ตอนที่ 4 ข้า้าหย่า
ปัง ปัง ปัง!
หลินจิ่วเหนียงลืมตาขึ้น มุ้งดำคล้ำและหลังคาที่เต็มไปด้วยหยากไย่ได้พานางกลับสู่ความเป็จริง นางไม่ได้กลับไป รถยนต์และเค้กที่นางเห็นในความฝันเมื่อครู่นี้เป็เพียงความฝัน
เมื่อหันไปมองประตูห้องที่ถูกทุบ พร้อมเสียงแหลมของหญิงชราที่อยู่นอกประตู สายตาของหลินจิ่วเหนียงก็ฉายแววเหี้ยมเกรียม
นางพลิกตัวลงไปยืนบนพื้นโดยไม่ลังเล จากนั้นยกอ่างน้ำล้างเท้าที่นางี้เีนำไปทิ้งเมื่อคืนขึ้นมา แล้วเดินไปเปิดประตู
เสียงสาดน้ำดังซ่า พร้อมกับน้ำที่ถูกสาดออกไป!
เสียงโวยวายเงียบลงทันที
เคร้ง!
อ่างล้างเท้าไม้ถูกหลินจิ่วเหนียงขว้างลงกับพื้นจนแตกออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที ขณะเดียวกัน ทุกคนในตระกูลหลิวก็สะดุ้งใกับเศษอ่างที่ปลิวกระเด็นมาหา!
แม่เฒ่าหลิวเช็ดน้ำบนใบหน้าด้วยความโกรธจัด นังตัวซวยคนนี้ทุบหมูจนตายแล้วกินมันไปเมื่อวาน มิหนำซ้ำยังกินคนเดียวอีกด้วย วันนี้ตนจึงมาหานางเพื่อโต้เถียง แต่นางก็ยังกล้าสาดน้ำล้างเท้าใส่ตนเต็มตัวอีก
ไม่ว่าจะทนได้หรือไม่ แม่เฒ่าหลิวก็กัดฟันง้างมือขึ้นปรี่ไปหาหลินจิ่วเหนียง หมายจะให้นางได้ลิ้มรสฝ่ามือทรายเหล็กที่นางพร่ำฝึกฝนอย่างหนักมานานหลายทศวรรษ
หลินจิ่วเหนียงยิ้มเย็น ดูเหมือนว่าบทเรียนเมื่อวานจะยังไม่เพียงพอ ยังริอ่านมาต่อสู้กับนางอีก
นางรีบยืดตัวขึ้นโดยไม่ลังเล แล้วคว้าข้อมือของแม่เฒ่าไว้ จากนั้นหันมาเกี่ยวเท้าของนาง แล้วเหวี่ยงอย่างแรง ทำให้แม่เฒ่าหลิวถูกจับทุ่มข้ามไหล่อีกครั้ง
เมื่อมองไปยังหญิงชราที่เป็ลมไปแล้วจากความตื่นตระหนก หลินจิ่วเหนียงก็ตบมือ สายตาเ็าของนางกราดไปหาเด็กเหลือขอเ่าั้ ทำให้พวกเขาก้าวถอยหลังด้วยความใ
หลิวต้าหลางกระวนกระวายเหลือแสน รู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง
เมื่อก่อนไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่อร่อยถูกปากที่บ้านจะต้องถูกวางไว้ให้พวกเขากิน แต่เมื่อคืนนี้นางกินหมูคนเดียวจนหมดจริง ๆ และเมื่อพวกเขาเข้าไปหมายจะกินด้วย นางไม่เพียงปฏิเสธและบอกว่าจะกินคนเดียวเท่านั้น แต่ยังทุบตีพวกเขาอีกด้วย แล้วตอนนี้ก็ยังมาจ้องมองพวกเขาอีก
ไฟโทสะในใจของเขากำลังลุกโชน เขาพูดด้วยท่าทางรังเกียจ “ท่านแม่ ท่านรังแกท่านย่าเช่นนี้ก็เกินไปแล้ว เมื่อคืนท่านกินลูกหมูที่มีค่าตัวเดียวในบ้านไป ทั้งยังไม่ยอมทำกับข้าวให้พวกเรากินจนถึงตอนนี้ ท่านพยายามจะให้เราอดตายหรือ?”
“ในเมื่อท่านหายดีแล้ว ก็อย่าแสร้งทำเป็สติวิปลาสต่อไปอีกเลย ยังมีงานบ้านอีกมากมายรอให้ท่านทำอยู่ แล้วก็รีบไปอุ้มท่านย่ากลับเข้าไปในห้องด้วย หากท่านย่าเป็หวัดขึ้นมา คอยดูว่าข้าจะจัดการกับท่านอย่างไร”
“ถูกต้อง ท่านแม่ ท่านเคยตื่นแต่เช้ามาทำกับข้าวให้พวกเรากิน เหตุใดวันนี้ท่านยังนอนอยู่อีก มันน่าละอายเกินไปแล้ว” หลิวเอ้อร์หลางก็โกรธเช่นกัน “หากท่านไม่ลุกไปทำงาน สิ้นปีเราจะหาเงินไปใช้หนี้คนอื่นได้อย่างไร?
ใครบอกให้กินลูกหมูโดยไม่ให้พวกเขากินแม้แต่คำเดียวกันเล่า ช่างน่ารังเกียจนัก
แม้คนอื่น ๆ จะไม่ได้พูด แต่พวกเขาก็จ้องมองหลินจิ่วเหนียงด้วยสายตาประณาม
“พูดเสร็จหรือยัง?”
หลินจิ่วเหนียงเอ่ยเ็า เช่นเดียวกับั์ตาฉายแววเยือกเย็น
ดูเอาเถิด ฟังจากคำพูดคำจาของพวกเขา หลินจิ่วเหนียงก็รู้สึกคันมืออยากจะทุบใครสักคนแล้ว
เ้าของร่างเดิมก็สุดยอดนัก สอนลูกตัวเองให้เป็เช่นนี้ได้
เดิมทีหลิวต้าหลางที่เป็ลูกชายคนโตเคยชินกับการใช้อำนาจในบ้าน เขาจึงไม่รู้จักพูดและแสดงออกให้เหมาะสม รู้เพียงวิธีระบายความไม่พอใจ เพราะแม่ของเขารักเขามากที่สุดั้แ่ยังเป็เด็ก หลังจากดุด่าหลินจิ่วเหนียงจนพอใจแล้ว เขาก็พูดอย่างโกรธเคือง
“ท่านแม่ ข้าขอเตือน หากท่านยังบ้าคลั่งและทำร้ายพวกเราเหมือนเมื่อวานอีก ข้าจะไม่ให้เงินเลี้ยงดูคนชราแก่ท่าน และจะขับไล่ท่านออกจากบ้านทันที ได้ยินหรือไม่”
ไม่ให้เงินเลี้ยงดูคนชราแก่นางงั้นหรือ?
ขับไล่นางออกไปงั้นหรือ?
หลินจิ่วเหนียงรู้สึกขบขัน นางมองไปที่คนอื่น ๆ “พวกเ้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันหรือ?”
“ท่านแม่ ั้แ่โบราณกาล พ่อแม่ทั้งต้องอาศัยอยู่กับลูกชายคนโต หากพี่ใหญ่ไม่เต็มใจจะเลี้ยงดูท่าน พวกเราก็ไม่อาจทำอันใดได้ อีกทั้งดูสิ่งที่ท่านทำลงไปสิ” หลิวเอ้อร์หลางก็โกรธเช่นกัน “ท่านกำลังบังคับให้ทุกคนไม่มีทางเลือก”
ปีที่แล้วตอนที่เขาและพี่ชายคนโตแต่งงานกับภรรยา พวกเขาไปยืมเงินห้าตำลึงไปซื้อหมู โดยหวังว่าจะเลี้ยงลูกหมู แล้วขายเป็เงินสามตำลึง เพื่อจะได้ใช้หนี้บางส่วน
และคืนคนอื่นได้
ตอนนี้ช่างดีเหลือเกิน ไม่ได้กลับมาแม้สักตำลึงเดียว
อีกทั้งตอนที่นางล้มป่วย ครอบครัวยังยืมเงินหนึ่งตำลึงเพื่อพานางไปหาหมอด้วย ตอนนี้ครอบครัวจึงเป็หนี้คนอื่นอยู่หกตำลึง
เมื่อนึกถึงภาระค่าใช้จ่ายที่หนักหนา หลิวเอ้อร์หลางก็โมโหมาก
แทนที่จะโกรธ หลินจิ่วเหนียงกลับยกยิ้ม หวังจะให้พวกเขาดูแลนางยามชราหรือ หึหึ นางเก็บข้าวของตรงไปที่ 'ถ้ำทิ้งคนชรา' ด้วยตัวเองยังจะดีกว่า
“มา ปลุกท่านย่าผู้แสนดีของพวกเ้า แล้วไปเรียกหัวหน้าหมู่บ้านมา”
หลังจากที่หลินจิ่วเหนียงพูดจบ นางก็หันกลับเข้าไปในครัว เพื่อรับประทานอาหารให้อิ่มหนำก่อนจะเริ่มทำงาน
หลิวต้าหลางน้อง ๆ มองหน้ากัน เกิดเื่อันใดขึ้น?
แม้จะยังงุนงง แต่พี่น้องก็ยังแบ่งงานกันทำ
เมื่อกู้ฉางอันหัวหน้าหมู่บ้านมาถึง เขาก็บังเอิญเห็นหลินจิ่วเหนียงกำลังนั่งกินน้ำแกงมันเทศอยู่ที่ประตูห้องครัว ขณะที่แม่เฒ่าหลิวยืนด่าทออยู่ไม่ไกล
คำพูดเ่าั้หยาบคายเสียจนกู้ฉางอันขมวดคิ้ว มีใครด่าลูกสะใภ้เช่นนั้นบ้าง?
กู้ฉางอันส่ายหน้า แล้วเอ่ยปากห้ามแม่เฒ่าหลิว
ทันทีที่แม่เฒ่าหลิวเห็นกู้ฉางอัน นางก็รีบไปขอให้เขาจับหลินจิ่วเหนียงใส่กรงหมูถ่วงน้ำด้วยข้อหาไม่เคารพแม่สามีและทุบตีนางทั้งเมื่อวานและวันนี้
กู้ฉางอันพลันปวดหัว เขาเคยได้ยินเื่ไร้สาระของตระกูลหลิวมาก่อนแล้ว
พูดตามตรงในความคิดของเขา ทั้งสองฝ่ายต่างก็ผิด แต่เขาเห็นอกเห็นใจหลินจิ่วเหนียงมากกว่า
หลังจากห้ามไม่ให้แม่เฒ่าหลิวพูด กู้ฉางอันก็มองไปที่หลินจิ่วเหนียง “จิ่วเหนียง เหตุใดเ้าถึงขอให้ข้ามาที่นี่?”
“หัวหน้าหมู่บ้าน นังตัวซวยปากร้ายคนนี้จะทำอันใดได้?” แม่เฒ่าหลิวโกรธจัด “ท่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อวานนี้นางทำอันใด เมื่อคืนนี้นางทุบลูกหมูที่มีค่าตัวเดียวในครอบครัวจนตายเพื่อเอาเนื้อไปกิน โดยไม่ให้เด็กเหล่านี้ได้กินเลยแม้แต่คำเดียว”
“หัวหน้าหมู่บ้าน บอกข้าทีว่านี่คือสิ่งที่มนุษย์ทำได้? ลูกหมูที่มีน้ำหนักมากกว่ายี่สิบจิน ถูกนางกินคนเดียวจนหมด”
สิ่งที่น่าชิงชังที่สุดคือนางไม่แบ่งให้ลูกกิน และไม่ได้นำมาแบ่งเพื่อให้เกียรตินางเลย
กู้ฉางอันมองหลินจิ่วเหนียงด้วยความประหลาดใจ
“เหตุใดต้องให้อาหารพวกมันด้วยเล่า?” หลินจิ่วเหนียงวางชามและตะเกียบ แล้วยืนขึ้น “ข้าแค่ไม่ให้หมาป่าตาขาวพวกนี้กินอาหาร มีสิ่งใดผิดปกติหรือ?”
“เ้า…”
ท่าทางเย่อหยิ่งของหลินจิ่วเหนียงทำให้แม่เฒ่าหลิวโกรธจัด และทำท่าจะด่าทออีก แต่กู้ฉางอันห้ามไว้
กู้ฉางอันถอนหายใจ “จิ่วเหนียง ไม่ว่าเ้าจะโกรธเพียงใด เ้าก็ไม่ควรกินลูกหมูนั่น ลูกหมูถูกกินไปแล้ว พวกเ้าก็ไม่อาจมีชีวิตที่ดีได้ไม่ใช่หรือ?”
“หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านพูดถูกแล้ว ทุกวันนี้ชีวิตย่ำแย่มากจริง ๆ” หลินจิ่วเหนียงมองเขาด้วยรอยยิ้ม “ที่ข้าเชิญท่านมา ข้าแค่อยากจะถามว่าจะจัดการกับเื่นี้เช่นไรดี!”
“ข้า้าขับไล่พวกเขาออกไป และตัดความสัมพันธ์กับพวกเขา ท่านคิดว่าควรทำอย่างไร?”
เหลวไหล ปล่อยให้นางเลี้ยงฝูงหมาป่าตาขาว อย่าแม้แต่จะคิด
เมื่อคำพูดเหล่านี้ออกมา ทุกคนก็ใ
กู้ฉางอันมองหลินจิ่วเหนียงด้วยความไม่เชื่อ “จิ่วเหนียง เ้าป่วยหรือไม่? เหตุใดถึงพูดจาเหลวไหล? แม่จะไม่้าลูกของตัวเองได้อย่างไร?”
“อีกอย่าง ทุกวันนี้เ้าไม่ได้พยายามปกป้องพวกเขาให้ดีที่สุดไม่ใช่หรือ แล้ววันนี้...”
“หัวหน้าหมู่บ้าน อย่าพูดจาเหลวไหลกับข้า แค่บอกข้ามาว่าต้องทำอย่างไร” หลินจิ่วเหนียงขัดจังหวะเขา “เหตุใดในโลกนี้ ลูกอกตัญญูเหล่านี้ถึงได้รับอนุญาตให้ละทิ้งแม่ตัวเองได้ แต่มารดาไม่ได้รับอนุญาตให้ทอดทิ้งพวกเขากันเล่า?”
คำถามเชิงโวหารนี้ทำให้กู้ฉางอันตกตะลึง
แต่คนตระกูลหลิวตกตะลึงพรึงเพริดยิ่งกว่า ทุกคนจ้องมองหลินจิ่วเหนียงอย่างไม่อยากจะเชื่อ ราวกับว่าพวกเขาได้ยินเื่เหลือเชื่อ
แม่เฒ่าหลิวโกรธจัด “หลินจิ่วเหนียง นังหญิงปากร้าย นังตัวซวย เ้า้าแยกบ้านใช่หรือไม่ ข้าเห็นด้วย ออกไปเลย ออกไปจากบ้านสกุลหลิวของข้า”
“แยกบ้านหรือ?” หลินจิ่วเหนียงหัวเราะ “นังแก่ตายยาก ใครบอกเ้าว่าข้าอยากแยกบ้าน ข้า้าหย่ากับสามี ได้ยินชัดเจนหรือไม่”
...........................................................................................................................
สารจากผู้แปล
คนแรกและคนเดียวของหมู่บ้านเลยนะเนี่ยที่ประกาศขอหย่า จะสำเร็จไหมนะ
ไหหม่า(海馬)