ไฮด์ ทอง และเอลด้าโกที่ตอนนี้กำลังมุ่งหน้ามาทางป่าซึ่งพวกผู้ใหญ่บ้านเข้ามาสำรวจในตอนกลางวันได้มองเห็นป่าแล้ว และในขณะเดียวกันนั้นเองเสียงโทรจิตก็ดังขึ้นซึ่งไม่ใช่ใครอื่นหากแต่เป็ลุงจันทร์ที่คอยติดต่อสื่อสารมาเรื่อย ๆ
“ไฮด์ ทอง ถึงป่ากันยังนี่ก็มืดแล้วถ้าเห็นว่าไม่ปลอดภัยก็ถอยออกมาก่อน” ลุงจันทร์พูดขึ้นด้วยความเป็ห่วง
‘ตอนนี้เริ่มมองเห็นป่าแล้วลุง’ ทองตอบผ่านกระแสจิต
“ตอนนี้มืดมากแล้ว สัตว์ร้ายในป่าก็เริ่มออกหากินลุงว่าอย่าพึ่งเข้าไปในป่าตอนนี้ก่อนดีกว่า รอพวกผู้ใหญ่ที่ทางเข้าป่าแทน” ลุงจันทร์เสนอความคิดเห็น
‘ครับ’ ไฮด์ตอบก่อน จะได้ยินเสียงะเิดังขึ้น ไอด์และทองมองหน้ากัน ก่อนจะบอกลุงจันทร์ว่าจะตามเสียงะเิไป
“เดี่ยว อย่าเข้าไป มันอันตรายเกินไป” ลุงจันทร์พูด แต่กลับไม่มีเสียงตอบกลับมาแต่อย่างใดลุงจันทร์ได้แต่เรียกไฮด์ และทองซ้ำ ๆ แต่ก็มีแต่ความเงียบเท่านั้นที่ตอบกลับมา
“รู้สึกว่าลุงจันทร์จะตัดการสื่อสารออกไปกะทันหันนะเมื่อกี้แกกำลังจะพูดอะไรซักอย่าง แล้วก็เงียบไป” ทองพูดขึ้น
“ถ้าลุงจันทร์ไม่ได้เป็คนตัดการสื่อสารด้วยตัวเองก็คงมีเหตุผลอื่นที่ทำให้การสื่อสารผ่านกระแสจิตถูกตัดออกไป” ไฮด์เสนอความคิดเห็นขึ้นมาแล้วทั้งสองก็เงียบใส่กัน ก่อนจะเร่งให้เอลด้าโกเร่งฝีเท้าควบไปยังตรงที่มีเสียงะเิซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในป่า
พวกไฮด์วิ่งมาตามเสียงะเิที่ตอนนี้เงียบไปแล้ว แต่ก็ยังเห็นแสงของไฟที่กำลังไหม้อยู่ทำให้สามารถตามไปต่อได้ ทั้งสองควบเอลด้าโกเต็มกำลังแต่เพราะป่าที่หนาทึบทำให้เอลด้าโกเร่งฝีเท้าได้ไม่เต็มที่ ทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้นไปอีกก่อนทั้งสามชีวิตจะทะลุออกมายังตรงที่ไฟไหม้แต่ภาพที่ทั้งสองคนเห็นกลับทำให้หัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ปลายนิ้วเย็นเฉียบมันเป็ภาพเศษเนื้อชิ้นเล็ก ชิ้นน้อยอีกทั้งมีโครงกระดูกที่มีเนื้อและรอยเืติดอยู่ แล้วยังมีกองเืที่เลอะไปทั่ว
“อ๊าก ผู้ใหญ่” ทองที่สติหลุดะโขึ้นมาเมื่อเห็นเสื้อผ้าที่ทองจำได้ว่าผู้ใหญ่ใส่ก่อนจะออกไปสำรวจ
ไฮด์เมื่อเห็นทองเริ่มะโจึงรีบเอามือไปปิดปากทองไว้
“อย่าะโนะพี่ทองเผื่อตัวอะไรที่ทำร้ายผู้ใหญ่บ้านยังอยู่แถวนี้” ไฮด์ กระซิบบอกทอง แต่ทองในตอนนี้ที่สติหลุดลอยไปยังคงร้องไห้ไม่หยุด พร้อมทั้งพยายามะโเรียกผู้ใหญ่บ้านไฮด์ทำได้แค่เพียงเอามือปิดปากทองไว้ไม่ให้ส่งเสียง ซักพัก ทองที่ค่อย ๆเริ่มควบคุมสติตัวเองได้ก็รีบวิ่งไปเก็บเศษชิ้นส่วนผ้าของผู้ใหญ่ขึ้นมาแล้วกระโจนกลับขึ้นมาบนหลังของเอลด้าโกก่อนจะบอกให้ไฮด์รีบหนีไปทันทีไฮด์ก็ไม่รอช้าจึงเร่งเอลด้าโกให้ควบออกจากป่าไปให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ในตอนนี้
ณ หมู่บ้านทุ่งในตอนนี้การมาของเหล่าอาจารย์จากโรงเรียนมอเทรีย และหน่วยปกป้องพิเศษของเมืองเทร่าได้เดินทางมาถึง ทำให้ชาวบ้านได้กลับไปพักผ่อนในบ้านโดยมีเหล่าหน่วยปกป้องพิเศษมาช่วยยืนเฝ้ายามให้แทนทำให้ชาวบ้านสามารถพักผ่อนได้อุ่นใจมากขึ้น
“ผู้ใหญ่บ้านอยู่ไหมครับ” อาจารย์ใหญ่ที่ตอนนี้อยู่กับหัวหน้าหน่วยปกป้องพิเศษได้มายืนอยู่ที่หน้าบ้านผู้ใหญ่บ้านเอ่ยถามภรรยาของเขาที่เดินออกมารับพวกเขา
“ไม่อยู่ค่ะตอนนี้สามีฉันออกไปสำรวจในป่ากับทหารเวทย์มนตร์อยู่ค่ะ” ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านกล่าวด้วยเสียงสั่น ๆ
“เป็อะไรไหมครับคุณนาย” อาจารย์ใหญ่เอ่ยถาม เมื่อเห็นสีหน้าภรรยาของผู้ใหญ่บ้านไม่สู้ดี
“คือ ป่าที่ผู้ใหญ่บ้านไปสำรวจเป็ป่าเดียวกับที่พวกนายพรานหมู่บ้านเคยถูกกอร์สทำร้ายเมื่อวันก่อนค่ะ” ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านกล่าวทั้งน้ำตา
‘ขอนายทหารสิบนาย ที่สามารถใช้เวทย์ลมได้ไปรวมตัวที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน’ เมื่อหัวหน้าหน่วยปกป้องพิเศษได้ยินภรรยาของผู้ใหญ่บอกมาอย่างนั้นจึงได้ใช้โทรจิตระยะสั้นส่งข้อความบอกเหล่าทหารที่เดินทางมากับตนด้วยก่อนจะบอกให้อาจารย์ใหญ่คอยช่วยเหลือดูแลเื่ต่าง ๆ ภายในหมู่บ้านในระหว่างที่ตนไม่อยู่
ในตอนนี้หน้าทางเข้าหมู่บ้านเต็มไปด้วยหน่วยปกป้องพิเศษ และอาจารย์จากโรงเรียนมอเทรียโดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงแบ่งหน้าที่กัน โดยกลุ่มอาจารย์จะคอยดูแลความสงบในหมู่บ้านและหน่วยปกป้องพิเศษจะแบ่งกำลังส่วนหนึ่งไปตามหาพวกผู้ใหญ่บ้าน และอีกส่วนหนึ่งคอยเฝ้ายามที่หมู่บ้าน
“ลุงไปเข้าบ้านได้แล้ว จะออกมาทำไม มันอันตราย”ทหารนายหนึ่งะโขึ้นเมื่อมีลุงคนหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมทั้งเดินเข้าไปห้ามไม่ให้ลุงเดินเข้ามาได้ทำให้ทุกคนหันไปมองเหตุการณ์ตรงหน้ากัน
“ไม่ได้มีแต่ผ็ใหญ่บ้านที่เข้าไปในป่า” ลุงจันทร์ที่ถูกห้ามกำลังจะถูกลากตัวออกไปะโขึ้น ทำให้ทหารที่กำลังหามลุงจันทร์ไปเกิดชะงักขึ้นมาก่อนได้รับคำสั่งให้หยุดการกระทำตรงหน้าก่อนแล้วหัวหน้าหน่วยปกป้องพิเศษและอาจารย์จากโรงเรียนมอเทรียต่างก็พากันเดินมาแล้วสอบถามลุงจันทร์จนได้ความ
“ฉันจะไปด้วยค่ะ” อาจารย์เอิร์นกล่าวขึ้นมา
“ไม่ได้ พวกคุณต้องอยู่ที่นี้” หัวหน้าหน่วยปกป้องพิเศษที่ชื่อว่าแบรนดิชตอบ
“เด็กคนนั้น เป็ลูกศิษย์ของฉันฉันต้องคอยดูแลเขาให้ถึงที่สุดค่ะ” อาจารย์เอิร์นกล่าว
“ไม่ได้ที่นั้นอันตรายเกินไปไม่ใช่แค่กอร์สแต่ยังมีสัตว์ร้ายในป่าที่กำลังออกหากินที่กำลังเพ่นพ่านอยู่ในตอนนี้ด้วย”แบรนดิชให้เหตุผล
“ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ” อาจารย์เอิร์นยังคงยืนกรานว่าจะไปให้ได้
“งั้นให้เธอไปด้วยนะแบรนดิชยังไงเด็กคนนั้นก็ยังอยู่ในความดูแลของโรงเรียนเราอยู่จะปล่อยให้เกิดเื่อันตรายกับเด็กคนนั้นไม่ได้” อาจารย์ใหญ่เข้ามาเสริม
“อาจารย์ใหญ่ เื่นี้มันเกี่ยวกับความปลอดภัยของทุกคนนะครับผมต้องรับผิดชอบชีวิตทุกคนที่ไปกับผมด้วยนะครับ” แบรนดิชยังคงคัดค้านอย่างสุดกำลัง
“งั้นให้ฉันไปแค่คนเดียวมันคงไม่เกินกำลังดูแลคุณหรอกนะแบรนดิชอาจารย์ท่านอื่นก็จะได้ช่วยดูแลหมู่บ้านต่อไปด้วย” อาจารย์เอิร์นกล่าว
“แต่” แบรนดิชกำลังจะอ้าปากเถียง
“ในขณะที่พวกคุณกำลังเถียงกันพวกที่ไปสำรวจในป่าอาจจะเจออันตรายอะไรบ้างจะมีใครไปช่วยทันไหมถ้ายังทะเลาะกันแบบนี้” ลุงจันทร์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเื่ไม่จบลงง่ายๆ ก่อนทั้งสองฝ่ายตกลงจะให้อาจารย์เอิร์นไปด้วยกันอีกคนหนึ่ง แล้วพากันออกเดินทางมุ่งตรงไปยังป่าที่ไกลออกไปจากหมู่บ้านท่ามกลางความมืดมิดในยามค่ำคืน เพราะในตอนนี้ลมได้พัดเมฆมาปกคลุมบดบังแสงจันทร์แล้วทำให้ทุกอย่างยิ่งมืดลงไปอีก