บทที่ 1 ย้อนเวลา
เช้าวันทำงานหลายชีวิตต่างต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ไม่ต่างจากคนบนเตียงที่พยายามฝืนร่างกาย ไม่ใช่เพื่อความอยู่รอดแต่เพื่อ ‘เอาชีวิตรอด’
‘พริ้มพราว’ คุณหนูประจำตระกูลสิริปภาพัศผู้แสนโง่งม มีนิสัยเอาแต่ใจ หนักไม่เอาเบาไม่สู้ ปากร้าย แถมยังใช้เงินเหมือนเป็เพียงแค่เศษกระดาษไร้ค่า
ทว่าสิ่งเ่าั้กลับเป็เพียงอดีต ในตอนนี้หญิงสาวไร้ซึ่งทุกสิ่ง แม้กระทั่งร่างกายของตัวเองก็ไม่สามารถควบคุมได้ ถึงจะยังคงลืมตาและใช้สมองคิดไตร่ตรองได้ทว่ากลับทำได้เพียงแค่นั้น ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะช่วยชีวิตตัวเองจากคนที่กำลังจะทำร้ายเธอ
ไม่นานเสียงก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ก่อนจะเผยให้เห็นร่างของคนทั้งสาม ซึ่งมีสถานะเป็แม่เลี้ยง ลูกติดแม่เลี้ยง และคู่หมั้นของเธอ พริ้มพราวมองคนเ่าั้ด้วยความเคียดแค้นระคนเกลียด อยากจะพุ่งตัวเข้าไปทำร้ายจอมลวงโลกพวกนั้น
“อะไรกัน ทำไมเธอถึงมองพวกเราแบบนั้นล่ะพริ้มพราว คนในครอบครัวอุตส่าห์มาเยี่ยมแท้ๆ” เชอเอมกล่าวด้วยความสะใจ ยื่นมือมาลูบศีรษะก่อนจะกระชากผมอีกฝ่ายอย่างแรงจนตัวปลิว “ไม่เอาสิ อย่ามองพี่สาวด้วยสายตาแบบนั้น”
“อือ อือ!” พริ้มพราวพยายามใช้แรงฝืน
“ดูความพยายามของน้องสิคะแม่ คงอยากจะพูดกับพวกเราเต็มแก่”
“แกพอได้แล้ว พวกเรายังต้องใช้ประโยชน์นังเด็กคนนี้อยู่” ดาหวันเอ่ยห้ามปราม ก่อนจะหยิบแผ่นกระดาษออกมา
เจษหรือคู่หมั้นของพริ้มพราวรีบกล่าวเสริมทันที “โถ่ น้องพราว อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ พี่รู้ว่าตอนนี้น้องทรมานแต่อดทนอีกนิดเดียว เดี๋ยวก็ไปสบายแล้ว”
หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงไม่สามารถตอบโต้อะไรได้ ทำได้เพียงจ้องเขม็งอยู่แบบนั้น
เมื่อหลายปีก่อนพ่อของพริ้มพราวได้พบกับดาหวัน และต่อมาอีกฝ่ายได้กลายมาเป็แม่เลี้ยงของเธอ คอยดูแลทุกอย่างภายในบ้าน ก่อนที่จะพาลูกสาวตัวดีอย่างเชอเอมเข้ามาอยู่ด้วยเช่นกัน ทั้งสี่คนใช้ชีวิตด้วยกันแบบนั้น จนกระทั่งเธอได้พบกับเจษ ทั้งสองคนตกลงคบหาดูใจกันและกลายมาเป็คู่หมั้นกันในที่สุด ทว่าไม่นานพ่อของเธอก็เสียชีวิตจากอาการป่วย ทำให้ภาระหน้าที่ทุกอย่างตกมาอยู่ที่หญิงสาวทั้งหมด
เธอที่เป็เพียงลูกคุณหนูใช้ชีวิตสุขสบายมาตลอด จะสามารถดูแลกิจการทุกอย่างในครอบครัวได้อย่างไร จึงได้ให้ทั้งสามคนนั้นเข้ามาช่วยเหลือ แต่กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ถูกทั้งสามคนนั้นหลอกลวงเข้าเสียแล้ว
ทั้งบริษัท บ้าน ทรัพย์สินเงินทอง ทุกอย่างถูกคนเ่าั้ฮุบไปจนหมด และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ถูกแม่เลี้ยงผลักตกบันไดจนทำให้เป็อัมพาต ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
เชอเอมปล่อยมือจากผมของพริ้มพราว ก่อนจะเดินไปกอดเจษอย่างออกหน้าออกตา “เห็นแก่ที่เธอจะมีชีวิตได้อีกไม่นาน ฉันจะเฉลยทุกอย่างให้ฟังก็แล้วกัน ดีไหมคะเจษ”
“ได้สิครับ อย่างน้อยก็ช่วยให้น้องพราวได้หายข้องใจ”
ดาหวันที่เตรียมเอกสารเสร็จเรียบร้อยเดินมาสมทบ เห็นคนบนเตียงไม่มีท่าทีหวาดกลัวก็นึกโกรธ “ที่แกกับพ่อแกต้องเป็แบบนี้ก็เพราะว่าความโง่ทั้งนั้น เขาก็ถือว่าเป็คนดีอยู่หรอกนะ แต่ดันโง่ที่เลี้ยงแกมาแบบตามใจจนทำอะไรเองไม่เป็สักอย่าง ไม่แปลกหรอกที่จะโดนพวกฉันหลอก”
พริ้มพราวได้แต่เงียบ ได้แต่นึกในใจว่าทั้งที่พ่อของเธอดูแลคนพวกนี้อย่างดีแท้ๆ แต่อีกฝ่ายกลับไม่สำนึกบุญคุณ
“หรือต่อให้แกไม่โดนพวกฉันหลอก ในอนาคตคนโง่แบบแกก็คงจะโดนหลอกอยู่ดี ถือซะว่าทำเพื่อครอบครัวก็แล้วกัน อย่างน้อยสมบัติทั้งหมดก็ยังคงในตระกูลต่อไป”
ดาหวันแสยะยิ้ม ยื่นมือมาเกลี่ยใบหน้าสวยของพริ้มพราว ในใจรู้สึกอิจฉาที่เด็กคนนี้เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง เพียบพร้อมเสียจนเธอนึกอยากจะทำลาย
“ถ้าเธอไม่บังเอิญมารู้ความลับเข้า ฉันก็คงจะปล่อยให้แกมีชีวิตกว่านี้นานอีกหน่อย”
“อื้อ!” พริ้มพราวใช้แรงเฮือกสุดท้ายพยายามดิ้นรน แต่กลับทำให้ทั้งสามคนนั้นหัวเราะเยาะแทน
“ดูสิคะเจษ คู่หมั้นของคุณตลกจริงๆ”
“เชอเอมต่างหากที่เป็คู่หมั้นของผม ผู้หญิงพิการแบบนั้นจะมาเป็คู่หมั้นของผมได้อย่างไร” เจษเอ่ยเอาใจไม่หยุด
เชอเอมได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งมีความสุขเข้าไปอีก เพราะในอดีตต้องคอยรองรับอารมณ์ของพริ้มพราวหลายต่อหลายครั้ง ต้องปั้นหน้ายิ้มเป็พี่สาวที่แสนดีคอยให้นังเด็กเหลือขอคนนี้กดขี่อยู่เรื่อยไป
“ไม่ต้องทำหน้าตาอิจฉาแบบนั้นหรอกพริ้มพราว คู่หมั้นของน้องสาวทั้งที พี่สาวคนนี้ขอรับไปดูแลต่อก็แล้วกัน ไม่ใช่สิ...อันที่จริงเจษรู้จักกับฉันมาก่อนเธอเสียอีก”
เชอเอมเริ่มร่ายยาว เฉลยเื่ราวในอดีตที่เธอ แม่ และชายคนนี้ร่วมมือกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา
“ฉันตั้งใจให้เจษเข้าหาเธอ ทำให้เธอหลงรัก ปล่อยให้เขาปอกลอกเงินจากเธอเรื่อยมา จนถึงวันที่เขาเข้ามาในบ้านได้ ส่วนแม่ของฉันก็จะคอยเป่าหูพ่อของเธอตลอด ไม่คิดบ้างเหรอว่าั้แ่ที่พวกเราเข้ามาในบ้าน เธอกับพ่อก็ทะเลาะกันบ่อยขึ้น”
“จะรู้ได้อย่างไร ก็นังเด็กนี่มันโง่” ดาหวันพูดแทรก
“ส่วนฉันก็คอยจัดการกับเธอเรื่อยมา จนคนทั้งบริษัทเขาเกลียดเธอกันหมด เห็นเธอเป็แค่เด็กเหลือขอที่มีพี่สาวคอยช่วยเหลือ”
“แล้วเื่ที่พ่อแกตายก็เป็เพราะฝีมือของฉันทั้งนั้น”
ทันทีที่พริ้มพราวได้ยินเื่ของพ่อก็กัดฟันแน่ ดวงตาแดงก่ำ นึกย้อนไปด้วยความเสียใจ ในวันที่พ่อจากไปเธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะล่ำลาเขาด้วยซ้ำ
“อะไรกัน แกพึ่งจะมาเสียใจตอนนี้งั้นเหรอ ทั้งที่ตอนที่เขามีชีวิตแกไม่คิดจะสนใจเลยด้วยซ้ำ เอาแต่เที่ยวเตร่ไปเรื่อย งานการไม่ทำ ตอนนี้พึ่งจะมานึกเสียใจเนี่ยนะ”
“เป็แบบนั้นก็ดีแล้วนี่แม่ ถ้านังพริ้มพราวไม่เชื่อฟังพวกเราแบบนั้น พวกเราจะมาถึงจุดนี้ได้เหรอ”
“เชอเอมพูดถูกต้องเลย ที่แผนของเราสำเร็จง่ายแบบนี้ก็เพราะว่าน้องพราวดันเป็คนสวยแต่โง่ โง่จนคนรอบข้างรังเกียจไปหมดแล้วเนี่ย”
“เธอสมควรโดนแล้วล่ะพริ้มพราว แต่ไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะ เดี๋ยวฉันจะกรวดน้ำไปให้”
“อันที่จริงพวกเราเคยคิดจะทำลายชื่อเสียงแกมาั้แ่่ที่แกพึ่งเรียนจบด้วยซ้ำ จำได้ไหมว่าตอนนั้นพ่อของแกจัดงานหมั้นขึ้นมา แต่แกที่เป็เ้าของงานดันไม่โผล่มาด้วยซ้ำ”
พริ้มพราวนึกย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน เธอจำเื่ราววันนั้นได้เป็อย่างดี แต่กลับไม่สามารถบอกใครได้
“ก็ตอนนั้นแกดันไปดื่มเหล้าที่ฉันเตรียมเอาไว้ให้เสียก่อน ฉันตั้งใจวางยาแกพร้อมกับจัดฉากให้ว่าแกกำลังมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นอยู่ แต่วันนั้นแกดันไม่โผล่มาที่ห้องด้วยซ้ำ รู้ไหมว่าฉันต้องหมดเงินไปมากขนาดไหน!”
ดาหวันนึกย้อนไปถึงวันนั้นด้วยความโมโห เธอต้องลงทุนหลายบาทเพื่อเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะ แต่แผนการกลับล้มเหลวไม่เป็ท่า
“วันนั้นเชอเอมก็สงสัยมาตลอดเหมือนกันว่านังพริ้มพราวหายตัวไปไหนกันแน่”
“ฉันอุตส่าห์หวังจะให้คนทั้งงานมาเจอแกนอนกับผู้ชายคนอื่นอยู่แท้ๆ อยากจะทำให้พ่อผิดหวังในตัวลูกสาว ให้แกต้องรู้สึกอับอาย แต่แกก็ดันไม่อยู่ในห้อง” หากว่าวันนั้นแผนสำเร็จขึ้นมา ดาหวันคงได้บริษัทของครอบครัวนี้ได้ง่ายมากขึ้น “แต่ก็ไม่เป็ไรหรอก เพราะตอนนี้ฉันก็ได้ทุกอย่างที่้ามาแล้ว เหลือก็แต่ชีวิตของแกเท่านั้นที่ฉันยังไม่ได้”
พริ้มพราวรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอย่างไร เธอพยายามฝืนร่างกายแต่สิ่งที่ปรากฏเหมือนกับปลาที่พยายามดีดดิ้นอยู่บนพื้นด้วยความหายใจเฮือกสุดท้าย
“งั้นพวกเราก็มาจัดการเื่นี้ให้จบดีกว่า ดีไหมครับน้องพราว”
เจษหยิบเอกสารในมือดาหวัน ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาคนบนเตียง จับมือเธอพิมพ์ลายนิ้วมือใส่กระดาษแผ่นนั้น แม้จะไม่รู้ว่าข้อความด้านในคืออะไร แต่พริ้มพราวมั่นใจว่าคงต้องเป็เื่การยกสมบัติให้กับทางสามคนนี้อย่างแน่นอน
นิ้วมือเรียวยาวถูกกดลงบนแผ่นกระดาษซ้ำๆ จนมั่นใจ แม้เธอจะขัดขืนแต่ก็สู้ไม่ได้เลยสักนิด ทำได้เพียงมองดูคนเ่าั้ ขณะที่เชอเอมจะเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น ในมือถือเข็มฉีดยาแล้วบรรจงฉีดยานั้นลงไปในถุงน้ำเกลือ
“ที่พ่อแกตายก็เพราะยานี้นี่แหละ” เธอกล่าว
ในเวลาเพียงไม่นานพริ้มพราวรู้สึกได้ถึงอาการผิดปกติในร่างกาย ความรู้สึกทรมานถาโถมเข้ามาไม่หยุด เสี้ยววิก่อนที่จะสิ้นลมหายใจ ดวงตากลมโตพลันเห็นคนทั้งสามยิ้มอย่างมีความสุข แววตาเต็มไปด้วยความสะใจราวกับว่ารอคอยเวลานี้มานานแสนนาน
เป็เธอเองที่โง่งม ปล่อยให้เธอตายเพราะฝีมือของคนเหล่านี้ ทำให้ชีวิตตัวเองตกต่ำ อีกทั้งยังไม่คิดเอะใจกับคำพูดและพฤติกรรมของคนทั้งสาม ใน่ชีวิตสุดท้ายจึงอยากจะขอโอกาสอีกครั้ง กลับไปแก้ไขความผิดพลาดทั้งหมด
หากว่า์มีจริง...ได้โปรดให้โอกาสเธออีกสักครั้ง