เช้าวันรุ่งขึ้นมาถึงอย่างรวดเร็ว วันนี้เป็วันที่เจ็ดแล้ว นับั้แ่นางไปกักตัวอยู่ที่ตำหนักในวังหลัง หลังจากล้มพิธีได้สำเร็จนางก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมประกาศอย่างเป็ทางการ
ภายในห้องอาหารจวนสกุลหนิง มื้ออาหารที่เปี่ยมไปด้วยเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของสมาชิกจวนแม่ทัพดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย เมื่อหนิงชุนรับรู้ว่าพี่สาวกำลังเศร้า เขาจึงยิ่งชวนพูดคุยเพราะไม่อยากให้พี่สาวเครียดหรือคิดมาก
เดิมทีหนิงฟางหรงคิดว่าจะถูกซักถามเื่การยกเลิกพิธีเสียอีก ทว่าสิ่งที่ครอบครัวทำกลับไม่เอ่ยถึงเื่เ่าั้เลยสักนิด
“ท่านพี่ ข้ายกให้ท่านขอรับ ต่อไปนี้หากท่านพี่อยากได้ของกินอะไรก็บอกข้าได้เลย ข้ายกให้ท่านได้หมด” หนิงชุนเอ่ยพลางตักอาหารให้หนิงฟางหรง ทว่าก่อนที่จะตักหมดจานกลับมองหน้าของพี่สาวคราหนึ่ง “เอาเป็ว่า ข้าจะกินแค่นิดเดียวแล้วกัน ที่เหลือยกให้ท่าน”
หนิงฟางหรงมองภาพน้องชายพูดเจื้อยแจ้วด้วยรอยยิ้ม แต่ในแววตากลับมีความเศร้าฉายออกมา นี่เป็สิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว นานเสียจนนางไม่คิดว่าจะกลับมาได้เห็นมันอีกครั้ง ภาพตรงหน้าแม้ดูธรรมดาสำหรับคนทั่วไป ทว่าสำหรับนางมันมีค่ามากมายยิ่งกว่าสมบัติที่กองเป็ูเาเสียอีก ชีวิตที่มีความสุขกับเื่ง่ายๆ อย่างเช่นทุกคนพร้อมหน้ากันเช่นนี้ นางโหยหามาตลอด
ในชาติก่อนนางมีส่วนทำให้ทุกสิ่งหลุดมือไป ทว่าในครั้งนี้นางจะรักษาและปกป้องทุกคนเอาไว้ให้ได้
“เ้ากินเถอะ จะได้โตเร็วๆ และช่วยท่านพ่อดูแลครอบครัว” หนิงฟางหรงกล่าวเสียงเรียบพลางยิ้มน้อยๆ แผ่นหลังของนางเหยียดตรงและสงวนกิริยาอย่างเรียบร้อยโดยไม่ทันนึกถึงสิ่งใด นั่นเพราะในชาติก่อนหลังพิธีมงคลสมรส หนิงฟางหรงในตำแหน่งพระชายาองค์ชายสี่ก็ถูกเคี่ยวเข็ญอย่างหนักกว่าเดิมหลายเท่า
โดยไม่รู้ตัวเลยว่าทั้งหมดนั่นอยู่ในสายตาผู้ให้กำเนิดรวมไปถึงผู้เป็น้องสาวด้วย พวกเขาล้วนออกอาการสับสนงุนงงในท่าทางที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งสามคนเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจไม่ได้นำมาคิดให้มากความ นางอาจผิดหวังกับการยกเลิกพิธีมงคลสมรส เลยทำให้นิ่งเงียบกว่าปกติก็เป็ได้
“เ้าเองก็ด้วย ของโปรดมากมายเพียงนี้ กลับกินได้น้อยยิ่ง” ฮูหยินหนิงกล่าวพลางคีบอาหารใส่ถ้วยของหนิงฟางหรง หนิงเยี่ยนฟางก็พยักหน้าน้อยๆ อย่างเห็นด้วย
เมื่อผู้เป็บิดาเห็นดังนั้นก็ไม่ยอมน้อยหน้า คีบอาหารให้บุตรสาวจนบัดนี้ไม่มีที่ใส่อีกต่อไปแล้ว
หนิงฟางหรงมองดูก็รู้สึกอบอุ่นในใจ นางกวาดตามองครอบครัวของตนเองทุกคนก่อนจะเริ่มกินอาหารตรงหน้าอย่างเงียบเชียบจนหมด ทุกท่วงท่าเต็มไปด้วยความเรียบร้อยพิถีพิถันอย่างคนชนชั้นสูง กระทั่งมารดายังเกิดความมั่นใจขึ้นเล็กน้อย ว่าบุตรสาวของนางเปลี่ยนไปจริงๆ มิใช่เพราะความเสียใจจนนิ่งเงียบอย่างที่ตนคิดก่อนหน้า
เวลาเพียงหกวันที่หนิงฟางหรงไปอยู่ที่ตำหนักเขตวังหลังแห่งนั้น แท้จริงแล้วเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่
มื้ออาหารในครั้งนี้จึงจบลงด้วยความรู้สึกหลากหลายยิ่ง ทั้งความสุข ความสบายใจ รวมไปถึงความแปลกใจ
ภายในห้องหนังสือของหนิงอี้หาว
“หรงเอ๋อร์ พ่อบ้านกู่แจ้งว่าเ้า้าคุยกับพ่อเป็การส่วนตัวหรือ” ผู้เป็บิดากล่าวถามขึ้นทันที เมื่อหนิงฟางหรงก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาด้านใน
“เ้าค่ะท่านพ่อ ข้ามีเื่สำคัญมากที่้าแจ้งให้ทราบ” นางเข้าประเด็นทันที เพราะบิดาถือว่ามีอำนาจในมือมากที่สุดคนหนึ่ง นอกจากจะเป็ผู้ที่นาง้าปกป้องมากที่สุดแล้ว ก็ยังเป็ผู้สนับสนุนหลักในแผนการอีกด้วย อยู่ที่ว่านางจะทำให้เขาเชื่อได้หรือไม่
ทั้งน้ำเสียงและแววตาที่จริงจังของบุตรสาวคนโต ทำให้ผู้มีตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ไหนแต่ไรหรงเอ๋อร์ไม่เคยมีสีหน้าท่าทางเช่นนี้มาก่อน การคาดเดาที่ว่านางเกิดความเสียใจจนทำให้ดูสุขุมมากขึ้นจึงถูกปัดตกไปโดยปริยาย เขาคิดว่าบุตรสาวผู้นี้ต้องมีเื่ใดในใจเป็แน่
“เื่สำคัญหรือ” หนิงอี้หาวที่นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ด้วยท่าทีสบายในคราแรก ขยับกายขึ้นนั่งหลังตรงพลางเอามือทั้งสองข้างสอดประสานวางบนโต๊ะด้วยความสงสัย
“ข้าเป็คนวางแผนทำลายงานแต่งในครั้งนี้เองเ้าค่ะ” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับดูหนักแน่น ดวงตากลมโตมองสบกับผู้เป็บิดาในทุกขณะ ไร้ซึ่งวี่แววกระจ่างใสอย่างที่เคยเป็
“เ้า...ว่าอย่างไรนะ ทำลายงานแต่งหรือ เป็ไปได้อย่างไร” หนิงอี้หาวรู้สึกว่าเื่นี้เกินความคาดหมายไปอย่างมาก บุตรสาวของเขาเป็อย่างไร เขาย่อมรับรู้ดี หรงเอ๋อร์ของเขาไม่มีทางทำอะไรแบบนั้น
“ท่านอาจไม่เชื่อ แต่ข้าได้รู้บางอย่างที่สำคัญมา เลยต้องทำเช่นนี้”
หนิงอี้หาวไม่สามารถนั่งติดเก้าอี้ได้อีกต่อไป เขาจ้องมองบุตรสาวตรงหน้าด้วยความไม่คุ้นเคย ถึงกระนั้นก็คาดเดาสิ่งใดไม่ได้
“คนผู้นั้น ไม่เคยมีใจให้ข้า เขาเพียง้าอำนาจของท่านพ่อเพื่อดันตัวเองให้ไปอยู่บนจุดสูงสุด นั่นคือตำแหน่งองค์รัชทายาท” หนิงฟางหรงเริ่มพูด
ทว่าเื่นี้เขาก็พอรู้มาอยู่บ้าง แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือประโยคที่ว่าอีกฝ่ายไม่มีใจให้บุตรสาวของตน เพราะยามปกติจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าองค์ชายสี่รักและให้เกียรติหรงเอ๋อร์มากเพียงใด ที่สำคัญเขามองว่าองค์ชายผู้นี้เป็คนดีไม่น้อย เข้าตามตรอกออกตามประตู และไม่เคยทำเื่เสียหายให้เป็ที่ครหา
“พ่อกลับมองว่าเขาเป็ผู้ที่เหมาะสมมากที่สุด ตำแหน่งเว้นว่างมาเป็เวลาสองปีแล้ว ไม่ช้าก็เร็วเขาย่อมกลายเป็องค์รัชทายาท”
“เหมาะสมหรือ” หนิงฟางหรงเอ่ยเสียงเบาพลางยิ้มหยัน นางเผลอกำมือแน่นจนคนเป็พ่อสังเกตเห็น ก่อนจะปรับอารมณ์ให้เข้าที่เข้าทางเพื่อเอ่ยประโยคถัดไป “สองปีก่อน ที่ข้าเริ่มมีใจให้เขา เพราะคิดว่าเขาช่วยชีวิตผู้ยากไร้คนหนึ่งเอาไว้ แต่ท่านรู้หรือไม่ กลับเป็เขาเองที่ปลิดชีพคนผู้นั้น เพียงเพื่อปกปิดว่าตนเองไม่มีส่วนช่วยเหลือใดๆ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่ถูกจัดฉากขึ้น เพราะสิ่งที่เขา้ามีเพียงอำนาจเท่านั้น”
หนิงอี้หาวได้ฟังถึงกับใ สองปีก่อนจำได้ว่าบุตรสาวเล่าเื่นี้ให้ฟังอยู่บ่อยๆ ปกตินางจะทำการแจกจ่ายอาหารที่เขตนอกเมืองเดือนละครั้ง มีพี่น้องคู่หนึ่งไร้บิดามารดาคอยดูแล พี่ชายอายุสิบปีต้องทำงานทุกอย่างเพื่อดูแลน้องสาวตัวเล็กที่อายุเพียงห้าปีด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็เด็กที่ไร้ครอบครัวคอยดูแลจึงถูกกดขี่อยู่บ่อยครั้ง วันหนึ่งพี่ชายถูกรถม้าชนจนาเ็ จึงได้องค์ชายสี่ช่วยส่งถึงมือหมอและจ่ายค่ารักษาทั้งหมดให้ พร้อมทั้งให้เงินจำนวนหนึ่ง เรียกว่าใช้ได้อย่างไม่ขัดสนไปหลายปีทีเดียว
ทว่าเื่เ่าั้กลับไม่ใช่เื่จริงอย่างนั้นหรือ
“เ้าจะบอกว่าทั้งหมดเป็แผนขององค์ชายสี่มาั้แ่ต้นหรือ” หนิงอี้หาวออกอาการแปลกใจอย่างถึงที่สุด หารู้ไม่ว่ายังมีเื่น่าใยิ่งกว่านี้อีก
“หากท่านไม่เชื่อ ให้คนไปสืบดูที่หมู่บ้านแห่งนั้นก็จะทราบเองเ้าค่ะ” สิ้นคำของหนิงฟางหรง ผู้เป็บิดาก็ได้เรียกคนของตนเข้ามาเพื่อมอบหมายคำสั่งอย่างไม่รีรอในทันที หากเป็เื่จริงดังที่บุตรสาวคนโตของเขาบอก เท่ากับว่าการส่งนางไปเป็พระชายาขององค์ชายสี่ เป็เื่ที่ทำให้เขาเกิดความไม่สบายใจที่สุด
“แต่การยกเลิกถูกประกาศออกมาแล้ว คาดว่าราชโองการคงมาถึงภายในวันพรุ่งนี้”
“คนผู้นั้น จะกลับมาถึงภายในวันนี้ ข้าไม่อาจนิ่งนอนใจได้ จึง้าความช่วยเหลือจากท่านพ่อเผื่อในกรณีฉุกเฉินเ้าค่ะ อย่างน้อยมีท่านยืนกรานปฏิเสธเพิ่มอีกคน ข้าจะได้สบายใจ”
“แล้วเ้า...ไม่เสียใจหรือ” หนิงอี้หาวหรี่ตามองบุตรสาวของตน ก็พบว่าไม่มีร่องรอยของความสั่นไหวในดวงตาเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับเรียบนิ่งจนประหลาด แม้แต่ใบหน้าก็ยังไม่สื่อถึงอารมณ์ใด
“ข้าไม่มีความรู้สึกดีๆ กับเขาแล้วเ้าค่ะ” หากพูดให้ถูก นางทั้งเกลียดทั้งแค้นเสียมากกว่า
“ตกลง หากมีสิ่งใดเกิดขึ้น พ่อจะช่วยเ้าจนถึงที่สุด”
การพูดคุยจบลงเพียงเท่านี้ หนิงฟางหรงมีเื่ที่้าบอกผู้เป็บิดาอีกมากมาย ทว่าเพียงแค่เื่เดียวก็ใมากแล้ว หากรับรู้เื่ทั้งหมดในทันที คงรับไม่ไหวเป็แน่ นางวางแผนว่าจะค่อยๆ จัดการเื่ราวต่างๆ ไปทีละขั้นตามเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น
่ปลายยามเซิน ในระหว่างที่หนิงฟางหรงกำลังนั่งจิบชาในศาลากลางบึงอย่างใช้ความคิด เสี่ยวเถาก็วิ่งกระหืดกระหอบมาหานางอย่างรวดเร็ว
“คุณหนูเ้าคะ องค์ชายสี่กลับมาแล้วเ้าค่ะ” พูดจบ ร่างสูงโปร่งอันคุ้นเคยในที่ไกลๆ ก็ปรากฏสู่สายตาของหญิงสาวทันที
หนิงฟางหรงลุกขึ้นเต็มความสูง มือทั้งสองจับกับแน่นเพื่อลดอาการสั่น ดวงตาทั้งสองหลับลงครู่หนึ่งพร้อมทั้งปรับลมหายใจให้คงที่และสม่ำเสมอ เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง สีหน้าแววตา รวมทั้งท่าทางล้วนเปลี่ยนไปเป็หนิงฟางหรงที่โง่งมคนนั้นเฉกเช่นเดิม
นางคิดภายในใจ ระหว่างนางกับคนเลวผู้นี้ ผู้ใดจะแสดงงิ้วได้เป็เลิศกว่ากัน...
********************
เพิ่งกลับมาถึงก็ต้องประจันหน้ากับศัตรูแบบที่น้องยังไม่ได้เตรียมตัวเลย จะเอาตัวรอดไม่ให้เป็ที่สงสัยได้ไหมนะ...
เจอกันอีกที 1ทุ่มนะคะ
ฝากกดใจ กดติดตาม หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้น้าาาา
…เพิ่มเติม…
ไรต์บุหลันรังรอง มีเพจ Facebook และ Tiktok แล้วน้า สามารถไปติดตามพูดคุยกันได้นะคะ☺❤
https://www.facebook.com/profile.php? id=100088829591788&mibextid=ZbWKwL
Tiktok
https://www.tiktok.com/@pom_wps.3001? _t=8cmBVnjG2Es&_r=1