หลังจากที่หยุนเฟยทิ้งจดหมายไว้ภายในตำหนักของมันแล้วมันจึงมิรอช้ารีบมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ของเมืองทันที.....และสถานที่ที่มันจะไปนั่นคือ“ป่าบดบังดารา!!” ที่เป็เหมือนสถานที่ของผู้ฝึกตนอย่างแท้จริง!....เพราะในป่านี้เมื่อตกกลางคืนนั้นต้นไม้ใหญ่ๆหลายพันต้นจะปิดปกคลุมดางดาราบนท้องฟ้าให้เหลือไว้แค่ความมืดสลัวตามชื่อของป่าแห่งนี้.......และสิ่งที่ตามมานั้นคือการคงอยู่ของสัตว์อสูรกว่าหลายร้อยสายพันธุ์!!....ทำให้เหล่าผู้ฝึกยุทธ์นั้นตัดสินใจที่จะเสี่ยงตายในสถานที่แห่งนี้เพื่อก้าวข้ามระดับออกไปให้ไกลกว่าเดิม...ที่หยุนเฟยตัดสินใจจะมาที่ป่าแห่งนี้ก็มีเหตุผลเช่นเดียวกันแต่ที่มัน้าจริงก็คือการฝึกวิชาเกร็ดัผู้พิทักษ์ของมันให้บรรลุจุดสูงสุดให้ได้ภายในเวลาไม่ถึงเดือน!!....
“การจะสำเร็จถึงจุดสูงสุดของวิชาเกร็ดัผู้พิทักษ์นั้นข้าจักต้องผ่านการสู้รบและขัดเกลาการใช้วิชานี้ในสถานที่ที่อันตรายเพื่อให้ร่างกายข้าคุ้นชินกับมันขึ้นมา!!....”
หลังจากนั้นหยุนเฟยก็พลันเดินเข้าไปหาทหารยามเฝ้าประตูทางออกไปสู่ป่าทันที!!.....ตามที่มันคาดเหล่าทหารยามต่างพากันขัดขวางมิให้หยุนเฟยเข้าไปได้!!......แต่มันก็คิดการไว้นานแล้วการแก้ปัญหาเื่นี้ง่ายนิดเดียวแค่มันโยนถุงเงินออกไปให้ทหารยามเฝ้าประตู....เหล่าทหารยามก็พลันปิดปากเงียบและปล่อยให้มันเดินออกไปสู่ป่าบดบังดาราในทันที....
เมื่อมันย่างกรายเข้ามาในป่ามันก็พลันทำหน้าฉงนขึ้นมา
“ช่างสมชื่อยิ่งนักต้นม้พวกนี้สูงใหญ่กว่าตัวข้าหลายสิบเท่า!...ทำให้พวกมันบดบังดวงดารายามค่ำคืนจนมิดชิด!...ข้างในนั้นมืดเสียยิ่งกว่ามืดซะอีก!!.....”
ความมืดภายในป่าบดบังดารานั้นทำให้หยุนเฟยพลันตะลึงไปไม่น้อยแต่มันก็มิได้เกิดอาการเกรงกลังแต่อย่างใด...ตัวมันในตอนนี้กลับยิ่งกะปรี้กะเปร่าขึ้นมากว่าเดิมมากนัก!....เพียงเพราะแค่พลังปราณในนี้ก็เทียบเท่ากับตำหนักลมปราณไปเสียแล้ว!!หากมันได้ทำการต่อสู้ดิ้นรนเอาชีวิตในนี้ไม่แน้ว่าระดับการพัฒนาของมันอาจจะเพิ่มอีกมาก็เป็ได้!!.....มันมิรอช้ารีบรุดเข้าไปภายในป่ามากกว่าหลายลี้!!....ทันใดนั้นตัวมันก็สำผัสได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรงพวยพุ่งออกมาจากรอบๆต้นไม้
“ออกมา!!”
หยุนเฟยสำผัสได้ว่าจิตสังหารที่พวยพุ่งออกมานั้นมิใช่สัตว์อสูรแต่กลับเป็พวกมนุษย์โสมมที่รอคอยดักจับเหยื่ออย่างใจจดใจจ่อ...เมื่อพวกมันเห็นหยุนเฟยเข้ามาในป่าพวกมันก็พลันเปลี่ยนสีหน้าเป็กระหายเืออกมาทันที!!…เพราะความมืดในป่าบดบังดาราทำให้พวกมันมองไม่เห็นใบหน้าของหนุ่มรุ่นเยาว์ผู้นี้...แต่ว่าอาภรณ์ที่พวกมันเห็นกับวงแหวนที่สวมอยู่บนนิ้วมือข้างซ้ายชายหนุ่มเยาว์วัยผู้นั้นกลับทำให้สายตาพวกมันดีขึ้นมาทันตา......
“เหอะๆรู้ตัวแล้วหรอกหรือเ้าหนุ่มน้อย!!?.....ดี!งั้นก็ไม่ต้องรีรออะไรอีกแล้วพวกเราโจมตี!!....”
หลังจากเ้าตัวโสมมที่เหมือนหัวหน้าของกลุ่มที่แสนโสมมนี้กล่าวจบก็พลันมีชายฉกรรจ์กว่าหลายสิบคนเดินออกมาจากหลังต้นไม้.....และพวกมันทุกคนต่างก็มีระดับสูงกว่าระดับก่อกำเนิดขั้น8 ทุกคน!!.....และยังมีตัวหนึ่งที่อยู่ในระดับก่อตั้งขั้น5 ซึ่งเป็หัวหน้ากลุ่มนี้อย่างมิต้องสงสัย!!....เมื่อพวกมันออกมาจนหมดหยุนเฟยก็อดแสยะยิ้มออกมามิได้!!....
......เหอะ!!เ้าพวกขยะชั้นต่ำคิดจะมาปล้นใครมิปล้นกลับมาปล้นข้าผู้นี้พวกเ้ามิอยากมีชีวิตอยู่อีกหรอกหรือ?ดี!!หากพวกเ้าอยากตายนักข้าก็จักสงเคราะห์ให้!!.....แต่ก่อนที่หยุนเฟยจะทำการสังหารหมู่มันก็พลันนึกถึงจุดประสงค์ของมันออกมาได้!!....มันจึงมิรีบร้อนอีกต่อไป....เหอะ!!รอข้าเล่นกับพวกเ้าอีกสักเล็กน้อยก่อนก็แล้วกัน!!....คิดซะว่าเป็การต่อชีวิตให้พวกเ้า......
“พวกเ้าคิดจะทำอะไร?....ยะ....อย่าเข้ามานะ!!”
ด้วยทักษะการแสดงระดับมหาซียนของหยุนเฟย!!...ทำให้เหล่ากองโจรที่เห็นท่าทีของหยุนเฟยพลันหลงกลขึ้นมาทันที.....พวกมันตอนนี้พลันแสยะยิ้มเหี้ยมออกมาอยากอดมิได้!!....
“เหอะ!!เ้าหนูฝีมือเ้ายังอ่อนด้อยนักแต่กลับเข้ามาในป่าแห่งนี้เ้าจงรับชะตาของเ้าไปเสียเถิด!!.....”
ลูกสมุนในกลุ่มโจรสบถออกมาพลางวิ่งตรงหน้ามาทางหยุนเฟยอย่างรีบรุด......แต่ก่อนที่มันจะได้แตะต้องตัวของหยุนเฟยตัวมันก็พลันกระอักเืพร้อมถูกดีดตัวออกไปติดเข้ากับต้นไม้ข้างหลังของมันเสียแล้ว!!......ฉากนี้ทำให้ทั้งกลุ่มโจรตะลึงขึ้นมาทันที!!.....ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราณกำเนิดขั้น 9 กลับโดนเ้าหนุ่มรุ่นเยาว์โจมตีอย่างรวดเร็วเพียงครั้งเดียวก็สลบเหมือดไปเสียแล้ว!!.......หัวหน้ากลุ่มโจรเห็นท่าจะไม่ดีมันจึงคำรามลั่นออกมา...
“พวกเราบุกพร้อมกัน!!.....อย่าให้มีช่องว่าง!!”
กล่าวจบกลุ่มโจรทั้งหมดกว่าหกสิบกว่าชีวิตก็ทำการปิดล้อมหยุนเฟยและกรูกันเข้าไปโจมตีทันที!!....
หยุนเฟยเมื่อเห็นการแสดงอันยิ่งใหญ่ของตัวเองได้ผลจึงอดหัวเราะออกมามิได้!!....ก่อนมันจะแสยะยิ้มเหี้ยมออกมา!...
“โจมตี!!....”
เกร้ง!...เพล้ง!....ฟิ้ว!.....ฟึบ!
เสียงอาวุธยุทโธปกรณ์ดังสนั่นหวั่นไหวออกไปทั่วป่าในระยะร้อยเมตรทำให้ผลคนที่ไม่เกี่ยวข้องโดยรอบพลันตื่นใออกมาทันที!!........ต้องเป็การสู้รบแบบใดกันถึงจะทำให้มันครื้นคะนองได้ถึงเพียงนี้!?....คงจะเป็าระหว่างสำนักกระมัง?....
หลายคนที่อยู่รอบๆพลันคิดออกไปต่างๆนาๆแต่พวกมันหารู้ไม่ว่ากองโจรกว่าหกสิบกว่าชีวิตกลับกรูกันเข้ามารุมโจมตีหนุ่มรุ่นเยาว์เพียงผู้เดียว!!....
ครั้นผ่านไปราวๆสามสิบนาทีหยุนเฟยก็พลันรู้สึกว่าวิชาของมันเพิ่มขึ้นมาจนมิอาจเพิ่มขึ้นได้อีกแล้วมันจึงทำการแสยะยิ้มออกมา!!......ก่อนจะกล่าวเสียงเย็นเยียบออกมา..
“เหอะ!!....ข้าเล่นมามากพอแล้วพวกเ้าตาย!!...”
กล่าวจบหยุนเฟยก็พลันแตะไปที่แหวนมิติแล้วนำทวนคู่ของมันออกมา!!.....โดยมิรอให้เหล่ากลุ่มกองโจรใ...มันง้างทวนทั้งสองฟาดฟันออกไปครั้งหนึ่งอย่างรวดเร็ว!!!......
ฟึบ!!!!!!!...........
เสียงที่เกิดจากการฟาดฟันทวนหนักคู่นี้ไปทีนึงดังกึก้องไปทั่งทั้งป่าในระยะร้อยเมตร!!....ผู้คนโดยรอบที่ได้ยินต่างก็ทำสีหน้าหวาดผวาออกมา!!....พวกมันที่กำลังจะเข้าไปดูว่ามีผู้ใดกำลังสู้รบกันกลับโดนแรงลมของทวนกระแทกจนตัวสั่นขึ้นมา!!ก่อนพวกมันจะใรีบรุดเดินหน้าหนีออกไปทันที...
ตุบตุบตุบ......ตุบ!!
เมื่อหยุนเฟยฟาดฟันทวนออกไปคราหนึ่งก็พลันมีเสียงของสิ่งของบางอย่างร่วงหล่นลงสู่พื้นดินอย่างน่าผวา!!.....ปรากฏว่าสิ่งที่หล่นลงไปนั้นมิใช่อื่นใดนอกจากหัวของมนุษย์ทั้งสิบรอบๆตัวหยุนเฟยพลันหลุดออกจากบ่าอย่างมิได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย!!แม้แต่เ้าของหัวก็มิได้แสดงสีหน้าของอาการเ็ปแม้แต่น้อยใบหน้าของมันมีเพียงสีหน้าที่แสดงถึงอาการงุนงงอย่างหาใดเปรียบ!!
....พวกมันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหัวของมันถูกฟาดฟันจนหลุดออกจากบ่าออกไปตอนไหน....เพียงแค่เกิดเสียงดังตุบพร้อมเืสีแดงสดสาดกระจายออกมาทั่วบริเวณใบหน้าของทั้งกองโจรก็พลันบิดเบี้ยวออกมาทันที!!!พวกมันมองไปหาหยุนเฟย
อย่างแตกตื่น!!....
“ปะ.....ปะ......ปีศาจ!!...เ้านั่นมันเป็ปีศาจ!!!!!!!”
หัวหน้ากลุ่มกองโจรสบถออกมาอย่างช่วยมิได้!!หยุนเฟยที่ได้คร่าชีวิตไปกว่าสิบชีวิตกลับทำสีหน้าเฉยเมยราวกับมันแค่กำลังเชือดหมูอย่างไรอย่างนั้น!!....สีหน้าของลูกสมุนกองโจรพลันซีดเซียวออกมา....พวกมันมิรอช้าอีกต่อไปใครจะโง่ยืนอยู่ตรงนี้กันเล่า?.......
เหล่าโจรกว่าหลายสิบชีวิตวิ่งหนีอย่างแตกตื่นออกไปคนละทางอย่างไม่คิดชีวิต....ฉากนี้ทำให้หยุนเฟยอดถอนหายใจออกมามิได้!!....ตัวมันผู้ที่เคยคร่าชีวิตผู้คนไปกว่าหลายล้านชีวิตก็พลันแสดงสีหน้าเฉยชาออกมาก่อนจะทำการสังหารหมู่ทันที!!!....
อ๊าก!!!เอื้อ!!!!อ๊า!!!!!......
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังกึกก้องไปทั่วป่าทำเอาผู้คนขวัญหนีดีฝ่อไปทั่ว!!.....ทุกย่างก้าวของหยุนเฟยนั้นจักต้องมีผู้คนตกตายอย่างน้อยหนึ่งคน!!
ผ่านไปไม่นานเสียงร้องโหยหวนราวกับหมู่ที่กำลังโดนเชือดก็พลันจางหายไปเหลือเพียงกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งไปทั่วป่า!!..........
“เหอะ!!.....”
หลังจากที่หยุนเฟยที่ทำการโหมโรงสังหารหมู่จบภายในไม่กี่นาทีก็พลันเดินออกกองซากศพแล้วทำการเดินเข้าไปในป่าให้ลึกกว่าเดิมโดยมิมองกลับมาแม้แต่น้อย!!
To be continue………………………….