อ๊ากก!!!!!!
เสียงร้องของชิงเฟิงดังขึ้นมาอีกครั้งและครั้งนี้ก็ดังมากกว่าปกติหลังจากที่เขากรีดร้องไม่นาน ร่างกายของเขาก็ไม่สามารถรับความเ็ปได้ไหว เขาหมดสติไปทันที
"อะไรกัน หมดสติไปแล้วอย่างงั้นหรอ"กวังเฟย มองดูชิงเฟิงที่สลบและกล่าวออกมา"เ้านี่สมกับเป็ขยะจริงๆ"
"เอาล่ะ สังหารมันได้แล้วจากนั้นก็รีบทำลายศพของมันซะ อย่าให้ใครรู้เป็อันขาด"เฉี่ยวตงกล่าวสั่งกับทั้งสองคน
"ได้ครับพี่เฉี่ยว"ลี่กังพยักหน้ารับจากนั้นเขาก็หยิบมีดเล่หนึ่งออกมา จากนั้นก็เอามาทาบบนหน้าที่หมดสติของชิงเฟิง"เห้อ น่าเสียดายที่เ้าหมดสติไปก่อน ข้ายังอยากเล่นกับเ้าอยู่อีก"ลี่กังกล่าวออกมาพร้อมกับทำท่าทางเสียดาย
"เ้ามัวชักช้าหาอะไรรีบสังหารมันซะ"กวังเฟยกล่าวออกมาเมื่อเห็นการกระทำของลี่กัง
"เออๆ ข้ารู้แล้ว"ลี่กังกล่าวอย่างรำคาญ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ยกมีดขึ้นมา เล็กไปที่ตำแหน่งหัวใจของชิงเฟิง
ฉึบ!!!!
มีดได้ปักลงไปที่ตำแหน่งหัวใจของชิงเฟิงเข้าอย่าวจัง จนชิงเฟิงที่หมดสติอยู่กระอักเืออกมา หัวใจของเขาคล้ายกับกำลังจะหยุดเต้นเเล้ว
ลี่กังเตรียมจะหยิบมีดเพื่อที่จะแทงอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ แต่ทว่าในระหว่างนั้นเองจู่ๆ เสียงของเฉี่ยวตงก็ได้ดังขึ้นมา "มีคนกำลังมา!! พวกเราต้องรีบไปแล้ว อย่าให้ใครมาเห็นพวกเราเด็ดขาด!"
ลี่กังรีบหันไปมองหน้าเฉี่ยวตงทันที"พี่เฉี่ยวมีคนกำลังมางั้นหรอ"
"ใช่แล้ว! ข้ารู้สึกได้ว่ามีคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้พละกำลังของเขาน่าจะแข็งแกร่งมาก สังเกตจากแรงเท้าที่กำลงวิ่งมา"
"อย่างนี้พวกเราจะทำอย่างไรกับร่างของเ้าขยะนี่ดี จะปล่อยมันไว้แบบนี้งั้นเหรอ"กวังเฟยกล่าวถามออกมา
"ปล่อยทิ้งแบบนี้ไม่ดีแน่ บางทีอาจมีคนตรวจสอบร่างของมันและมันอาจสาวมาถึงเราก็ได้"เฉี่ยวตงกล่าวออกมา เนื่องจากว่าเขาได้ใช้ท่าประจำตัวของเขากับชิงเฟิงเมื่อมีคนมาจรวจสอบอาจสามารถสาวมาถึงเขาก็ได้
"พี่เฉี่ยวข้างหน้ามีหุบเหวแห่งหนึ่ง ข้าว่าเอาร่างเ้าขยะนี่ไปทิ้งลงในหุบเหวนั่นดีไหม"ลี่กังเสนอความคิดขึ้นมา เขาจำได้ว่าในตอนที่เขาเคยทำภารกิจสำนักเขาเคยเจอหุบเหวแห่งหนึ่ง
"หุบเหวงั้นหรอ? ดี งั้นพวกเราเอาร่างของมันไปทิ้งที่นั่นซะ ไปเร็ว! เราไม่มีเวลาแล้ว"
หลังจากนั้นไม่นานทั้งสามคนก็มุ่งหน้าไปยังหุบเหวที่ลี่กังได้กล่าวเอาไว้
....
ณ.หุบเหวา หุบเหวที่ลึกสุดจนหยั่งถึง หุบเหวแห่งนี้ว่ากันว่ามีอยู่มาช้านานั้แ่่า ไม่รู้ว่าหุบเหวแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่และเกิดขึ้นได้อย่างไร บางทีอาจเป็ฝีมือของทวยเทพองค์หนึ่งก็เป็ได้
ตอนนี้บริเวณหน้าผาของหุบเหว กลุ่มของเฉี่ยวตงได้แบกร่างที่หายใจรวยรินของชิงเฟิงมาถึงที่หน้าผา
"เร็วเข้า รีบนำร่างของเ้าขยะนี่ทิ้งให้ไว ข้ารู้สึกว่าคนผู้นั้นใกล้จะมาถึงแล้ว"เฉี่ยวตงกล่าวสั่งลูกน้องทั้งสองคน
"พี่เฉี่ยวตอนนี้เ้าขยะชิงเฟิงมันยังหายใจอยู่ ถ้าเกิดว่าเราทิ้งมันลงไปบางที มันอาจมีโอกาศรอดก็ได้"กวังเฟยพูดออกมาพร้อมกับจ้องมองไปที่ร่างของชิงเฟิง เขารู้สึกกังวลเนื่องจากว่าชิงเฟิงยังไม่ได้ตายสนิท มันยังคงหายใจรวยรินอยู่
"เ้าจะไปกลัวทำไมกับแค่ขยะคนหนึ่ง รอดกับไม่รอดมันก็มีค่าเท่ากัน อีกอย่างเ้าดูสิว่าหุบเหวนี่ลึกมากขนาดไหน ถ้าเราโยนร่างของเ้าขยะนี่ลงไป ต่อให้ตอนนี้มันจะยังไม่ตายแต่ก็คงไม่นานที่ร่างของมันจะกลายเป็เศษเนื้อ"ลี่กังกล่าวออกมาเมื่อเห็นความกังวลของหวังเฟย
"เอาละๆ รีบโยนมันลงไปได้เเล้ว อย่าได้ขักช้า"เฉี่ยวตงสั่งอีกครั้ง ตอนนี้เขารู้สึกกังวลมาก ถ้าเกิดมีคนมาพบเข้าละก็มีหวังต้องโดนโทษหนักแน่ๆ
ไม่นาน ลี่กังก็ได้จับไปที่คอเสื้อของชิงเฟิง เขายกชิงเฟิงด้วยมืข้างเดียวราวกับว่าร่างของชิงเฟิงเป็เพียงท่อนไม้ท่อนหนึ่ง "ลาก่อน เ้าขยะไร้ค่า!"
ฟุบบ!!
ลี่กังโยนร่างของชิงเฟิงตกลงไปสู่หุบเหวที่ดำมืดลึกสุดลูกหูลูกตา เขามองลงไปเล็กน้อยด้วยสายตาที่ดูถูก
ฟุบบ!!!
ประมาณ 2-3ลมหายใจหลังจากโยนร่างของชิงเฟิง ไม่นานคนผู้หนึ่งก็ได้มาถึงในที่ที่พวกเฉี่ยวตงยืนอยู่
เมื่อเฉี่ยวตกและพรรคพวกเห็นหน้าคนผู้นี้พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าและกังวลขึ้นมาในทันที
คนที่เพิ่งปรากฏตัวนั้นเป็ชายหนุ่มคนหนึ่งอายุ ราวๆ 19-20 ใบหน้าคมเข็มจัดได้ว่าหล่อเหลาแลดูมีภูมิฐาน ในตอนนี้ชายคนนั้นได้จ้องมามาที่กลุ่มของเฉี่ยวตงอย่างสงสัย
"ศิษย์พี่ปู้!"เฉี่ยวตงและอีกสองกล่าวออกมาพร้อมกับคำนับเล็กน้อยให้กับคนที่ปรากฏ
ศิษย์พี่ปู้หรือปู้หนิงเฉวียนพยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นก็กล่าวถาม"พวกเ้ามาทำอะไรกันตรงนี้?"
เขาสงสัยว่ากลุ่มรุ่นน้องของเขากลุ่มนี้มาทำอะไรกันที่บริเวณหน้าผาแห่งนี้
"เรียนศิษย์พี่ปู้ พวกเรากำลังไล่ล่าสัตว์อสูรตัวหนึ่งอยู่ เมื่อกี้สัตว์อสูรมันวิ่งมาทางนี้..."เฉี่ยวตงกล่าวคำโกหกออกมาด้วยใบหน้าที่นอบน้อม
ถ้าเป็คนอื่นเฉี่ยวตงคงจะไม่นอบน้อมขนาดนี้ แต่ทว่านี่คือปู้หนิงเฉวียน! เขาไม่นอบน้อมคงไม่ได้
ปู้หนิงเฉวียนเป็สมาชิกของหอผู้คุมกฎซึ่งจัดได้ว่าเป็หอที่น่าเกรงขามที่สุดในสำนักัทะยาน อีกทั้งตัวของปู้หนิงเฉวียนก็ยังเป็ผู้บ่มเพาะระดับรวบรวมลมปราณที่แข็งแกร่งอีกด้วย! บอกได้เลยว่าปู้หนิงเฉวียนคนนี้เกือบจะเทียบเท่าได้กับพี่ชายของเขา เฉี่ยวเหลี่ยง!
ปู้หนิงเฉวียนได้ยินคำพูดของเฉี่ยวตงเขาพยักหน้าเล็กน้อยและไม่ได้สงสัยอะไรจากนั้นก็กล่าว"ไม่น่าล่ะข้าจึงได้ยินเสียงการต่อสู้ เอาเถอะ แล้วตอนนี้สัตว์อสูรตัวนั้นอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ"
"ศิษย์พี่ปู้ เมื่อกี้สัตว์อสูรตัวนั้นไม่ทันระวังทำให้พลัดตกหุบเหวไปแล้วขอรับ"เฉี่ยวตงกล่่วตอบ
"อย่างงั้นหรอ? น่าเสียดาย เอาเถอะ เมื่อกี้ข้านึกว่ามีคนกำลังต่อสู้กัน ถ้าเกิดไม่มีอะไรแล้วงั้นข้าไปก่อน"ปู้หนิงเฉวียนกล่าวออกมาจากนั้นก็หันตัวจากไป
"ลาก่อน ศิษย์พี่ปู้"ทั้งสามคนกล่าวออกมาพร้อมกัน และมองปู้หนิงเฉวียนที่จากไปพร้อมกับความโล่งใจ
หลังจากที่ผู้หนิงเฉวียนหายลับไปแล้ว ทั้งสามคนก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"เห้อ..เกือบไปแล้ว อีกแค่นิดเดียวเอง ถ้าเกิดว่าช้าไปกว่านี้มีหวังศิษย์พี่ปู้คงจะเห็นพวกเราฆ่าไอ้ขยะนั่นแน่"กวังเฟยกล่าวออกมาพร้อมกับเอามือทาบอก เขาในตอนนี้กลัวมากจริงๆ
"เห้อ..นับจากนี้ไปคงจะไม่มีเ้าขยะนี้ในสำนักัทะยานอีกต่อไป ต่อไปนี้เทพธิดามู่เสี่ยวเหวินก็คงจะไม่ต้องแปดเปื้อนเพราะเ้าขยะนี่อีกต่อไปแล้ว"
"รีบไปจากที่นี่กันเถอะ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่นานๆ หุบเหวแห่งนี้ปลดปล่อยบรรยากาศที่ดูแปลกๆยังไงชอบกล"เฉี่ยวตงกล่าวออกมาพร้อมกับจ้องมองไปที่หุวเหวสีดำ ในขณะนี้เขาที่ยืนอยู่ใกล้ๆกับหุบเหวรู้สึกถึงบรรยากาศที่ไม่ชอบมาพากลทำให้ตัวเขาอดไม่ได้ที่สั่นกลัว
"ข้าเองก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน ไป!!รีบไปกันเถอะ"
"ไปกั
น.."
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ได้จากไปปล่อยให้คนๆหนึ่งจมลงไปท่ามกลางความมืดที่แสนมืดมิด