“เอาล่ะนักเรียนถังเสี่ยวชิง เซ็นตรงนี้ได้เลยนะ”
หลังจากอาจารย์เหลียงหวู่ฉีกสัญญา อาจารย์ฟานอวี่ก็ล้วงเอาเอกสารสัญญาอีกแผ่นมาจากส่วนใดก็ไม่ทราบ และส่งมันพร้อมกับปากกาให้กับเสี่ยวชิง
“ต แต่ท่านอาจารย์ฟานอวี่”
เสี่ยวชิงเอ่ยออกมาพร้อมกับน้ำตาคลอพร้อมกับในมือที่ถูกยัดเอกสารกับปากกาใส่แล้ว มันไม่ใช่การเรียกคะแนนความสงสาร แต่มันคือความจริง ความจริงที่ว่าต่อจากนี้เธอจะกลายเป็ลูกศิษย์ของอาจารย์ที่ห่วยที่สุดในสถาบัน
“เซ็นซะ”
อึ๊ย!
เสียงเย็นยะเยียบของกูเฉินที่ดังอยู่ด้านหลัง ทำให้เสี่ยวชิงสะดุ้งขนลุกทั้งตัว เธอจึงรีบเซ็นชื่อตัวเองลงบนเอกสารอย่างรวดเร็ว
.
.
.
ระหว่างทางไปโรงฝึกของอาจารย์ฟานอวี่
“ถังเสี่ยวชิง ถ้าอาจารย์มองไม่ผิดดูเหมือนว่าขาซ้ายของเธอเคยได้รับาเ็เมื่อนานมาแล้วแต่ยังรักษาไม่หายสิ่นะ”
ในระหว่างที่เดินนำหน้าลูกศิษย์ทั้งสอง อาจารย์ฟานอวี่ได้เอ่ยถามเสี่ยวชิงขึ้นมา เธอสังเกตเห็นมันั้แ่ที่เสี่ยวชิงประลองกับกูเฉินแล้ว
“เอ๊ะ! ท่านอาจารย์รู้ได้ยังไงกันคะ ขนาดอาจารย์เหลียงหวู่ยังไม่สังเกตเห็นเลย”
เสี่ยวชิงรู้สึกใมากที่อาจารย์ฟานอวี่สามารถรับรู้ได้ว่าขาซ้ายของเธอเคยได้รับาเ็ตอนที่เธอยังเป็เด็ก เพราะขนาดอาจารย์เหลียงหวู่ที่มีชื่อเสียงประมาณนึงยังไม่สามารถมองเห็นจุดนนี้ได้เลย นี่น่ะหรืออาจารย์ที่ห่วยที่สุดในสถาบันอย่างที่เขาว่ากัน
“เอาน่า อาจารย์รู้ได้อย่างไรมันไม่ใช่เื่สำคัญ ที่สำคัญคืออาจารย์จะช่วยรักษามันยังไงล่ะ”
อาจารย์ฟานอวี่เอ่ยออกมาพร้อมกับหันหลังกลับมามองหน้าเสี่ยวชิง ทำให้เสี่ยวชิงเห็นใบหน้าที่แสดงถึงความจริงจิงเต็มเปี่ยมของอาจารย์สาวคนนี้
“เอาล่ะ ถึงแล้ว”
เมื่อเดินกันต่อมาอีกสักพัก พวกเขาก็มาถึงโรงฝึกของอาจารย์ฟานอวี่ ซึ่งมันดูทรุดโทรมเป็อย่างมาก
“มันไม่ดูโทรมไปหน่อยหรอคะท่านอาจารย์?”
เสี่ยวชิงถามขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นประตูทางเข้าที่มันจะพังแหล่มิพังแหล่ นี่ขนาดยังไม่ได้เข้าไปเห็นด้านในนะ ซึ่งมันก็แทบทำให้อาจารย์ฟานอวี่กระอักเืออกมาเลยดีเดียว
“พอดีว่าอาจารย์ไม่ค่อยมีลูกศิษย์น่ะ งบเลยถูกตัดจนแทบไม่เหลือเลย”
อาจารย์ฟานอวี่ได้ตีหน้าเศร้าเล่าความจริงออกมาพร้อมกับเช็ดน้ำตาที่ไหลรินออกมาเมื่อนึกถึงวันวานที่แสนจะรันทด
“น่าจะเพราะท่านทำตัวไม่ค่อยหน้าเชื่อถือมากกว่า ที่มันทำให้ไม่มีใครอยากมาเป็ลกศิษย์ของท่านน่ะ”
พรวด!
คำพูดของกูเฉินทำให้เืพุ่งออกมาจากปากอาจารย์ฟานอวี่ราวกับพ่นน้ำเล่นเลยท่ีเดียว
“เอาเป็ว่าเข้าไปด้านในก่อนเถอะ”
อาจารย์ฟานอวี่ที่เช็ดคราบเืออกจากบริเวณปากของตัวเองแล้วก็พาลูกศิษย์ทั้งสองเข้าไปด้านในโรงฝึก ซึ่งมันก็โทรมไม่ต่างจากประตูทางเข้าเลยแม้แต่น้อย
“พวกเธอทั้งสองคนลองชกไปที่แท่นศิลานั่นดูสิ่ อย่าลืมใส่พลังปราณลงไปให้เต็มที่ด้วยนะ”
ไม่พูดพร่ำทำเพลง อาจารย์ฟานอวี่ก็ให้พวกเขาทั้งสองคนชกไปที่แท่นหินก้อนหนึ่งที่มันตั้งอยู่กลางสวน
“ฉันขอเริ่มก่อนนะคะ”
ตึ้ง!
[613]
เมื่อเสี่ยวชิงซัดหมัดที่ใส่พลังปราณลงไปใส่แท่นหินแล้ว ตัวเลขก็ได้ปรากฏขึ้นมาบนแท่นหินอันนั้น
“โฮ้~ ยอดเยี่ยม อายุเท่านี้มาถึงระดับนี้ได้ถือว่าไม่เลว ถึงตาของเธอแล้ว”
อาจารย์ฟานอวี่ได้กล่าวชมเสี่ยงชิงอย่างจริงใจ แต่สำหรับเสี่ยวชิงแล้ว หากเทียบเธอกับคนในตระกูลคนอื่นๆ ถือว่าเธอตามหลังพวกเขาอยู่พอสมควร
ตึ้ง!
[499]
“ว่าแล้ว ยังไม่บรรลุจริงๆด้วย”
กูเฉินได้พูดออกมาหลังจากเป็ตัวเลขพลังปราณของตัวเอง เพราะความจริงแล้วตัวเขาก็หวังว่าจะสามารถบรรลุเป็ระดับนักสู้ขั้นต้นได้หลังจากจบการประลองกับเสี่ยวชิง
“ถังเสี่ยวชิงมีพลังปราณที่เด่นด้านคุณสมบัติธาตุลม ส่วนกูเฉินเองถึงจะไม่มีข้อดีเื่คุณสมบัติธาตุแต่กลับสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่มีระดับเหนือกูตนเองได้ นี่ข้าได้ลูกศิษย์ถึงสองเลยหรือนี่ ฮ่าๆๆ”
นางเอามือทั้งสองข้างแล้วเงยหน้าหัวเราะชอบใจอยู่คนเดียว ดูเหมือนว่าอาจารย์ฟานอวี่จะเกิดอาการเบียวแตกไปเสียแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้เสี่ยวชิงและกูเฉินรู้สึกอับอายแทนอาจารย์ของจนเองหากมีใครมาพบในสภาพนี้เข้า
“นี่ข้าคิดถูกแล้วใช่มั้ยที่มาเป็ลูกศิษของท่านเนี่ย”
กูเฉินเอ่ยออกมาด้วยความเอือมระอาอาจารย์ของตนที่แสดงท่าทางไม่ต่างจากคนบ้า
“แหะๆ ข้าก็เริ่มคิดว่าอย่างนั้นเหมือนกันแล้วล่ะ”
เสี่ยวชิงหัวเราะแห้งๆก่อนจะยอมรับความคิดของกูเฉิน
“แล้ววันแรกท่านจะเริ่มสอนพวกข้าด้วยอะไรก่อนล่ะท่านอาจารย์”
กูเฉินถามออกมาตรงๆ เพราะหากไม่ยอมเอ่ยออกมาเกรงว่านางคงจะยืนหัวเราะอย่างนี้ไปอีกนาน
“วันแรกใครเขาเรียนกัน มาฉลองกันดีกว่า”
อาจารย์ฟานอวี่ตอบกลับมาอย่าอารมณ์ดี ต่างจากกูเฉินที่ทำหน้าตาเหยเกไปแล้ว
“หัวจะปวด มันมีใครที่ไหนเขาฉลองกันั้แ่วันแรกกันน่ะท่านอาจารย์ นี่ท่านป่วยเพราะตากแดดมากไปรึป่าว”
กูเฉินถึงกับกุมขมับเมื่อได้ยินสิ่งที่อาจารย์ของตนเอ่ยออกมา เป็ใครเขาก็เอือมเหมือนกันหมดนั้นแหละ
“ฮ่าๆ ล้อเล่นน่ะล้อเล่น เอาเป็ว่าเรามาทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้กันดีกว่า อย่างเช่นเ้าถนัดวรยุทธอะไร กำลังฝึกอะไร อยากฝึกอะไร ประมาณนี้น่าจะได้”
คราวนี้อาจารย์ฟานอวี่ตอบกลับมาอย่างปกติชน ทำให้เสี่ยวชิงรู้สึกโล่งใจ
“ข้าอยากให้ตัวข้าใช้ย่างก้าวภูติให้ได้ชำนาญกว่านี้ค่ะ เพราะถ้าเทียบกันแล้วข้าช้ากว่าคนอื่นในตระกูลไม่มากก็น้อย แต่อย่างที่ท่านเห็นว่าขาของข้านั้นยังรักษาไม่หาย ทำให้ข้าไม่อาจพัฒนาความเร็วไปได้มากกว่านี้แล้ว”
เสี่ยวชิงได้บอกความ้าออกมาอยากตั้งใจ ถึงแม้ว่า่สุดท้ายนางจะดูเศร้านิดหน่อยก็เถอะ
“อย่างที่ท่านทราบ หรือไม่ทราบข้าก็ไม่อาจรู้ แต่ตัวข้าไม่ได้สนใจทักษะใดเป็พิเศษ ข้าแค่้าให้มีพลังมากกว่า ขอแค่ไม่ใช่วิชามารข้าก็ไม่สนว่ามันจะลำบากเพียงใด”
กูเฉินเอ่ยออกมาอย่างมุ่งมั่นพร้อมกับแววตาที่แสดงถึงความแน่วแน่ไม่ย่อท้อ ถึงแม้ว่าอาจารย์ฟานอวี่จะไม่รู้ถึงอดีตของเขา แต่ถ้าเป็อนาคตของเขามันก็ไม่แน่