เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 135 เดินทางค้นหา 4

        จางเฉินอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ แม้เขาจะรู้สึกกดดันมากแต่ด้วยโซ่ครวนที่ผนึกร่างเผ่าปีศาจนี้ไว้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นจางเฉินยืนมองห่างออกไปสิบเมตรและก้าวถอยหลังด้วยความกลัวและกังวลกับเผ่าปีศาจต่อหน้าเพราะมีพลังความมืดและเจตนาฆ่าที่น่ากลัว


        “เจ้ายังไม่ตาย?”


       จางเฉินเรียกดาบมังกรเพลิงออกมาถือไว้แน่นเขาไม่แน่ใจนักกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเผ่าปีศาจตนนี้ ทำไมมันถึงถูกผูกไว้กับเสาแล้วร่างกายของมันในครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นร่างกายปีศาจที่แท้จริงไม่เหมือนการสิงร่างมนุษย์ก่อนหน้านี้


         “แปลก?เจ้าสิที่ต้องตายในวันนี้”


        “งั้นก่อนตายข้าขอถามเจ้าสักอย่าง พิษซีเซ่วิญญาณนั้นแก้ไขอย่างไร”


         “หึพิษซีเช่วิญญาณนั้นไม่มีทางแก้ มีแต่ต้องทำลายมันเมื่อเจ้าทำลายมันแล้วเจ้าก็จะตายไปพร้อมกับที่มันหายไป”


         จางเฉินนั้นแน่ใจในคำตอบที่จะได้แบบนี้อยู่แล้วเขามองไปรอบ ๆ อยู่ครู่หนึ่งจึงพบกับแท่นบูชาคล้ายกับที่เจอก่อนเข้ามาแต่ครั้งนี้แท่นนั้นสมบูรณ์มาก และเห็นรูปแบบอาเรย์ขนส่งทางไกลอย่างชัดเจนจางเฉินสามารถเปิดใช้งานเพื่อออกจากที่นี่ได้ทันที


         “ทำไมเจ้าถึงถูกมัดไว้”


         จางเฉินพยายามพูดคุยเพื่อดูท่าทีเขารู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเผ่าปีศาจตัวนี้แม้ว่ามันจะดูเหมือนยังอ่อนแออยู่ แต่ก็ไม่อาจชะล่าใจ


        ร่างกายของเผ่าปีศาจนั้นดูเหมือนมีเลือดและพลังงานที่แข็งแกร่งสีสันนั้นค่อนข้างสดใหม่มากดวงตาสีแดงสดของมันทำให้จางเฉินรู้สึกว่ามันมีพลังมากพอที่จะห่าเขาได้ทันที


        “นี่คือร่างมรดกของราชาปีศาจแม้เวลาผ่านไปหลายปีแต่ก็ไม่ได้บุพสลายโดยสมบูรณ์ มันกำลังกลืนวิญญาณดั่งเดิมของราชาปีศาจและเติมเต็มร่างกายของมันข้าว่าเจ้าต้องรีบจัดการกับมัน” โสมแดงพูดคุยผ่านพลังจิต


        “มีคนผนึกร่างราชาปิศาจนี้ไว้แล้วเจ้าปีศาจนี่ก็ตามหาจนเจอ?”


        “อืมข้าคิดว่าเลือดเนื้อที่ก่อตัวน่าจะมาจากมนุษย์ที่มันสิ่งสู่ก่อนหน้ามันเอามาเติมเต็มได้เพียงเล็กน้อยถ้ามันหลอมรวมวิญญาณกับร่างเสร็จคงออกไปฆ่ามนุษย์แล้วเติมเต็มร่างกายเจ้ายังจำร่างเผ่าปีศาจในวิหารโบราณเมื่อครั้งดินแดนลับได้หรือไม่ตัวที่เจ้าได้แส้กระดูกมา ข้าว่ามันเหมือนกันแต่ร่างนี้เหนือกว่ามาก ดูกระดูกที่ออกสีทองสิ”


         จางเฉินมองดูบริเวณโดยรอบของเสาที่ยึดร่างเผ่าปีศาจนี้ไว้มีอาเรย์จำนวนมากคล้ายจะเป็นตราประทับที่สะกดไว้แต่ด้วยพลังจิตของเผ่าปีศาจตนนี้ถ้ามันหลอมรวมสำเร็จคงจะสามารถออกมาได้อย่างง่ายดายตราประทับล้อมรอบเผ่าปีศาจนี้ซับซ้อนมาก ก่อนหน้านี้ที่ผนึกราชาปีศาจได้จึงนับว่าไม่ธรรมดาจางเฉินนั้นเข้าใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


         จางเฉินตัดสินใจต่อสู้จึงเรียกไฟสวรรค์ปกคลุมทั้งร่างกาย แล้วปลดปล่อยกระบวนท่าดาบมังกรถล่มพสุธาปราณมังกรไฟทั้งเก้าพุ่งเข้าโจมตีร่างของเผ่าปีศาจนั้นทันที


         “เจ้า...”เมื่อจางเฉินเริ่มต้น ปีศาจนั้นก็แสดงความโกรธทันที มันใช้พลังสีดำออกมาปกคลุมร่างแต่ปกคลุมได้ไม่สมบูรณ์เมื่อปะทะกับพลังของจางเฉิน พลังทั้งสองก็ตัดกันสูญสลายไป


        ปีศาจใช้พลังจิตโจมตีเข้าสู่ทะเลสติของจางเฉินโดยตรงด้วยพลังจิตที่แกร่งกล้าก็เข้าสู่ร่างกายของจางเฉิน 


       จางเฉินนั้นรู้สึเหมือนหัวจะระเบิดทันที เขาใช้พลังจิตวิญญาณเทวะเพื่อป้องกันการโจมตีทางจิตที่รุนแรงผลกระทบทางจิตของปีศาจนั้นแข็งแกร่งเกินไป และมันหลังไหลเข้าสู่ทะเลสติของจางเฉิน


         พลังจิตของอีกฝ่ายนั้นชั่วร้ายมากและเต็มไปด้วยการกดดันจางเฉินนั้นหลับตาเพื่อรวบรวมสติป้องกันมิให้ถูกทำให้หมดสติเขากัดฟันจนมีเลือดไหลออกมา ได้ยินเสียงหัวเราะของปีศาจนั้นดังมาก


         หม้อเก้ามังกรนั้นเปร่งแสงสีทองแล้วปรากฏเป็นรูปร่างจาง ๆรอบตัวจางเฉินแล้วกระแทกพลังจิตของเผ่าปีศาจกลับไปในภาวะวิกฤติที่จางเฉินแทบจะทนไม่ไหวแล้วเมื่อจางเฉินคืนสติและลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองมีเกราะคล้ายเป็นรูปหม้อเก้ามังกรล้อมรอบเป็นเส้นสีทองจางๆรอบตัว


          “หม้อเก้ามังกรยังมีวิธีใช้งานสำหรับป้องกันแบบนี้ด้วย”จางเฉินประหลาดใจมาก


          “เป็นไปได้อย่างไรเป็นไปได้อย่างไร” เผ่าปีศาจนั้นคำรามด้วยความโกรธเป็นอย่างมาก


         จางเฉินกระอักเลือดและรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย การโจมตีพลังจิตนี้เกือบทำลายเส้นลมปราณทั้งหมดและทะเลสติของเขา จางเฉินมองเผ่าปีศาจด้วยความโกรธ แม้ว่าเขาจะยังรู้สึกปวดหัวอยู่มากและเจ็บปวดตามร่างกายเขาเดินลมปราณไร้ลักษณ์ รวมกับร่างกายเหนือปฐพีเพื่อฟื้นฟูได้เล็กน้อย


         “ดาบเก้ามังกรสยบแปดทิศ”


        การโจมตีในครั้งนี้ของจางเฉินนั้น เผ่าปีศาจไม่สามารถตั้งรับได้เลยเพราะมันก็ได้รับบาดเจ็บจากการใช้พลังจิตอยู่


         ตูมมม


         “ไฟสุริยะ”


         จางเฉินรวมไฟสวรรค์ที่ฝ่ามือแล้วโยนไฟสุริยะไปที่ร่างกายของเผ่าปีศาจ


         “นี้ไม่ใช่ไฟสวรรค์เมื่อครั้งที่แล้วมันพัฒนาขึ้น” เผ่าปีศาจกรีดร้องอย่างเจ็บปวดและรู้สึกร่างกายของมันกำลังถูกเผาไหม้


        จางเฉินรู้สึกยินดีมากโชคดีที่เขาดูดซับไฟมะระเขียวก่อนหน้านี้เพื่อยกระดับไฟสวรรค์นอกจากการจัดระดับไฟสวรรค์ตามความหายากและคุณค่าของมันแล้วไฟสวรรค์เองก็มีลำดับชั้นอีกทีหนึ่งโดยช่วงเริ่มต้นจะเป็นเมล็ดพันแห่งไฟแล้วค่อย ๆพัฒนาสู่ไฟที่แท้จริง


       จางเฉินฉีดลมปราณเข้าสู่ไฟสวรรค์เพื่อเร่งให้ไฟสวรรค์นั้นรุนแรงขึ้นพร้อมกับดูดซับหินวิญญาณเพื่อเติมเต็ม


        อ๊ากกกกกกกก


       เผ่าปีศาจนั้นกรีดร้องโหยหวน มันเพิ่งได้สำนึกว่ามันเลือกคนผิดตั้งแต่แรกจริงๆที่จริงตราประทับวิญญาณไว้กับจางเฉิน ทั้งโดนตามล่าและเกือบจะถูกฆ่ามาสองครั้งครั้งนี้มันอาจจะไม่รอดเพราะมันไม่สามารถระเบิดร่างหนีออกมาได้เหมือนครั้งก่อน


        “เจ้าตอบข้ามา พิษซีเซ่วิญญาณรักษายังไง”


        “เจ้าจะปล่อยข้าหรือไม่หากข้าบอกแล้ว อ๊ากกกกก”


        “นั่นขึ้นอยู่กับคำตอบของเจ้าน่าพอใจหรือไม่”


        “อ๊ากกก ไฟสวรรค์มีเพียงไฟสวรรค์ที่แท้จริงสามารถเผามันได้แต่เผ่าปีศาจเราไม่ได้มีวิธีแก้พิษมันสามารถอยู่ในร่างกายเราได้เราเผ่าปีศาจกลัวไฟนั่นคือเหตุผลที่เราพยายามทำลายนิกายเก้าตะวันเมื่อครั้งอดีต”


         “ไฟที่แท้จริงคำตอบเพ้อเจ้อ มีอย่างอื่นอีกไหม” จางเฉินฉีดพลังปราณเพิ่มเข้าไปอีก


        การจัดการกับเผ่าปีศาจนั้นง่ายกว่าที่จางเฉินคิดไว้มากนับได้ว่าเป็นโชคดีจริง ๆ ที่มันยังไม่ควบรวมโดยสมบูรณ์  แต่คำตอบเรื่องไฟสวรรค์นี้ ยากพอๆ กับการพัฒนาการฝึกฝนสู่ระดับเซียนเขาจะต้องหาไฟสวรรค์อีกห้าหรือหกครั้งเพื่อให้ไฟสุริยะกลืนกินจึงจะเป็นไฟที่แท้จริง


        เผ่าปีศาจนั้นยังคงกรีดร้อง จางเฉินขมวดคิ้วดูเหมือนว่ามันจะไม่รู้วิธีจริงเขาได้แต่ถอนหายใจ


         “ข้าให้โอกาสเจ้าอีกครั้งวิธีแก้พิษซีเซ่วิญญาณโลกัณฑ์คืออะไร”


        จางเฉินถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจแต่เผ่าปีศาจนั้นมีแต่กรีดร้องและไม่ตอบกลับอะไรมาเลย


         “งั้นเจ้าก็ต้องจบสิ้นที่นี้แล้ว”


         จางเฉินดูดซับหินวิญญาณระดับกลางจนเติมเต็มแล้วเร่งไฟสวรรค์จนสุดกำดาบมังกรเพลิงแน่นแล้วปลดปล่อยกระบวนท่าดาบเก้ามังกรสยบแปดทิศปราณดาบรวมร่างเป็นมังกระเก้าตัวปกคลุมร่างเผ่าปีศาจแล้วกระหน่ำโจมตีไฟพร้อมกับไฟสวรรค์


         ตูม ตูม ตูม  


        จางเฉินยืนหอบหายใจแล้วดูดซับหินวิญญาณเพื่อเติมเต็มพลังอีกครั้ง เขามองดูกองเพลิงที่ยังคงลุกโซน เมื่อตราประทับวิญญาณในทะเลสติของเขานั้นหายไปแล้ว จึงค่อยมั่นใจว่ามันตายแล้วจริงๆเขาจึงเรียกไฟสวรรค์กลับมา


          “นี่อะไร?”


         จางเฉินพบของคล้ายเหล็กสีทองดูเหมือนว่าเขาจะกลั่นกระดูกของราชาปีศาจจนกลายเป็นเหมือนวัตถุดิบสำหรับหลอมกลั่นมันมีสีทองสดใสมากและเป็นก้อนคล้ายก้อนหินอยู่หลายก้อนจางเฉินเก็บทั้งหมดเขาแหวนมิติหลังจากตรวจสอบแล้วว่าไม่มีอันตรายหลังจากนั้นก็เดินไปที่แท่นบูชาเพื่อเปิดใช้งานอาเรย์ขนส่งทางไกลเมื่อปรากฏเป็นน้ำวนขึ้นจางเฉินก็เดินเข้าไป

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God) ที่คุณอ่าน