ตอนที่ 57 ทัณฑ์สายฟ้าจุติมาอีกระลอก
ในระหว่างที่เกิดเสียงประหลาดดังขึ้น เจวี๋ยหวู่หมิงเพียงรู้สึกเหมือนกับเกิดภาพมายาที่สั่นไหวขึ้นนับไม่ถ้วน เงาร่างที่คุ้นเคยแต่ละสายได้กะพริบไปมา โดยที่รายล้อมวนเวียนอยู่กับเจวี๋ยหวู่หมิง จนเกิดเป็นเสียงคร่ำครวญที่ประหลาดพิสดารถ่ายทอดออกมาเป็นระลอก เงาร่างพวกนี้ล้วนแต่มีลักษณะเฉพาะที่เป็นเหมือนดุจเดียวกัน นั่นก็คือล้วนแต่ถูกเจวี๋ยหวู่หมิงฆ่าตายมาก่อน กระต่ายที่จ้องเขม็งมาด้วยแววตาที่แดงฉาน พยัคฆ์ร้ายที่โหดเหี้ยมดุดัน จระเข้ร้ายที่มีคมเขี้ยวอันแสนแหลมคม…… รวมไปจนถึง แม้แต่จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์นั้นก็ยังกางกรงเล็บพุ่งเข้าใส่เจวี๋ยหวู่หมิงมา…… “วิญญาณอาฆาต? ภาพหลอน?” เจวี๋ยหวู่หมิงขมวดคิ้วขึ้น คาถาน้ำกรดสายหนึ่งได้ถูกผนึกขึ้นบนมือ พร้อมกับถูกลปล่อยออกไปอย่างไร้ซึ่งความลังเล แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายไปยิ่งกว่าก็คือ คมศรวารีสีน้ำเงินเข้มได้แทงทะลุผ่านร่างของวิญญาณอาฆาต จนกระทบเข้ากับบนผนังถ้ำ ละลายผนังถ้ำจนเกิดเป็นรูกลวงขนาดใหญ่ เพียงแต่ว่าวิญญาณอาฆาตที่ถูกน้ำกรดแทงทะลุไปนั้นแทบจะไม่ได้เกิดผลกระทบแต่อย่างไร ด้านความเร็วก็ยังคงพุ่งเข้าใส่บนร่างของเจวี๋ยหวู่หมิงโดยที่ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย เปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยง……ตายซะเถอะ……ตายซะเถอะ…… เจวี๋ยหวู่หมิงเกิดความรู้สึกเจ็บปวด จนคล้ายกับดวงจิตกำลังถูกบางสิ่งบางอย่างเกาะกุมฉีกออกไปทีละชิ้นอยู่ ยังโชคดีที่เขาไม่ได้อาศัยการบ่มเพาะด้วยตัวเอง เพียงแต่เป็นระบบที่ค่อยช่วยเหลือเขาในการเลื่อนขั้น ไม่แน่ว่า ในครั้งนี้อาจจะทำให้เขาตกอยู่ในภาวะธาตุไฟเข้าแทรกก็เป็นได้ จนถึงกับต้องตายจนร่างดับสูญไป และในส่วนของวิญญาณอาฆาตอื่นที่เหมือนกับฉลามที่ได้กลิ่นของเลือด ต่างก็โถมเข้าใส่เจวี๋ยหวู่หมิงไปตาม ๆ กัน แม้แต่เจวี๋ยหวู่หมิงก็ยังต้องตกอยู่ในภาวะอับจนหนทาง จนเกิดเป็นประกายแสงสายหนึ่งสาดผ่านเข้าไปจนถึงก้นบึ้งของจิตใจ “ไม่แน่ว่าพวกมันอาจจะส่งผลแต่กับเพียงจิตสำนึก แต่กลับไม่ส่งผลแต่สิ่งอื่น” หลังจากที่เจวี๋ยหวู่หมิงขบคิดจนกระจ่าง จึงได้รีบกัดเข้าไปที่ลิ้น ปลุกปลอบจิตสมาธิจนได้สติกลับคืนมา จากนั้น สำนึกจิตใจภายใต้ห้วงทะเลความคิดของเขา แม้จะเป็นเพียงแค่จิตสำนึกของจิตใจ ไม่ทันไร หลุมมิติที่น่าหวาดกลัวก็ได้ค่อย ๆ ปรากฏออกมา นี่คือแรงบันดาลใจที่ได้รับมาจากสิ่งที่เรียกว่าระบบ หากเอ่ยถึงความสามารถในการกลืนกิน ยังมีอะไรที่สามารถเทียบกับหลุมมิติได้ แทบจะเรียกได้ว่า เจวี๋ยหวู่หมิงแทบจะไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดเลย เบื้องหลังในความสับสนเขาอาจจะเป็นเหมือนมารร้ายที่มาจากต่างภพ แต่มีหรือที่จะล่วงรู้ได้ว่าเจวี๋ยหวู่หมิงนั่นเป็นผู้ที่มาจากยุคสมัยที่มีความก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่งได้ ถ้าหากคิดที่จะเทียบเปรียบกับเจวี๋ยหวู่หมิง ในด้านพลังความคิดของพวกมันแทบจะไม่อาจทำอะไรตัวเองได้เลยด้วยซ้ำ อาอาอาอา…… เสียงกรีดร้องได้ดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า วิญญาณอาฆาตที่กำลังหวาดกลัว กำลังดิ้นรนคิดที่จะหลบหนี แต่ยังคงต้องถูกหลุมดำฉุดดึงเข้าไปอยู่ดี จนถูกบีบรัดกลืนกินทิ้งไป เสียงที่เป็นเหมือนกับกระจกที่แตกพลันดังขึ้น ดังกระทบไปทั่วทั้งโสตประสาท เจวี๋ยหวู่หมิงเกิดอาการตาลายพร่างพราว ภาพมายาแต่ละรูปแบบพลันสลายหายไป คล้ายกับว่าไม่ได้เคยปรากฏมาก่อน เพียงแค่ระดับความแข็งแกร่งของดวงจิตที่เลื่อนขั้นขึ้น พลังจิตสมาธิเองก็เพิ่มพูนขึ้นอีกเป็นเท่าตัว จนทำให้เขาได้รู้ว่า สิ่งที่ประสบพบเจอเมื่อครู่นี้จะต้องเป็นความจริงอย่างแน่นอน แต่ทว่าวิญญาณอาฆาตหลังจากที่ถูกเขากลืนกินไปแล้ว ไม่เพียงแต่จะไม่อาจทำร้ายอะไรเขาได้ แต่ในทางกลับกันยังเป็นการบำรุงเสริมให้แก่เขาไปเสียแทนแล้ว และในเวลาเดียวกันนี้เอง ที่ด้านนอกของถ้ำ ก็ได้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น เจวี๋ยหวู่หมิงก้าวออกไปยังด้านนอกของถ้ำ จนกระทั่งได้พบเห็นแสงสายฟ้าฟาดสีขาวที่ยากจะเชื่อได้ผ่าลงจากฟากฟ้า สาดส่องทุกอย่างในอาณาบริเวณโดยรอบหลายร้อยลี้จนกลายเป็นที่แสบนัยน์ตา โดยที่ยังคงผ่าลงมาอย่างต่อเนื่อง เหมือนดังอยู่ข้างโสต “ทัณฑ์อัคคีอสนี!” เจวี๋ยหวู่หมิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สาดแววตาเย็นเยียบ กำลังเหม่อมองเมฆทัณฑ์ที่เปรียบเสมือนภาพมายาที่ผ่าลงมาจากฟ้า ทางด้านบนเองก็ยังไม่รู้ว่ายังมีอสนีบาตสายฟ้าแลบที่จะเข้ามาผสมโรงด้วยอีกมากมายแค่ไหน แล้วยังมีสิ่งที่เป็นลักษณะทรงกลมอีกไม่น้อย แฝงเอาไว้ด้วยพลังทำลายอันมหาศาลที่แฝงเอาไว้ด้วยแรงระเบิด ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในช่วงแปรลักขณาจะเคยผ่านทัณฑ์สายฟ้าไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็เพียงพอที่จะถือได้ว่ามีประสบการณ์ที่เฟื่องฟูแล้ว ด้วยพลังอำนาจฟ้าดินแบบนี้ การที่อยู่เบื้องหน้าเขา ยังไม่สามารถทำให้เขาตกใจได้เลยด้วยซ้ำ แต่ทว่าด้วยพลังแห่งอสนีบาต ยังถึงกับแฝงเอาไว้ด้วยความรุนแรงขีดสุดความร้อนแรงขีดสุดในเวลาเดียวกัน ทั้งร้อนแรงทั้งแข็งกร้าว วิวัฒนาการแห่งวิถีสวรรค์ เกิดเป็นการชักนำพลัง เพื่อใช้ลงทัณฑ์ฆ่าสิ่งแปลกปลอม ย่อมไม่มีแม้แต่การยั้งไมตรีกันอยู่แล้ว ผู้บำเพ็ญตบะก็เป็นเหมือนกับสัตว์อสูรแปรลักขณามิปาน ต่างก็ถือครองพลังที่พลิกฟ้า ที่ช่วงชิงชีวิตมาจากฟ้า ในสายตาของวิถีสวรรค์ ก็คือสิ่งแปลกปลอม โดยที่หมายจะทำลายให้สิ้นซาก บนท้องนภาลัย เมฆทัณฑ์พันสาย ประกายอัสนีสายฟ้าอัคคี พลันระเบิดขึ้นในทันที พริบตานั้นพลันเกิดเป็นรอยแตกออกเป็นชั้น ๆ เกิดเป็นเงาอัคคีตัดผ่าน สอดประสานทั้งบนล่าง พัวพันกันดุจลูกบอล ก่อเกิดเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ จนเกิดเป็นภาพลักษณ์ที่น่าแตกตื่น บรึมมมม! ขณะนั้นอสนีบาตเสาเพลิงได้เกิดการระเบิดลงมาเป็นเส้นตรง กินเป็นแนวยาวไกลกว่าพันจั้ง อยู่ในลักษณะหลากสีสันดุจสายรุ้ง จนทำให้รอบบริเวณได้ถูกชโลมเต็มไปด้วยเพลิงผลาญประกายสีแดงชนิดหนึ่ง จนคล้ายกับแผดเผาไปทั่วทั้งผืนฟ้านภาลัย “ทัณฑ์อัคคีอสนีระลอกแรก” ความทรงจำของฮวานอวิ๋น ได้ไหลผ่านจิตใจเข้ามา เจวี๋ยหวู่หมิงรู้ได้ทันทีว่านี้ก็คือทัณฑ์พิบัติระลอกแรกของขั้นผลิโอสถ อัสนีอัคคีที่ลุกไหม้ แต่กลับแฝงไว้ด้วยกระแสพลังอันเย็นเยียบ แล้วเกิดเป็นพลังความร้อนแรง จนไม่อาจหลบเลี่ยงได้ จะมีก็แต่หันเข้าไปต้านทานเท่านั้น “เบิก!” เจวี๋ยหวู่หมิงเงยหน้าขึ้น สาดสองตาดุจสายฟ้า กำลังมองไปที่อสนีบาตซึ่งกำลังฟาดเข้ามา ดุจอำนาจมังกรโถมเข้าใส่ ร้อนแรงและสว่างไสว ใบหน้าที่ไม่มีทั้งเค้าความแตกตื่นหรือหวาดกลัว เพียงเกิดเป็นเสียงดีดตัวพุ่งออก ไหลเวียน “บันทึกไตรแสงวารีเยือก” กับ “เคล็ดกายาหลอมโลหิต” ภายในร่างกายด้วยตัวเอง ต่อมา เจวี๋ยหวู่หมิงพลันผนึกมือผสานเคล็ด พลังลมปราณดุจวารี ผนึกรวมจนก่อตัวขึ้นเป็นมังกรวารีสีครามตัวหนึ่ง “ไป!” เจวี๋ยหวู่หมิงกู่ร้องเสียงทุ้มต่ำ เคล็ดวิชาแฝงด้วยความนึกคิด มังกรครามบินถลา เกิดเป็นเสียงระเบิดดังขึ้นในบัดดล ตรงดิ่งเข้าปะทะกับอสนีบาตเสาเพลิง ทั้งสองฝ่ายปะทะเข้าหากัน ทันใดนั้นก็พลันเกิดเป็นเสียงเย็นเยือกดังขึ้นอย่างอุดอู้ อัสนีอัคคี ก่อกำเนิดมาจากฟ้า แฝงทั้งความเย็นเยียบและความร้อนแรง ไร้ซึ่งสิ่งใดทำลายได้ วารีเยือกแข็ง เน้นฝึกอยู่ที่ร่างกาย ทั้งเย็นเยียบทั้งเปี่ยมไปด้วยพิษร้าย ที่กัดกร่อนทุกสรรพไป การปะทะของทั้งสองฝ่าย เป็นเหมือนคู่อาฆาตแค้น เพียงพบพานกลางทางก็เกิดเป็นสะเก็ดเพลิงสะเก็ดวารีสาดกระเซ็นออกมาเป็นระลอก จนเหมือนกับเป็นดอกไม้ไฟอันสุดตระการตา จากพันเพิ่มเป็นหมื่น หนาแน่นไร้ช่องโหว่ จากนั้นก็พลันสลายหายไปที่สุด ช่วงเวลานั้น วารีแห่งความเย็นเยือก ได้ทำให้อัสนีอัคคีที่มีทั้งขีดสุดความร้อนแรงและความแข็งกร้าวพลันอันตรธานสลายหายไป มังกรวารีที่เกิดจากเคล็ดวารีเย็นเยือก ก็สลายหายไประเหยจนกลายเป็นควัน เปรี้ยงปังปัง แรงระเบิดเบื้องหน้าสายตายังไม่ทันหายลับไปจนสิ้น เมฆทัณฑ์บนท้องฟ้าก็พลันเกิดความเคลื่อนไหวขึ้น จนปรากฏเป็นลวดลายของเกล็ดมังกรปรากฏออกมา ใหญ่โตและทอดยาว จนเป็นที่น่าตื่นตระหนกเลยทีเดียว บรึมมม เมื่อเมฆทัณฑ์เคลื่อนไหว ทัณฑ์อัคคีอสนีระลอกสองก็เกิดเสียงดังขึ้น ถี่!ถี่!ถี่! ในครั้งนี้ กลับไม่ได้เข้ามาเป็นพรวนเดียวอีกต่อไป เพียงแต่กลับเหมือนกับเป็นโคมไฟและดอกไม้ไฟอันเจิดจ้าสว่างไสว พุ่งเข้ามานับพันนับร้อยมาในเวลาเดียวกัน จนเกิดเป็นแสงสีขาวแสบนัยน์ตา แม้แต่วิญญาณก็ยังหลุดลอยออกไป บรึม!บรึม! อัสนีอัคคียังไม่ทันจะจุติลง หินศิลาบนเกาะและต้นไม้ล้วนแต่แตกระเบิดกันกระจุยกระจาย แหลกลาญจนกลายเป็นเพียงเศษผง เสาวารีแต่ละสาย ได้เพิ่มพูนขึ้นมา เหมือนกับเป็นน้ำพุหมื่นสาย จนเกิดเป็นภาพที่แสนงดงาม “มาได้ดี!” เจวี๋ยหวู่หมิงตวาดออกมาเสียงดัง ยันกายลุกขึ้น แผ่ซ่านกลิ่นอายเลือดไปทั้งร่าง บนร่างยังได้ปรากฏเป็นประกายแสงสีแดงออกมาเป็นสาย เข้ารับสรรพอัสนีอัคคี ที่กำลังโถมเข้ามา...