บทที่ 20
สมาคมระดมทุนเพื่อนักศึกษายากจน
พระะโกำแพง 20 ชุด!
นี่กำลังคิดอะไรของเขาอยู่น่ะ? 1 ชุดก็พันกว่าหยวนแล้ว นี่สั่งตั้ง 20 ชุด รวมๆแล้วมันไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นหยวนแล้วนะ!
ทุกๆคนต่างใด้วยจำนวนที่มากมายขนาดนั้น และอู๋ตี้เป็คนแรกที่สั่งระดับนี้
สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะกลายเป็เื่เล่าในตำนานให้เล่าขานสืบไปอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม อู๋ตี้ไม่ได้สนใจอะไรซักเท่าไหร่ หลังจากที่เขาสั่งไปแล้ว ประมาณครึ่งชั่วโมง พระะโกำแพงทั้ง 20 ชุดก็ถูกจัดเตรียมเสร็จแล้ว
ระหว่างที่รอนั้น มีหญิงสาวมากมายผู้ที่มากินข้ามที่นี่ส่งสายตาเล้าโลมอู๋ตี้มาจากที่ของตน และมีบางส่วนเข้ามาหาเขาเพื่อขอแลกวีแชทกัน
มองไปยังสาวสวยเหล่านี้ ผิวที่ขาวนวลและขาที่ยาวสวยของพวกเธอนั้น อู๋ตี้ปฏิเสธไปทั้งหมด และเหตุผลนั้นก็ยังเป็เพราะเขานั้นเป็พวกล้าหลังมากๆ เขาไม่มีวีแชท เพราะงั้นก็ไม่ต้องพูดถึง QQ Chat เลย
มันค่อนข้างน่าประหลาดใจมากๆ หญิงสาวเหล่านี้นั้นครั้งหนึ่งก็เคยใช้คำพูดราวๆนี้เพื่อปฏิเสธการให้วีแชทหรือไม่ก็ QQ แก่พวกขี้แพ้ที่เข้ามาขอเธอ
แต่พวกเธอไม่คาดคิดเลยว่าวันหนึ่งพวกเธอจะโดนปฏิเสธจากคนอื่นด้วยวิธีนี้ด้วยเหมือนกัน
จริงๆแล้วความคิดของอู๋ตี้นั้นค่อนข้างจะเรียบง่าย ผู้หญิงสาวๆที่เข้ามาคุยเหล่านี้นั้นก็ไม่ได้ต่างอะไรกับซูหลี่เหยา ก็แค่หิวเงินเฉยๆ
ถ้าเกิดว่าวันนี้เขากินขนมปังนึ่งอยู่ที่ชั้น 1 มีเหรอที่สาวๆที่ซึ่งงดงามราวกับเทพธิดาเช่นนี้จะเข้ามาคุยกับเขาด้วยตัวเอง?
ั้แ่ที่ซูหลี่เหยาทำร้ายจิตใจเขาไว้ อู๋ตี้ก็ผิดหวังกับผู้หญิงประเภทนี้ไปเรียบร้อยแล้ว
มีเพียงหญิงสาวที่เรียบง่ายและจิตใจดีแบบเอ้อซีซีเท่านั้นที่สามารถขับเคลื่อนอู๋ตี้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น หญิงสาวสองคนที่ดูถูกเขาก่อนหน้าอย่างปิงปิงและหลิงหลิงเองก็เข้ามาหาอู๋ตี้และขอวีแชทด้วยใบหน้าที่เขินอายด้วย
แต่ก็ไม่ต้องเดาเลย อู๋ตี้ปฏิเสธ
ทั้งสองออกไปด้วยความโมโห ใบหน้าของพวกเธอนั้นแดงก่ำ แถมอู๋ตี้ยังได้ยินด้วยว่าพวกเธอนั้นยังคงคุยกันเื่ความน่าอับอายครั้งนี้ขณะเดินออกไปด้วย
“ฉันบอกเธอแล้วไงว่ามันไม่ได้ผลหรอก! เธอคิดยังไงน่ะถึงให้ไปขอวีแชทกับเขาหลังจากที่เราทำกับเขาแบบนั้นไป?” ปิงปิงกัดฟันกรอด
“ก-ก็แค่อยากลองก่อน ตอนแรกน่ะฉันคิดว่าที่เขาปฏิเสธผู้หญิงทุกคนก็เพราะสนใจพวกเราคนใดคนหนึ่งซะอีก” หลิงหลิง พูด
“ยัยตัวดี เลิกพูดเื่นี้! ฉันไม่เคยอับอายขายขี้หน้าขนาดนี้มาก่อนเลย” ปิงปิงพูด
“ไม่เป็ไรน่า ไม่เห็นเป็ไรเลย เธอไม่คิดเหรอว่าคนอื่นๆก็โดนปฏิเสธเหมือนกัน บางทีพวกเราอาจจะมีโอกาสอีกทีในอนาคตก็ได้นะ” หลิงหลิงปลอบใจ
….
อู๋ตี้แสยะยิ้มอยู่ภายในใจ ความคิดของทั้งสองคนนี้มันช่างวิเศษจริงๆ นี่เป็การต่อสู้ที่แท้จริง ระหว่างคนที่ใช้สมอง กับคนแบบซูหลี่เหยา ถ้าหากทั้งสามคนนี้ได้เจอกันล่ะก็ บางทีคนพวกนี้เองอาจจะต้องรู้สึกเสียใจที่ได้เจอกันก็ได้
ด้วยสองมือที่ถือแพ็คพระะโกำแพงไว้พะรุงพะรัง อู๋ตี้นั้นออกจากโรงอาหารชั้น 2 ท่ามกลางสายตาของเหล่าผู้ที่ซูฮกใจของเขา
อีกฟากหนึ่ง อู๋ตี้ที่ซึ่งกำลังลงบันไดและตรงไปยังหอประชุมเล็กๆที่ซึ่งงานประกาศยอดบริจาคจะเริ่มตอนบ่าย 2 วันนี้
การที่ต้องรอสินค้า 20 กล่องนั้นมันใช้เวลานานใช่ย่อย มันเลยทำให้กว่าเขาจะมาถึง ก็ผ่านไปครึ่งหนึ่งแล้ว
มันจะดีกว่าถ้ารีบเข้าไปเร็วๆ ไม่งั้นแล้วของพวกนี้ได้กลายเป็เป้าสายตาแน่ๆ และมันจะดียิ่งขึ้นด้วยถ้าทำตัวไม่เด่น
ถึงแม้ว่าหอประชุมนี้จะเล็กก็จริง แต่ด้วยเก้าอี้ที่ไล่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆนั้นก็ทำให้ภายในนั้น มีที่นั่งเพียงพอสำหรับคนหลายพันคนเลยล่ะ
ตรงด้านหน้าสุดนั้นมีเวทีอยู่ และในตอนนี้ป้ายเหนือเวทีนั้นก็บอกไว้ว่า “งานบริจาคทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กยากไร้ครั้งที่ 11”
ดูเหมือนว่าจะมีนักเรียนบางส่วนที่ยุ่งอยู่บนเวทีนั้นด้วย และพวกเขาไม่มีที่ให้นั่ง
อู๋ตี้เลือกที่จะนั่งตรงกลางด้านหลัง และหลังจากที่นั่งไปแล้ว เขาก็วางกล่องของพระะโกำแพงลงไปใต้ที่นั่งด้วย โดยเขาวางแผนไว้ว่าจะให้เหล่านักศึกษาผู้ยากจนเหล่านี้หลังจากที่งานบริจาคจบลง
พระะโกำแพงนั้นอยู่ในกล่องเก็บความร้อนอย่างดี เพราะงั้นไม่ต้องกังวลเลยว่ามันจะหายร้อนไปเสียก่อน และถ้าหากคิดตามคำพูดของเ้าของร้าน มันจะยังคงอยู่ในสภาพอุ่นๆไปได้แม้จะผ่านไปหนึ่งวัน
เมื่อเวลาใกล้ถึงบ่าย 2 ผู้คนก็เริ่มเข้ามา
ผู้คนมากมายเข้ามาอยู่ในที่แห่งนี้ และเพียง 5 นาทีก่อนที่สมาคมระดมทุนแห่งนี้จะเริ่มงาน ภายในหอประชุมเล็กนี้ก็เต็มไปด้วยผู้คนเสียแล้ว
โชคดีที่อู๋ตี้นั้นเลือกที่นั่งตรงกลางด้านหลัง เพราะงั้นรอบๆตัวเขาจึงมีคนมานั่งไม่มากเท่าไหร่
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้คนส่วนใหญ่ที่มาที่นี่ต่างก็ล้วนบริจาคเงินกันทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกลูกคนรวยที่อยากเอาค่าเงินมาข่มกัน ดังนั้นคนพวกนี้จะให้ความสำคัญกับที่นั่งด้านหน้าๆก่อน
และแล้ว งานประกาศยอดบริจาคก็เริ่มต้นขึ้น
อาจารย์คนหนึ่งก้าวขาเดินขึ้นมาบนแท่น ก่อนจะเอ่ยปากพูดด้วยรอยยิ้ม “ยินดีต้อนรับทุกท่าน เข้าสู่งานประกาศยอดบริจาคสำหรับเด็กยากจนครั้งที่ 11 และในวันนี้ เราก็มีตัวแทนจากนักศึกษาที่ยากจนมากล่าวความรู้สึกที่มีต่อความรักและความเสียสละของพวกท่านทั้งหลายด้วย!”
ทันใดนั้นเอง ทั่วทุกแห่งในหอประชุมก็เกิดเสียงปรบมือขึ้นราวกับสายฟ้าฟาด
“ในครั้งนี้ จำนวนผู้บริจาคของเราก็มีมากกว่า 500 คนแล้ว นอกจากนั้นก็ยังมีข่าวดีเื่อื่นอีกอย่าง ในปีนี้ สมาคมระดมทุนอย่างพวกเรานั้น บันทึกยอดบริจาคได้มากกว่า 200,000 หยวนเลยทีเดียวเชียว! นี่ถือเป็ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ที่พวกเราไม่อาจสามารถละทิ้งได้ยามเมื่อเห็นคนกำลังตกทุกข์ได้ยากอย่างแท้จริง ดังนั้นแล้ว ในฐานะ 1 ในตัวแทนของเหล่านักศึกษาผู้ยากไร้ในวันนี้อย่างผมเอง คงต้องขอขอบคุณทุกๆท่านอีกครั้ง”
เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง
“แน่นอนว่า การสนับสนุนจากทุกๆท่าน เป็สิ่งที่ขาดไม่ได้ พวกคุณถือเป็ผู้ส่งมอบความรัก และเป็ผู้อุทิศตนอย่างสูงสุด ดังนั้นแล้ว ทางมหาวิทยาลัยจึงตัดสินใจจะมองใบรับรองแห่งเกียรติยศ ให้กับเหล่านักศึกษาผู้ใดก็ตามที่บริจาคมากกว่า 1,000 หยวน!”
ครั้งนี้นั้นเสียงปรบมือดังสนั่นราวกับทุกๆคนคำรามเป็เสียงปรบมือเลย
ยิ่งไปกว่านั้น เหล่านักศึกษาที่นั่งอยู่ด้านหน้า ในตอนนี้สีหน้าของพวกเขาดูภาคภูมิใจสุดๆเลย ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าคนพวกนั้นน่ะคือคนที่บริจาคมากกว่า 1,000 หยวนแน่ๆ
“และสำหรับการรับบริจาคในรอบนี้ เรามีนักศึกษาถึง 32 คนที่มียอดบริจาคสูงกว่า 1,000 หยวน! และ---”
ขณะที่พูดถึงเื่นี้ อาจารย์ที่เป็พิธีกรก็ใช้น้ำเสียงเน้นย้ำสลับกับหยุดเป็่ๆให้เกิดการสงสัย
อย่างไรก็ตาม การกระทำนี้ของเขานั้นค่อนข้างจะได้ผลเลย เพราะในตอนนี้ทุกๆคนนั้นจดจ่ออยู่ที่สิ่งที่เขาจะพูดออกมาแบบ 200% แล้ว อยากจะรู้ว่าเขาจะพูดอะไรต่อจากนี้บ้าง
“นอกจากนี้ยังมีนักศึกษา 3 คนที่บริจาคเงินมากกว่า 10,000 หยวนอีกด้วย! ขอเสียงปรบมืออย่างอบอุ่นให้กับความรักอันเหลือล้นของพวกเขาด้วยครับ!”
ทันใดนั้นเสียงปรบมือราวกับะเิลงก็โหมกระหน่ำขึ้นมา
มันใช้เวลาพักหนึ่งเลยก่อนเสียงปรบมือจะค่อยๆเบาลงแต่กลับแทนที่ด้วยเสียงของผู้คนภายในพูดคุยกันเอง
“ว้าว! มีคนที่บริจาคมากกว่าหมื่นหยวนด้วยเหรอ? พวกนี้มันเศรษฐีจริงๆ!”
“ใช่แล้ว แถมยังตั้ง 3 คนด้วย แต่ก็นะ ทั้งๆที่ในมหาลัยแห่งนี้ก็มีพวกลูกคนรวยตั้งเยอะตั้งแยะแท้ๆ”
“แล้วว่าแต่นายน่ะบริจาคไปเท่าไหร่กัน?”
“ลืมๆไปเหอะน่า อย่าไปพูดถึงมัน แค่ 50 หยวนก็กล้ำกลืนสุดๆแล้ว”
“น่าๆ ไม่เป็ไร จะเท่าไหร่ก็ช่าง มันสำคัญที่การกระทำต่างหาก ยังไงซะนายกับพวกเศรษฐีทั้ง 3 คนนั้นก็ทำดีเหมือนกัน ถึงมันจะต่างกัน 5000 เท่าก็ตาม ฮ่าๆๆๆ”
“นี่แก! มีหน้ามาหัวเราะฉันอีกเหรอ! หน็อยแน่!”
เ้าของเสียงพูดคุยราวๆนี้นั้นส่วนใหญ่เป็เด็กผู้ชาย
“ว้าว! คนพวกนี้ดูใจดีจัง ถ้าเป็ฉันนะคงไม่กล้าที่จะบริจาคกว่า 10,000 หยวนให้กับคนที่ไม่เคยรู้จักหรอกนะ อยากรู้จังว่าคนพวกนี้เป็ใคร คงต้องหล่อแน่ๆ”
“หืม นั่นคงไม่ใช่ประเด็นหรอกมั้ง ไอ้หล่อไม่หล่อเนี่ย เธอเองก็รู้ใช่ไหมว่าพวกนี้น่ะเป็เศรษฐีอย่างแน่นอน แล้วแค่เป็เศรษฐีน่ะ ก็เพียงพอที่จะทำให้เราพอใจได้แล้วปะ? ฮ่าๆๆๆ”
“นี่ อย่าพูดตรงๆสิยะ! เดี๋ยวคนอื่นก็รู้กันหมดว่าฉันหวังอะไร! แต่ก็นะ พวกคนรวยพวกนี้นี่ใจดีกันจังเลย อ๋าาา ฉันหวังว่าพวกเขาจะไม่รังเกียจฉันและมอบความรักแบบนี้ให้ฉันบ้างนะ”
“ฮ่าๆๆ มอบความรักของเธอนี่ใช่ไปนอนคุยกันเื่ชีวิตในโรงแรมแบบวันไนท์สแตนด์* ปะ?”
*วันไนท์สแตนด์ = ความสัมพันธ์แบบ 1 คืน อยู่ในข้อตกลงของแต่ละคนว่าจะทำอะไรกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็เื่บนเตียง ถือเป็ 1 ในความสัมพันธ์แบบชั่วคราว
และสาวๆนั้นก็จะคุยกันราวๆนี้
“ตอนนี้ ขอเชิญเหล่านักศึกษาทั้ง 32 คนผู้ที่บริจาคมากกว่า 1,000 หยวนขึ้นมาบนเวทีและรับเกียรติบัตรด้วยครับ เริ่มจาก หยวนเฟย , เกาหยู...”
อาจารย์เริ่มไล่อ่านรายการที่ยาวเหยียด บางคนก็เริ่มลุกจากที่นั่งตนเองและเดินขึ้นไปบนเวทีท่ามกลางเสียงชื่นชมและยอมรับของคนรอบข้าง
อู๋ตี้ที่มองทุกๆอย่างอยู่ด้านหลังเริ่มจะขมวดคิ้วมากขึ้นเรื่อยๆ นี่มันอะไรกันน่ะ? นี่ยังเป็งานระดมทุนเพื่อเด็กยากไร้อยู่หรือเปล่า?
แทนที่จะรีบๆมอบเงินบริจาคให้เหล่านักศึกษายากไร้ไป แต่ดันเอาเวลามาเชิดชูเกียรติคนพวกนี้ซะได้
ยิ่งได้ดูก็ยิ่งโกรธ ถ้าเกิดเขาไม่ได้้าจะรอจนถึงงานจบเพื่อจะได้มอบพระะโกำแพงพวกนี้ให้นักศึกษาที่ยากจนล่ะก็ เขาคงจะลุกออกไปแล้ว
เหล่านักศึกษาเริ่มพากันขึ้นไปบนเวทีและรับรางวัลของตนเอง สีหน้าของคนเ่าั้ดูเย่อหยิ่งและภูมิใจในตัวเองเหลือเกิน เห็นได้ชัดเจนเลยว่าการบริจาคเงินนั้นไม่ได้แสดงออกถึงความรักเลย มันเหมือนกับพวกเขาจ่ายเงินเพื่อซื้อเกียรติยศมากกว่า
สาวๆหลายคนยืนขึ้นและโบกมือไปทางเวที ดูเหมือนว่าพวกเธอนั้นจะเป็แฟนของหนุ่มๆบางคนบนเวทีด้วยสินะ
พวกเธอนั้นกลัวว่าคนอื่นๆจะไม่รู้ว่าหนุ่มบนเวทีเป็ของเธอ เพราะงั้นจึงโบกไม้โบกมือซ้ำๆราวกับตัวเองเป็คนบริจาคเองซะงั้น
และท่ามกลางพวกเธอเหล่านี้ อู๋ตี้เองก็เห็น 2 ร่างที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตาด้วย ใช่แล้ว พวกเธอคือปิงปิงและหลิงหลิงนั่นเอง