เช้าวันต่อมา นางตื่นขึ้นที่โรงเตี๊ยม แต่เมื่อลงมาด้านล่างก็พบว่าบรรยากาศของโรงเตี๊ยมไม่เหมือนเดิม ผู้คนคล้ายจะน้อยลง โรงเตี๊ยมดูเก่าและเหมือนจะเล็กกว่าเมื่อวานมาก สาวใช้ที่ตามมาก็ไม่อยู่แล้ว
‘หรืออาจจะยังเช้าอยู่ ผู้คนจึงยังออกมาไม่มาก สาวใช้ก็ตัดใจไม่ติดตามข้าแล้ว’ เสี่ยวเหอคิดอย่างดีใจ นางรีบสั่งขนมและหมั่นโถวจากโรงเตี๊ยมแล้วรีบหนี ก่อนที่สาวใช้จะตามหานางอีก
หญิงสาวเดินออกไปด้านนอกก็ต้องประหลาดใจ ที่นี่เป็เพียงโรงเตี๊ยมข้างทางเล็กๆ อยู่นอกเมือง ทั้งที่เมื่อวานนางเห็นอยู่ชัดๆ ว่าเป็โรงเตี๊ยมที่ใหญ่มาก อยู่ท่ามกลางชุมชน
เสี่ยวเหองุนงงจึงรีบออกเดินทาง แต่ยิ่งเดินออกห่างโรงเตี๊ยมก็ยิ่งเปลี่ยว จากเมื่อวานที่สองข้างทางเต็มไปด้วยผู้คน ตอนนี้กลับไม่มีบ้านสักหลัง นางกลัวมากได้แต่รีบวิ่งออกไป
‘นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่’ เสี่ยวเหอคิด
เดินทางสักพัก หญิงสาวเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับเส้นทาง นี่คือเส้นทางกลับหมู่บ้านของนาง จึงไม่ได้กลัวมากเท่าไรแล้ว แต่เมื่อนึกถึงเื่ที่ตัวเองหนีงานแต่ง นางก็ไม่กล้ากลับบ้าน ได้แต่ยืนนิ่งข้างทาง
ความรู้สึกผิดต่อท่านพ่อท่านแม่รุมเร้า จู่ๆ เสี่ยวเหอก็อยากร้องไห้ ยืนอยู่ตรงนั้นไม่รู้จะทำเช่นไร น้ำตาเริ่มไหลริน
“เ้าหลงทางหรือ” เสียงเด็กน้อยถามจากด้านหลัง
เสี่ยวเหอหันไปพบเด็กชายอายุแปดเก้าขวบ หน้าตาอ้วนกลม สองแก้มแดงก่ำราวกับหมั่นโถวลูกท้อ ที่หลังแบกตะกร้าสานไม้ไผ่เต็มไปด้วยผักป่าและสมุนไพร
นางชะงักเพราะหน้าตาของเด็กน้อยคล้ายชิงถิงตอนเด็กมาก แต่ก็รีบทิ้งความคิดนั้น นางกลัวตัวเองจะแค่คิดถึงเขามากจนคิดไปเองคนเดียว เด็กบ้านนอกที่ไหนก็หน้าตาคล้ายๆ กัน
“เ้าพูดไม่ได้หรือ?” เด็กชายถามอีก
เสี่ยวเหอส่ายหัว ก่อนจะเช็ดน้ำตา และคิดว่าพบเด็กก็ดีกว่าเดินคนเดียว จึงขอร่วมทางไปด้วย ชวนเด็กชายพูดคุยต่างๆ นานา แม้ส่วนใหญ่จะเป็เสี่ยวเหอที่พูดมากฝ่ายเดียว เด็กชายเพียงตอบที่นางถาม และพยักหน้ารับเป็ครั้งคราว
พวกเขาเดินด้วยกันสักพัก หญิงสาวก็ได้ยินเสียงท้องของเด็กชายร้องดังมาก นางแบ่งขนมกับหมั่นโถวให้ แม้เขาจะพยายามปฏิเสธ แต่นางก็ยัดใส่มือเล็ก บังคับให้เขากิน สองคนแบ่งกันกิน เดินไปกินไปด้วยกัน
“เหตุใดเ้าโง่เช่นนี้ ออกมาข้างนอก เตรียมทั้งขนมและอาหารแต่ไม่ได้เตรียมน้ำ” เด็กชายก็ตำหนิ เสี่ยวเหอได้แต่หัวเราะแห้งๆ เด็กชายจึงแบ่งน้ำของเขาให้นางดื่ม
เด็กชายพาเสี่ยวเหอเดินเข้าใกล้หมู่บ้านของนางเรื่อยๆ นางไม่มีทางเลือก จำต้องขอแยกทาง เพราะไม่กล้ากลับบ้าน
“เ้าเอาอันนี้ไปสิ หรือให้ข้าไปส่งบ้านดีหรือไม่?” เด็กชายยื่นกระบอกน้ำให้พร้อมอาสาไปส่งนาง
“ไม่เป็ไร ข้ากลับเองได้ ขอบใจเ้ามาก หากไม่ได้เ้า ข้าคงกลัวมากขอบใจนะ” เสี่ยวเหอกล่าวอย่างจริงใจ
“เพราะข้าสงสารคนโง่อย่างเ้าต่างหาก” เด็กชายพูด
“...” นางได้แต่อ้าปากค้าง รู้สึกว่าเ้าเด็กนี่ ปากร้ายเสียจริง
“จะ..ให้ไปส่งหรือไม่เล่า” เด็กชายถามย้ำ
“ไม่ต้อง เท่านี้ก็พอ..เ้าชื่ออะไรหรือ วันหลังข้าจะได้เอาขนมไปขอบคุณที่บ้านเ้าได้”
“นี่เ้า...ลืมข้าแล้วหรือ?” เด็กชายจกใจ
“...” เสี่ยวเหอเอียงหัวไม่เข้าใจ
“ข้าชื่อชิงถิงไง คนส่วนใหญ่เรียกข้าว่าต้าจื่อ” เด็กชายตอบ
!!!!!
แม้เด็กชายจะเดินจากไปไกลแล้ว แต่เสี่ยวเหอยังคงยืนตกตะลึงอยู่ที่เดิม ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น
‘มันบังเอิญขนาดนั้นได้อย่างไร พบเด็กหน้าตาคล้ายชิงถิงตอนเด็กมาก ชื่อก็ยังเหมือนกันอีก’ นางยิ่งคิดยิ่งปวดหัว หัวใจก็เต้นแรง แต่ก็คิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวได้แต่นั่งลงข้างทางและคิดทบทวนเื่ราวอีกครั้ง
วันนั้นนางตกลงไปในน้ำ หัวกระแทก มีคนช่วยเอาไว้ นอนซมหลายวัน น่าจะเกือบเดือนได้ และไปโผล่ที่บ้านท่านตาของชิงถิง แล้วจู่ๆ ก็มาโผล่ที่นอกหมู่บ้านได้อย่างไร เสี่ยวเหอเคยได้ยินว่าบ้านทางฝั่งแม่ของชิงถิงอยู่คนละอำเภอ ทั้งยังอยู่ไกลจากอำเภอนี้มาก
ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว เสี่ยวเหอจึงพิงต้นไม้แถวนั้นกำด้ายแดงที่ข้อมือ และค่อยๆ หลับไป โดยไม่ทันสนใจว่าที่นี่เป็ป่าท้ายหมู่บ้านที่ผู้คนสัญจรไปมาตลอด ลืมไปว่าตัวเองเป็หญิงสาวคนเดียว นอนตรงนี้อาจเกิดอันตรายได้
เสี่ยวเหอนอนหลับไปและฝัน แต่ครั้งนี้ไม่ได้ฝันถึงพี่สาวและชิงถิงที่ถูกแทง นางฝันถึงตอนตัวเองตกลงในน้ำ ถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดนางไปทางนั้นทางนี้
คราแรกยังหายใจไม่ค่อยได้ แต่ผ่านไปสักพักก็ดีขึ้น นางว่ายน้ำได้อย่างเชี่ยวชาญ จู่ๆ นางก็เห็นสายน้ำอีกสายสวนทางกับสายน้ำที่ตัวเองว่ายอยู่ สายหนึ่งไหลขึ้น สายหนึ่งไหลลง และเริ่มแตกแยกเป็หลายสาย
ถึงสายน้ำจะเชี่ยวกราก อีกทั้งเสี่ยวเหอยังปวดหัวมาก แต่ก็มองเห็นชัดเจนว่าร่างของชิงถิงถูกพัดไปในสายน้ำอีกทาง นางทั้งะโทั้งเรียกเขาก็ไม่ได้ยิน
หญิงสาวตะเกียกตะกายว่ายน้ำไล่ตามเขา ด้ายแดงที่ผูกข้อมือของทั้งสองคน ราวกับค่อยๆ เชื่อมต่อกัน และนางก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเบาขึ้น สามารถะโไปมาระหว่างสายน้ำเชี่ยวหลายสายได้
เสี่ยวเหอรีบะโไปตามผิวน้ำ ไล่ตามร่างของคนรักซึ่งไหลไปตามสายน้ำที่ไหลขึ้น เมื่อะโไปยังสายน้ำนั้น นางหันกลับไปมองยังสายน้ำเส้นเดิมที่กำลังไหลลงไปยังหุบเขา
เสี่ยวเหอเห็นร่างของตัวเองตกลงไปพร้อมกับน้ำเชี่ยว!!
แม้จะใมาก แต่ไม่อาจทิ้งชิงถิงได้ นางมองร่างของเขาที่กำลังถูกพัดขึ้นไปไกลทุกขณะ นางไม่เสียเวลาคิด ได้แต่รีบะโตามร่างของเขาไป ทิ้งความน่ากลัวและแปลกประหลาดไว้ด้านหลัง
“ฮูหยิน ๆ ตื่นเถิด” เสี่ยวเหอสะดุ้งตื่นเพราะมีมือมาเขย่าเรียก
นางลืมตาเห็นเด็กผู้หญิงอายุราวสิบสี่สิบห้าปี มัดผมและใส่เสื้อผ้าเช่นเดียวกับสาวใช้ในจวนท่านตาของชิงถิง ทั้งยังเรียกนางว่าฮูหยินเช่นเดิมอีกแล้ว ถึงจะไม่ใช่สาวใช้คนเดิม แต่เสี่ยวเหอก็ใมาก นึกว่าหนีพ้นแล้วยังตามมาถึงที่นี่อีก!
“ฮูหยิน รีบเดินทางต่อเถิดเ้าค่ะ ไม่เช่นนั้นจะมืดเสียก่อน จู่ๆ ท่านก็เวียนหัวล้มลงไป ข้าใแทบแย่ ท่านดีขึ้นหรือยังเ้าค่ะ หากท่านรู้สึกดีขึ้นแล้วเรารีบเดินทางต่อเถิดเ้าค่ะ” สาวใช้เอาแต่เร่งว่าให้รีบเดินทาง
“...” เสี่ยวเหอไม่อยากไป จึงเอาแต่เงียบ คิดทบทวนสิ่งที่สาวใช้พูดว่านางล้มลง เหตุใดนางจำไม่ได้ว่าเป็เช่นนั้น นางปวดหัวและหลับไปไม่ใช่หรือ
“เราต้องรีบไปที่ค่ายกองทัพได้แล้วนะเ้าคะ”
“เ้าว่าอย่างไรนะ เ้ากำลังจะไปที่ใด?” สาวใช้พูดว่ากำลังไปที่กองทัพ ไม่ใช่จวนตาแก่นั่น!