ผมถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ด้วยเสียงนกร้องจากด้านนอกหน้าต่างที่เหลือเพียงกรอบอาจเพราะที่นี่ขาดการดูแลจนแทบจะกลายเป็ส่วนหนึ่งของป่าไปแล้วจึงทำให้รู้สึกได้ถึงธรรมชาติรอบตัวอย่างชัดเจนถึงอย่างนั้นผมก็ไม่รู้สึกสดชื่นกับเช้าวันนี้เลยสักนิด
“ โอ๊ย ”ผมส่งเสียงออกมาเบาๆขณะพยายามขยับตัว ทั้งที่ผมลองใช้พลังศักดิ์สิทธิ์รักษาตัวไปแล้วแต่ก็ไม่สามารถทำให้อาการปวดกล้ามเนื้อนี้หายขาดได้
ไม่รู้ว่านี่คือผลข้างเคียงของการใช้เวทย์เสริมพลังมากเกินไปหรือเพราะใช้ไปทั้งที่พลังเวทย์ของผมมีน้อยไม่ว่าจะมาจากสาเหตุไหนผมคิดว่าคงต้องตรวจสอบเื่นี้เพิ่มโดยเร็วแล้วเพราะขืนขยับไม่ได้ขณะต่อสู้ชีวิตที่ผมพยายามรักษาไว้นี่คงจบแน่
แม้จะยังเช้าอยู่มากแต่ผมก็เลือกที่จะเริ่มเตรียมตัวเพื่อไปยังห้องสมุดโดยเร็วตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งให้ผมเข้าชั้นเรียนอีกครั้งดังนั้นก็คงไม่มีประโยชน์ถ้าผมจะโผล่หน้าไปให้พวกนั้นหาเื่ในห้องเรียนเอง
ตอนนี้สิ่งที่ผมต้องลุ้นมีแค่การเคลื่อนไหวต่อไปขององค์ชายมาร์คัสว่าจะยอมปล่อยมือจากผมแต่โดยดีหรือจะมีเื่อะไรเกิดขึ้นอีก
เสียงขลุกขลักดังออกมาจากห้องของลิลี่ที่อยู่ด้านข้างของผมแต่พอลองแนบหูเพื่อฟังดูก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกบางทีเธออาจยังไม่ตื่นถ้าอย่างนั้นคงจะดีกว่าถ้าผมเขียนจดหมายบอกเธอไว้ก่อนจะออกไปไม่อย่างนั่นเดี่ยวเธอได้ร้องห่มร้องไห้อีกแน่
‘ไปห้องสมุด’ ผมเขียนโน้ตสั้นๆทิ้งไว้บนเตียงก่อนจะออกจากห้องไปโดยพยายามให้เงียบเสียงที่สุดขณะหลบไม้ผุๆที่พื้นถ้าเป็ไปได้คงต้องหาวิธีซ่อมในซักวันบ้างแล้ว
ผมได้กลับเข้าไปในห้องสมุดหลังจากกินอาหารตามร้านข้างทางเป็มื้อเช้าเสร็จสารภาพตามตรงว่าพอเห็นจำนวนเงินที่เหลือในกระเป๋าแล้วใจผมก็หวิวขึ้นมาทันทีมันเป็ความรู้สึกคุ้นชินที่มักเจออยู่เสมอตอนปลายเดือนเมื่อครั้งยังอยู่ที่โลกเดิม
เฮ้อ ผมถอนหายใจหลังค้นหนังสือที่พอจะเกี่ยวกับเวทย์เสริมพลังแทบทุกเล่มที่เจอสิ่งที่ได้รู้เพิ่มเติมนั้นแทบจะไม่มีเลยอาจเพราะไม่ค่อยมีคนสนใจศึกษามันมากนัก
ที่พอจะได้ยืนยันคือเวทย์อาการปวดกล้ามเนื้อเป็ผลข้างเคียงของเวทย์เสริมพลังจริงและเป็อาการที่ไม่สามารถรักษาได้นอกจากปล่อยให้ดีขึ้นเองไม่ว่าจะใช้เวทย์ฟื้นฟูหรือเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ก็ตามทั้งที่เวทย์พวกนั้นทำให้าแหายได้ง่ายๆเลยแท้ๆ
แต่มีจุดที่น่าสนใจคือในกลุ่มผู้ทดสอบที่เป็คนค่อนข้างกินจุมักจะหายจากอาการปวดกล้ามเนื้อได้เร็วกว่าคนทั่วไปพออ่านเจอข้อความนี้มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าบางทีมันอาจคล้ายกับกรณีของคนที่กินเวย์โปรตีนเพื่อให้หายจากอาการปวดกล้ามเนื้อในโลกก่อนของผม
พอลองคิดแบบนั้นแล้วบางทีเวทย์เสริมพลังนี่อาจคล้ายกับการบังคับให้กล้ามเนื้อถูกใช้งานจนถึงขีดจำกัดไหมนะถึงจะยังมีส่วนที่รู้สึกขัดๆอยู่บ้างแต่มันก็คือสิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะใกล้เคียงที่สุดที่คิดออกแล้ว
อีกอย่างที่ผมได้รู้เพิ่มคือผมสามารถกำหนดพลังเวทย์ที่ใช้ในเวทย์เสริมพลังเวทย์ได้โดยหากใช้พลังเวทย์น้อยพลังที่ได้ก็จะไม่มากแต่อาการปวดกล้ามเนื้อก็จะเกิดขึ้นช้าเช่นกันเป็บทความสั้นๆที่ถูกเขียนไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งแม้สำหรับคนอื่นอาจคิดว่าไม่สำคัญแต่ด้วยความแม่นยำในการควบคุมพลังเวทย์ของผมมันเลยมีประโยชน์มาก
และในวันนี้ในหมวดสมุนไพรก็ยังคงมีเคนเดลเฝ้าอยู่เช่นเคยที่แตกต่างไปจากครั้งก่อนคือวันนี้ดูเขาจะไม่จดจ่ออยู่กับหนังสือมากนักแต่กลับดูท่าทางลุกลี้ลุกลนผิดปกติทั้งที่เขามักสุขุมอยู่เสมอ
บางทีเขาอาจจะพบกับนางเอกแล้วกำลังรอเธออยู่คือสิ่งที่ผมคิดขึ้นมาได้จากการพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหันของเขา
เพราะรู้ว่าขืนอยู่ต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์แถมหากถูกเจอตัวขึ้นมามีหวังได้มีข่าวว่าไมร่าตามรังควาญองค์หญิงแห่งออร์เนทเหตุแค้นเคืองอีกเป็แน่ ดังนั้นผมจึงตัดสินใจออกมาทดสอบข้อมูลเื่ที่ว่าการกินอาหารอาจช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อได้
ถึงอย่างนั้นเมื่อมองไปยังงบที่มีในกระเป๋าการจะเอามาซื้อของกินเยอะเกินไปมันก็คงไม่ได้ดีมากเท่าไรนักผมจึงตัดสินใจเลื่อนแผนการเข้าป่าให้เร็วขึ้นแม้จะยังไม่มั่นใจในพลังการต่อสู้ของตัวเองนักแต่ถ้าแค่ล่าสัตว์ธรรมดาที่ชายป่าก็คงจะพอไหวอยู่บ้างเมื่อตัดสินใจได้ดังนี้จุดหมายต่อไปก็ถูกกำหนดโดยอัตโนมัติ
การหาอาวุธ
ก่อนอื่นผมน่าจะต้องพูดถึงสภาพของสถาบันบริลฮาแห่งนี้ก่อนที่แห่งนี้มีกำแพงขนาดใหญ่ล้อมรอบด้านหน้าของสถาบันไว้เพียงครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนั้นเชื่อมต่ออยู่กับป่าใหญ่ที่ว่ากันว่าเต็มไปด้วยสัตว์ปีศาจที่แข็งแกร่งเรียกว่ามหาพงไพร
ว่ากันว่าผู้ที่ได้เหยียบย่างเข้าไปยังมหาพงไพรนั้นหากไม่มีความสามารถเพียงพอน้อยคนนักที่จะมีชีวิตรอดกลับมาได้แต่หากคนผู้นั้นสามารถรอดกลับมาได้เขาจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครคิดจะเข้าไปสำรวจในส่วนลึกของมหาพงไพรนี้เลยแม้แต่คนเดียว
อาจเพราะเหตุนี้อาณาจักรโดเทรนจึงได้สร้างสถาบันบริลฮาขึ้นโดยให้พื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ในเขตของมหาพงไพรที่ไม่ลึกมากเพื่อให้สามารถดูแลความปลอดภัยของนักเรียนได้บ้าง
โดยเขตของสถาบันที่อยู่ในมหาพงไพรนั้นเหล่านักเรียนปี3 ขึ้นไปจะต้องเข้าไปใช้ชีวิตและที่นั่นจะมีหมู่บ้านแห่งที่ 2 ของสถาบันคอยให้การสนับสนุนและประสานงานส่วนหมู่บ้านแห่งที่หนึ่งนั้นจะตั้งอยู่โดยรอบอาคารเรียนหลักมีไว้สำหรับสนับสนุนปี1 และปี 2 ดังนั้นร้านขายอาวุธที่ผมกำลัง้าจึงหาได้ไม่ยากในเขตนี้เช่นกัน แม้เหล่านักเวทย์ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยใช้มันก็ตาม
ผมเดินออกจากหอสมุดท่ามกลางแสงแดดยามสายที่เริ่มแผดกล้าขึ้นเรื่อยๆไม่นานก็มาถึงบ้านที่ดูเก่าแก่หลังหนึ่ง เสียงก๊อง แก๊งของเหล็กที่ถูกตีดังเล็ดลอดออกมาเป็จังหวะจากบ้านหลังนี้
ทันทีที่ผลักประตูบานใหญ่เข้าไปผมก็พบกับชั้นมากมายที่เต็มไปด้วยของมีคมหลากหลายประเภทั้แ่มีดทำครัวไปจนถึงขวานขนาดใหญ่ถูกวางโชว์ไว้อยู่แม้ทุกเล่มท่าทางจะเป็ของคุณภาพดีถึงอย่างนั้นกลับไม่มีลูกค้าแม้แต่คนเดียว
“ยินดีต้อนรับครับ ” เสียงฟังดูขี้เล่นดังออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ที่นั่นมีชายหนุ่มอายุราวๆ17-18 ปีคนหนึ่งยืนอยู่พร้อมรอยยิ้มสดใสจนรู้สึกตาพร่าจากความเจิดจ้าของเขา
“ ว้าวยินดีต้อนรับพี่สาวสุดสวยครับ! ร้านเราไม่มีคนสวยๆแบบพี่สาวเข้ามานานแล้วพี่สาวสนใจอาวุธอะไรหรอครับ ” เด็กหนุ่มถามผมด้วยท่าทางลิงโลดอยู่หลังเคาน์เตอร์นั่นเป็หนุ่มน้อยที่พลังงานล้นเหลือจริงๆ
“ มะ..มีดพกน่ะมีดสำหรับล่าสัตว์ ” ที่ผมตอบตะกุกตะกักกับคำถามของเขาไม่ใช่เพราะโดนชมหรืออะไรหรอกนะแค่เพราะใที่ถูกถามอย่างกะทันหันต่างหาก
แต่การโดนชมนี่ก็ทำให้รู้สึกดีเหมือนกันนะแม้นี่จะไม่ใช่ร่างกายจริงๆของผมก็ตาม
“ มีดพกหรอครับ เชิญทางนี้ได้เลยครับ” ชายหนุ่มแทบจะะโออกมาจากหลังเคาน์เตอร์บางทีเขาก็คงจะกำลังประหม่าอยู่เหมือนกันผมเข้าใจดีก็ที่นี่ไม่ค่อยจะมีลูกค้าเลยนี่นะ
“เห้ยอย่าวิ่งสิเลอุส! ” เสียงที่ฟังดูมีอายุะโปรามออกมาจากด้านหลังประตูบานหนึ่งที่เชื่อมต่อเข้าไปด้านในของตัวบ้าน
“ คร้าบ!” เลอุสะโขานรับความดีดของเขาดูลดลงบ้างแต่บอกตามตรงด้วยการเคลื่อนที่แบบนี้ผมหวาดเสียวจริงๆว่าสักวันเขาจะหกล้มโดนพวกของมีคมในร้านตัวเองจนาเ็
หลังจากเดินตามเลอุสไปก็พบกับชั้นที่เต็มไปด้วยมีดสั้นวางโชว์ไว้หลายเล่มความจริงที่นี่ก็ไม่ได้กว้างถึงขนาดที่ผมจะเดินหาเองไม่ได้แต่พอเห็นท่าทางของเลอุสแล้วก็ไม่อยากขัดเขาจึงตามมาแบบเงียบๆ
บนชั้นที่เลอุสพามานี้มีมีดสั้นหลายเล่มวางเรียงกันอยู่อย่างเป็ระเบียบทุกเล่มดูคมกริบจนน่าทึ่ง เพียงแค่มองเงาสะท้อนบนใบมีดแม้ผมจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญก็บอกได้เลยว่าคุณภาพของมีดเหล่านี้ไม่ใช่เล่นๆแน่
หลังจากที่เพ่งมองเหล่ามีดที่วางเรียงรายอยู่นานผมก็ตัดสินใจหยิบมีดเล่มหนึ่งขึ้นมามันโดดเด่นออกมาจากมีดเล่มอื่นอย่างบอกไม่ถูก ประกายแวววาวที่ออกมาจากมันทำเอาผมราวกับตกอยู่ในมนต์เสน่ห์ของมัน
“พี่สาวสนใจมีดเล่มนี้หรอ ” จู่ๆก็มีใบหน้าของเลอุสโผล่มาเบื้องหน้าอย่างกะทันหันจนผมสะดุ้งโหยงเซถอยหลังไปอย่างเสียสมดุล
ต้องล้มแน่ๆผมหลับตาคิดขึ้นในใจ ตอนนี้หวังแค่ไม่ให้โชคร้ายล้มไปโดนมีดเล่มอื่นก็พอ
“ โอ๊ะ อันตรายอันตราย ” เสียงกระซิบเบาๆดังขึ้นที่ข้างหูของผม ด้านหลังรู้สึกถึงวงแขนแกร่งที่เข้ามาโอบไว้ั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ช่วยดึงร่างของผมไม่ให้ล้มลงไปจริงๆ
“ ฮ่า~ ขอบคุณมากนะ ” ผมถอนหายใจหนักๆด้วยความโล่งอก โชคดีจริงๆที่เลอุสมาช่วยไว้ทันแม้สาเหตุที่ทำให้ผมใจะเป็เขาเหมือนกันก็ตาม
“ นี่พี่สาวสนใจมีดเล่มนี้หรอ ” เลอุสถามอีกครั้งหลังจากประคองผมให้ยืนอย่างมั่นคงแล้ว
“ ใช่แล้วคือ...มันสวยดีน่ะ ” ผมตอบเขาแบบเขินๆ การใช้รูปลักษณ์ภายนอกตัดสินอาวุธแบบนี้มันเป็เื่น่าขำพอสมควรเพราะสุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญของอาวุธก็คือคุณภาพไม่ใช่ความสวยงาม
“ อืม ถ้าอย่างนั้นช่วยรับมันไว้เป็คำขอโทษจากผมทีได้ไหม” เลอุสว่าหลังได้ฟังคำตอบของผม แต่อยู่ๆจะให้ฟรีแบบนี้มันหมายความว่ายังไงกันแม้จะเป็แค่มีดเล่มเล็กๆแต่ราคาก็ไม่น่าจะถูกขนาดให้ฟรีนะ
“ นี่ไงมีดเล่มนี้มันเป็มีดที่ผมตีขึ้นเอง ” เลอุสว่าพลางชี้ไปยังชื่อที่ถูกแปะที่ชั้นวางด้านล่างของมีดทุกเล่มและที่ว่างที่มีดเล่มนี้เคยวางก็มีชื่อของเลอุสเขียนไว้อยู่
“ มีดของเด็กฝึกอย่างผมผมถึงราคาจะไม่ถูกแต่ก็ขายออกยากยิ่งในสถาบันเวทย์แบบนี้ร้านอาวุธก็แค่ของประดับที่ต้องมีแต่ความจริงก็ไม่ค่อยมีลูกค้านักหรอกเพราะฉะนั้นถ้าพี่สาวรู้สึกขอบคุณผมจริงๆช่วยคิดถึงผมทุกครั้งที่ใช้มันแล้วกลับมาซื้อมีดของผมอีกนะ” พอเขาเสริมมาแบบนี้ผมก็ได้แต่ยอมแพ้ ถ้าเขา้าแบบนี้จริงๆปฏิเสธต่อไปก็คงไม่ดีอีกอย่างสภาพการเงินของผม่นี้ก็ไม่ดีนักด้วย
แต่คิดถึงทุกครั้งที่ใช้งั้นหรอไม่ว่าจะมาจากนิสัยจริงหรือเป็สกิลจีบสาวหมอนี่ก็ไม่ธรรมดาจริงๆน่าเสียดายที่อีกฝ่ายดันเป็ผมล่ะนะ
“ ขอบคุณมากนะจะใช้อย่างดีเลย ” ผมตอบรับพร้อมรอยยิ้มให้กับชายหนุ่มเบื้องหน้าจากใจจริง
“ แล้วกลับมาอีกนะพี่สาว” เลอุสยกมือขึ้นโบกลาผมพร้อมด้วยรอยยิ้มขี้เล่นเช่นเคยของเขาจนกระทั่งผมออกมาจากร้านมุ่งตรงไปยังชายป่า
แม้สถานที่ที่ผมกำลังจะไปจะถูกเรียกว่าเป็ชายป่าแต่เขตป่าที่ปี2 อย่างผมสามารถเข้าไปได้เป็เพียงป่าธรรมดาก่อนเข้าเขตของมหาพงไพรและที่ผมกำลังจะไปเป็เพียงชายป่าธรรมดาเท่านั้นจึงไม่น่าจะมีอันตรายอะไรมากมายนัก
อีกส่วนที่ผมเลือกที่จะรีบเข้ามาเป็เพราะนักเรียนปี2ส่วนใหญ่จะต้องทำการทดสอบว่าสามารถใช้เวทย์โจมตีได้อย่างเหมาะสมก่อนจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาแน่นอนการเข้ามาของผมจะเรียกว่าผิดกฎอยู่ก็ได้แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ขืนรอให้ได้รับอนุญาตเองด้วยพลังเวทย์แบบผมอาจต้องรอไปอีกครึ่งปีเลยล่ะมั้ง
และแม้บางคนอาจได้รับอนุญาตแล้วก็จริงแต่ถึงอย่างนั้นก็คงไม่มีใครโดดเรียนมาในตอนนี้ทำให้ผมสามารถล่าได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเื่ที่อาจบังเอิญไปเจอเพื่อนร่วมชั้นที่น่าปวดหัวพวกนั้นสักเท่าไร
แต่ถึงผมจะบอกว่าไม่น่ามีคนอื่นอยู่ก็จริงแต่ความจริงแล้วตอนนี้ผมกลับรู้สึกราวกับว่ามีสายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องอยู่ตลอดั้แ่อยู่ที่หมู่บ้านแล้วเพียงแต่พอออกห่างจากผู้คนความรู้สึกมันก็ยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้นผมได้แต่หวังให้ความรู้สึกนี้เป็สิ่งที่ผมคิดไปเองขณะพยายามเคลื่อนตัวไปให้ถึงชายป่าเร็วขึ้น
ไม่นานหลังผ่านพื้นที่โล่งเหล่าหญ้าที่เคยขึ้นสูงถึงเอวก็ลดหลั่นลงจนเหลือเพียงแค่ไม่เกินเข่าอาจเพราะร่มเงาของเหล่าต้นไม่ใหญ่ที่เติบโตบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ไม่ให้ตกลงมาถึงพื้นดิน
ที่นี่แม้จะมีบรรยากาศร่มรื่นจากเงาของร่มไม้ทำให้รู้สึกอยากผ่อนคลายไปกับมันแต่ก็ปฏิเสธความรู้สึกเสียวสันหลังที่ได้รับอยู่ตลอดเวลานี้ไม่ได้มันคือความรู้สึกที่ราวกับกำลังจะถูกโจมตีจากสัตว์ร้ายหากเผลอตัวไม่ระวังแม้เพียงนิด
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้ผมเริ่มจะกลัวขึ้นมาแล้วจริงๆถึงอย่างนั้นผมก็ถอยกลับไม่ได้เหมือนกัน ไม่อาจรู้ได้ว่าในอนาคตจะเจอกับอันตรายแบบไหนอีกจะมามัวแต่กลัวกับแค่สัตว์ป่าธรรมดาไม่ได้เด็ดขาด
เพี๊ยะ ผมตบไปที่แก้มตัวเองเพื่อเรียกสติก่อนจะเริ่มก้าวเดินอีกครั้งขณะที่มือข้างหนึ่งกุมด้ามมีดที่เหน็บอยู่บนเอวไว้ตลอดเวลาให้ตายสิหน้าของเ้าเด็กนั่นดันลอยขึ้นมาจริงๆซะได้
หลังจากเดินสำรวจมานานผมก็พบสิ่งน่าสนใจเข้าจนได้พุ่มไม้ที่สั่นไหวเล็กน้อยด้านหน้าเป็สัญญาณที่ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ ผมเคลื่อนตัวเข้าไปหาพุ่มไม้นั้นด้วยความเงียบให้มากกว่าเดิมมีดในมือถูกชักออกมาเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีทุกเมื่อ
เมื่อมาใกล้เพียงพอผมก็พบสิ่งที่เหมือนกับรางวัลเ้ากระต่ายที่ที่สูงราวต้นขาของผมขดตัวกลมอยู่เบื้องหน้าของผมมันกำลังก้มลงกินบางอย่างบนพื้นด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยแม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่กว่ากระต่ายที่ผมเคยพบเจอในโลกก่อนมากแต่บางทีนี่อาจเป็ขนาดตัวปกติของกระต่ายในโลกนี้ก็ได้
‘เปิดก่อนได้เปรียบ’ เป็คำที่ผมเคยได้ยินมาก่อนในโลกเก่าและมันก็น่าจะใช้ได้ดี ผมกระโจนเข้าใส่เข้ากระต่ายด้วยความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้นจากเวทย์เสริมพลังมีดในมือเล็งไปยังคอของมัน
น่าเสียดายที่มันไหวตัวทันดังนั้นแทนที่จะปิดฉากอย่างรวดเร็วด้วยการแทงที่คอมันเพียงครั้งเดียวจึงการเป็การหนีรอดของเ้ากระต่าย?
ไม่ใช่! กลายเป็การต่อสู้ยืดเยื้อต่างหากทันทีที่มันหันหน้ามาผมก็ได้รู้ว่าผมเข้าใจผิดไปทันทีที่เห็นเขาบนหัวของมันผมน่าจะรู้ว่ามันไม่มีทางที่กระต่ายธรรมดาจะตัวใหญ่ขนาดนี้ั้แ่แรกแล้วและตอนนี้ก็ได้แต่รู้สึกผิดที่ตัดสินใจสู้กับมัน
แม้มันจะคล้ายกระต่ายแต่มันคือสัตว์ปีศาจระดับFกระต่ายเขาความจริงถ้าจะให้พูดถึงมันมันก็คือสัตว์ปีศาจที่อ่อนแอที่สุดในหมู่สัตว์ปีศาจระดับF แต่ถ้าเทียบกับสัตว์ทั่วไปแล้วด้านพลังต่อสู้มันสามารถสู้และเอาชนะหมาป่าปกติได้ในการต่อสู้1 ต่อ 1 เลย
และที่ปากของมันมีคราบสีแดงคล้ายเืเปรอะเปื้อนไปหมดแม้ด้านหลังของเ้ากระต่ายจะไม่มีซากสัตว์อะไรเลยก็ตามบางทีอาจเป็คราบที่มาจากพืชบางชนิดหรือสมุนไพรอะไรสักอย่าง
แต่ไม่ว่าคราบนั้นจะมาจากอะไรตอนนี้มันก็ไม่ใช่เื่สำคัญแล้วเ้ากระต่ายที่กรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวพุ่งโจมตีเข้ามาใส่ผมด้วยความรวดเร็วและหนักหน่วงสมกับที่เป็สัตว์ที่สามารถจัดการกับหมาป่าได้
ผมพยายามหลบและปัดป้องการโจมตีของมันอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้แม้จะมีเวทย์เสริมพลังแต่ผมไม่ได้มีฝีมือในการใช้มีดหรือการต่อสู้สักหน่อย ถ้าเป็กระต่ายหรือสัตว์ป่าธรรมดาคงพอจะจัดการได้แต่พอเป็สัตว์ปีศาจแบบนี้มันก็เป็อีกเื่เลย
ถึงอย่างนั้นสถานการณ์มันก็ไม่ได้สิ้นหวังสำหรับผมอาจเพราะมันยังเป็สัตว์อยู่หลังจากรับและหลบการโจมตีของมันสักพักผมก็รู้สึกได้ถึงรูปแบบการโจมตีที่ซ้ำเดิมของมันใช้เพียงพลังในการพุ่งโจมตีด้านหน้าเป็หลักและสะบัดหัวงัดไปด้านข้างหากศัตรูหลบแต่ก็มีระยะไม่ไกลนัก
หลังจากนี้มันก็ค่อนข้างง่ายเลยผมตั้งรับเป็หลัก เบี่ยงตัวหลบในเสี้ยววิก่อนการโจมตีจะถึงแล้วแทงมีดสวนกลับไปใส่ร่างของเ้ากระต่ายเมื่อมีโอกาสแม้ยิ่งเวลาผ่านไปจะยิ่งรู้สึกถึงความล้าและความหนักของร่างกายแต่ผมเชื่อว่าผมน่าจะสามารถจัดการกับมันได้ก่อนผมถึงขีดจำกัดของเวทย์เสริมพลังแน่
ทุกอย่างกำลังไปได้สวยหลังผ่านไปสักพักเ้ากระต่ายก็ทรุดตัวลงนิ่งไปผมที่แทบจะเต้นออกมาด้วยความดีใจรีบรี่เข้าไปใกล้มันด้วยความตื่นเต้นแม้จะเป็สัตว์ปีศาจแต่ผมก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้ที่ผมจะจัดการมันผมคิดแบบนั้นนั้นจนกระทั่งขนของเ้ากระต่ายเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดง
ผมรีบะโถอยออกมาทันทีเื่ที่กระต่ายเขามีสีขนเปลี่ยนไประหว่างต่อสู้จากสีขาวบริสุทธิ์กลายเป็สีแดงราวกับโลหิตแบบนี้ผมไม่เคยเจอหรือได้ยินมาก่อนเ้านี่มันเหมือนกับสัตว์ปีศาจระดับ E กระต่ายโลหิตมากกว่ากระต่ายเขาเสียอีก
“ บ้าจริง ”ผมกัดฟันแน่นขณะที่เ้ากระต่ายร้องออกมาอาการาเ็ของมันยังคงอยู่แต่ก็ดูไม่หนักเท่าก่อนหน้าแล้วเขาบนหน้าผากของมันหลุดออกขณะที่เขี้ยวแหลมหลายซี่งอกยาวออกมาจากปากมันเ้านี่มันไม่เหลือส่วนที่เหมือนกับกระต่ายเขาอีกแล้ว
ผมต้องหนี คือเสียงที่ะโก้องออกมาจากในหัวแต่ผมรู้ดีว่าทำไม่ได้แน่ร่างกายที่เริ่มหนักขึ้นนี้บอกผมอย่างชัดเจนว่าผมใช้เวทย์เสริมพลังต่อไปได้อีกไม่นานถ้าให้เลือกวิ่งไปทรุดสักที่แล้วถูกตามมาขย้ำผมขอเลือกสู้ตัดสินกับมันตรงนี้ไปเลยดีกว่า
ผมกระชับมีดในมือแน่นพุ่งตัวเข้าใส่เ้ากระต่ายโดยไม่ปล่อยให้มันมีโอกาสตั้งตัวทั้งอย่างนั้นมันก็กัดส่วนมายังร่างของผมอย่างแรงโชคดีที่ดูมันจะมีอาการเบลอทำให้ผมสามารถหลบเขี้ยวนั้นได้อย่างเฉียดฉิวก่อนจะดันมีดเข้าไปยังลำของมันสุดแรง
เ้ากระต่ายกรีดร้องออกมาอย่างเ็ปสะบัดร่างของผมลอยไปกระแทกต้นไม้ทันทีขณะที่ตัวมันทั้งกัดทั้งขวิดรอบทิศอย่างบ้าคลั่ง
ผมทั้งเจ็บทั้งจุกจากแรงกระแทกแต่ก็ยังพยายามดันตัวให้ลุกขึ้นมาอีกครั้งมีดเล่มนั้นยังปักอยู่ที่คอของเ้ากระต่ายแต่เพื่อความแน่ใจขออีกนิดเถอะเพราะอีกไม่นานผมคงไม่มีแรงขยับแม้แต่นิ้วเดียวถ้าถึงตอนที่ผมขยับไม่ได้แล้วมันยังไม่ตายผมคงต้องโดนกินทั้งเป็แน่
ผมพุ่งเข้าไปอีกครั้งกลิ้งตัวหลบการสะบัดของเ้ากระต่ายเพื่อเก็บเขาของมันที่วางอยู่ไม่ไกลทว่าเมื่อหันกลับมาปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมก็เข้ามาอยู่ต่อหน้าผมแล้ว
หลบไม่ทันแน่ผมคิดอย่างนั้นแต่หัวเ้ากระต่ายกลับสะบัดออกไปเหมือนถูกบางอย่างกระแทกอย่างแรง เป็ทั้งการช่วยชีวิตและเปิดช่องว่างให้กับผม
ผมไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปปักเขากระต่ายในมือลงบนคอของมันไม่ห่างจากมีดนักและครั้งนี้ผมไม่ยอมให้ถูกสะบัดออกไปง่ายๆ
ผมเกาะอยู่ด้านหลังของเ้ากระต่ายแขนรัดรอบคอของมันสุดแรงโดยที่มือทั้งสองข้างกำทั้งเขาและมีดไว้แน่นทำให้มันไม่สามารถสะบัดผมออกไปได้ง่ายๆ
‘มาดูกันว่าผมจะหมดแรงก่อนหรือมันจะตายก่อน’ ผมคิดในใจมือพยายามกดมีดเอาไว้ขณะที่ร่างกายก็รู้สึกล้าเต็มทน
หลังจากยื้อกันไม่นานเ้ากระต่ายก็แน่นิ่งไปส่วนผมที่นอนอยู่บนตัวเ้ากระต่ายเองก็ไม่สามารถขยับร่างกายได้แม้แต่น้อยเช่นกันตอนนี้ผมพยายามใช้พลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อบรรเทาอาการเจ็บกล้ามเนื้ออย่างเต็มที่แม้จะแทบไม่มีผลถึงจะจัดการเ้ากระต่ายได้แล้วแต่ความจริงที่ผมยังอยู่ในป่าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปอยู่ดี
แซ่ก แซ่ก อยู่ๆก็มีเสียงแหวกพุ่มไม้ดังขึ้นทั้งที่เวลายังผ่านไปไม่ถึงนาทีสัตว์ป่าหรอ หรือสัตว์ปีศาจ ถ้าแค่มีเวลาสักครึ่งชั่วโมงผมคงจะพอลากร่างตัวเองออกไปจากจุดนี้ได้แท้ๆแต่ตอนนี้ร่างที่ถูกชโลมด้วยเืของเ้ากระต่ายคงไม่ต่างจากอาหารพร้อมเสิร์ฟสำหรับพวกมันแน่
“ เป็การต่อสู้ที่น่าดูชมจริงๆคุณหนู” เสียงห้าวของผู้ชายคนหนึ่งดังมาจาก้าทำให้ผมสงบลงบ้างอย่างน้อยๆก็ไม่ใช่สัตว์ป่าแล้วถ้าโชคดีก็อาจทำให้ไม่ต้องห่วงเื่ความปลอดภัยอีกแต่น้ำเสียงยียวนของเขาทำให้ผมอยากจะเห็นหน้าเ้าของเสียงนี่จริงๆ
“ โอ๊ะสลบงั้นหรอ...ไม่สิร่างกายมีปัญหาสินะ ” เสียงนั้นถามเหมือนจะเหมือนจะ้าคำตอบแต่กลับพูดคำตอบของตัวเองออกมาบางทีคงเป็พวกขี้เหงาจนพูดกับตัวเองอยู่บ่อยๆล่ะมั้ง
“ เพราะข้าเป็ผู้ชายที่ใจดี๊ใจดีเพราะฉะนั้นข้าจะช่วยเฝ้าจนคุณหนูมีแรงก็แล้วกันนะ” เสียงนั้นบอกก่อนจะรู้สึกถึงฝีเท้าหนักๆเดินออกไปหยุดอยู่ห่างๆ
เดี่ยวนะไอ้หมอนี่ถ้าจะช่วยทั้งทีทำไมไม่พาไปส่งห้องพยาบาลกันล่ะ แล้วตอนนี้มันก็บ่ายแก่แล้วด้วยถ้าขืนผมฟื้นตัวช้าจนเริ่มมืดจะทำยังไงยิ่งได้ยินมาว่าสัตว์ปีศาจมันชอบออกมาหากินตอนกลางคืนอยู่ด้วย
หรือหมอนี่ตั้งใจใช้ผมเป็เหยื่อล่อสัตว์ปีศาจกันไม่สิบางทีอาจเป็โรคจิตที่ชอบเห็นคนถูกสัตว์ปีศาจแทะกินทั้งเป็ก็ได้ ผมคิดอย่างร้อนใจขณะพยายามใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ฟื้นฟูร่างกายตัวเองอย่างสุดความสามารถ