วาสนาที่ไร้ใจ
ตอนที่ 9
…ต้นยามโหย่ว (17:00-18:59)
บุรุษและสตรีรูปงามนั่งสนทนากันใต้ต้นไม้ใหญ่อย่างเพลิดเพลินจนเกือบจะหลงลืมเวลาว่าตนต้องกลับจวน
หลานอี้เป็คุณชายที่รอบรู้และพูดคุยสนุก หยวนซูลี่ได้รู้อะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับบ้านเมืองต่างๆ ที่เขาพบเห็นระหว่างทาง คุณหนูหยวนไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตนจะสามารถผูกมิตรกับบุรุษได้ เพราะทั่วเมืองหลวงไม่มีผู้ใดอยากสนทนากับนาง หรือถ้ามีก็ล้วนแล้วแต่เป็บุรุษวาจาไม่น่าฟัง
แต่กับคุณชายหน้าดุอย่างหลานอี้กลับถูกคอ ไปๆ มาๆ ทั้งคู่ก็กลายเป็สหายกันได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งวันด้วยซ้ำไป จนขนมกุ้ยฮวาและน้ำชาในกาหมดเกลี้ยง
เวลาตั้งใจทำของคาวหรือของหวานแล้วมีคนกินจนหมดเกลี้ยงเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกดีใจจนตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะที่ผ่านมา หยวนซูลี่ทำขนมทีไรก็มักจะเอาไปให้เว่ยตงหยางได้ชิมตลอด แต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะแตะมัน แถมยังยัดเยียดให้สหายหรือไม่ก็ผู้ช่วยทั้งสามคนของเขากินแทน และบางครั้งหากไม่มีผู้ใดรับไปกิน เขาก็ทิ้งขนมนั้นต่อหน้านางให้ได้ช้ำใจ
เพราะเหตุนี้หยวนซูลี่จึงดีใจเมื่อหลานอี้กินของของนางจนหมด และเผลอหลุดปากบอกกับคุณชายหลานออกไปว่า นางจะคิดค้นสูตรใหม่ๆ แล้วทดลองทำมาให้เขาได้กินทุกวันเลย แต่พอรู้ตัวว่าตนเองเอ่ยออกไปอย่างยั้งคิดไม่ทันนั้น มันกลับกลายเป็ความกดดัน ตัวเองที่แสนจะี้เีเสียเหลือเกิน จึงตั้งใจว่าจะขอกลืนคำพูด เอ่ยขอเป็เดือนละหนเห็นจะเหมาะ
นางจะบอกหลานอี้เช่นนี้ในตอนที่เขามาหานางที่หอน้ำชาในวันพรุ่ง
หยวนซูลี่นั่งรถม้ามาถึงตลาดเลยนึกขึ้นได้ว่าต้องซื้อแป้งและงากลับจวนไปเตรียมเอาไว้ พรุ่งนี้นางตั้งใจทำขนมสูตรใหม่ที่เพิ่งคิดได้ตอนนั่งสนทนากับหลานอี้
“เสี่ยวเจียว บอกคนขับรถม้าหยุดสักประเดี๋ยวก่อน ข้าจะลงเดินตลาดสักหน่อย”
“คุณหนูจะซื้อสิ่งใดหรือเ้าคะ ให้เสี่ยวเจียวไปแทนได้หรือไม่”
หยวนซูลี่นึกเพียงครู่ก็พยักหน้ามอบหมายสาวใช้ไปซื้อของแทนตน เพราะตอนนี้ขาทั้งสองข้างนั้นอ่อนล้าไม่ใช่น้อย
แต่…
เสี่ยวเจียวเดินออกไปได้หลายอึดใจนางก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า้าหมั่นโถวกับเกลือเพิ่ม จึงขยับตัวจะเยื้องกรายลงรถม้าไปซื้อด้วยตนเอง
“คุณหนูขอรับ คุณหนูจะไปที่ใดหรือขอรับ” คนขับรถม้าเห็นหยวนซูลี่เคลื่อนไหวได้เชื่องช้ากว่าปกติ แถมยังทำท่าเหมือนจะลงไปที่ใดสักที่ ด้วยความห่วงใยจึงถามไถ่เผื่อสอดมือเข้าช่วยเหลือได้
“ข้าลืมบอกเสี่ยวเจียวซื้อของอีกสักสองสามอย่างเลยจะลงไปซื้อเอง”
“แต่คุณหนูดูไม่สู้ดีเลยนะขอรับ”
“อืม ปวดเท้าและขานิดหน่อย แต่ก็ต้องอดทนแหละ พรุ่งนี้ข้ารีบใช้ของพวกนั้น”
“ถ้าเช่นนั้นเอ่ยบอกกับบ่าวเถิดขอรับ คุณหนูคอยแม่นางเสี่ยวเจียวอยู่บนรถม้าเถิด”
“เ้าแน่ใจหรืออาหม่าว่าสามารถเลือกซื้อของพวกนี้ได้”
“เอ่อ…” คนขับรถม้าอึกอัก เขาไม่ค่อยแน่ใจเท่าใดว่าตนจะสามารถนำของที่คุณหนูใหญ่้ามาให้ได้ เขาไม่รู้หนังสือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องจ่ายเงินให้เถ้าแก่มากน้อยเพียงใดถึงจะได้สินค้ามา อีกทั้งหากจะให้จำว่าคุณหนูอยากได้สิ่งใด เขาก็ไม่ค่อยจำสิ่งใดได้นอกจากเส้นทางที่ขับรถม้ามาั้แ่อายุ 10 ปี
“เฮ้อ ขอบใจเ้านะอาหม่า แต่ข้า…”
“เช่นนั้นคุณหนูเขียนใส่กระดาษเถิดขอรับ บ่าวจะเดินตามแม่นางเสี่ยวไปแล้วให้นางซื้อตามที่คุณหนูเขียน”
“อืม เอาเช่นนี้ก็ได้”
ตกลงและมอบหมายงานให้บ่าวรับใช้เสร็จ หยวนซูลี่จึงขยับเข้าไปนั่งในรถม้าเพียงลำพัง
“อาหม่า พบเสี่ยวเจียวแล้วหรือถึงกลับมาเร็วนัก”
รถม้าของนางสั่นไหวคล้ายมีคนขึ้นนั่งอีกคน นางเลยนึกไปถึงบ่าวรับใช้ที่เพิ่งรับคำสั่งแล้วเดินห่างจากรถม้าออกไปได้เพียงเสี้ยวเค่อ (1 เค่อประมาณ 15 นาที)
“อาหม่า อ้อ หรือว่าเสี่ยวเจียว” ไม่มีเสียงตอบกลับมา นางเลยคิดว่าตนเองอาจจะทักคนรับใช้ผิดคน
“…”
“เสี่ยวเจียว เ้าพบอาหม่าหรือไม่” ถามอีกครั้งเมื่อยังไม่ได้ยินเสียงตอบกลับใดๆ
“…”
เสียงเปล่งวาจายังคงเงียบงัน แต่มีเสียงเคลื่อนไหวแปลกๆ ดังอยู่เช่นเดิม หยวนซูลี่จึงเอื้อมมือเลิกผ้าม่านเปิดดูด้านนอก
“เสี่ยวเจี…”
ผลั่ก
จู่ๆ ร่างหนาของคนที่ขึ้นรถม้าของนางมาอย่างอุกอาจก็ผลักนางให้ขยับถอยเข้ามาในห้องโดยสารดังเดิม แล้วคนตัวสูงก็แทรกตัวผ่านประตูเข้ามาด้านในเช่นกัน
ปากที่เอ่ยถามยังไม่จบประโยคดี กลับกลายเป็อ้าปากเหวอเมื่อเห็นหน้าของคนที่กล้ากระทำเช่นนี้ในที่ที่มีคนพลุกพล่าน
“ซื่อจื่อ!” หยวนซูลี่เรียกชื่อเขาออกไปด้วยน้ำเสียงใระคนมึนงง
......มายั่วให้อยากอ่าน แล้วก็บอกว่า 'เดี๋ยวมาต่อนะคะ' 555
*เปิดใจให้ท่านพี่หยางของไรต์แหน่ เปิดใจให้แหน่ ภาพลักษณ์ดูแย่แต่กะฮักแท้อยู่เด้อ 555....