กลางดึก ท้องฟ้าคำรามคำรนไม่หยุด
เสียงหม้อชามรามไหถูกปัดตกโครมครามดังมาจากบ้านฮุ่ยเหม่ยที่อยู่ติดกัน อาฉาอายุมากแล้ว คนแก่มักหลับไม่ลึก ประกอบกับมีเสียงร้องไห้ฟูมฟายดังตามมาอีก ดังนั้นไม่ทันไรเขาจึงตื่นเต็มตา
หยิบนาฬิกาปลุกตรงหัวเตียงมาเพ่งแล้วเพ่งเล่าอยู่นาน ดวงตาฝ้าฟางถึงได้อ่านเวลาบนนั้นหน้าปัดสำเร็จ ตีสองแล้ว ข้างบ้านเอะอะอะไรนะ
เขาแนบหูเข้ากับผนังอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ได้ยินแค่เสียงหลานชายร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างปวดใจดังแว่วๆ เท่านั้น
เจ๋อฟางโดนรังแก!
นั่นเป็ความคิดแรกของอาฉา ดึกดื่นป่านนี้แล้วเจ๋อฟางของเขายังอยู่ที่นั่นไม่กลับบ้าน ต้องเป็เพราะถูกเ้าลูกชายหน้าดุของฮุ่ยเหม่ยรั้งตัวเอาไว้ใช้งานนั่นแหละ! ดีไม่ดีอาจสั่งให้เจ๋อฟางถูพื้นหรือซักผ้าอะไรทำนองนั้น หลานชายเขาถึงได้ร้องไห้
อาฉาคว้าเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นมาสวมลวกๆ แล้วเดินลงไปชั้นล่างพลางรูดซิบกางเกงอย่างร้อนใจด้วยความเป็ห่วงสวัสดิภาพของหลานรัก
ประตูมุ้งลวดชั้นล่างถูกเปิดออก เจ๋อฟางเดินสะอื้นฮักๆ กลับเข้ามาในห้องรับแขก อาฉาลงไปข้างล่างก็เห็นอีกฝ่ายพอดี
“อัยยะ ทำไมร้องไห้ขนาดนั้นล่ะลูก!” อาฉาเดินเข้าไปหาอย่างสงสารจับใจ “โดนไอ้เ้าเยี่ยไห่เยวียนนั่นมันรังแกมารึเปล่า บอกอากงซิ อากงจะไปจัดการให้เอง!”
“จัดการยังไง!?” เจ๋อฟางแหว ร้องไห้พลางกระทืบเท้าเร่าๆ
“มาๆๆ อากงโอ๋น้า เล่าให้อากงฟังซิว่าเื่มันเป็ยังไง อากงแข็งแรงออกจะตาย ไปซัดกับมันได้ไม่มีปัญหา” อาฉาสงสารแทบขาดใจ หลานชายสุดที่รักของเขาโดนคนอื่นรังแกมาขนาดนี้
เจ๋อฟางเสยผมที่ค่อนข้างยาวเอาไปทัดหู เผยให้เห็นใบหน้าแบบเด็กผู้ชาย
เด็กหนุ่มไม่เคยชอบใบหน้าตัวเองเลย มักฝันเสมอว่าสักวันตนจะต้องมีหน้าสวยๆ แบบเพื่อนผู้หญิงในโรงเรียนให้ได้ ดวงหน้าหวานละมุนกับรูปลักษณ์เพริศพริ้งแบบที่เพื่อนนักเรียนชายเห็นแค่แวบเดียวต้องชมเปาะ
แต่ความฝันมีอันต้องแตกสลายทุกครั้งที่ส่องกระจก ไม่ว่ามองมุมไหนเขาก็เป็เด็กผู้ชาย แถมทุกเช้าหลังตื่นนอนยังมีไรหนวดอีกต่างหาก!
์ ทั้งหมดนี้ทำให้เขาปวดใจสุดทน!
“อากงมีเงินเยอะเลยใช่ไหม” เจ๋อฟางถามพลางร้องไห้ ราวกับเป็เด็กผู้หญิง
อาฉานั้นรู้อยู่ว่าหลานดูตุ้งติ้งไม่เหมือนผู้ชาย เหมือนมีบางอย่างผิดปกติ เพียงแต่บอกไม่ถูกว่าปัญหาอยู่ตรงไหน “ก็มีอยู่ ถามทำไมลูก”
“เอาเงินมาให้หนู หนูจะไปแปลงเพศ”
“แปลงเพศ” ผู้เป็ปู่ไม่เข้าใจความหมายของคำนี้ “มันคืออะไร ห้างชินคงมิตสึโคชิมีขายรึเปล่า” เขารู้ว่าหลานชายโปรดปรานการไปซื้อของราคาแพงหูฉี่จากห้างสรรพสินค้าแห่งนั้นอย่างยิ่ง
“ไม่ใช่ เค้าจะแปลงเพศเป็ผู้หญิง!” เจ๋อฟางกระทืบเท้าอย่างขัดใจที่ปู่ตอบไปคนละทาง
“เป็ผู้หญิง ไหนพูดให้รู้เื่หน่อยซิลูก พูดแบบนี้อากงฟังไม่เข้าใจ” อาฉาย่นไปทั้งหน้า เหมือนเปลือกส้มที่ถูกขยี้ขยำ ริ้วร่องตื้นบ้างลึกบ้างที่มีอยู่แต่เดิมยิ่งเห็นชัดขึ้นในตอนนี้
“ก็ผ่าลูกกระเดือกออก ตัดข้างล่างทิ้ง คว้านให้เป็รู แล้วก็ยัดหน่มน้มข้างบนไงเล่า!” เจ๋อฟางสะอื้น “แบบนี้อากงเข้าใจหรือยัง”
“หา จะตัดทิ้งแล้วคว้านรูด้วย!” อาฉาสูดหายใจเฮือก ก่อนจะร้องลั่น “สมองเพี้ยนไปแล้วรึไง อยู่ๆ ถึงได้คิดพิเรนทร์แบบนี้! ตัดทิ้งไปก็กุดหมดสิ!”
สายฟ้าพลันผ่าเปรี้ยงดังลั่นแบบไม่ให้ตั้งตัว คำรามกึกก้องจนบ้านทั้งหลังะเื สัญญาณกันขโมยของรถที่จอดในตรอกแผดเสียงขึ้นมาพร้อมเพรียงกัน
อาฉาแอบสบถในใจ ความใที่หลานชายมอบให้บวกกับเสียงฟ้าผ่าเมื่อครู่ทำให้หัวใจของเขาบีบตัวหดเกร็ง แทบจะหยุดเต้นไปทั้งอย่างนี้
“อากงน่ะโง่ หนูพูดไปก็ไม่เข้าใจหรอก หนูไม่พูดแล้ว!” เด็กหนุ่มยกมือปิดหน้าผุดลุกขึ้นจากโซฟา วิ่งซอยเท้าถี่ๆ ขึ้นไปข้างบน
“เจ๋อฟาง อย่าพูดค้างไว้แล้วหนีไปดื้อๆ สิ กลับมาคุยกับอากงให้รู้เื่ก่อน! นั่นจะวิ่งไปไหน” อาฉาะโไล่หลังหลานชายเป็พรวน
“ทำไมต้องเป็ผู้หญิงด้วย หนูเป็ผู้หญิงก็มีเหลนให้อากงไม่ได้นา ถ้าหนูมีเหลนให้อากงไม่ได้ ตระกูลเราก็จบสิ้นนะลูก! เจ๋อฟางเอ๊ย ลงมาคุยกับอากงให้รู้เื่ก่อน!”
กระดูกกระเดี้ยวแก่ชราในร่างลั่นกร๊อบๆ ระหว่างพยายามไล่ตามเจ๋อฟาง เห็นหลานสุดที่รักวิ่งไปชั้นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ถามอย่างร้อนรน “หนูจะวิ่งไปถึงไหน รออากงก่อน!”
“หนูจะไปโดดตึก!” เสียงะโตอบทั้งน้ำตาของเจ๋อฟางดังลงมาจากชั้นบน
“ไอไหร่!? (อะไรนะ) โดดตึก!” เหย็ด ประโยคนั้นทำให้อาฉารีบเอามือเกาะราวบันไดปีนขึ้นไปข้างบนให้เร็วขึ้น โดยไม่สนใจว่ากระดูกข้อต่อของตนเสื่อมแล้ว แถมหัวใจยังเต้นตึกตักไม่หยุด
กว่าอาฉาจะหอบซี่โครงบานไต่บันไดขึ้นมาถึงชั้นห้าซึ่งเป็ชั้นดาดฟ้า ก็พบว่าหลานชายปีนออกไปยืนนอกรั้วกั้นเรียบร้อยแล้ว กำลังมองถนนเบื้องล่างเขม็ง