“ขอบคุณสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในวันนี้ คุณชายฉี” ถังซานจางกล่าวด้วยสีหน้าซาบซึ้งใจ
หากต้องจ่ายค่าอาหารเอง เขาคงต้องเสียเงินถึงสามหรือสี่ตำลึง
“ท่านอาถังไม่ต้องเกรงใจ แต่ข้าสังเกตเห็นแม่นางน้อยถังขมวดคิ้วระหว่างกินข้าว ข้าจึงอยากจะถามว่าอาหารไม่ถูกปากนางหรือไม่ หากมีอะไรที่ต้องปรับปรุงก็บอกข้า อย่าได้ลังเล” ฉีเซิ่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ได้ยินดังนั้น หัวใจของถังฉีก็สั่นไหว นางเพิ่งวางแผนความร่วมมือกับเขาในใจเมื่อครู่
เวลานี้... เมื่อไร้ซึ่งรากฐานอันมั่นคง หากนางสามารถสร้างสัมพันธ์อันดีกับเขาได้...
“ข้าเพียงรู้สึกว่าน้ำแกงในถ้วยนั้นขมไปเล็กน้อย” ถังฉีเลิกคิ้ว
อย่างไรก็ตาม คำกล่าวของนางกลับมีความหมายเป็อื่นในหูของถังโส่วเหรินและถังซานจาง
แน่นอนว่าหลายปีมานี้พวกเขาไม่ค่อยได้กินอาหารดี ๆ ดังนั้นต่อมรับรสของพวกเขาจึงเป็อัมพาตเสียแล้ว!
"ลุงถัง ในที่สุดก็เจอท่านเสียที! ร้านของเรา้าเกวียนเทียมวัวสองสามเล่มอย่างเร่งด่วน ต้องรีบส่งสินค้าไปที่เมืองใกล้เคียง เวลากระชั้นเช่นนี้หาคนงานไม่ทันแล้ว!"
ชายที่แต่งตัวเหมือนเ้าของร้านวิ่งมาในสภาพเหงื่อแตกพลั่ก ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นถังซานจาง
“ทั่วทั้งเมืองไม่มีเกวียนเทียมวัวเล่มอื่นเลยหรือ?” ถังซานจางรู้สึกกังวล เนื่องจากเป็คำสั่งใหญ่ หากเขาทำไม่ทัน กิจการของเขาคงต้องเสียชื่อ!
"ข้าไปดูมาแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเกวียนเทียมวัวในเมืองจะถูกเ้าอื่นยืมไปทั้งหมดเลย!"
ถังซานจางหาได้โง่เขลาไม่ เขารู้ว่านี่ต้องเป็แผนการของคู่แข่งที่พยายามจะทำลายเขา!
“ซานจาง ข้าขับเกวียนให้เ้าได้ เราจะไม่ปล่อยให้โอกาสทำกำไรครั้งนี้หลุดมือ!” ถังโส่วเหรินรีบเสนอ
ถังซานจางเป็ครอบครัวใหญ่ในหมู่บ้าน ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในพิธีกราบไหว้บรรพชนทุก ๆ ปี
“ข้าช่วยสำรองเกวียนเทียมวัวสองสามเล่มและเกวียนเทียมม้าอีกสองเล่มได้ เท่านี้น่าจะเพียงพอใช่หรือไม่?” ฉีเซิ่งกล่าวอย่างใจเย็น
"พอแล้ว พอแล้ว" ถังซานจางรีบตอบรับ เมื่อรวมกับเกวียนที่เขาและถังโส่วเหรินขับเข้าเมืองในวันนี้ มันก็เพียงพอแล้วจริง ๆ
จากนั้น ฉีเซิ่งก็สั่งให้บ่าวรับใช้นำเกวียนเทียมวัวและเกวียนเทียมม้าออกมาจากลานหลังร้านแล้วติดตามถังซานจางไป
"ฉีเอ๋อร์รออยู่ที่นี่นะ หากเ้าหิวก็ให้เสี่ยวเอ้อร์หาอะไรให้กินได้เลย แล้วข้าจะกลับมาจ่ายให้เอง!" ถังซานจางกำชับเด็กหญิงก่อนออกเดินทาง
"เ้าค่ะท่านลุงซานจาง ข้าจะรออยู่ที่นี่" ถังฉีตอบรับอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่ายุคสมัยใด การแข่งขันทางธุรกิจก็ดุเดือดเสมอ และฝ่ายตรงข้ามก็พร้อมจะโจมตีเราได้ทุกเมื่อ ทุกวิถีทาง!
ไม่นาน เสี่ยวเอ้อร์ก็ไปดูแลแขกคนอื่น ๆ
ในห้องส่วนตัว เหลือเพียงถังฉีและฉีเซิ่งเท่านั้นที่ยังคงนิ่งงัน
“คุณชายฉี…”
“แม่นางน้อยถัง...”
ผ่านไปพักหนึ่ง ทั้งสองก็กล่าวขึ้นพร้อมกัน
"เ้าเป็คนเดียวในเมืองชิงเหลียงที่สามารถพบปัญหาเกี่ยวกับเกลือในน้ำแกงได้ แม้แต่ขันทีและนางกำนัลในวังก็ยังกินเกลือชนิดนี้"
หลังจากกล่าวเช่นนี้ ดวงตาของฉีเซิ่งก็หรี่ลงทันที
สายตาที่เขาจับจ้องถังฉีกำลังพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
ถังฉีไม่ได้หลอกลวงฉีเซิ่งเหมือนที่นางหลอกชาวบ้านตระกูลถังว่ามารดามาเข้าฝัน
ท้ายที่สุดแล้ว คนที่อยู่ในสังคมชั้นสูงมานานก็คงพบเจอกลลวงมาแล้วทุกประเภท
ความเชื่อเื่เหนือธรรมชาติและเทพเซียนล้วนเป็อำนาจที่มนุษย์สร้างขึ้น!
“มันคือสิ่งที่แม่ข้าสอนไว้ก่อนตาย นางกำชับข้าว่าห้ามบอกใคร”
หลังจากกล่าวเช่นนี้ ถังฉีก็แสร้งทำเป็หยิบขวดเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋า
หัวใจของฉีเซิ่งอดไม่ได้ที่จะเต้นรัวด้วยความคาดหวัง
ดูเหมือนเขาจะคาดเดาได้ราง ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในขวดโหลเล็ก ๆ ของเด็กหญิง
ภายใต้สัญญาณของถังฉี ชายหนุ่มค่อย ๆ เอื้อมมือไปเปิดขวดเล็ก ๆ
และทันใดนั้นเอง แสงเรืองรองสีขาวก็สะท้อนเข้าในดวงตาของเขา
“นี่เกลือหรือ?” เสียงของฉีเซิ่งสั่นเครือโดยไม่รู้ตัว
"ท่านลองชิมดูได้เ้าค่ะ ข้าตั้งใจเข้าเมืองมาก็เพื่อขายเกลือขวดนี้" ถังฉีกล่าวอย่างจริงจัง
ฉีเซิ่งจุ่มนิ้วลงในขวดเกลือแล้วชิมโดยไม่ลังเลและไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์
เค็ม!
นั่นคือความประทับใจแรกของเขา ทว่ารสชาติขมที่มักตามมาจากเกลือปกติทั่วไปกลับไร้วี่แวว
ยิ่งไปกว่านั้น เกลือยังให้ความรู้สึกนุ่มลิ้นและละเอียดอ่อน ละลายในปากของเขาอย่างรวดเร็ว
ฉีเซิ่งแน่ใจ แม้แต่เกลือของวังหลวงก็ยังไม่ดีเท่านี้!
ทันใดนั้นเอง สายตาที่เขามองไปยังถังฉีกลับเต็มไปด้วยจิตสังหาร!
ถังฉีไม่แปลกใจแม้แต่น้อย ใครก็ตามที่มีทักษะการผลิตเกลือย่อมสามารถพลิกชะตาคนทั้งแคว้นได้!
นางสบตาฉีเซิ่งโดยไม่หวาดหวั่นต่อจิตสังหารในดวงตาของเขา
ทั้งสองจ้องมองกันครู่หนึ่ง เป็ฉีเซิ่งที่ส่ายศีรษะก่อน
ความตกตะลึงในใจของเขาใช้เวลานานกว่าจะสงบลง
หลังจากสงบสติอารมณ์ได้ จิตสังหารของเขาก็บรรเทาลง สัญชาตญาณบอกเขาว่า เด็กสาวชาวบ้านที่อยู่เบื้องหน้าเขาไม่อาจวัดได้ด้วยมาตรฐานทั่วไป
“เ้าไม่กลัวว่าข้าจะฆ่าเ้าที่เปิดเผยเื่เกลือนี้หรือ?” ชายหนุ่มถาม
“กลัว แต่เมื่อใดที่ข้าเปิดเผย ก็หมายความว่าข้ามั่นใจว่าจะหนีจากที่นี่ได้” ถังฉีตอบด้วยรอยยิ้มสบาย ๆ
นางเพียงหลบหนีเข้าไปในห้วงมิติ หาโอกาสกลับไปที่หมู่บ้านและพาน้อง ๆ ของนางหนีไปด้วยกัน!
ฉีเซิ่งจะไม่ทำร้ายคนทั้งหมู่บ้านเพียงเพราะเห็นแก่เกลือกระมัง เพราะหากเป็เช่นนั้นเขาคงไม่สามารถอธิบายกับเหล่าผู้าุโได้
และนางก็มั่นใจว่าฉีเซิ่งจะไม่บอกความลับเื่การผลิตเกลือของนางกับผู้ใด
นี่คือความมั่นใจของนาง!
มองไปยังเด็กสาวชาวบ้านที่ผอมแห้งราวกับขาดอาหาร ฉีเซิ่งเชื่อในคำพูดของนาง
"ตกลง ไม่คิดว่าแม่นางน้อยอย่างเ้าจะกล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนี้ ข้าจะทำธุรกิจร่วมกับเ้า!" ฉีเซิ่งกล่าวพร้อมกับหัวเราะร่า
การวางแผนอันอุตสาหะหลายต่อหลายปีของเขาดูเหมือนจะพบความหวังในที่สุด!
เมื่อกลับไปยังเมืองหลวงที่แสนชืดชา สมาชิกในตระกูลของเขาคงพากันรุมล้อมเขาใช่หรือไม่
หัวใจของเขาเบิกบานยิ่ง แต่เขายังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉย
ไหน ๆ ก็อดทนมาหลายปีแล้ว รออีกเล็กน้อยจะเป็อะไรไป
"ดีเ้าค่ะ ข้าชอบทำธุรกิจกับคนฉลาดและเด็ดเดี่ยว! แต่ท่านโปรดจำสิ่งที่ข้ากล่าวไว้ หากท่านกดดันข้ามากเกินไป ข้าเชื่อว่าแคว้นซีเหลียงและเมืองตงอิ๋งบ้านใกล้เรือนเคียงจะต้อนรับข้าอย่างแน่นอน"
ถังฉีกล่าวอย่างเ็า ดูไม่เหมือนเด็กสาวชาวบ้านอายุสิบสามปี แต่ดูเหมือนเ้าแม่แห่งวงการค้าขายผู้ช่ำชอง
“ก็ดี แต่เ้าค้าขายเกลือกับข้าได้เพียงคนเดียวเท่านั้น หากเ้ากล้าบอกคนอื่น…”
ฉีเซิ่งทำท่าทางเชือดคอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายเ็า
"เขียนสัญญามาได้เลยเ้าค่ะ"
ในฐานะคนสมัยใหม่ นางเชื่อเพียงข้อตกลงที่เป็ลายลักษณ์อักษรเท่านั้น
"ตกลง!"
ในไม่ช้า ฉีเซิ่งก็สั่งให้เสี่ยวเอ้อร์นำพู่กัน หมึก กระดาษ และหินฝนหมึกเข้ามา
“แม่นางน้อยถัง เ้าจะจัดหาเกลือให้ข้าได้เดือนละเท่าไร?”
เมื่อเสี่ยวเอ้อร์มาถึง ฉีเซิ่งก็มองไปยังถังฉีอย่างจริงจัง
"อืม... เดือนละหนึ่งร้อยชั่งเป็อย่างไรเ้าคะ"
ถังฉีนึกถึงเกลือที่มีอยู่มากมายในห้วงมิติ แต่ก็ตัดสินใจส่งมอบปริมาณเกลือต่ำไว้ก่อน
ประการแรก กระบวนการทำเกลือนั้นน่าเบื่อสำหรับนาง และประการที่สอง นางไม่้าทำให้สิ่งของใด ๆ ในห้วงมิติต้องหมดสิ้นไปโดยใช่เหตุ
นางจะให้ฉีเซิ่งเตรียมวัตถุดิบให้เพียงพอสำหรับเดือนละหนึ่งร้อยชั่ง และส่วนเกินก็สามารถเก็บไว้ในห้วงมิติได้ในกรณีฉุกเฉิน
ในไม่ช้า ทั้งสองก็เจรจาในรายละเอียดและบันทึกทุกอย่างไว้ในสัญญา
**************