ลมหนาว
อากาศยามเช้าที่หอบเอาลมหนาวมา จนต้องยกมือขึ้นมาโอบกอดตนเองด้วยความรู้สึกหนาวทำให้เ้าของร่างบางที่อยู่ในชุดสีม่วงเรียบๆรับรู้ว่าอีกไม่นานฤดูตงจี้ใกล้จะมาถึงในอีกไม่ช้านับว่าเป็ครั้งแรกในชีวิตที่ดาวศุกร์จะได้ใช้ชีวิตในฤดูหนาวอย่างจริงจัง
หลายเื่เล่าถึงฤดูหนาว หรือฤดูตงจี้ในสถานที่แห่งนี้ความหนาวเหน็บที่ทำให้ผิวกายเย็นราวกับคนไม่มีลมหายใจ เธอไม่ชอบความรู้สึกนี้ความรู้สึกของการอยู่คนเดียวบนโลก
อากาศยิ่งหนาวเย็นเท่าไหร่จะทำให้ยิ่งรู้สึกเหงามากขึ้นตามไปด้วย หญิงสาวนั้นรู้ดียิ่งกว่าใคร เพราะความรู้สึกนี้เธอรู้จักมันดี
ฤดูหนาวความเปลี่ยนแปลงของกลางวันกลางคืนก็ต่างไปจากเดิมจะทำให้นาฬิกาชีวิตแปรปรวนด้วยเช่นกันยิ่งความหนาวที่มากับหิมะสีขาวมันคงจะเป็ความหนาวเย็นที่สุดในชีวิตของดาวศุกร์นับจากลืมตาขึ้นมายังโลกใบใหม่
“ข้าไม่ชอบฤดูตงจี้เลยแม้แต่น้อย”ดาวศุกร์เอ่ยบอกอิงอิงที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างๆ หากแต่ไม่ได้หันมามองคู่สนทนาดวงตากลมโตทอดมองไปยังเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมายราวกับในในใจกำลังคิดอะไรบางอย่างที่อิงอิงไม่สามารถเข้าถึงได้
“เ้าไม่ต้องเป็กังวลไปจวนสร้างใกล้จะเสร็จแล้ว ช่างจะเร่งให้ทันฤดูตงจี้”นางไม่รู้ว่าหลิวฮวานั้นมีความกังวลเื่ใดอยู่ในใจนางจึงเดาว่าอาจจะเป็ฤดูตงจี้ที่จะมาถึง จวนที่กำลังก่อสร้างกำลังไปได้ด้วยดีช่างทำได้ตรงกับแบบที่หลิวฮวาได้วาดขึ้นทั้งหมดมีหลายอย่างที่นางไม่เคยรู้จักก็ได้เปิดหูเปิดตามากขึ้น สิ่งต่างๆที่หลิวฮวาสร้างขึ้นร่วนเป็สิ่งอำนวยความสะดวกชั้นยอดที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนและสร้างทุกอย่างขึ้นมาจากการผ่านความคิดอย่างถี่ถ้วนมาดีแล้ว
“ฤดูตงจี้มันทำให้ข้ารู้สึกเหน็บหนาวเหลือเกิน”อิงอิงนางไม่เคยเห็นสตรีหม้ายผู้นี้จะเคยแสดงท่าทางแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้งไม่รู้ว่าในใจของหลิวฮวามีสิ่งใดเก็บเอาไว้ในใจ จนไม่สามารถวางลงได้
คนอย่างเธอก็เป็แค่มนุษย์ผู้หนึ่งจะเก่งแค่ไหนก็ย่อมมีเื่ที่วางไม่ลงเช่นกัน
ชื่อจริงของเธอนานวันเข้าเริ่มจะลางเลือนในความทรงจำแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเธอได้ยินผู้อื่นเรียกเธอด้วยชื่อว่าดาวศุกร์ครั้งสุดท้ายตอนไหนทุกคนที่นี่มักจะเรียกขานเธอว่าหลิวฮวา จนตอนนี้ชื่อนี้กลายเป็ชื่อที่เธอคุ้นเคยแทนที่ชื่อจริงของเธอ
การถูกลืมเป็สิ่งที่เธอหวาดกลัว........................
“อ่าข้าเป็อะไรไป ต้องรีบไปทำปุ๋ยหมักแล้ว” ดาวศุกร์เอ่ยอย่างยิ้มๆ หากแต่ไม่ถึงดวงตาดวงตากลมคู่นี้ยังคงติดอยู่กับความรู้สึกเมื่อครู่
“ทำอย่างไรหรือข้าจะช่วยเ้า ครั้งหน้าจะได้ทำเองได้ เ้าทำงานหนักมากเกินไปแล้วหลิวฮวา”เมื่อหลิวฮวาไม่เอ่ยบอก อิงอิงนางจึงมองข้ามท่าทางแปลกไปของหลิวฮวาสตรีนางนี้เหมือนจะเป็คนที่ปรับตัวเข้ากับทุกสิ่งได้ง่ายหากแต่ยังมีหลายอย่างที่นางรู้สึกว่าหลิวฮวานั้นเป็คนที่มีความคิดซับซ้อนผู้หนึ่ง
“ไม่ยากหรอกเ้าค่ะง่ายมากๆ” หลิวฮวาหรือดาวศุกร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะเดินนำหน้าอิงอิงไปยังสวนผักที่อยู่หลังเรือน
สวนผักของดาวศุกร์ไม่ห่างจากลำธารมากเนื่องจากในตอนนั้นเธอทำแปลงผักกับรางน้ำคนเดียว จึงทำไว้ใกล้ๆลำธารและมันก็เป็ผลดีต่อตัวเธอในตอนนี้ เนื่องจากไม่ต้องขุดผักที่เคยปลูกทำสวนใหม่หลังจากเริ่มก่อสร้างจวน ด้วยเพราะจวนของเธอมีการใช้พื้นที่ 1 ไหล นับว่ากว้างมากแต่พอเริ่มสร้างจวนขึ้นมามันกับลงตัวราวกับจับวาง
“ข้าเตรียมของที่นายหญิงสั่งเอาไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ”มู่กวาที่ยืนอยู่ข้างสวนผักเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นผู้เป็ใหญ่ของจวนเดินมาแต่ไกล
ของที่ดาวศุกร์สั่งให้มู่กวาเตรียมเอาไว้นั้นก็คือเศษอาหาร เช่น เศษข้าว เศษผัก เปลือกผลไม้ เปลือกไข่ก้างปลา เศษอาหารที่เธอเหลือในทุกวันเธอให้มู่กวานำมาเทไว้ในโอ่งหินขนาดใหญ่ที่ได้ซื้อมาไว้ั้แ่อาทิตย์ก่อน
เมื่อนำมาทำปุ๋ยหมักจะใช้เฉพาะส่วนที่เป็กากจึงต้องแยกน้ำที่อยู่ในเศษอาหารออกก่อน ดาวศุกร์จึงให้มู่กวาแยกเศษอาหารกับน้ำออกจากกันหากเศษอาหารมีขนาดใหญ่ก็สับให้มีขนาดเล็กลง
ส่วนจุลินทรีย์ หาได้ง่ายมาก เนื่องจากเธอเลี้ยงไก่เอาไว้ ทำให้มีมูลเยอะมาก เพียงพอต่อการทำปุ๋ยหมักและสิ่งที่ขาดไม่ได้นั้นก็คือเศษใบไม้ จะช่วยให้เศษอาหารมีความโปร่งพรุนไม่อัดแน่นจนเกินไป ทั้งยังมีธาตุคาร์บอนที่จำเป็ต่อการเจริญเติบโตและสร้างเซลล์ของจุลินทรีย์
“เดี๋ยวข้าจะทำให้ดูก่อนครั้งหน้าพี่มู่กวาจะได้ทำได้”
“ขอรับ”มู่กวาพยักหน้ารับ ดาวศุกร์จึงเริ่มลงมือทำปุ๋ยหมักให้กับทั้งสองดูเป็ตัวอย่าง ขั้นตอนการทำก็ไม่ยากใส่เศษอาหาร มูลสัตว์ และเศษใบไม้ อย่างละ 1 ส่วนลงในโอ่งผสมคลุกเคล้าให้ทั่วแล้วปิดฝา
ด้วยความที่โอ่งจีนโบราณมีปากที่กว้างและในสมัยนี้ก็หาพลาสติกปิดปากโอ่งไม่ได้จึงต้องใช้ผ้าขาวบางปิดฝาแล้วเจาะให้มีรูเพื่อระบายอากาศ
“หลังจากทำเสร็จท่านไม่ต้องเติมน้ำนะเ้าคะเนื่องจากเศษอาหารมีความชื้นสูงหากวันถัดไปมีเศษอาหารอีกก็ผสมมูลสัตว์และเศษใบไม้ในอัตราส่วนเดิมใส่ลงในโอ่งอีกจากนั้นใช้ไม้คนส่วนผสมให้คลุกเคล้ากันทุกวันวันละ 1-2 ครั้ง”
“ปุ๋ยหมักที่เ้าว่าจะมีน้ำออกมาเองหรือ”อิงอิงที่สงสัยนางจึงเอ่ยถามขึ้นดวงตาเรียวคมมองมือเล็กของดาวศุกร์ที่ใช้ไม้ไผ่คนทุกอย่างให้เข้ากันในโอ่ง
“ไม่ใช่เ้าค่ะปุ๋ยหมักจะมีลักษณะคล้ายดินสีดำ แต่จะไม่ละเอียดเท่าดินที่สำคัญปุ๋ยหมักพวกนี้นำไปหว่านในแปลงผักจะทำให้ยิ่งงามขึ้นแต่ต้องรอให้หมักได้ที่อีก 3 เดือนนับจากวันนี้เป็ต้นไป และนำมาใส่แปลงผักเดือนละ2 ครั้ง หรือ 14 วัน รดครั้งหนึ่งเ้าค่ะ”
“ข้าจะจำไว้จะได้มาช่วยพี่มู่กวาอีกแรงหนึ่ง ทำสองคนกับลุงหานคงนานกว่าจะเสร็จเพราะมีผักเยอะมาก”
“แต่ถ้าท่านเปิดโอ่งดูแล้วเห็นว่าใน่ 3-10 วันแรกมีความร้อนเกิดขึ้น ข้าหมายความว่าข้างในโอ่งเกิดความร้อน ท่านต้องพรมน้ำลงไปเพิ่มนะเ้าคะ”
“อีก 30 วันมันจะเป็อย่างไรหรือ” มู่กวาชายหนุ่มเพียงหนึ่งเดียวเอ่ยถามด้วยความสงสัยเขารู้สึกสนใจในเื่นี้มาก สมัยก่อนเคยทำนา ปลูกผักมาก็มากแต่ไม่เคยได้ใส่สิ่งใดลงไปในดินเพื่อบำรุงผักเหล่านี้
“เมื่อครบ 30 วัน จะได้ปุ๋ยหมักแต่ยังมีความชื้นอยู่ ท่านต้องงดพรมน้ำและปล่อยให้แห้งปุ๋ยเหล่านี้จะมีสีดำคล้ำเปื่อยยุ่ย มีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบาและไม่มีกลิ่นเหม็นเ้าค่ะ”ไม่รู้ว่ามู่กวากับอิงอิงจะเข้าในสิ่งที่เธอพูดหรือไม่แต่เธอพยายามใช้คำเกี่ยวกับทางวิทยาศาสตร์น้อยที่สุด ไม่อย่างนั้นคงจะวุ่นวายน่าดู
“ผ้าขาวข้าเจาะรูเอาไว้ให้แล้ว”อิงอิงนางยื่นผ้าให้ดาวศุกร์ หลังจากที่เห็นหญิงสาวหยุดคนสิ่งที่อยู่ในโอ่ง
ดาวศุกร์นำผ้าขาวมาคลุมปากโอ่งใช้มือดึงให้ตึง จากนั้นให้มู่กวาใช้เชือกกล้วยผูกให้แน่นเป็อันเสร็จ
“ผักพวกนี้โตขึ้นมากเลยขอรับแต่มันคงจะอยู่ไม่พ้นฤดูตงจี้” มู่กวางมีสีหน้าเป็กังวล ฤดูตงจี้ยาวนานมากผักพวกนี้ก็จะเสียหายเพราะความชื่นจากหิมะ
“ตอนนี้ข้าเองก็ยังไม่มีวีแก้ปัญหาเื่นี้เ้าค่ะแต่มีวิธีง่ายที่สุดคือนำผักพวกนี้ไปขาย ถ้าข้ามีร้านอาหารคงจะดีกว่านี้เพราะสามารถนำผักพวกนี้ไปทำอาหารได้ ผักที่สวนของเรามีมาก ไม่มีทางที่จะกินทัน อีกไม่ถึงเดือนฤดูตงจี้จะมาถึงแล้ว”แม้เธอจะนำผักพวกนี้มาปรุงเป็อาหารทุกวันและนำไปทำเป็มันฝรั่งทอดขายที่ตลาดแต่มันก็มีปริมาณมากจนกินไม่ทัน ถ้าจะเก็บเอาไว้เป็เสบียงฤดูหนาวคงต้องเก็บผักที่ไม่เน่าเหมือนมันฝรั่งกับแครอท
“เอาไว้เค่อยคิดทีหลังเถิดตอนนี้ก็ยามเซินแล้ว เ้าควรพักได้แล้วหลิวฮวาตอนนี้ไม่ได้มีเพียงเ้ากับเ้าก้อนแป้งสองคน ที่จะต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างเอง”
ดาวศุกร์พยักหน้ารับคำกล่าวของอิงอิงเป็การตอบรับอย่างน้อยๆฤดูหนาวที่จะมาถึงเธอก็ไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อ