ฤดีนั่งเปล่าเปลี่ยวอยู่ในห้องขังซึ่งแคบเท่าคอนโดห้องเล็กๆ แม้ดูสะอาดสะอ้าน แต่ก็ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ มีแค่เตียงให้นอนชักโครกให้ปลดทุกข์ และก็โต๊ะเก้าอี้ขนาดใหญ่ซึ่งมีหนังสือวางเรียงเป็ระเบียบอยู่สิบกว่าเล่มตามมุมห้องมีกล้องวงจรปิดซ่อนอยู่ ไม่แน่ใจว่ามีกี่อันเขายังเห็นเงาผู้คุมเมื่อมองจากช่องประตูห้องขัง ั้แ่ที่เขากระดูกหักเมื่อสามเดือนก่อนเขาก็ไม่ออกไปไหน วัน ๆ ได้แต่รอคอยอาหารมาเสิร์ฟถึงห้อง นี่อาจเป็วิธีเดียวที่จะกักตัวไม่ให้ไปก่อเื่จนโดนโทษนานขึ้นแถมถ้าทำตัวดีติดต่อกันหนึ่งปี อาจได้เลื่อนชั้นไปห้องขังเกรดดีขึ้น ชายวัยกลางคนหยิบหนังสือบนโต๊ะ ดูหน้าปกไปทีละเล่มไปจนหมดเขาอ่านพวกมันหมดแล้วใน่เวลาสองปีที่ผ่านมา เคยขอร้องให้เปลี่ยนหนังสือเล่มใหม่แต่เ้าหน้าที่ตอบแบบมักง่ายว่าไม่มีงบประมาณส่วนนี้ กิจวัตรในแต่ละวันจึงมีเพียงการพับมุมกระดาษเป็สามเหลี่ยมเล็กๆ หนึ่งหน้าต่อหนึ่งวันเพื่อช่วยในการนับวันเวลา
ขณะที่เขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาเตรียมพับรูปภาพสองรูปร่วงลงมา เป็ของชิ้นเล็ก ๆ ที่ฤดีขออนุญาตนำเข้ามาได้สำเร็จเมื่อไม่นานมานี้เขาตัดสินใจซ่อนมันไว้เพื่อระงับความรู้สึกของตนเอง เขาจ้องมองเด็กชายอายุแปดปีผมสั้นสีดำเรียบสนิท สวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้นลายซุเปอร์ฮีโร่ตัวโปรด เด็กชายยิ้มแสยะให้กล้องเหมือนถูกถ่ายโดยไม่เต็มใจส่วนภาพอีกใบเป็รูปครอบครัว สามีภรรยาและลูกชายอีก 2 คนยืนแนบชิดกันในชุดโปร่งสบายที่มีท้องทะเลเป็ฉากหลัง น้ำตาฤดีไหลออกมาโดยอัตโนมัติเขารู้ตัวดีว่าตนเป็คนเ้าระเบียบ เ้ากี้เ้าการอยู่บ้างแต่กล้าพูดเลยว่าทุกคนในครอบครัวเขารักกันมาก มีปากเสียงกันนับครั้งได้ภรรยารักเขาจนยอมย้ายจากต่างจังหวัดเข้ามาอยู่กับเขา
"ไอ้พวกสารเลวเอ๊ย" ฤดีสบถพลางต่อยกำแพง"ถึงพวกมึงตายไป ก็ยังไม่สาสมกับที่มึงทำกับลูกเมียกู"
ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นยังชัดเจนในความทรงจำเย็นวันหนึ่งเขาขับรถมาจอดที่ร้านมินิมาร์ทที่ชื่อ Eighty-two ใกล้บ้านภรรยาออกไปซื้อของตามลิสต์ที่เตรียมไว้ ลูกชายวัย 12 ปีซึ่งทำการบ้านเสร็จแล้วจึงได้รับอนุญาตให้ลงจากรถไปด้วยส่วนเขารอในรถเพราะเป็ที่จอดชั่วคราว พร้อมกับลูกชายคนเล็กวัย 8 ขวบซึ่งกำลังนั่งเล่นเกมเสริมทักษะในแท็บเล็ต เขาไม่รู้ว่าไอ้สารเลวสี่ตัวนั้นมันเข้าไปตอนไหนรู้แต่ว่าภรรยาใช้เวลานานกว่าปกติ ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้นตามมาด้วยเสียงไซเรนของรถตำรวจ พยานในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่าวัยรุ่นห้าคนขี่รถมอเตอร์ไซค์มาจอดพังประตูด้านหลังร้านเข้ามาพร้อมกับอาวุธปืนเถื่อนในมือเมื่อเห็นหนึ่งในนั้นยกปืนจ่อพนักงานตรงเคาน์เตอร์พยานรีบกดปุ่มที่แว่นตาอัจฉริยะเพื่อส่งข้อมูลบอกตำรวจโจรอีกคนถามหากล้องวงจรปิดแล้วไปทุบทิ้ง หลังจากที่พนักงานเปิดเซฟ ส่งเงินให้หนึ่งในโจรแล้วเสียงรถตำรวจก็ดังขึ้น ไม่กี่นาทีต่อมาตำรวจก็บุกเข้ามาทั้งด้านหน้าด้านหลัง จากนั้นเสียงปืนก็ดังสนั่นหวั่นไหวเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากจนจำรายละเอียดยาก สองฝ่ายปะทะกัน โจรฆ่าผู้เคราะห์ร้ายสองสามคนที่ตะเกียกตะกายหนีสิ่งที่ฤดีจำได้คือ เขาวิ่งออกไปนอกรถ บอกตำรวจที่อยู่ใกล้สุดว่าให้ช่วยดูลูกชายในรถก่อนพุ่งไปที่เกิดเหตุ ตำรวจคว้าเสื้อเขาไว้ไม่ทัน จังหวะนั้นเองเห็นภรรยาวิ่งจูงมือลูกออกมาทางหน้าต่างด้านข้างร้านตรงแน่วเข้ามาหาสามีสุดฝีเท้า โจรถือปืนอาก้าที่ตามออกมาทางหน้าต่างเล็งมาทางเหยื่อทั้งสองทั้งคู่ล้มลงต่อหน้าต่อตาฤดี ร่างของภรรยาและลูกมีเืซึมออกมาจากรูพรุนของะุจนเจิ่งนองเต็มพื้นฤดีร้องะโอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นก็สติแตกจนจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นอีกรู้แต่ว่าคนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรมหนึ่งคน ส่วนทรชนอีกสี่คนถูกจับกุมได้
เสียงออดดังขึ้น ก่อนจะมีเสียงเอไอผู้หญิงพูด "นักโทษหมายเลข 321ท่านพัศดีสัตยาจะมาพบในอีก 3 นาที"
ฤดีเอามือปาดน้ำตาแล้วสอดรูปภาพไปในหนังสือตามเดิม หยิบไปเรียงบนชั้นอย่างเป็ระเบียบ แล้วตรวจตราดูจุดอื่นๆ ในห้องก็พบว่าทุกอย่างดูเรียบร้อย ไม่มีอะไรต้องทำเพิ่มเติม เสียงกลอนประตูปลดล็อกก่อนค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ชายสูงวัยในชุดข้าราชการสีฟ้าหิ้วแฟ้มสีดำอันหนึ่งเดินข้ามาอย่างช้า ๆ บอดี้การ์ดสองคนกำลังจะเดินเข้ามาแต่พัศดียกมือเป็สัญญาณห้ามไว้
"ไม่ต้องหรอกแค่กดปุ่มเดียวก็หยุดเขาได้แล้ว" พัศดีหมายถึงกำไลข้อมือข้อเท้าที่ฤดีสวมอยู่เป็กุญแจมือรูปแบบใหม่ นอกจากจะมีสัญญาณ GPS ติดตามแล้วยังปล่อยกระแสไฟฟ้าให้กล้ามเนื้อหดเกร็งใช้งานไม่ได้ พอเขาก้าวเข้ามาแล้ว ประตูก็เลื่อนปิด
"ผมสงสัยเลยว่าท่านมีธุระอะไรที่สำคัญถึงขนาดที่ต้องมาเอง แถมยังต้องปกปิดเป็ความลับ"
"หัวแหลมใช้ได้ สมแล้วที่เป็หมอ"พัศดียิ้ม พลางค่อย ๆ หย่อนตัวลงบนเก้าอี้ตรงข้ามฤดีดูจากท่าทางแล้วรู้เลยว่าเขาน่าจะเป็โรคข้อเข่าเสื่อม
"ผมมีโปรเจคมาเสนอ" ชายสูงวัยเปิดเื่แล้วเลื่อนวางแฟ้มสีดำบนโต๊ะ จากนั้นก็ผลักให้ไถลมาหยุดตรงหน้านักโทษฤดีเปิดไปที่หน้าแรกของแฟ้มที่เขียนว่า KaloSkepsi Project พลางอยากรู้ว่าใครเป็คนตั้งชื่อแสนประหลาดนี้Kalos มาจากภาษากรีกแปลว่าดี ส่วน Skepsi แปลว่าความคิด
"ทำไมต้องเป็ผม" ฤดีถามเมื่ออ่านจบอย่างลวกๆ
"คุณเป็คนดีของสังคมคนหนึ่งที่แค่บังเอิญอยู่ผิดที่ผิดเวลา หลงผิดไปหน่อย ถ้าผ่านการบำบัดจิตและปรับทัศนคติบางอย่างก็จะกลายเป็คนที่ทำคุณประโยชน์ให้สังคมมาก พูดง่าย ๆคือเป็ดอกบัวปริ่มน้ำที่กำลังจะบานในวันถัดไป...ที่สำคัญท่านผู้นำเจาะจงเลือกคุณด้วยตนเอง”
ฤดีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปิดแฟ้มแล้วเลื่อนกลับไปให้พัศดี
"นี่มันไม่ต่างอะไรจากการล้างสมอง"
"ใช้คำรุนแรงไปนะ เรียกว่า ปรับทัศนคติให้เป็คนดีของสังคมต่างหาก"สีหน้าพัศดีดูไม่หวั่นวิตก
"คุณไปตามหาคนอื่นเถอะ"
ชายสูงวัยโต้ตอบด้วยรอยยิ้มมุมปาก "น่าเสียดายแย่เลยคุณคงต้องอยู่ในคุกไปตลอดชีวิต ผมกำลังคิดอยู่เลยว่าถ้าโครงการสำเร็จไปด้วยดีจะขอท่านนายกออกลดโทษให้คุณเป็กรณีพิเศษ"
"ที่ผมได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตมันยุติธรรมตรงไหน" ฤดีขึ้นเสียง "ทีไอ้ชั่วสามตัวที่ฆ่าลูกเมียผมยังได้อยู่ในคุกแค่คนละห้าปี มีอยู่คนหนึ่งได้ออกก่อนด้วยซ้ำ"
"ต้องให้ผมบอกคุณกี่ทีสามคนนั้นต่างพิสูจน์ตัวเองได้ว่าฆ่าคนโดยประมาท ไม่ใช่เจตนาแถมตอนที่ก่อเหตุยังอายุ 18-19 ปีกันอยู่เลย แต่ที่คุณวางแผนไปใช้ปืนยิงเขาทีละคนนี่ชัดเจนมากนะว่าเจตนา แถมตัวคุณเองที่ดันไปก่อเื่ชกต่อยบ่อยจนโทษเพิ่มจาก 50ปีกลายเป็ตลอดชีวิต"
"แต่ตอนที่เพิ่มโทษผมไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการพิจารณาคดีด้วยซ้ำ"น้ำเสียงฤดียังไม่แ่ลง หมัดเขากำแน่นกว่าเดิม
"คดีเล็กน้อยแค่นี้พยานหลักฐานก็ชัดเจน ไม่ต้องรบกวนเวลาท่านผู้พิพากษาหรอกแค่นี้คดีท่านก็เยอะพออยู่แล้ว อีกอย่างเราให้ทั้งสองฝ่ายเขียนเล่าเหตุการณ์และเหตุผลการกระทำมาทั้งหมดแล้วนี่"
"แต่ว่า..."ฤดีหยุดเมื่อเห็นพัศดีเดินลุกออกไป "คุณจะไปไหน"
"เถียงกับคุณไปคงเสียเวลาเปล่ายังไงคุณก็ไม่ฟังผมอยู่แล้ว แต่ก็อย่างน้อยผมก็ได้เอาของที่มีคนฝากมาให้คุณ"
ชายกลางคนโยนรูปภาพอันหนึ่งลงบนโต๊ะฤดีหยิบขึ้นมาดูก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา
"ผมขอคิดดูก่อนได้ไหม"เขาะโบอกพัศดี
"คุณมีเวลาถึงพรุ่งนี้เช้านะ"ชายสูงวัยเดินออกไป ประตูปิดตามหลัง
ฤดีกลับมามองภาพนั้นอีกครั้งเป็ภาพของลูกชายคนเล็กของเขาในชุดนักเรียนเก่า ๆ ยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขาพลิกดูข้อความด้านหลัง
สวัสดีครับพ่อ ผมสบายดีไม่ต้องแปลกใจว่าผมเอากล้องมาจากไหน เพราะภาพนี้ผมขอให้ครูเขาถ่ายให้ตอนนี้ผมย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนประจำแล้วนะครับ ไม่ต้องห่วง ผมดูแลตัวเองได้หลังเลิกเรียนผมลองไปฝึกงานร้านมินิมาร์ทดู ก็ไม่ยากนะครับถ้าตายายรู้ว่าผมได้เงินมาคงขอเงินไปเล่นพนันอีกแน่ ไม่รู้ว่าอนาคตโตมาจะเป็อะไรจะได้เป็หมอเหมือนที่ผมเคยบอกพ่อไว้รึเปล่า ยังไงก็รักษาตัวด้วยนะครับผมไหว้พระสวดมนต์ทุกวันภาวนาให้พ่อได้ลดโทษ ได้ออกจากคุกมากอดผมสักครั้ง อีกหนึ่งเดือนก็จะครบรอบครึ่งปีที่เข้าเยี่ยมได้แล้ว ผมดีใจสุด ๆ เลยละ...แล้วเจอกันนะครับ
ฤดีมองรูปภาพลูกก่อนจะปล่อยโฮออกมา