เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่4 ตอนที่ 107 : เล็กมาก

            หยางเฉินสามารถปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจแต่นั่นก็ต่อเมื่อผู้อื่นปฏิบัติกับเขาดีด้วยเช่นกันขณะเดียวกันถังถังก็สังเกตเห็นปฏิกิริยาของหยางเฉินได้เธอจึงเผยรอยยิ้มขอโทษและกล่าวว่า

            "ลุงอย่าโกรธไปเลยนะคนนี้เป็นบอดี้การ์ดพ่อไว้ใจมากที่สุด เขาชื่อ ตู๋กูซุ้ย อาซุ้ยเป็นแบบนี้เสมอแหละลุง แต่เขาไม่ได้ตั้งใจหรอกนะคะ "

            "ไม่ได้ตั้งใจงั้นหรือ?"หยางเฉินหัวเราะในลำคอกล่าวว่า "ฉันถูกพามาที่นี่เพราะเธอร่ำร้องไม่หยุดแต่กลับโดนปฏิบัติเช่นนี้ ฉันเริ่มจะสงสัยแล้วว่าพ่อของเธอต้องอยากมีเรื่องกับฉันหรือเปล่า"

            ได้ยินดังนั้นถังถังก็หน้าซีดเผือดประสบการณ์ของเธอได้สอนให้เธอรู้ว่า แม้หยางเฉินจะเป็นคนอบอุ่นแต่ถ้าเขาโมโหเมื่อไร เขาจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น

            "ลุงไม่ต้องกังวลนะคะพ่อไม่ทำแบบนั้นหรอก เขาอยากขอบคุณลุงจริงๆ"

            "แต่สั่งให้ภูเขาน้ำแข็งเดินได้มากเรียกฉันไปอย่างนั้นเนี่ยนะพ่อเธอนี่แปลกคนจริงๆ" หยางเฉินยังคงขี้เกียจเคลื่อนที่อยู่เช่นเคย

            เมื่อตู๋กูซุ้ยเดินขึ้นไปข้างบนและเห็นหยางเฉินยังไม่ตามมาสีหน้าอดทนก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า มันหัวเราะในลำคอกล่าวว่า "ผมบอกให้คุณตามผมมาแต่คุณยืนบ่นอะไรอยู่?"

            "ฉันกำลังจะบอกว่า‘จงไปตามเจ้านายแกลงมา’ส่วนฉันจะรออยู่ที่นี่" หยางเฉินพูดพลางเดินไปนั่งบนโซฟาที่อยู่ใกล้

            เห็นดังนั้นบอดี้การ์ดทุกคนก็ปรากฏสีหน้าไม่พอใจทันทีมีเพียงถังถังที่มีสีหน้าวิตกกังวล แต่เธอก็ไม่รู้ว่าควรต้องทำอย่างไรเธออยากจะเตือนหยางเฉิน แต่ก็กลัวว่าหยางเฉินจะโมโหดังนั้นเธอจึงติดอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

            มุมปากของตู๋กูซุ้ยกระตุกเล็กน้อยพร้อมเผยรอยยิ้มชั่วร้าย เดินลงบันไดมาอีกครั้ง

            ถังถังไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปเธอก็กลัวว่าตู๋กุซุ้ยจะใช้กำลังบังคับหยางเฉิน เธอรู้ว่าเขาแข็งแกร่ง ดังนั้นจึงยืนอยู่หน้าหยางเฉินเพื่อปกป้องเขา

            "อาซุ้ยอย่าโกรธลุงเขาเลยนะคะ… เขาเป็นคนปากแข็งเล็กน้อยเขาไม่ได้ตั้งใจทำเช่นนี้..."

            ตู๋กูซุ้ยชำเลืองมองพลางกล่าวว่า "คุณหนูคนผู้นี้พูดถึงนายอย่างหยาบคาย คุณหนูยังจะปกป้องมันอีกหรือ?"

            ถังถังเผยรอยยิ้มที่น่าอึดอัดใจและขมขื่น "นี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรเลยค่ะลุงเขาแค่อารมณ์เสียนิดหน่อย"

            "แต่สำหรับผมใครที่กล้าพูดจาดูถูกนายท่าน มันผู้นั้นต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม"ตู๋กูซุ้ยพูดพลางใช้มือดึงถังถังให้ออกห่าง

            หยางเฉินมองเด็กเหลือขอถังถังในทางที่ดีขึ้นทันทีขณะที่ดูฉากนี้ดูเหมือนว่าเธอจะมองเขาเป็นเพื่อนสำหรับไอ้โง่ตู๋กูซุ้ยนั้นหยางเฉินไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด

            "เพียงเพราะนายช่วยคุณหนูเอาไว้นายก็คิดว่าได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากเลยงั้นสิ?คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่นักหรือไง?"ตู๋กูซุ้ยเดินไปหาหยางเฉิน

            หยางเฉินหลับตาและโบกมือไล่ตู๋กูซุ้ยให้ออกไป"ฉันไม่อยากพูดกับนายไปบอกนายท่านของนายให้มาลงคุยกับฉันซะ ไม่งั้นฉันจะกลับล่ะ"

            ได้ยินดังนั้นใบหน้าของตู๋กูซุ้ยก็เปลี่ยนเป็นดำคล้ำมันพยายามที่จะอดทนอย่างยิ่งยวด

            "ไม่มีใครในเมืองจงไห่กล้าพูดกับข้าแบบนี้ไหนแกลองพูดอีกครั้งซิ..."

            "ออกไปให้พ้นฉันไม่มีอะไรจะต้องพูดกับแก" ว่าจบหยางเฉินเพียงเหลือบมองตู๋กูซุ้ยเล็กน้อยเท่านั้น

            เส้นเลือดดำต่างปูดโปนขึ้นบนใบหน้าของตู๋กูซุ้ยพร้อมๆ กับที่เขาชูกำปั้นขึ้น กล้ามเนื้อทั้งหมดต่างพองโตออกมาเป็นมัดๆ

            "น่าเสียดายที่ข้าต้องบอกว่าแกจะได้นอนที่นี่แบบไม่สมประกอบ"

            แต่ก่อนที่ตู๋กูซุ้ยจะได้ทำอะไรเสียงทุ้ม และอ่อนโยนก็ดังขึ้น

            "อาซุ้ยอย่าทำเกินหน้าที่"

            เจ้าของเสียงผู้ที่เดินลงมาเป็นชายวัยกลางคนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกาง สวมแว่นตากรอบทอง เขามีท่าทางอ่อนโยนมีลักษณะของชนชั้นสูงที่ดูสุขุม

            ถังถังยืนอยู่ด้านข้างของชายคนนั้นและถอนหายใจอย่างโล่งอก

            สำหรับตู๋กูซุ้ยเมื่อชายคนนี้ปรากฏตัวมันก็กลับไปยืนอยู่ที่มุมหนึ่งและจ้องมองหยางเฉินเหมือนงูพิษจ้องจะทำร้ายเหยื่อได้ทุกเมื่อ

            "ผมต้องขอโทษด้วยนะครับถ้าอาซุ้ยทำให้คุณหยางกลัว เขามักจะอารมณ์ไม่ดีอยู่เสมอ"คนคนนั้นยิ้มกว้างยิ้มพลางกล่าวว่า "คุณหยางเชิญนั่งก่อนเถอะครับ"

            "ผมไม่ได้กลัวผมค่อนข้างรำคาญเขา นอกจากนี้ผมกำลังนั่งอยู่ ไม่ต้องให้ใครมาเชิญ"

            ชายวัยกลางคนตะลึงงันไปในทันทีเขาไม่คิดว่าหยางเฉินไม่รู้จักบุญคุณของเขานั่นทำให้เขาต้องหยุดชะงักคำพูดชั่วคราว ก่อนเผยใบหน้าอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มอีกครั้ง

            "คุณหยางคุณจำได้มั้ยครับ ผมเป็นพ่อของถังถัง"

            หยางเฉินไม่สามารถระงับอารมณ์โกรธของตนเองได้เขาเริ่มหัวเราะและพูดว่า

            "คุณหมายถึงอะไร?ฉันมาที่นี่เพราะลูกสาวของคุณขอร้องนี่คือการพบกันครั้งแรกของเรา เราจะจำกันได้อย่างไร?"

            "ผมแซ่ฟางชื่อว่าจงผิง ฟางจงผิงครับ" ฟางจงผิงไม่เชื่อว่าหยางเฉินไม่รู้จักเขา

            หยางเฉินยังคงไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด "ฟางจงผิง?คุณเป็นนักร้องหรือนักแสดงเหรอครับ?คุณเป็นคนดังใช่มั้ย?"

            อะแฮ่ม…

            ฟางจงผิงแกล้งไอเขาเชื่อว่าหยางเฉินแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเขา แต่จากประสบการณ์ที่ทำงานในวงการมาหลายปีจนทำให้เขามีเงินมากมายจนถึงทุกวันนี้ เขาจึงยิ้มอีกครั้งพร้อมกล่าวว่า

            "ผมทำงานให้รัฐบาลน่ะครับ"

            "รัฐบาล?"สีหน้าของหยางเฉินแสดงออกว่าเขาจำชายผู้นี้ได้

            ฟางจงผิงหัวเราะอยู่ในใจเป็นไปตามคาด หยางเฉินจำเขาได้ ดังนั้นเขาจึงแสดงสีหน้า 'ไม่ต้องวิตกไป'พร้อมกล่าวว่า

            "คุณหยางในที่คุณก็จำได้ถูกต้องแล้วครับ ผมเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลในเมืองจงไห่นี้ ฟางจงผิง"

            "ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณต้องพูดจาวกไปวนมาให้มันเป็นปริศนาด้วย?"หยางเฉินพยักหน้าและกล่าวต่อว่า "ในเวลาว่างผมมักจะคอยติดตามข่าวสารภายในบ้านเมืองอยู่บ่อยๆแต่คนที่ปรากฏในทีวีมักจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆแต่ผมกลับไม่เคยเห็นคุณในทีวีเลย แสดงว่าคุณต้องอยู่ในตำแหน่งล่างๆ สินะตอนแรกผมคิดว่าคุณเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสซะอีก ช่วยไม่ได้ล่ะนะต้องโทษที่ตำแหน่งของคุณมันเล็กเกินไป"

            ตำแหน่งเล็กเกินไป!?

            ได้ยินดังนั้นฟางจงผิงก็รู้สึกคล้ายกับเลือดร้อนๆ ภายในกายจะพุ่งออกมาจากหัวให้ได้เขายิ้มอย่างเชื่องช้าพลางกล่าวว่า

            "คุณหยางคุณชอบล้อเล่นอยู่เรื่อยเลยนะครับ ถึงแม้ผมฟางจงผิงจะไม่อาจเทียบได้กับท่านรัฐมนตรีเหล่านั้น แต่ถ้าภายในเมืองจงไห่นี้ผมก็เป็นถึงเลขานุการคณะกรรมการพรรคในเขตเทศบาลเมืองมานานกว่าสองปีและผมก็บังเอิญได้ตำแหน่งคณะกรรมการสูงสุดในวัยสี่สิบต้นๆไม่มีใครในประเทศนี้ที่จะโชคดีไปกว่าผม พูดถึงโชค ผมก็รู้สึกละอายใจคุณหยางต้องเคยเห็นผมมาบ้างแน่ๆ แต่บางทีผมก็ไม่ได้ออกสื่อมากนัก"

            หยางเฉินได้แต่คิดว่า'ทำไมฟางจงผิงต้องเข้าใจว่าทุกคนรู้จักเขาด้วยนะ'พวกนักการเมืองนี่มันมีแต่พวกทัศนคติแย่ๆ แบบนี้หรือยังไงกันหยางเฉินขี้เกียจเกินไปที่จะทะเลาะกับเขาด้วยเรื่องแค่นี้เขาจึงคลี่รอยยิ้มสุภาพออกมา พร้อมกล่าวว่า

            "ที่แท้คุณก็คือเลขานุการคณะกรรมการเทศบาลคนนั้นนี่เองผมรอคอยที่จะได้พบคุณมาตลอดเลยครับผม..."

            ฟางจงผิงรู้สึกดีขึ้นแต่ก็แอบหลั่งเหงื่อเย็น หมายความว่าไงที่บอกว่ารอคอยที่จะได้พบเขามาตลอดเมื่อกี้เอ็งยังบอกว่าไม่รู้จักข้าอยู่เลย!

            แต่ฟางจงผิงผู้มากประสบการณ์ก็ยังคงยิ้มแย้มกล่าวต่อว่า "วันนี้ผมเชิญคุณหยางมาที่นี่เพราะผมไม่มีทางเลือก ถ้าผมไปที่บ้านคุณหยาง เกรงว่าอาจมีคนพบเห็นได้ดังนั้นผมจึงอยากรบกวนให้คุณหยางมาที่นี่แทน"

            "มันจะเป็นเรื่องง่ายกว่านี้ถ้าคุณไม่เชิญผมมาตั้งแต่แรก"

            ในที่สุดฟางจงผิงก็เข้าใจในตัวตนของหยางเฉินคนนี้หยางเฉินไม่ได้สนใจอะไร เลขานุการคณะกรรมการเทศบาลเลยสักนิด

            "คุณหยางช่างเป็นคนที่ตลกจริงๆนะครับ ถังถังเป็นลูกสาวคนเดียวของผม ถ้าหากเกิดเรื่องร้ายแรงกับเธอล่ะก็ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร โชคดีที่คุณหยางช่วยเธอเอาไว้ที่จริงผมควรพูดขอบคุณสักคำสองคำ"

            หยางเฉินพบว่าคำเหล่านี้ขัดแย้งอย่างไม่น่าเชื่อเขาขมวดคิ้วกล่าวว่า"คุณหมายความว่ายังไง…ที่จริงควร? คนที่ผมช่วยไว้คือลูกสาวของคุณแท้ๆทั้งที่เธอไม่ใช่ลูกสาวของผมด้วยซ้ำ"

            ฟางจงผิงได้ว่าหากคนทั่วไปได้ยินคำพูดนี้ต่างต้องบอกว่า 'คุณฟางช่างพูดจานอบน้อมคุณฟางสุภาพเกินไป' แต่กับคนตรงหน้านั้นเขากลับไม่ได้พูดจาอย่างที่คนทั่วไปควรพูด

            ตู๋กูซุ้ยที่ยืนอยู่ตรงมุมก็ก้าวไปข้างหน้าพร้อมชี้ไปที่หยางเฉิน "อย่าเหิมเกริมให้มากนัก!"

            "อาซุ้ย!กลับไป" ฟางจงผิงเอ่ยสั่งอย่างโหดเหี้ยม

            ตู๋กูซุ้ยเค้นเสียงเย็นชาแต่ยังคงปฏิบัติตามคำสั่งและถอนตัวกลับไปที่มุมเดิม

            หยางเฉินเหลือบมองไปที่ฟางจงผิงถ้าชายคนพูดช้าไปแม้หนึ่งวินาที หยางเฉินคงได้ลุกไปตบหน้าตู๋กูซุ้ย

            ในตอนนี้รอยยิ้มของฟางจงผิงได้หายไปเขาก้มหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนกล่าวขึ้นว่า

            "คุณหยางคุณนี่ไม่ไว้หน้าผมเลยจริงๆ แต่ในเมื่อคุณช่วยลูกสาวผมไว้ ผมก็จะไม่ทะเลาะกับคุณ ผมแค่หวังว่าคุณจะไม่ทำอะไรเกินเลยไปนัก"

            "หึดูจากน้ำเสียงคุณแล้ว ดูเหมือนกับผมติดหนี้คุณอยู่เลย"หยางเฉินยิ้ม"คุณจะไม่ขอบคุณผมงั้นหรือ?ทำไมการช่วยยัยเด็กนั่นถึงกลายเป็นหน้าที่ ที่ผมจะต้องทำไปได้?"

            "เจ้าหนูบางครั้งแกก็ไม่ควรจะไปเล่นกับไฟ" ใบหน้าฟางจงผิงกลับกลายเป็นอัปลักษณ์เขาไม่สนใจบุญคุณอะไรอีกต่อไป ในเมื่อเขาเป็นถึงเลขานุการคณะกรรมการในขณะที่หยางเฉินเป็นแค่พนักงานประชาสัมพันธ์ในบริษัท

            หยางเฉินไม่สนใจเขาเพียงยักไหล่กล่าวว่า

            "ผมแค่พูดความจริงคุณจะเป็นเลขานุการคณะกรรมการเทศบาลหรือคนกวาดถนน มันก็ไม่ต่างกันสำหรับผมผมมาที่นี่ในวันนี้เพราะได้ยินว่าคุณต้องการจะขอบคุณและเพราะผมไม่สามารถปฏิเสธลูกสาวของคุณได้ผมไม่ได้ที่นี่เพื่อเจอกับการเสแสร้งของคุณ หากคุณต้องการจะพูดอะไร ก็พูดมันออกมาผมยังต้องการที่จะกลับบ้านเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน"

            ฟางจงผิงได้ยินดังนั้นก็ประกายตาเจิดจ้า

            "ในเมื่อถึงขั้นนี้ผมก็จะไม่เสียเวลาอีก คุณหยางผมมีข้อสงสัยบางอย่างเกี่ยวกับคุณ"

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023