำเพ็ญตนจากการทำสมาธิ ยิ่งสมาธิตั้งมั่นพลังแห่งการตื่นรู้ก็จะยิ่งมาก และสิ่งสำคัญอีกอย่างของสภาวะสมาธิก็คือ เป็การหล่อเลี้ยงจิติญญาส่งเสริมพลังแห่งจิติญญาให้เติบโตยิ่งใหญ่
จิติญญาแข็งแกร่งจิตกำเนิดก็จะยิ่งแข็งแกร่ง
ยิ่งเป็นักพรตที่่แรกมีจิติญญาแข็งแกร่งิญญาต้นกำเนิดของเขาก็จะแข็งแกร่งยิ่งใหญ่เหนือกว่าสิ่งอื่นใด
แต่อย่างไรก็ตามคนที่สามารถหลับตาแล้วทำใจให้สงบ ปิดกั้นความคิดฟุ้งซ่านได้อย่างสิ้นเชิงทำจิตใจและกายเนื้อให้บรรลุสภาวะสมบูรณ์ในตอนฝึกบำเพ็ญเพียรมีน้อยมาก
เพราะฉะนั้นผลอันน่าอัศจรรย์ของยาผนวกิญญากำเนิดฟ้าก็เลยสะท้อนออกมาให้เห็นขอแค่กินไปเพียงเม็ดเดียว ก็จะสามารถทำให้นักพรตที่ต่ำกว่าขั้นลูกกลอนนิลเข้าสู่สภาวะสมาธิขั้นลึกได้ในชั่วพริบตาสำหรับนักพรตแล้ว ยาวิเศษเช่นนี้ทำได้เพียงเฝ้ารอโอกาสได้พบเจอ จึงมีมูลค่าสูงลิบลิ่ว
“ท่านพ่อท่านคิดว่าเื้ัเซียวอวี้มียอดฝีมือแห่งยุคอยู่จริงๆ หรือว่าก้วนจวินโหวผู้นี้มีความตั้งใจจะช่วยเซียวอวี้ฝึกฝนกันแน่?”หายจากความตกตะลึงแล้ว ฉินชิงอวิ๋นขมวดคิ้วขณะถาม
ใบหน้าของฉินซุ่นชังปรากฏความสงสัยส่ายหน้าไปมาแล้วเอ่ยทันที “เซียวฉีสยงไม่มียาผนวกิญญากำเนิดฟ้าเซียวอวี้ยังลึกลับยิ่งกว่าที่พวกเราคิดไว้เสียอีก เ้าต้องจำเอาไว้ต่อไปจะต้องติดต่อคบหากับเขา กลายเป็เพื่อนสนิทได้จะดีที่สุดถึงแม้จะเป็เพื่อนไม่ได้ แต่จะเป็ศัตรูก็ไม่ได้เหมือนกัน”
ฉินชิงอวิ๋นพยักหน้ารับ“ลูกเข้าใจแล้ว”
เซียวอวี้หิ้วหินแร่ผลึกต้นกำเนิดสามชั่งกลับมาถึงจวนสกุลเซียว เกิ่งเปียวติดตามอยู่ด้านหลังไกลออกไปสิบกว่าหมี่ราวกับดวงิญญาผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อกำเนิดผู้นี้กลายเป็ผู้อารักขาของเขาไปแล้ว จนกว่า...เซียวฉีสยงกลับมา
เกิ่งจื๋อปักใจเชื่อในสายตาของตนเองอย่างแรงกล้าคิดตามสัญชาตญาณว่า ในภายภาคหน้าเซียวอวี้จะต้องกลายเป็อาวุธสำคัญส่งให้น้องชายแท้ๆ คอยคุ้มกันเซียวอวี้ ถือเป็การวางเดิมพันแต่เนิ่นๆ
เรือนเล็กที่เซียวอวี้พำนักแตกต่างไปจากความเงียบเหงาในก่อนหน้าตั้งนานแล้ว ฉีิเจิ้งไม่เพียงส่งสาวใช้หลายคนมาปรนนิบัติแม่เซียวทั้งยังส่งบริวารมาสิบกว่าคน รับผิดชอบชีวิตประจำวันของแม่ลูกเซียวอวี้หวังซานที่ปกติจะสาละวนกับหน้าที่การงานถึงได้ว่างลงบ้าง
“พี่เกิ่งข้าอยากปิดด่านฝึกตนสักสามสี่วัน ่นี้ต้องรบกวนท่านช่วยคุ้มครองข้าด้วย”พอกลับถึงเรือน เซียวอวี้ก็เอ่ยกับเกิ่งเปียวที่เดินตามอยู่ข้างหลัง
เกิ่งเปียวพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“คุณชายวางใจ ข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านถูกใครหน้าไหนรบกวน”
เซียวอวี้คลี่ยิ้มพลางตบไหล่ของเขาไปห้องของแม่เซียวเพื่อทักทายก่อน จากนั้นให้หวังซานเตรียมอาหารและน้ำสะอาดสำหรับสามวันให้เรียบร้อย
มีหินแร่ผลึกต้นกำเนิดระดับล่างสามชั่งเซียวอวี้มั่นอกมั่นใจว่าจะสามารถพุ่งไปถึงขั้นก่อนกำเนิดสองชั้นฟ้าได้
ความสามารถของเขาในตอนนี้ยังอ่อนแอเกินไปดูเหมือนเขาเอาชนะเซียวตงหลิวได้อย่างง่ายดาย แต่นั่นแค่เพราะว่าเซียวตงหลิวอ่อนหัดเกินไปเมื่อเทียบกันแล้ว มู่หรงเยี่ยที่อยู่ในขั้นก่อนกำเนิดสี่ชั้นฟ้าความสามารถที่แท้จริงยังพอฟัดพอเหวี่ยงกับเขาได้
ในบรรดาคนหนุ่มสาวในเมืองเหลียงโจวเขาในตอนนี้อาจจะไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด
กอกๆแกกๆ...
หลังกลับมาถึงห้องเซียวอวี้เทหินแร่ผลึกต้นกำเนิดระดับล่างสามชั่งออกมาบนโต๊ะทั้งหมดหินแร่ผลึกต้นกำเนิดแต่ละชิ้นมีขนาดพอๆ กับพุทราจีนแสงสีขาวราวน้ำนมส่องประกายวูบวาบ
“เฮ้อถือว่าแก้ขัดไปก่อน ทวีปอวี้ซวีแห่งนี้กระทั่งเส้นเืัยังไม่มียิ่งไม่ต้องพูดถึงการฝึกบำเพ็ญเพียรด้วยผลึกัเลยด้วยซ้ำคงได้แค่ใช้หินแร่ผลึกต้นกำเนิดมาใช้แก้ขัดไปก่อน”
เซียวอวี้มองหินแร่ผลึกสีขาวราวน้ำนมกองหนึ่งด้วยความหน่ายระอาหินแร่ผลึกต้นกำเนิดที่คุณภาพเช่นนี้ยังเทียบขยะในโลกเซียนพิภพไม่ได้ทว่าในทวีปอวี้ซวีกลับเป็สิ่งของล้ำค่ามหาศาล
เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงวางหินแร่ผลึกต้นกำเนิดทั้งสามชั่งไว้ตรงหน้า โคจร ‘คัมภีร์ลมหายใจต้นกำเนิดแห่งจักรพรรดิหยกผสานปราณ’ อย่างเงียบเชียบเพียงชั่วพริบตาก็เข้าสู่สภาวะสมาธิขั้นลึก
หากคนอื่นเห็นภาพนี้เข้าจะต้องตกตะลึงอย่างใหญ่หลวง ทำจิตใจให้ว่างเปล่าได้ในทันทีทันใด บรรลุถึงสภาวะที่แข็งแกร่งที่สุดของความไร้ตัวตนต่อให้เป็ยอดฝีมือขั้นลูกกลอนนิลก็ไม่แน่ว่าจะทำได้
นี่ต้องขอบคุณประสบการณ์การฝึกบำเพ็ญเพียรเป็เวลาล้านปีในชาติภพก่อนหล่อเลี้ยงจิตใจอย่างไรจะทำให้จิติญญาและกายเนื้อเชื่อมโยงพึ่งพากันและกันได้อย่างไรเขามีวิธีการของตนเองมาตั้งนานแล้ว
มิหนำซ้ำ‘คัมภีร์ลมหายใจต้นกำเนิดแห่งจักรพรรดิหยกผสานปราณ’ลี้ลับน่ามหัศจรรย์เหลือประมาณ ความน่าพิศวงของเคล็ดวิชานี้เกรงว่าจะสามารถยกมาเทียบกับเคล็ดวิชาระดับสุดยอดของตำหนักวิถีใหญ่ทั้งสามได้
เซียวอวี้ยกฝ่ามือว่างเปล่าทั้งสองปลดปล่อยปราณแท้ออกไป ฉุดหินแร่ผลึกต้นกำเนิดแต่ละชิ้นขึ้นมาแขวนตัวอยู่กลางอากาศ
“หวึ่ง... หวึ่ง!”
หินแร่ผลึกต้นกำเนิดแต่ละชิ้นสั่นไหวเล็กน้อยพลังต้นกำเนิดฟ้าดินปล่อยออกมาจากภายในหินแร่ผลึกทีละเล็กทีละน้อยหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาระดับความรวดเร็วที่ดูดซับพลังต้นกำเนิดเร็วกว่าการฝึกบำเพ็ญเพียงอย่างเดียวจริงๆ
ประสิทธิผลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหินแร่ผลึกต้นกำเนิดอันที่จริงหลังจากนักพรตได้รับาเ็ ไม่สามารถรับรู้พลังต้นกำเนิดฟ้าดินได้ ถึงตอนนั้นหินแร่ผลึกต้นกำเนิดก็คือหลักประกันเพียงอย่างเดียวที่ร่างกายจะหายเป็ปกติ
อยากจะทำลายแล้วดูดซับหินแร่ผลึกต้นกำเนิดตามใจชอบแบบเซียวอวี้เช่นนี้นักพรตทั่วไปยังตัดใจทำไม่ลงด้วยซ้ำ
ศาลาพักม้าที่ไกลจากนอกเมืองเหลียงโจวไปอีกสามสิบลี้ ภายในห้องส่วนตัวของภัตตาคารที่ไม่สะดุดตาแห่งหนึ่งตู๋หลังที่สีหน้าเฉยเมยกำลังรับรองชายวัยกลางคนที่หน้าตาธรรมดาทั่วไป
“ตู๋หลังไม่เจอหน้ากันสามปี เ้ายังไม่มีความก้าวหน้าเลยแม้แต่นิดเดียวปีนั้นไปจากกลุ่มกาทมิฬ คงเสียใจใช่หรือเปล่าล่ะ” ชายวัยกลางคนน้ำเสียงแหบพร่าแววตาเรียบนิ่งฉายความกระหายเือย่างกะทันหัน กล่าววาจาเย้ยหยัน “ความสามารถของเ้าในตอนนี้ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าตั้งนานแล้วละ”
“กลุ่มกาทมิฬอำมหิตโเี้เกินไปข้าไม่อยากตายเงียบๆ โชคดีที่สกุลตู้รับข้าไว้มิเช่นนั้นด้วยวิธีการของกลุ่มกาทมิฬ ข้าคงถูกฆ่าปิดปากตายไปนานแล้ว” ตู๋หลังทำเสียงฮึดฮัดเบาๆ
“เ้าไม่เหมาะจะเป็มือสังหารแต่ข้าน่ะเหมาะ” ชายวัยกลางคนแสยะปากยิ้มั์ตาฉายแววเหี้ยมโหดจนหมดสิ้น “ว่ามาเถอะครั้งนี้จะฆ่าใคร ราคาที่ต้องจ่ายสูงมากนะ หินแร่ผลึกต้นกำเนิดระดับต่ำสิบชั่ง”
“คุณชายหกแห่งก้วนจวินโหวเซียวอวี้”
“เขาจะตายภายในหนึ่งเดือน”
“ต้วนจางข้าขอเตือนเ้าไว้ อย่าได้ประมาทเซียวอวี้เป็อันขาดเขามียอดฝีมือหน่วยบังคับคดีคอยคุ้มกันติดตัว แถม... เขาเองก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนี่ฮูหยินตั้งใจแน่วแน่จะให้เขาตายให้ได้ หากเ้าทำภารกิจไม่สำเร็จ พวกเราจะจ่ายด้วยราคาที่สูงขึ้นว่าจ้างให้มือสังหารป้ายทองของกาทมิฬออกหน้า”
มือสังหารผู้มีนามว่าต้วนจางก้มหน้ายิ้มหยันสักพักั์ตาฉายความกระหายเืที่ทำให้คนเสียขวัญ เอ่ยด้วยรอยยิ้มประหลาด “เ้าวางใจ หินแร่ผลึกต้นกำเนิดสิบชั่งนี่ต้องเป็ของข้า”