ทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 132 พี่หลี่อยากเจอลั่วฮูหยินมิใช่หรือ

            เมื่อคนทั้งสามมาถึงสถานที่ปลอดภัยและกำลังเฝ้ารอคนอื่นๆหากแต่คนที่กลับมามีเพียงแค่จั่วตงที่เลือดท่วม ไม่มีร่องรอยของชายสวมหน้ากากเขี้ยวมัจจุราช

            “เกรงว่าเขาคงไม่อยากเจอพวกเรา”

            “เรื่องราวในตอนนั้นเหมือนกับที่ท่านเคยบอกไว้ว่ายังมีเงื่อนงำซ่อนเร้นสินะ”

            “จากที่ดูตอนนี้ต้องใช่แน่เพียงแต่ไม่รู้ว่าเวินจ้านรู้เรื่องหรือไม่”

            หลังจากพวกเขากลับถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัยจ้าวจือชิงก็ทิ้งผู้ใต้บังคับบัญชาไว้และเร่งควบม้ากลับอำเภอเฉาเพียงลำพัง

            ขณะนี้อันอีได้ตีสนิทหลี่ซื่อเรียบร้อย

            “สกุลลั่วที่เจ้าให้ข้าไปสืบได้ข้อมูลมาแล้ว นางมีลูกชายสามคนจริงๆ คนโตนั้นพิการ สติปัญญาดีเลิศแต่กลับไม่อาจเป็นขุนนางได้ทว่านางไม่ได้ไปเมืองหลวงอย่างที่เจ้าบอกนะ”

            ดวงตาตกของหลี่ซื่อหรี่ลงเล็กน้อยจากนั้นก็ควักเงินร่วนออกมายื่นให้อีกฝ่าย “ช่วงนี้ลำบากเจ้าแล้วเพียงแต่ลั่วชีเหนียงสนิทสนมกับอดีตฮูหยินนายอำเภอมิใช่หรือได้ยินว่าเปิดร้านค้าไปถึงเมืองหลวง นางไม่ได้ไปด้วยหรือ?”

            อันอีแสร้งทำเป็นนับเงินบนโต๊ะดั่งที่คาดคนผู้นี้ยังจ้างคนไปสืบข่าวเพิ่มจริงๆ ด้วย

            “ที่เจ้าบอกมานั่นคือเรื่องสมัยไหนแล้วคนคนนี้เริ่มแรกยังดี แต่พอหาเงินได้แล้วไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้าฟังพี่หลิวเล่ามา เจ้ารู้จักพี่หลิวสินะ?” อันอีมองหลี่ซื่อ “นางคือสหายคนสนิทของลั่วชีเหนียงคำพูดจากปากนางต้องเป็นความจริงกว่าข้างนอกแน่”

            “ความหมายของเจ้าคือพวกนางทะเลาะกัน”

            “แน่นอนลั่วชีเหนียงกลัวขายหน้า ช่วงที่ผ่านมาเอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านไม่พบเจอใครนางน่ะกลัวคนในอำเภอจะรู้ว่านางมีความบาดหมางกับฮูหยินนายอำเภอเมื่อลั่วชีเหนียงไม่มีที่พึ่ง ฮูหยินนายอำเภอจึงใช้กลอุบายกับร้านของนางจึงทำให้คนลือกันไปต่างๆ นานา” อันอีพูดขณะเก็บเงินจากนั้นก็ดื่มสุราหนึ่งอึกเขาส่งเสียงเดาะลิ้นสองที “สหาย ท่านก็เหลือเกินจริงๆลั่วชีเหนียงคนนั้นขี้เหร่อย่างกับอะไรดี เหมือนแม่หมูเจ้ากลับชมว่านางงดงามเหมือนเทพธิดา คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าสหายจะมีรสนิยมเช่นนี้”

            หลี่ซื่อยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่เหมือนกับคนที่เคยเห็นในเมืองหลวงหรือว่าตู้หมิงเจวียนกลัวคนอื่นบอกว่านางลืมบุญคุณจึงจงใจหาลั่วชีเหนียงตัวปลอมมาแทนที่?

            “ฮ่าๆ ข้าก็ฟังมาอีกทีจะรู้ได้อย่างไรว่านางหน้าตาเป็นเช่นไร” หลี่ซื่อมาสืบข่าวที่อำเภอเฉาได้ครึ่งเดือนแล้วนอกจากเรื่องกิจการที่สืบรู้มาเล็กน้อย ข่าวส่วนมากล้วนมาจากพ่อคนรอบรู้ผู้นี้เพียงแต่เขากลับไม่ได้เห็นลั่วชีเหนียงเอง เขาจำเป็นต้องได้เห็นกับตาจึงจะวางใจ

            “สตรีผู้นี้ขี้เหร่เหมือนที่เจ้าบอกจริงหรือ? ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เจอหรือไม่”

            อันอีกำลังรอคำนี้จากหลี่ซื่ออยู่แล้วก่อนทำท่าสองมือถูไปมาเหมือนคนอยากได้เงินเพิ่มหลี่ซื่อเห็นดังนั้นก็รีบควักเงินออกมา ก่นด่าในใจ เจ้าคนละโมบ รอเขาได้ข่าวก่อนเถอะจะชิงเงินกลับมาจากอีกฝ่ายให้หมด

            “โอ๊ยสหายนี่เกรงใจอะไรกัน!” ขณะที่พูดมือกลับคว้าเงินเข้าไปไว้ในอ้อมอกโดยไม่ขาดตกแม้แต่ชิ้นเดียว “เจ้าอยากเจอหรือวันรุ่งขึ้นก็ได้ หลายวันนี้ลั่วชีเหนียงเริ่มออกมาเจอผู้คนแล้ววันรุ่งขึ้นข้าจะพาเจ้าไปเจอเอง”

            เมื่อวันรุ่งขึ้นมาถึงหลี่ซื่อก็ได้เจอชีเหนียงที่แปลงโฉมในโรงชานม เพื่อให้เขาเห็นได้ละเอียดชัดเจนยิ่งขึ้นอันอีจงใจลากพี่หลิวที่อยู่ข้างชีเหนียงมาพูดคุย พี่หลิวเองก็แนะนำเขาให้รู้จักกับชีเหนียงทั้งสามคนจึงพูดคุยหัวเราะกันอยู่นาน

            “นี่ พี่หลี่!” อันอีโบกมือเรียกเขาหลี่ซื่อคิดจะแกล้งทำเป็นไม่เห็น แต่กลับคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเรียกเขาเสียงดังกว่าเดิม “พี่หลี่เหตุใดจึงเขินเล่าท่านบอกเองมิใช่หรือว่าชื่นชมลั่วฮูหยินมานานและอยากทำความรู้จักกับนาง รีบมาเร็วข้าคุยกับพวกนางให้แล้ว”

            หลี่ซื่อถูกอันอีคล้องแขนลากให้เดินไปด้วยกันแม้มีใจจะเดินหนีแต่ก็ทำไม่ได้ จึงได้แต่ปล่อยให้เขาลากมาทางชีเหนียง

            “นี่คือพี่หลี่ที่เจ้าพูดถึงหรือ? เหตุใดบอกว่าอยากเจอชีเหนียงของเราเล่าแล้วเหตุใดกลับปิดหน้าปิดตาล่ะ ทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน?” พี่หลิวเห็นหลี่ซื่อปิดบังหน้าตาและน้ำเสียงเริ่มไม่ดีนักคำพูดที่ออกมาก็ยิ่งไม่น่าฟัง “คนปกติที่ไหนทำกิริยาเช่นนี้กันนี่มันผิดปกติชัดๆ ทำตัวลับๆ ล่อๆ เช่นนี้อย่าได้พามาให้พวกข้าเจอจะดีกว่า”

            ขณะพูดพี่หลิวก็ดึงแขนชีเหนียงเข้าด้านในร้าน “นี่ๆพี่หลิวอย่าถือสาเลย พี่หลี่ของเราชื่นชมลั่วฮูหยินมานานแล้ว”

            อันอีตะโกนบอกพวกนางและออกแรงดึงแขนหลี่ซื่อ “พี่หลี่เจ้าเองก็เหลือเกิน ไหนคุยกันไว้ว่าวันนี้ให้พาเจ้ามาพบลั่วฮูหยินนี่นา แล้วดูเจ้าทำท่าทางสิรีบคำนับลั่วฮูหยินเร็ว”

            หลี่ซื่อใช้สายตาข่มขู่อันอีให้เขาตัวเองแต่อันอีเรี่ยวแรงเยอะ เขาจึงดิ้นไม่หลุด ทันใดนั้นแขนจึงถูกดึงลงมาทำให้ใบหน้าถูกเปิดเผย

            หลี่ซื่อรีบเค้นรอยยิ้ม “พบกันครั้งแรกแต่งกายไม่เหมาะสม ต้องขออภัย ขออภัย”

            แม้แต่ตอนที่พูดขออภัยใบหน้าของหลี่ซื่อก็เงยขึ้นมาได้ชั่วประเดี๋ยวเดียว จากนั้นก็ก้มหน้าตลอดเวลา

            ชีเหนียงเห็นเขาแวบแรกก็แน่ใจว่าคนผู้นี้คือคนที่ยืนอยู่ข้างรถม้าของจี้ฉงเหวินในตอนนั้นใช่แล้ว วันนั้นจี้ฉงเหวินเห็นนางอันที่จริงหลังจากนางขึ้นรถม้าก็เห็นจี้ฉงเหวินเช่นกันตอนนี้คนผู้นี้ก็ได้พิสูจน์ให้นางเห็นแล้ว

            นางส่งสายตาให้อันอีอันอีก็ไม่ยื้อหลี่ซื่ออีก ขณะที่ชีเหนียงเตรียมกลับเข้าร้าน ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนจากด้านหลัง

            “ชีเหนียง! ชีเหนียง!”

            หลังได้ยินเสียงนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมอง จึงได้เห็นว่าเป็นหลานไฉ่เตี๋ย หลานไฉ่เตี๋ยคือคนที่นางได้บังเอิญไปเกี่ยวข้องกับคดีฆ่าคนตายจนต้องเข้าคุก

            หลานไฉ่เตี๋ยวิ่งมาตรงหน้าชีเหนียงเมื่อครู่นางได้ยินคนบอกว่านี่คือชีเหนียง แต่เหตุใดพอเข้ามาเห็นชีเหนียงผู้นี้กับคนในความทรงจำของนางช่างต่างกันมากนัก

            นางเงยหน้าขึ้นมองชีเหนียงกับพี่หลิวแล้วมองชายทั้งสองคนที่อยู่ด้านข้าง ไม่รู้ว่าหลี่ซื่อกลัวชีเหนียงจำได้หรือเปล่าตอนนี้จึงใช้แขนเสื้อบังไว้

            “ไฉ่เตี๋ยนี่เองเจ้าออกมาแล้วหรือ?”

            เมื่อเห็นสายตาสงสัยของนางชีเหนียงก็รู้ว่าต้องแย่แน่นางรีบยืนยันตัวตนก่อนที่หลานไฉ่เตี๋ยจะโพล่งความสงสัยออกมา

            “ใช่แล้วข้าทำตัวดี จึงได้ลดโทษ” หลานไฉ่เตี๋ยได้ยินเสียงของชีเหนียงถึงแน่ใจว่านางคือชีเหนียงจริงๆนางขยับเข้าใกล้สองก้าว แล้วเบียดพี่หลิวออกจากข้างกายชีเหนียง

            “นี่คนอย่างเจ้านี่มัน…”

            พี่หลิวที่ถูกนางเบียดไปอีกทางพลันรู้สึกโมโหขึ้นมา แต่ชีเหนียงเหมือนจะรู้จักกับคนผู้นี้นางจึงไม่อาจพูดอะไรได้มาก พอหันกลับไปก็เห็นอันอีกับหลี่ซื่อที่ยังไม่จากไปไหน

            “ไฉนยังไม่รีบไปอีกอยากอยู่ทานข้าวอีกหรือไร!” สำหรับพวกเขา พี่หลิวไม่เกรงใจผู้ใดทั้งนั้น

            ครั้งนี้หลี่ซื่อหลักแหลมยังไม่ทันรอให้อันอีเอ่ย ก็รีบดึงมืออันอีไว้ “ไปเดี๋ยวนี้ไปเดี๋ยวนี้!”

            เมื่อเห็นพวกเขาไปชีเหนียงจึงโล่งอก วันนี้โชคดีที่เป็นนาง หากหงหนี่ว์มา เกรงว่าถ้าจำหลานไฉ่เตี๋ยไม่ได้ไม่แน่ว่าอาจจะเผยช่องโหว่ไปแล้วก็เป็นได้

            หลานไฉ่เตี๋ยเรียกชีเหนียงหลายครั้งแต่ชีเหนียงยังคงมองคนทั้งสองที่จากไป นางเองก็รู้สึกว่าหนึ่งในนั้นหน้าตาช่างดูคุ้นนัก

            “ชีเหนียงเจ้ารู้จักสองคนนั่นหรือ? เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าข้าเคยเจอคนทางซ้ายที่เตี้ยกว่าหน่อยที่ไหนสักแห่ง? เสียงของเขาเมื่อครู่ก็คุ้นเคยเช่นกัน”

            เมื่อชีเหนียงได้ยินหลานไฉ่เตี๋ยพูดเช่นนี้จึงสบตากับพี่หลิว เรื่องของหลี่ซื่อ ชีเหนียงไม่ค่อยพูดกับพี่หลิวมากนัก อีกทั้งวันนี้ยังเป็นแค่การแสดงเพียงเพื่อให้ชีเหนียงแน่ใจว่าหลี่ซื่อใช่คนที่ถูกส่งมาเล่นงานนางลับๆ หรือไม่

            -----

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ) ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359