บทที่ 18: คำสาปกลายร่าง (The Transform Cruse)
“ช่างน่าสมเพศยิ่งนัก...นังเจ้าหญิงโอริฮิเมะ เจ้าไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ดีแต่ทำหน้าตาใสซื่อ เรียกร้องความเมตตาจากทั้งสองคนนั้น ก็ดีเหมือนกัน ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันนัก...ว่าถ้าหากเจ้าอิซานางิ หรือเจ้าหญิงฮิเมรากิ เมื่อได้มาเห็นคนที่พวกเขาทั้งรักและปกป้องมากที่สุดต้องกลายร่างเป็นนางอสูรจิ้งจอก 9 หาง พวกเขาทั้งสองคนนั้นจะยังคงรักและปกป้องเจ้าอยู่อีกหรือไม่”พระจันทร์คืนเต็มดวงบนท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิตอันแดงฉาก นางเทวีอสูรฯ เมื่อได้เห็นเช่นนั้น มือเรียวยาวที่กำลังบีบรัดคอเธออยู่ จึงค่อยๆ ยกร่างงามขึ้นไปอยู่เหนือหัวบนตำแหน่งพระจันทร์เต็มดวงในท่ามกลางแสงจันทร์สีโลหิต“ด้วยคำสาปแห่งข้า ข้าขอให้นางผู้นี้ จงกลายร่างเป็นนางอสูรจิ้งจอก 9 หางร่างแทนของข้าบัดเดี๋ยวนี้”พระจันทร์สีเลือดเรือนแสงสีแดงฉานออกมา ทั่วร่างงามของสึบากิเรือนแสงสีเหลืองทองออกมา สึบากิร้องอิดโรยด้วยความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส นางเทวีอสูรฯ มองมาด้วยใบหน้าแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายพระจันทร์บนท้องฟ้านั้นแปรเปลี่ยนกลับมาเป็นปกติ สึบากิเริ่มมีอาการตกใจขึ้นมาทันที เมื่อเห็นมือเรียวงามทั้งสองข้างมีกรงเล็บอันยาวแหลมงอกออกมานิ้วมือทั้งสองข้าง ดวงตาสีเขียวมรกตนั้นเบิกกว้าง มีสองเขี้ยวอันยาวแหลมงอกออกมาในช่องปากคู่งามที่เผยอออกมาเพียงเล็กน้อย ราวกับแวมไพร์จากโลกฝั่งตะวันตกสึบากิในตอนนี้กลายสู่ร่างนางอสูรจิ้งจอก 9 หางครึ่งมนุษย์...ที่มีใบหูของสุนัขจิ้งจอกสีเหลืองทองงอกออกมาจากหัวทั้งสองข้าง มีหางสีเหลืองทอง 9 หางงอกออกมา ดวงตาของเธอนั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นดวงตาของอสูรร้าย และมีเขาอสูรทั้งสองข้างงออกออกมาจากหน้าผาก“โอย~ ฉันไม่อยากเป็นจิ้งจอก 9 หาง ฮือ~”สึบากิร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดทรมานอย่างที่สุด ทางด้านนางเทวีอสูรฯ ก็มองไปที่ร่างงามของสึบากิที่กลายร่างเป็นนางอสูรจิ้งจอก 9 หางครึ่งมนุษย์ ด้วยใบหน้าอันแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายภายในบ้านพักสองชั้นแบบสไตล์ญี่ปุ่นดั่งเดิมในศาลเจ้า หญิงสาวนางหนึ่งในชุดมิโกะรับรู้ได้ว่ามีเด็กสาวคนหนึ่งถูกสาปให้กลายเป็นโยไคโดยนางเทวีอสูรฯ ที่หน้าซุ้มทางเข้าออกศาลเจ้าในขณะที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ในห้องนอน จึงรีบเดินลงไปหยิบกระบี่คันศรที่ชั้นล่างและก้าวเดินออกจากบ้านพักด้วยความเร่งรีบ พร้อมกับ‘คิทสึเนะ’ภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบของเธอที่ด้านหน้าซุ้มทางเข้าออกศาลเจ้า มีหญิงสาวรุ่นใหญ่นางหนึ่งในชุดสูทกระโปรงพลีทโทนม่วงที่สวมทับเสื้อเชิ้ตสีดำไว้ด้านใน ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากอาจารย์ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสุเมรากิที่สึบากิเรียนอยู่“นึกว่าใครที่ไหน...ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง นังเทพีอินาริ”อาจารย์ผู้อำนายการสาวรุ่นใหญ่นางนี้คือ ร่างมนุษย์จำแลงของเทพีอินาริแห่งสุนัขจิ้งจอก นางเทพีองค์นี้ดูเหมือนว่าจะมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง จึงแปลงกายเป็นมนุษย์โลกและลงมาแฝงตัวอยู่ในสังคมมนุษย์ โดยที่คอยปิดบังตัวตนที่แท้จริงของนางไว้ไม่ให้ใครรู้“อาจารย์ใหญ่...อย่ามองมานะคะ”สึบากิรู้สึกหวาดกลัวจนตัวแทบสั่น จึงพยายามกล่าวห้ามด้วยน้ำเสียงที่อิดโรยด้วยความเจ็บปวดทรมานเทพีอินาริในร่างมนุษย์เหลือบไปเห็นร่างงามของสึบากิที่ทรุดตัวลงบนพื้น และร้องอิดโรยด้วยความเจ็บปวดทรมานจากการถูกคำสาปของนางเทวีอสูรฯ จึงเกิดความรู้สึกโกรธเคืองอยู่ภายในใจ แต่ก็ไม่แสดงออกมา“เจ้าจงตัดใจเสียเถอะ เทพีอิซานามิ ถึงเจ้าจะบำเพ็ญเพียรภาวนามาสักกี่ร้อยกี่พันปี เจ้าก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ ว่าเจ้าเป็นนางอสูร ถึงเจ้าจะสาปแช่งให้เด็กสาวผู้นี้...เป็นนางอสูรเช่นเดียวกับเจ้า เจ้าก็ไม่อาจที่จะทำลายความรักที่เจ้าชายฮิโกโบชิกับเจ้าหญิงฮิเมรากิมีให้กับเด็กสาวผู้นี้ได้ แม้ว่าโลกทั้งใบจะถูกทำลายจนพินาศสิ้นด้วยน้ำมือของเด็กสาวผู้นี้ก็ตาม”“หุบปาก ถ้าเจ้าไม่อยากถูกฆ่าตาย...อย่างน่าสมเพศเหมือนมนุษย์ผู้ต่ำต้อยพวกนั้น”นางเทวีอสูรฯ รู้สึกโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมากจนตัวแทบสั่น เมื่อได้ยินในสิ่งที่เทพีอินาริได้พูดออกมา“ในอดีต เจ้าเคยทำพิธีกรรมสาปแช่งเด็กสาวผู้นี้จนทำให้บ้านเมืองเกิดยุคเซ็นโกคุมาแล้วครั้งหนึ่ง นี่เจ้ายังคิดที่จะสร้างหายนะให้กับบ้านเมืองโดยการสาปแช่งเด็กสาวผู้นี้อีกหรือ”เทพีอินาริในร่างมนุษย์ถอนหายใจสักพักก่อนที่พูดต่อด้วยความโกรธเกรี้ยว“เจ้ารู้หรือไม่ ว่าเหล่าทวยเทพองค์อื่นๆ ต่างก็รู้สึกพิโรธมากกับสิ่งที่เจ้าเคยทำไว้ในตอนนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอามาเทระสึกับซุซาโนะโอ ทั้งสองนั้นต่างก็รู้สึกไม่พอใจกับเรื่องนั้นเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นตัดขาดความสัมพันธ์แม่ลูกกันเลย...”“เรื่องของพวกมัน เดิมทีข้าก็ไม่เคยคิด...ว่าทั้งสองนั่นเป็นบุตรของข้าซะด้วยซ้ำ”ยังไม่ทันที่เทพีอินาริจะพูดจบ นางเทวีอสูรฯ ก็พูดแทรกเข้ามาด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด“ถ้าหากเจ้ายังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอยู่หล่ะก็ จงปล่อยเด็กสาวผู้นี้ไปเสียเถอะ”“ไม่มีวัน เจ้าอย่ามาขัดขวางซะให้ยาก” นึกไว้อยู่แล้วว่านางเทวีอสูรฯ จะต้องตอบปฏิเสธกลับมาเช่นนั้น เทพีอินาริจึงหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท และทำการเสกสร้อยมากะทามะขึ้นที่ลำคอสึบากิจนเกิดเรือนแสงออกมาทั่วทั้งร่าง สึบากิจึงกลับสู่ร่างมนุษย์ปกติอีกครั้งและก็สลบไป“นังเทพีอินาริ เจ้าบังอาจขัดขวางข้า ข้า...จะกำจัดเจ้า”นางเทวีอสูรฯ รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างแรง จึงกลายร่างเป็นพญาจิ้งจอก 9 หางขนาดมหึมาและพุ่งเข้าโจมตีใส่เทพีอินาริในร่างมนุษย์ แต่ก็ได้ภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบของมิโกะสาวผู้ดูแลศาลเจ้ามาช่วยไว้ได้ทัน“หากคิดจะฆ่าท่านอินาริหล่ะก็ ข้ามศพข้าไปก่อนเถอะ เจ้าปีศาจจิ้งจอกชั่วชาติ”“อย่ามาสอดไม่เข้าเรื่องนัก เจ้าลูกหมา” พญาจิ้งจอก 9 หางเงื้อกรงเล็บอันแหลมคมขึ้นและโจมตีใส่ แต่คิทสึเนะก็สามารถป้องกันการโจมตีนั่นไว้ได้ด้วยดาบที่คาบไว้ในปาก“ข้าไม่ใช่ลูกหมา ข้าคือคิทสึเนะ ภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบต่างหากหล่ะ”คิทสึเนะพุ่งเข้าสวนกลับพญาจิ้งจอก 9 หางด้วยความรวดเร็ว แต่พญาจิ้งจอก 9 หางก็คาบคมดาบไว้ได้ทันก่อนที่จะเหวี่ยงร่างคิทสึเนะจนลอยกระเด็นลงสู่พื้นอย่างรุนแรง คิทสึเนะที่ทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความบอบช้ำกลับคืนสู่ร่างเด็กสาวผมสีชมพูในเครื่องแบบนักเรียนมัธยมปลาย อันเนื่องมาจากดาบคู่กายได้หลุดออกจากปากนางเทวีอสูรฯ คายดาบของคิทสึเนะทิ้งลงพื้น ก่อนที่กลับสู่ร่างเกอิชาสาว พร้อมกับถือดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพไว้ที่มือซ้ายกับง้าวโลกันตร์ไว้ที่มือขวา พลางค่อยๆ เดินเข้าหาเด็กสาวผมสีชมพูที่พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ในระหว่างนั้น นางเทวีอสูรฯ ก็เอ่ยกับเด็กสาวที่ทรุดลงกับพื้นอยู่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่ดังสนั่นว่า“ฤทธิ์เยอะนักใช่ไหม เจ้านังลูกหมา ในเมื่อที่เจ้าดิ้นรนหาที่ตายนัก งั้นข้าก็จะสงเคราะห์ไปให้ละกัน”ลุกขึ้นสิวะทางด้านคิทสึเนะก็พยายามลุกขึ้นอย่างสุดขีด พลางกัดฟันแน่นภายในปากจิ้มลิ้มคู่งามทางด้านนางเทวีอสูรฯ พอเดินมาถึงตำแหน่งในระยะประชิด นางก็ควงง้าวโลกันตร์ที่ถือไว้ในมือข้างขวาให้ชี้ไปทาง ด้านล่าง ก่อนที่จะเงื้อมันขึ้นเหนือศีรษะ เพื่อเตรียมจะแทงเข้าที่ร่างเด็กสาวมัธยมปลายผมสีชมพูในชุดเครื่องแบบนักเรียน ยุคเซ็นโกคุ คือยุคสงครามกลางเมืองในญี่ปุ่น