บทที่ 35 อยากถูกทุบจนตายสักกี่ครั้ง?
รัศมีการต่อสู้ของยักษ์สองหัวตอนนี้ทรงพลังอย่างมาก ทหารเกือบร้อยนายได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี แต่จุดอ่อนของแต่ละคนคือความอ่อนแอ และนั่นทำให้ยากที่จะจัดการกับราชายักษ์สองหัวตนนี้
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือ ‘การป้องกัน’ ของยักษ์ หากทหารไม่แข็งแกร่งพอก็ไม่สามารถเจาะทะลุผิวหนังหนา ๆ ของมันได้ ดังนั้นการโจมตีอย่างต่อเนื่องจึงไม่ส่งผลอะไรมากนัก
บารอน เพอร์ซิอัสผู้บังคับบัญชาขมวดคิ้วมุ่น กองทัพนี้ประกอบด้วยทหารราบเบา*[1] ที่รับผิดชอบการลาดตระเวนทั่วภูเขา ด้วยเหตุนี้จึงเลือกนักดาบกับนักธนูที่มักเคลื่อนไหวได้คล่องตัวมาปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้
แม้พวกเขาจะมีความยืดหยุ่นว่องไว แต่ประสิทธิภาพการต่อสู้ยังไม่ดีนัก หากเป็นศัตรูที่อ่อนแอก็ไม่หวั่น แต่ทุกอย่างกลับไร้ผลเมื่อวิ่งเข้าไปหามอนสเตอร์ผิวหนาเหมือนยักษ์สองหัวตัวนี้!
เจ้ายักษ์ไม่ได้สะทกสะท้านเลยจนกระทั่งกอร์ดา จีค และเชอริลเข้าร่วมการต่อสู้
ในที่สุดยักษ์สองหัวก็ได้รับบาดเจ็บ ร่างกายใหญ่โตไหม้เกรียมจากเวทมนตร์ของเชอริล และบาดแผลฉกรรจ์ที่ขาซึ่งตัดผ่านผิวหนังจนเลือดออก อีกทั้งลูกศรของจีคยังมีศักยภาพมากกว่านักธนูเหล่านั้นมากโข
บารอน เพอร์ซิอัสรู้สึกว่าการต่อสู้ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว เขาจึงเดินเข้าสู่สนามรบด้วยตัวเอง และด้วยการมีนักผจญภัยทั้งสามก็อาจจะกำจัดยักษ์สองหัวได้ เขาชักดาบด้วยสองมือและถือไว้อย่างมั่นคง
ปรากฏว่าผู้ชายคนนี้เป็นเบอร์เซิร์กเกอร์*[1]!
"เหล่าทหารจงถอยไป!" บารอน เพอร์ซิอัสคำรามลั่น ในขณะที่ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน นี่เป็นสัญญาณความโกรธเกรี้ยวในสายเลือดของเบอร์เซิร์กเกอร์ มันเผาผลาญความความโกรธของเขาและเพิ่มพลังโจมตีเป็นสองเท่า แต่ในขณะเดียวกันร่างกายก็จะอ่อนแอลง
แน่นอนว่าเขาไม่กลัวที่จะได้รับบาดเจ็บเพราะมีแม่ชีอยู่
ด้วยเสียงคำรามและดาบในมือ เขารีบตรงไปที่สนามรบทันที ส่วนทหารเหล่านั้นเมื่อได้ยินคำสั่ง พวกเขาก็ถอยหลบไปด้านข้าง ก่อนที่บารอนจะกระโดดขึ้นสูงยกดาบขึ้นเหนือศีรษะ จากนั้นวาดตวัดลงมา
"ตาย! เพชฌฆาตเหินฟ้า!”
อย่างไรก็ตาม เขาประเมินยักษ์สองหัวต่ำเกินไป เพราะทันทีที่กระโดดขึ้นสูง เจ้ายักษ์ก็ปล่อยลำแสงสีแดงออกมา กอร์ดาตื่นตระหนกจึงร้องเตือนขึ้น "ระวังตัวด้วย มันใช้กระหน่ำเลือดคลั่ง!"
กระหน่ำเลือดคลั่งคือความสามารถที่มอบให้กับสัตว์ประหลาดมากมาย มันคล้ายกับความโกรธเกรี้ยวที่อยู่ในสายเลือดของบารอน เพอร์ซิอัส อีกทั้งมันยังช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการต่อสู้อย่างมาก ยักษ์สองหัวดูเหมือนจะขยายตัวใหญ่ขึ้นจากสามเมตรเป็นสี่เมตร!!
เมื่อเจ้ายักษ์ขยายขนาดตัว บารอนก็กระโดดขึ้นไปถึงแค่หน้าอกมันเท่านั้น และ ‘เพชฌฆาตเหินฟ้า’ ก็สูญเสียพลังลง
ด้วยความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาพลันเห็นไม้ตะบองของเจ้ายักษ์พุ่งผ่านหน้าและชนเข้ากับดาบในมือ
ปัง!
บารอน เพอร์ซิอัสถึงกับร่างโครงเครงคล้ายกระสอบทรายที่ถูกซ้อม หลังจากนั้นหลายวินาทีเขาก็ลุกขึ้นนั่งสะบัดศีรษะไปมา "เจ้านี่แข็งแกร่งกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะ"
"ใจร้อนเดี๋ยวได้นอนวัดหรอก!! นายท่าน! เรามาร่วมมือกันดีกว่า" กอร์ดากระโดดอย่างปราดเปรียวพร้อมยกโล่ขึ้น "ฉันจะดึงความสนใจจากด้านหน้าและคุณก็เข้าไปจัดการมันจากด้านหลัง"
"อ๋อ! โอเค ๆ" เขายังคงรู้สึกวิงเวียนศีรษะขณะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ "แล้วดาบของฉันอยู่ที่ไหน"
ทหารคนหนึ่งตอบกลับเสียงดัง "คุณพ่อ คุณช่วยนำดาบของบารอนไปให้เขาหน่อยได้ไหม"
บารอน เพอร์ซิอัสมองไปตามเสียงและปรากฏว่าดาบของเขาตกลงมาอยู่ใต้เท้าของร็อบบ์นั่นเอง
ชายหนุ่มก้มลงหยิบดาบขึ้นมา เขาลองกะน้ำหนักของมันคร่าว ๆ …ไม่เลวนี่ ร็อบบ์ค่อนข้างพอใจ ตอนที่กำลังมองหาอาวุธที่จะเอาชนะยักษ์สองหัว ดาบนี่ก็ตกลงมาตรงหน้าดั่งฟ้าประทานทันที
"คุณพ่อ... ดาบของบารอน... เฮ้ เฮ้ เฮ้!" ทหารนายนั้นคิดว่าร็อบบ์จะหยิบดาบขึ้นมาแล้วยื่นให้บารอน แต่ชายหนุ่มกลับยกมันขึ้นสะบัดไปมาด้วยความพึงใจ แล้ววางพาดลงบนไหล่ตัวเอง ก่อนจะเดินอาด ๆ ไปหาเจ้ายักษ์สองหัว
"คุณกำลังทำอะไรอยู่" ทหารนายนั้นตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "มันอันตราย อย่าเข้ามาดีกว่าครับคุณพ่อ"
บารอน เพอร์ซิอัสกระโดดขึ้นและพูดว่า "คุณพ่อ ช้าก่อน! ส่งดาบมาให้ฉันเถิด"
กอร์ดาส่ายหัวและคว้าร่างอัศวินไว้เป็นเชิงปราม "คุณโรเบิร์ตคงจะมีแผนของตัวเองน่ะ"
แม่ชีตัวน้อยก็ตกใจและอยากเรียกร็อบบ์กลับมา แต่เชอริลคว้าเธอเอาไว้ก่อน "ไม่ต้องกังวล เรามาดูกันว่าโรเบิร์ตจะทำอะไร"
ร็อบบ์ประจัญอยู่ตรงหน้าเจ้ายักษ์สองหัว สายตาจ้องเขม็งอย่างมุ่งมั่น
ยักษ์สองหัวกระหายเลือดสูงสี่เมตรเหลือบมองลงมาเช่นเดียวกับผู้ใหญ่มองเด็กอายุหกเจ็ดขวบ มันไม่สนใจร็อบบ์ด้วยซ้ำ
ไม่โดน!
ลูกเตะของยักษ์สองหัวเข้าปะทะกลางอากาศ มันไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ขยับเลย เท้าขนาดใหญ่นี้เตะผ่านไปเฉย ๆ น่ะเหรอ? มันไม่สมเหตุสมผลเลย!
มันจึงลองเตะอีกครั้งเพื่อเรียกความมั่นใจ
ไม่โดนอีกแล้ว…
เตะยังไงก็ไม่โดน!
ยักษ์สองหัวถึงกับสมองสั่น เมื่อหัวหนึ่งสั่น อีกหัวหนึ่งก็สั่นตามเช่นกัน หัวสีฟ้าดูสับสนในขณะที่หัวสีแดงกลับนิ่งเฉย
จะรู้ได้อย่างไรว่าหากค่าความคล่องตัวมีมากเกินไปในเกม อัตราการโจมตีทางกายภาพจะกลายเป็น 1%? แม้ว่าร็อบบ์จะนิ่งเฉย แต่อัตราการตีของยักษ์กลับอยู่ที่ 1% เท่านั้น
เรื่องแบบนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในโลกแห่งความเป็นจริง ร็อบบ์ไม่อาจสร้างกฎของตัวเองได้ แต่เมื่อมีอะไรเกิดขึ้น เขาก็แค่แหกกฎซะ!
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าชายหนุ่มจะนิ่งเฉย แต่ยักษ์สองหัวมีโอกาสโจมตีโดยเฉลี่ยเพียงหนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น
แม้ว่าจะโจมตีโดน แต่ก็ไม่มีประโยชน์ถ้าไม่สามารถทำลายการป้องกันของชายหนุ่มได้!
ร็อบบ์ยกดาบขึ้นด้วยมือข้างหนึ่งแล้วชี้ไปที่เจ้ายักษ์ "แกกล้าทำลายบ้านของฉันได้ไง? ไอ้เวรนี่! ขอถามทีเถอะว่าอยากโดนเบิ๊ดกะโหลกกี่ครั้ง?”
[1] เป็นชื่อเรียกทหารราบบางประเภทตั้งแต่อดีต เป็นทหารที่มียุทธภัณฑ์หรืออาวุธที่เบากว่า เคลื่อนที่ได้มากกว่า หรือมีการทำหน้าที่ที่ยืดหยุ่นกว่าทหารราบประเภทอื่น เช่น ทหารราบหนักหรือทหารราบแนวเส้น (line infantry) ในอดีตมักใช้ทหารราบเบาเป็นพลสอดแนม ทหารตีโฉบฉวย และพลรบปะทะคือทหารที่ต่อสู้ในรูปขบวนอย่างหลวมหน้ากองทัพหลักเพื่อก่อกวน ถ่วงเวลา ขัดขวางเส้นทางกำลังบำรุง และ ‘ตัดกำลัง’ ข้าศึกก่อนการยุทธ์หลัก
[2] เบอร์เซิร์กเกอร์ (berserker) คือ นักรบคลั่ง มีการบันทึกไว้ว่ามีตัวตนอยู่จริง ๆ โดยเป็นกลุ่มนักรบผู้คุ้มคลั่ง ไม่เป็นตัวของตัวเอง จนถึงขั้นควบคุมตัวเองไม่ได้เลย