เสียงเพลงริเวอร์ดังกรอกหูั้แ่เดินลงบันไดราวกับมีงานฉลองอยู่ชั้นล่างรักจังเดินลงมาด้วยความหงุดหงิดใจชะงักมองคนที่กำลังสนุกสนานเต้นประกอบเพลงราวกับสาวรุ่น
“คุณนายภัค” รักจังทักผู้เป็แม่ที่ยืนชูแท่นไฟสองมืออย่างคึกคักก่อนเหลือบมององศานั่งทำป้ายไฟอยู่ที่โซฟากับโชกุนส่วนเลอากับนิวตันนั่งทำงานอยู่หน้าคอมประจำโต๊ะของตนเอง
“มัวเรียกอยู่นั่นแหละกลัวจำชื่อไม่ได้หรือไง จะถึงวันอยู่แล้วเตรียมตัวหรือยัง” ภัคเท้าเอวมองหน้าลูกสาวที่ยืนมองตาปริบๆ หน้าเหลอหลา
“งานคอนเสิร์ตไงเจ๊” นิวตันลุกขึ้นถ่ายงานของตนออกมาด้วยรอยยิ้มบอกกล่าวให้รักจังเข้าใจมากขึ้น เธอแบะปากเหลือกตามองเพดานก่อนเดินไปเปลี่ยนเพลงเป็เพลงอื่นที่ไม่ใช่ของริเวอร์แล้วยื่นส่ายก้นเต้นอยู่หน้าภัคจนองศากับโชกุนอดหัวเราะขบขันให้กับแม่ลูกสองคนนี้ไม่ได้
“ไปเตรียมตัวเลยไป” ภัคเอาไมค์เขกหัวรักจังก่อนเดินไปเปลี่ยนเพลงเป็เพลงเดิม
ติ้งต๊องงงงง
เสียงกริ่งของโฮมออฟฟิศดังเข้ามาด้านในองศาเงยหน้าละออกจากสิ่งที่ทำอยู่เดินไปเปิดประตูมองไปยังประตูรั้วแล้วเดินกลับเข้ามาพร้อมหนึ่งหญิงที่เดินเข้าด้วยรอยยิ้มสดใส ทุกสายตามองเป็ตาเดียวเมื่อพบคนมาเยือน
“สวัสดีค่ะ อยู่กันเยอะเลย” เยวอนก้มศีรษะทักทายทุกคนที่อยู่ในความงุนงงอึ้งค้างโดยเฉพาะรักจัง
“คุณเยวอนมาหาแกรักจัง” องศาเรียกสติรักจังกลับมา
“อะ อ้อ สวัสดีค่ะ” รักจังเกาหัวงงแต่ก็ตอบรับยิ้มแห้งเดินเข้าไปหาเยวอนที่ยิ้มกริ่มหยิบบัตรสตาฟยื่นให้รักจัง “คะ มันคือ…”
“บัตรสตาฟเข้าหลังงานได้ค่ะ เข้าไปหาริเวอร์หลังเวทีได้ ฉันขอทีมงานมาค่ะ ไปด้วยกันนะคะ”
“ว้ายยย ตายแล้ว หลังม่านได้ด้วยหรือจ๊ะ” ภัคเดินถือไมค์เข้ามากุมมือเยวอนพร้อมสายตาที่วิบวับ
“ค่ะ แบบกระทบไหล่พูดคุยกับริเวอร์เลย เป็การตอบแทนคุณรักจังที่ช่วยฉันไว้” เยวอนยิ้มหวานส่งให้ทุกคนก่อนหยุดลงที่รักจัง
“อย่างนั้นต้องรับไว้เลยลูกรัก ฟังแม่แล้วจะเจริญ สำหรับริเวอร์กระทบไหล่แบบนี้ไม่มีอีกแล้ว” ภัควาดมือเพ้อฝันก้มไปจับมือโชกุนลุกขึ้นมาเต้นรำตามจังหวะเพลงช้าจนรักจังต้องเอามือตบหน้าผากแบะปากแต่ก็รับบัตรมาเก็บใส่กระเป๋ากางเกง
“ขอบคุณมากค่ะ จริงๆ เค้กคราวก่อนก็พอแล้ว ไม่ได้เป็บุญคุณใหญ่โตอะไร” รักจังยิ้มรับมองหน้าเยวอนที่พยักหน้าก้าวเข้ามาจับมือรักจังจนองศาเลิกคิ้วมองตามท่าทีของเธอ
“งั้นวันนี้เราไปกินเค้กกันไหมคะ”
“วันนี้หรือคะ คือ…”
“ไปสิ อยู่ทำอะไร อยู่ไปก็ไม่ทำอะไร ฝากหนูพาลูกสาวตัวแสบของน้าคนสวยไปซื้อเสื้อแฟนคลับริเวอร์ด้วยนะจ๊ะ” ภัคละมือออกจากโชกุนหันมาจับแขนเยวอนที่ฉีกยิ้มรับอย่างง่ายดาย
“ได้เลยค่ะ งั้นเรามาด้วยวันงานคอนเลยนะคะ ริเวอร์จงเจริญ” เยวอนชูมือขึ้นยิ้มกว้างเรียกความฮึกเหิมกับภัคจนรักจังแทบหงายหลังทำหน้าบูดมองสบตาองศาที่ยกมือปิดปากกลั้นหัวเราะนั่งทำป้ายไฟกับโชกุนต่อ
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงหลังจอดรถเข้าร้านคอฟฟี่ที่เก่าที่โปรดของไอดอลสาวจนจะกลายเป็ที่โปรดของเ้าของบริษัทออแกไนซ์ไปอีกคน รักจังเดินตีคู่ไปกับเยวอนเข้าร้านสบตากับคนที่นั่งสวมแว่นตาจิบกาแฟทีละนิดอย่างสุขุมจนเสียงบล็อกวอนทักเขา
“สวัสดีค่ะผู้จัดการโฮ แวะมาเหมือนกันหรือคะ กาแฟที่นี่รสชาติดีไม่เหมือนที่อื่นเลยใช่ไหมคะ”
“สมเป็ไอดอลจริงนะ โปรโมทเก่งจริงๆ จุนแนะนำมาเลยลองดูแต่ก็สมราคาคุย ที่แท้เยวอนเป็คนแนะนำตัวจริงนี่เอง นั่งด้วยกันสิ” โฮนัมจายิ้มกริ่มผายมือเชิญทำให้เยวอนยิ้มชอบอกชอบใจเหล่มองรักจังที่กลืนไม่ได้คายไม่ออกหวนนึกถึงกางเกงในที่เข้าไปลักลอบเอามาด้วยแรงกายทั้งหมด
“จริงสิ ผู้จัดการนี่คุณรักจัง เพื่อนฉันค่ะ เราจะเข้าไปหาริเวอร์ด้วยกันเพราะว่าคุณรักจังเป็แฟนคลับตัวจริงเสียงจริงของริเวอร์” เยวอนบอกแทนเ้าตัวจนเ้าตัวยิ้มแห้งๆ ลดตัวนั่งลงไม่กล้าสบตาชายที่ดูเป็ผู้ใหญ่สุขุมตามตำแหน่งที่ได้รับ รอยยิ้มอบอุ่นส่งให้รักจังก่อนยื่นมือรอเธอจับตอบ
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวริเวอร์ ถ้าเป็เพื่อนเยวอนละก็ไม่มีอะไรน่าห่วง”
“ค่ะ ยินดีมากมายเลยค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” รักจังฉีกยิ้มจับมือตอบกลับเมื่อมั่นใจว่าเขาจำเธอไม่ได้
“ผู้จัดการจะเข้าไปที่ค่ายไหมคะ ฉันขอฝากคุกกี้ไปให้ริเวอร์ด้วยนะคะ ่นี้ต้องซ้อมหนัก”
“ไปด้วยกันเลยก็ได้ ไหนๆ ก็มีบัตรสตาฟแล้ว” โฮนัมจาขยับแว่นยิ้มกริ่มมองหน้าสองสาว ทุกครั้งที่เขายิ้มทำรักจังหน้าแห้งเหือดไปมากกว่าเดิม
“ไปไหมคะคุณรักจัง ไปด้วยกันนะคะ ไปให้กำลังใจริเวอร์” เยวอนจับมือรักจังด้วยรอยยิ้ม
“ค่ะ แหมเป็เกียรติมากเลยค่ะ ได้กระทบไหล่ริเวอร์ ตื่นเต้นตื้นตันไปหมดแล้วค่ะ ขอความกรุณาด้วยนะคะ” รักจังฉีกยิ้มกว้างบอกโฮนัมจาก่อนหันมายิ้มให้เยวอน
“เดี๋ยวฉันไปสั่งของโปรดของริเวอร์ให้เองค่ะ” เยวอนปรบมือดีใจพูดจบก็รีบลุกขึ้นไปจัดแจงจัดการทันทีโดยทิ้งรักจังนั่งเผชิญหน้ากับโฮนัมจาที่ยังคงจิบกาแฟด้วยความสุขุมแต่ก็เหลือบมองยิ้มกริ่มให้รักจังเพื่อให้เธอไม่เกร็งกับเขาแต่หารู้ไม่ว่านั่นไม่ใช่เกร็งต่อเขาแต่เป็เพราะกลัวโดนจับได้เสียมากกว่า
“คุณติดตามริเวอร์มานานหรือยังครับ” คำถามของเขาทำรักจังหันขวับกะพริบตาถี่ก่อนขมวดคิ้วหาคำตอบที่สวยหรู
“นานมากแล้วค่ะั้แ่ออกอัลบั้มแรกเลยค่ะ” รักจังแสร้งยิ้มกว้างพลางลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกไปหนึ่งคำถาม
“แล้วชอบใครเป็พิเศษหรือเปล่าครับหรือว่าเท่ากันทุกคน แต่ส่วนใหญ่ก็จะแบ่งความชอบกันไป แล้วคุณชอบคนไหนเป็พิเศษหรือเปล่า” คำถามแรกเพิ่งทำโล่งใจไม่นานคำถามสองส่งมาอย่างต่อเนื่องแต่คำถามนี้ไม่ทำให้รักจังลังเลในการตอบแต่อย่างใด
“เปาเปาค่ะ”
“แฟนคลับเทียนเปานี่เยอะจริงๆ”
“จริงๆ ฉันชอบหมดแหละค่ะ ผลงานริเวอร์ดีขนาดนี้ การวางตัวก็ดีน่าสนับสนุน” รักจังโกยคำตอบเอาใจอย่างกลั่นกรองได้สุดแเีระดับร้อยจนโฮนัมจาพยักหน้ายิ้มกริ่มพึงพอใจ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ และนี่ของคุณรักจัง” เยวอนเดินเข้ามาพร้อมชาไข่มุกวางไว้ตรงหน้าเธอเหมือนของตนเองที่วางไว้บนโต๊ะก่อนเดินไปหยิบมาการองมาวางไว้ตรงกลางอมยิ้มให้โฮนัมจากับรักจัง
“ลองทานมาการองดูนะคะ”
“สินค้าแนะนำ โปรโมทเก่งจริงนะ” โฮนัมจายิ้มรับเอื้อมมือหยิบมาการองเข้าปากทำให้รักจังต้องเอื้อมมือหยิบมาใส่ปากตัวเองดูบ้าง
“กรอบนอกนุ่มในหอมกรุ่นทั่วลิ้น” เยวอนฉีกยิ้มบรรยายจนรักจังเคลิ้มตามคว้าหยิบอีกชิ้นเข้าปากจนหยิบไม่หยุด
“อร่อยจริงๆ ค่ะ ขอกลับบ้านสักสี่ห้ากล่องได้ไหมคะ” รักจังพยักหน้ารับยกนิ้วโป้งยกยอให้
“ได้เลยค่ะ ยินดีให้บริการ” เยวอนก้มศีรษะรับด้วยรอยยิ้มสดใสรีบลุกขึ้นไปจัดการทันที โฮนัมจามองท่าทีของรักจังจนต้องเลื่อนจานไปใกล้เธอที่คว้าไม่หยุด รอยยิ้มที่มีความสุขในการกินของอร่อยทำให้ชายที่ตรงหน้าอดมองดูไม่ได้