เช้าวันอาทิตย์มาถึงพร้อมท้องฟ้าสีฟ้าใสหลังจากหลายวันที่อากาศครึ้มหมู่บ้านโคโมเระก็กลับมาสว่างอีกครั้ง แสงแดดอ่อน ๆตกกระทบบนใบเมเปิลสีแดงจนดูเหมือนกำลังเรืองแสง มาซาอากิกำลังรดน้ำต้นมิ้นต์หน้าบ้านลมหายใจกลายเป็ไอจางๆ ในอากาศเย็นของต้นเดือนพฤศจิกายน
กริ๊ง
เสียงกระดิ่งจักรยานดังขึ้นเขาเงยหน้าขึ้นโดยอัตโนมัติ อาโออิกำลังจอดจักรยานอยู่หน้าประตูบ้าน เธอสวมเสื้อไหมพรมสีครีมตัวเดิมผ้าพันคอสีแดงเข้มและสะพายกล้องไว้บนไหล่แต่สิ่งที่สะดุดตาเขามากกว่าคือวันนี้เธอดูอารมณ์ดีเป็พิเศษ
“สวัสดี” เธอยกมือขึ้นทัก
“เช้าจัง”
“ฉันตื่นเต้น” คำตอบมาเร็วทันที
เขาหัวเราะ“เื่อะไร”
หญิงสาวยิ้มกว้างก่อนเอามือไพล่หลัง
“ทายสิ”
“ผมไม่เก่งเกมนี้”
“ลองก่อน” เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง
“คุณซื้อกล้องใหม่”
“ไม่ใช่”
“คุณถูกรางวัล”
“ฉันไม่ได้ซื้อลอตเตอรี่”
“งั้นผมยอมแพ้”
อาโออิหัวเราะเสียงใสเหมือนกระดิ่งลม“ไปเที่ยวกัน”
มาซาอากิกะพริบตา“วันนี้เหรอ”
“อือ” เธอพยักหน้าแรง ๆ “วันนี้”
“ไปไหน”
“ความลับ”
เขาหลุดยิ้มทันที“อีกแล้วเหรอ”
“อีกแล้ว” เธอพยักหน้าอย่างภูมิใจ “บางอย่างถ้ารู้ก่อนมันจะไม่ตื่นเต้น”
เขามองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้าอย่างยอมแพ้ั้แ่รู้จักกันมาเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า เวลาที่ผู้หญิงคนนี้พูดว่าความลับนั่นไม่ได้หมายความว่าเธอกำลังปิดบังอะไรเธอแค่อยากให้เขาไปด้วยแค่นั้นเอง
“ไกลไหม”
“นิดเดียว”
เธอชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว“นั่งรถไฟแค่สองสถานี”
“รถไฟ?”
“อือ” เธอยิ้มกว้างขึ้นอีก “คุณย้ายมาอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้วแต่ยังไม่เคยนั่งรถไฟสายท้องถิ่นเลย”
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมรับ“จริงด้วย”
“งั้นวันนี้เป็วันดี” เธอหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
ตั๋วรถไฟสองใบ
“ฉันซื้อไว้แล้ว”
มาซาอากิชะงัก“ซื้อแล้ว?”
“อือ”
“ั้แ่เมื่อไร”
“เมื่อวาน” เธอยิ้มอย่างคนเตรียมการมาเรียบร้อย
“คุณยังไม่ได้ถามผมเลย”
“ถ้าถาม คุณอาจปฏิเสธ”
“ผมดูเป็คนแบบนั้นเหรอ”
“นิดหนึ่ง” เธอใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ทำท่าเหลือช่องว่างเล็ก ๆ
เขาหลุดหัวเราะ“นี่คุณวางแผนไว้หมดแล้วสินะ”
“แน่นอน” เธอพูดด้วยสีหน้าจริงจังเกินเหตุ “ฉันตื่นเต้นมาั้แ่เมื่อคืน”
เขามองเธออยู่พักหนึ่งก่อนถามขึ้น“ทำไมถึงอยากไปกับผม”
คำถามหลุดออกไปโดยไม่ทันคิดหญิงสาวกะพริบตาราวกับไม่คาดว่าจะถูกถามกลับ ลมเย็นพัดผ่านระหว่างทั้งสองเธอก้มลงมองตั๋วในมือแล้วตอบเบาๆ
“เพราะฉันอยากไปกับคุณ”
คำตอบตรงไปตรงมาจนเขาพูดอะไรไม่ออกอาโออิเองก็ดูเหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกมาแก้มของเธอเริ่มขึ้นสี
“ฉันหมายถึง...” เธอรีบเงยหน้าขึ้น “ก็...ไปคนเดียวมันไม่สนุก”
“อือ”
“แล้วพ่อกับแม่ก็ไม่ว่าง”
“ครับ”
“แล้ว...” เธอเม้มปาก “ฉันก็นึกถึงคุณขึ้นมาพอดี”
ประโยคสุดท้ายเบามากแต่กลับทำให้หัวใจของเขากระตุกเบาๆ
หญิงสาวรีบหันหน้าหนี“เราไปกันเถอะ”
เธอหมุนตัวแล้วเข็นจักรยานออกจากหน้าบ้านมาซาอากิเดินตามไปเงียบ ๆ ทั้งสองค่อย ๆเดินไปตามถนนสายเล็กของหมู่บ้านลมเย็นต้นฤดูหนาวพัดผ่าน ใบเมเปิลสีแดงปลิวลงมาอยู่ตรงหน้าไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักหนึ่ง
จนกระทั่งเมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านทาคาฮาชิประตูไม้ก็เลื่อนเปิดออกเคนจิเดินออกมาพร้อมแก้วกาแฟในมือเขาหยุดทันทีเมื่อเห็นทั้งสองคนเดินผ่านหน้าบ้าน สายตาของคนเป็พ่อมองจากลูกสาวไปยังมาซาอากิแล้วกลับมาที่ลูกสาวอีกครั้ง
“อ้าว” อาโออิชะงัก “พ่อ”
“จะไปไหนกัน”
“เอ่อ...” เธอเหลือบมองมาซาอากิแวบหนึ่ง
ก่อนตอบเบาๆ “ไปเที่ยวค่ะ”
“อือ” เคนจิพยักหน้า “สองคน?”
“อือ”
ความเงียบสั้นๆ เกิดขึ้นก่อนรอยยิ้มบาง ๆ จะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
“งั้นเหรอ”
อาโออิหรี่ตาลงทันที“ทำไมคะ”
“เปล่า”
“พ่อกำลังคิดอะไรอยู่”
“ไม่ได้คิดอะไร”
คำตอบนั้นฟังดูไม่น่าเชื่อเลยสักนิดมาซาอากิหลุดยิ้มโดยไม่รู้ตัว
“คุณก็อย่ายิ้มสิ” อาโออิหันมามองเขาทันที
“ครับ?”
“ทั้งสองคนเลย”
เธอถอนหายใจก่อนกอดอก“ฉันรู้ว่าพวกคุณกำลังคิดอะไร”
“ยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ” เคนจิแย้ง
“แต่พ่อกำลังคิด”
“งั้นเหรอ”
“ใช่”
เคนจิหัวเราะเบาๆ ก่อนพูดขึ้นลอย ๆ “เที่ยวให้สนุกนะ”
คราวนี้อาโออิหน้าแดงขึ้นทันที
“พ่อ!”
“อะไร”
“พูดเหมือน...” เธอหยุดเองแล้วรีบหันหน้าหนี
เคนจิยิ่งยิ้มมากกว่าเดิม“เหมือนอะไร”
“ไม่คุยด้วยแล้ว”
เธอเดินไปเข็นจักรยานของตัวเองหูแดงไปหมดแล้ว
มาซาอากิมองภาพนั้นอยู่เงียบๆ ก่อนจะรู้สึกว่า ตัวเองเริ่มร้อนที่หูเหมือนกัน
“ดูแลลูกสาวผมด้วยนะ” เคนจิพูดขึ้นเบา ๆ
เขาหันกลับไปมองคนเป็พ่อยังยิ้มอยู่แต่สายตากลับอ่อนโยนอย่างประหลาด
มาซาอากิพยักหน้า“ครับ”
“แล้ว...” เคนจิหยุดไปนิดหนึ่ง “พากลับก่อนมืดล่ะ”
ลมเย็นพัดผ่านอีกครั้งเขาไม่รู้ว่าทำไมแต่ประโยคนั้นกลับทำให้หัวใจอุ่นขึ้นอย่างประหลาด
“ได้ครับ”
“ไปได้แล้ว” เคนจิโบกมือไล่เบา ๆ
อาโออิหันกลับมา“เราไปนะ”
“อือ” คนเป็พ่อพยักหน้า
ก่อนยกแก้วกาแฟขึ้นอีกครั้งทั้งสองจูงจักรยานเดินออกจากหน้าบ้าน
เมื่อพ้นรั้วมาได้ไม่ไกลอาโออิจึงพึมพำขึ้น
“พ่อแปลก ๆ”
“ตรงไหน”
“เมื่อกี้” เธอก้มมองพื้น
“ทำเหมือน” เธอเงียบไป
“เหมือนอะไร”
หญิงสาวหันมามองเขาแก้มยังแดงอยู่เล็กน้อย
“ช่างเถอะ” เธอส่ายหน้าแล้วรีบเดินเร็วขึ้น
มาซาอากิมองแผ่นหลังของเธอก่อนจะหลุดยิ้มบางๆ ลมต้นฤดูหนาวพัดผ่านถนนสายเล็กของหมู่บ้านและเป็ครั้งแรกที่การออกไปเที่ยวกับใครสักคนทำให้เขารู้สึกประหม่าอย่างประหลาด
---
สถานีโคโมเระยังเงียบเหมือนทุกวันลมต้นฤดูหนาวพัดผ่านชานชาลาเล็กๆ จนใบเมเปิลสองสามใบปลิวมาตกบนรางรถไฟ อาโออินั่งอยู่บนม้านั่งไม้ในมือยังถือตั๋วรถไฟสองใบส่วนมาซาอากิยืนอยู่ข้าง ๆ มองท้องฟ้าหลังจากฉากเมื่อครู่หน้าบ้านของเธอทั้งสองคนก็ดูเงียบกว่าปกติเล็กน้อยหรือพูดให้ถูกคือประหม่ากว่าปกติ
“เอ่อ.......” อาโออิเป็ฝ่ายพูดขึ้นก่อน
“ครับ?”
“พ่อฉันชอบแกล้ง”
“อือ”
“เมื่อกี้อย่าไปคิดมากนะ”
เขาหันไปมองเธอ
หญิงสาวกำลังก้มหน้าก้มตาเขี่ยใบไม้บนพื้นด้วยปลายรองเท้า
“ผมยังไม่ได้คิดอะไรเลย”
เธอเงยหน้าขึ้นทันที“โกหก”
“เปล่านะ”
“โกหก” เธอชี้หน้าเขา “คุณกำลังยิ้ม”
มาซาอากิยกมือแตะแก้มตัวเองโดยไม่รู้ตัว
อาโออิหลุดหัวเราะ“เห็นไหม”
เขาหัวเราะตาม“งั้นคุณก็ยิ้มเหมือนกัน”
คราวนี้เป็เธอที่เอามือแตะแก้มตัวเองบ้างก่อนจะรีบหันหน้าหนี
“อากาศเย็นจัง”
“เปลี่ยนเื่เร็วมาก”
“ฉันหนาวจริง ๆ”
เขาหลุดยิ้มอีกครั้งพอดีกับที่เสียงกริ่งเตือนดังขึ้นรถไฟท้องถิ่นสองตู้แล่นเข้ามาอย่างช้า ๆ อาโออลุกขึ้นทันที
ราวกับลืมเื่เมื่อครู่ไปหมดแล้ว
“มาแล้ว” เธอหันมายิ้ม “รีบขึ้นกัน”
บนรถไฟมีผู้โดยสารเพียงไม่กี่คนคุณตาคู่หนึ่งนั่งอยู่ด้านหน้า นักเรียนมัธยมสองคนกำลังคุยกันเบา ๆตรงท้ายตู้นอกนั้นแทบไม่มีใครเลย อาโออิเลือกที่นั่งริมหน้าต่างทันทีแล้วตบเบาะข้างตัว
“ตรงนี้”
มาซาอากินั่งลงรถไฟเริ่มเคลื่อนตัวช้าๆ สถานีเล็ก ๆ ของหมู่บ้านค่อย ๆ ถอยห่างออกไปทุ่งนาและูเาเข้ามาแทนที่
“ฉันชอบรถไฟสายนี้” อาโออิพูดขึ้น
“ทำไม”
“มันไม่รีบ” เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง “บางวันฉันนั่งไปกลับเฉยๆ ก็มี”
เขาหันไปมอง“นั่งไปกลับ?”
เธอพยักหน้า“อือ”
“ไม่เบื่อเหรอ”
“ไม่” เธอยิ้ม “บางครั้งแค่ได้นั่งมองวิวก็พอแล้ว”
ลมเย็นลอดเข้ามาจากช่องหน้าต่างที่เปิดไว้เล็กน้อยผมของเธอปลิวเบาๆ
“คุณรู้ไหม” เธอพูดต่อ “ฉันชอบดูคนบนรถไฟ”
“ดูคน?”
“อือ” เธอพยักหน้า “ฉันชอบคิดว่าพวกเขากำลังจะไปไหน”
เธอมองคุณตาคู่หนึ่งที่นั่งอยู่ด้านหน้า“คู่นั้นอาจจะไปเยี่ยมหลาน”
แล้วมองนักเรียนสองคนที่ท้ายตู้“สองคนนั้นอาจจะกลับจากชมรม”
เธอหันกลับมายิ้ม“มันเหมือนอ่านนิยายเลย”
มาซาอากิหัวเราะเบาๆ “แล้วเราล่ะ”
หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อยก่อนหัวเราะ“เราเหรอ”
“อือ” เธอทำท่าคิดก่อนตอบอย่างจริงจัง
“ชายวัยกลางคน”
เขาเลิกคิ้ว“ขอบคุณนะ”
“กับหญิงสาวที่ชอบถ่ายรูป” เธอยิ้มกว้าง “กำลังออกเดินทาง”
“ฟังธรรมดาจัง”
“ธรรมดาก็ดีแล้ว”
เธอมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง“เื่ธรรมดาบางเื่กลับจำได้นานที่สุด”
ประโยคนั้นทำให้เขาเงียบไปเพราะ่หลังเขาเริ่มมีเื่ธรรมดาที่อยากจดจำมากขึ้นเรื่อยๆ
สองสถานีต่อมาทั้งคู่ลงที่สถานีเล็กแห่งหนึ่งลมเย็นพัดมาพร้อมกลิ่นน้ำจากแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกล ด้านหน้าสถานีมีร้านขายขนมเล็ก ๆเพียงร้านเดียวหลังคาสีแดงซีดป้ายไม้เก่า ๆ แขวนอยู่หน้าร้าน
“ที่นี่เหรอ”
อาโออิพยักหน้าอย่างภูมิใจ“อือ”
เธอเดินนำเข้าไปทันทีเ้าของร้านเป็คุณยายอายุราวเจ็ดสิบ
เมื่อเห็นอาโออิเธอก็ยิ้มกว้าง “อ้าว”
“คุณยาย”
“ไม่ได้เจอตั้งนาน”
“หนูมาดูใบไม้ค่ะ”
คุณยายพยักหน้าก่อนสายตาจะเลื่อนไปทางมาซาอากิแล้วหยุดอยู่ตรงนั้น
“แล้วคนนี้ล่ะ”
อาโออิชะงัก“เอ่อ...”
เธอหันมามองเขาจากนั้นก็หันกลับไปหาคุณยายอีกครั้ง
“เพื่อนค่ะ”
คุณยายยิ้มรอยยิ้มแบบคนที่ไม่ค่อยเชื่อ“งั้นเหรอ”
อาโออิเริ่มหน้าแดงนิดๆ “จริง ๆ นะคะ”
“จ้ะ ๆ” น้ำเสียงของคุณยายฟังดูเหมือนกำลังเอ็นดูมากกว่าเชื่อจริง เธอหยิบมันจูสองชิ้นใส่ถุงกระดาษก่อนยื่นให้“งั้นคู่ละหนึ่งถุง”
ความเงียบตกลงมาทันที
“คุณยาย...” อาโออิหน้าแดงขึ้นอีก
คุณยายหัวเราะ“ล้อเล่นจ้ะ”
แต่รอยยิ้มของเธอกลับไม่ได้ดูเหมือนล้อเล่นเลยสักนิดมาซาอากิรับถุงขนมมาแล้วหันไปมองคนข้าง ๆ อาโออิกำลังก้มหน้าจนแทบเห็นแต่ปลายผม
“ไปกันเถอะ” เธอพูดเร็วมากแล้วรีบเดินออกจากร้านทันที
เขาหลุดยิ้มอีกครั้งก่อนเดินตามออกไปลมปลายฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านหน้าสถานีและไม่รู้ทำไมการเดินตามหลังผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเขินจนหูแดงกลับทำให้เช้าวันนี้อบอุ่นอย่างประหลาด
จากหน้าสถานีเดินไปอีกไม่ถึงสิบนาทีแม่น้ำสายเล็กก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า สองฝั่งแม่น้ำเต็มไปด้วยต้นเมเปิลสีแดงส้ม และเหลือง ใบไม้บางส่วนร่วงลงบนผิวน้ำ แล้วลอยเอื่อยไปตามกระแส แสงแดดยามสายส่องผ่านกิ่งไม้ทุกอย่างดูสวยจนเหมือนภาพวาดมาซาอากิหยุดเดินโดยไม่รู้ตัว อาโออิหันกลับมารอยยิ้มปรากฏขึ้นทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของเขา
“สวยใช่ไหม”
เขาพยักหน้าช้าๆ “สวยมาก”
เธอยิ้มกว้างขึ้นราวกับกำลังภูมิใจในสถานที่แห่งนี้
“ฉันชอบที่นี่ที่สุดเลย” เธอเดินไปยืนริมรั้วไม้
สายลมพัดเส้นผมของเธอเบาๆ “ตอนเด็ก ๆ พ่อกับแม่พามาทุกปี”
เธอมองแม่น้ำ“ตอนนั้นฉันคิดว่าที่นี่ใหญ่มาก”
เธอหัวเราะ“แต่พอโตขึ้น มันก็เล็กลงทุกปี”
“ที่นี่ไม่ได้เล็กลงหรอก” มาซาอากิเดินมายืนข้าง ๆ “เราแค่โตขึ้น”
อาโออิหันมามองเขาก่อนจะยิ้มบางๆ “จริงด้วย”
เธอเงยหน้ามองต้นเมเปิลเหนือศีรษะใบไม้สีแดงปลิวลงมาใบหนึ่งตกลงบนไหล่ของเธอมาซาอากิยื่นมือออกไปโดยไม่ทันคิดก่อนหยิบมันออกให้อย่างแ่เบาทั้งสองคนชะงักใกล้กันเกินไปนิดหนึ่งอาโออิกะพริบตาช้า ๆ แล้วก้มหน้าลง
“ขอบคุณ” น้ำเสียงเบากว่าปกติ
เขาเองก็เพิ่งรู้ตัวว่ามือยังค้างอยู่กลางอากาศจึงรีบดึงกลับลมเย็นพัดผ่านระหว่างคนทั้งสองทั้งคู่เงียบไปพักหนึ่ง
ก่อนอาโออิจะยกกล้องขึ้น
แชะ
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นเธอถ่ายแม่น้ำถ่ายต้นไม้ ถ่ายท้องฟ้าแล้วหันกล้องมาทางเขา
แชะ
“เดี๋ยวสิ”
“อะไร”
“คุณถ่ายผมเหรอ”
“อือ” เธอยิ้ม
“ห้ามหรือ”
“ไม่ห้าม”
“งั้นก็ดี”
แชะ
เธอถ่ายอีกหนึ่งรูป
“ทำไมถ่ายผม”
หญิงสาวลดกล้องลงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบเรียบๆ
“เพราะวันนี้คุณอยู่ที่นี่”
เขาเงียบไปคำตอบนั้นฟังดูธรรมดาแต่กลับทำให้หัวใจอุ่นขึ้นอย่างประหลาดอาโออิมองรูปในหน้าจอแล้วยิ้มกับตัวเอง
“ฉันดีใจนะ”
“เื่อะไร”
เธอเงยหน้าขึ้น“ที่คุณมาด้วย”
ลมพัดผ่านอีกครั้งมาซาอากิไม่ตอบเพราะ่หลังเขาเริ่มพบว่าตัวเองพูดไม่ออกบ่อยขึ้นโดยเฉพาะเวลาที่ผู้หญิงคนนี้พูดอะไรตรงไปตรงมา
ทั้งสองเดินเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ มีนักท่องเที่ยวอยู่ไม่กี่คนส่วนใหญ่เป็คู่สามีภรรยาสูงวัยทุกอย่างเงียบสงบ อาโออิหยุดอยู่ตรงสะพานไม้เล็กๆ แล้ววางกล้องลงบนราวสะพาน
“คุณช่วยถ่ายรูปให้หน่อยได้ไหม”
“ได้สิ”
เธอยื่นกล้องให้ก่อนเดินไปยืนใต้ต้นเมเปิลต้นหนึ่ง
“ตรงนี้เหรอ”
“อือ”
มาซาอากิยกกล้องขึ้นผ่านช่องมองภาพหญิงสาวในเสื้อไหมพรมสีครีมยืนอยู่ใต้ต้นไม้สีแดงแสงแดดตกลงบนเส้นผมของเธอสวยจนเขาเผลอนิ่งไปครู่หนึ่ง
“คุณ” เสียงของอาโออิดังมา “ยังไม่ถ่ายอีกเหรอ”
เขาเพิ่งรู้ตัวแล้วรีบกดชัตเตอร์
แชะ
“ได้หรือยัง”
“ได้แล้ว”
เธอวิ่งกลับมาดูรูปทันทีเมื่อเห็นภาพบนหน้าจอดวงตาของเธอก็เป็ประกาย
“สวยจัง”
เธอเงยหน้าขึ้น“คุณถ่ายรูปเก่งนะ”
“ผมโชคดีมากกว่า”
“ไม่จริง” เธอกอดกล้องไว้ “รูปนี้ฉันชอบ”
รอยยิ้มของเธอกว้างขึ้นอีกแล้วในตอนนั้นเอง
“จะให้ถ่ายให้ไหม”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านข้างทั้งคู่หันไปพร้อมกันคุณยายคนหนึ่งกำลังยิ้มให้ในมือถือกล้องถ่ายรูปแบบเก่า
“คะ?”
“รูปคู่”
เธอชี้ไปที่กล้องในมืออาโออิ“มาด้วยกันทั้งที ควรมีรูปคู่สิ”
ความเงียบตกลงมาทันทีอาโออิกะพริบตา
“เอ่อ”
“ไม่เป็ไรหรอก” คุณยายหัวเราะ “ฉันถ่ายรูปให้สามีกับลูกมาตั้งหลายปี”
เธอยื่นมือออกมา“เอามาสิ”
หญิงสาวหันมามองมาซาอากิสีหน้าดูสับสนอย่างเห็นได้ชัด
“ถ่ายไหม” เธอถามเบา ๆ
เขาเองก็นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า“ก็ได้”
อาโออิก้มมองกล้องในมือแล้วค่อยๆ ยื่นให้คุณยาย
“ขอบคุณค่ะ”
“มายืนใกล้กันหน่อย” คุณยายพูดทันที
ทั้งสองคนขยับเข้าไปใกล้กันนิดหนึ่ง
“อีกหน่อย”
ทั้งคู่ขยับอีกจนแขนเสื้อเกือบแตะกันอาโออิหลุบตามองพื้นทันที
“ยิ้มหน่อย” คุณยายพูด
หญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นรอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า มาซาอากิหันไปมองเธอโดยไม่รู้ตัว
แชะ
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้น
“อีกรูป”
แชะ
“ดีมาก”
คุณยายเดินกลับมาแล้วยื่นกล้องคืน
“ขอบคุณค่ะ”
“น่ารักดีนะ” คุณยายยิ้ม
ก่อนเดินจากไปอย่างอารมณ์ดีเหลือเพียงความเงียบระหว่างคนสองคนบนสะพานไม้อาโออิมองหน้าจอกล้อง ไม่พูดอะไร มาซาอากิเหลือบมองรูปคู่ของพวกเขาปรากฏอยู่ตรงนั้นทั้งสองยืนอยู่ใต้ต้นเมเปิลสีแดงไม่ได้จับมือ ไม่ได้ยืนชิดกันมากแต่กลับดูเหมาะสมกันอย่างประหลาด
“สวยจัง” อาโออิพูดเบา ๆ
“อือ”
เธอยังมองรูปอยู่นานกว่าปกติก่อนยิ้มเล็กๆ แล้วกดปุ่มบันทึกรูปลงในโฟลเดอร์โปรด มาซาอากิชะงักเพราะเขาจำได้เธอเคยบอกว่ารูปในโฟลเดอร์นั้นคือรูปที่เธอไม่อยากทำหาย
ลมปลายฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านสะพานไม้ใบเมเปิลสีแดงปลิวลงบนแม่น้ำอีกครั้งและเป็ครั้งแรกที่ทั้งสองคนมีรูปถ่ายของ“เรา” อยู่ในความทรงจำเดียวกัน
ตอนที่ทั้งสองออกจากริมแม่น้ำแสงแดดก็เริ่มอ่อนลงแล้ว ลมเย็นขึ้นกว่าเมื่อเช้าเล็กน้อย อาโออิยังคงถือกล้องไว้ในมือและทุกๆ สองสามนาที เธอก็จะกดเปิดรูปคู่ขึ้นมาดูอีกครั้ง ครั้งแรก มาซาอากิคิดว่าตัวเองตาฝาดแต่พอเห็นเป็ครั้งที่สามเขาก็เริ่มมั่นใจเธอกำลังแอบดูรูปนั้นอยู่จริง ๆ
“ชอบมากเหรอ”
หญิงสาวสะดุ้งรีบปิดหน้าจอกล้องทันที
“อะไร”
“รูปเมื่อกี้”
“เปล่านะ”
“คุณดูไปสามรอบแล้ว”
“คุณนับด้วยเหรอ”
“มันเห็นชัดมาก”
อาโออิเม้มปากก่อนก้มมองกล้องในมือ
“ก็...”
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง“ฉันไม่ค่อยมีรูปคู่”
เขาหันไปมอง“ไม่มีเลยเหรอ”
“มีสิ” เธอหัวเราะเบา ๆ “แต่ส่วนใหญ่เป็รูปตอนเด็ก”
ลมพัดเส้นผมของเธอเบาๆ “พอโตขึ้น ฉันเป็คนถ่ายมากกว่า”
เธอลูบตัวกล้องอย่างแ่เบา“เลยไม่ค่อยมีรูปที่ตัวเองอยู่ในนั้น”
เธอเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มเล็กๆ ยกกล้องขึ้นนิดหนึ่ง “เพราะงั้นฉันเลยชอบรูปนี้”
มาซาอากิไม่รู้ว่าควรตอบอะไรสุดท้ายจึงพูดเพียงว่า“งั้นก็ดีแล้ว”
หญิงสาวยิ้มกว้างขึ้น“อือ”
ก่อนกลับทั้งสองแวะร้านขนมอีกครั้งคุณยายเ้าของร้านยัดมันจูใส่ถุงเพิ่มมาอีกสองชิ้น
“เอาไปกินบนรถไฟ”
“เยอะเกินไปแล้วค่ะ”
“ไม่เยอะหรอก” คุณยายยิ้ม
ก่อนมองทั้งคู่สลับกัน“ไว้คราวหน้ามาอีกนะ”
คราวหน้าคำพูดธรรมดาแต่ทำให้อาโออิยิ้มขึ้นมา
“ค่ะ” เธอตอบทันทีเหมือนเชื่ออยู่แล้วว่าจะมีครั้งหน้า
---
ขากลับรถไฟแทบไม่มีผู้โดยสารมีเพียงชายสูงวัยคนหนึ่งที่นั่งหลับอยู่มุมตู้และนักเรียนหญิงสองคนที่ลงไปั้แ่สถานีก่อนแสงเย็นส่องผ่านกระจกเข้ามาย้อมทุกอย่างเป็สีทองจาง ๆ อาโออินั่งริมหน้าต่างเหมือนตอนขามาในมือมีถุงมันจูอีกมือกอดกล้องไว้หลวมๆ เธอดูอารมณ์ดีมากจนแทบไม่ต้องเดา
“วันนี้สนุกไหม” มาซาอากิถามขึ้น
เธอหันมาเหมือนไม่คิดว่าเขาจะเป็ฝ่ายถามก่อน
“สนุกสิ” รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏขึ้น “สนุกมาก”
เธอหันกลับไปมองนอกหน้าต่างรถไฟกำลังแล่นผ่านทุ่งนาสีทอง
“ดีจัง” เธอพึมพำเบา ๆ ประโยคเดิมอีกแล้ว
เขาหลุดยิ้ม“คุณพูดคำนี้บ่อยนะ”
หญิงสาวหัวเราะ“เหรอ”
“อือ”
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนยิ้มบางๆ “คงเพราะฉันเจอเื่ดี ๆ บ่อย”
แล้วเธอก็หันมามองเขา“่นี้น่ะนะ”
เขานิ่งไปเล็กน้อยก่อนหันกลับไปมองนอกหน้าต่างแทนไม่รู้ว่าทำไมแต่จู่ๆ ทิวทัศน์ข้างนอกก็ดูน่าสนใจกว่าปกติ
“คุณ” เสียงของเธอดังขึ้นอีกครั้ง
“หืม”
เธอเงียบไปพักหนึ่งราวกับกำลังรวบรวมความกล้า“ฉันถามอะไรได้ไหม”
“ได้สิ”
อาโออิก้มลงมองถุงกระดาษในมือก่อนพูดขึ้นช้าๆ
“คุณว่า” เธอหยุดไปนิดหนึ่ง “วันนี้แปลกไหม”
“แปลก?”
“อือ” เธอพยักหน้า “สำหรับฉัน มันแปลกนิดหน่อย”
เขาหันมามองเธอหญิงสาวยังไม่เงยหน้า
“ฉันไม่ได้ออกมาเที่ยวแบบนี้นานแล้ว”
เธอยิ้มเล็กๆ “แค่ไปขึ้นรถไฟ ไปดูใบไม้ กินมันจู”
เธอหัวเราะน้อยๆ “ทั้งที่เป็เื่ธรรมดามาก”
ลมเย็นลอดเข้ามาทางหน้าต่าง
“แต่ฉันกลับรู้สึก” เธอเงียบอีกครั้ง
ก่อนเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาของเธอสะท้อนแสงเย็นสีทอง
“เหมือนมันพิเศษ”
ความเงียบตกลงมาระหว่างทั้งสองเสียงล้อรถไฟเสียดสีกับรางดังสม่ำเสมอ
กึกกัก
กึกกัก
หญิงสาวยิ้มเขินๆ ก่อนหลบสายตา “ฉันพูดแปลกอีกแล้ว”
“เปล่า” เขาตอบเบา ๆ “ไม่ได้แปลก”
เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามขึ้นอีกครั้งน้ำเสียงเบากว่าเดิมมาก
“ถ้าฉันบอกว่า” เธอกลืนน้ำลาย “วันนี้มันเหมือนเดท”
หัวใจของเขาสะดุดไปหนึ่งจังหวะ
หญิงสาวรีบยกมือขึ้นทันที“ไม่ใช่นะ”
เธอหัวเราะกลบเกลื่อน“ฉันแค่พูดเล่น”
“อือ”
“จริง ๆ นะ”
“ครับ”
“คุณอย่าทำหน้าแบบนั้นสิ”
“ผมทำหน้าอะไร”
“หน้าที่กำลังใ”
คราวนี้เขาหลุดหัวเราะออกมาอาโออิเองก็หัวเราะตามแต่แก้มของเธอแดงขึ้นช้า ๆ แล้วความเงียบก็กลับมาอีกครั้งคราวนี้ไม่มีใครพูดอะไรมีเพียงเสียงรถไฟและแสงเย็นที่ค่อยๆ อ่อนลง
ผ่านไปครู่หนึ่งหญิงสาวจึงพึมพำกับตัวเองเสียงเบามากจนแทบไม่ได้ยิน
“แต่ถ้ามันเป็เดทจริง” เธอยิ้มเล็ก ๆ “ก็คงเป็เดทที่ดีนะ”
เขาหันไปมองเธออาโออิยังคงมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาได้ยินแต่เขาได้ยินทุกคำและเป็ครั้งแรกที่เขาไม่ได้คิดจะปฏิเสธคำว่า“เดท”
รถไฟแล่นเข้าสู่อุโมงค์สั้นๆ ความมืดเข้ามาปกคลุมเพียงไม่กี่วินาทีก่อนแสงจะกลับมาอีกครั้ง ภาพสะท้อนบนกระจกหน้าต่างเผยให้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังยิ้มอยู่คนเดียวและชายอีกคนหนึ่งที่กำลังมองเธอโดยไม่รู้ตัว
---
เมื่อรถไฟจอดที่สถานีโคโมเระท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มอมม่วงแล้วทั้งสองเดินลงจากชานชาลาช้า ๆ
อาโออิหันกลับไปมองรถไฟก่อนยิ้มบางๆ
“วันนี้ฉันจะจำไว้นานเลย” เธอพูดขึ้น
“เื่อะไร”
เธอมองเขารอยยิ้มค่อยๆ กว้างขึ้น “ทุกอย่าง”
ลมเย็นต้นฤดูหนาวพัดผ่านชานชาลาเล็กๆ ใบเมเปิลสีแดงปลิวผ่านเท้าของทั้งสองและไม่มีใครรู้เลยว่าการเดินทางธรรมดาเพียงสองสถานีในวันนี้จะกลายเป็หนึ่งในความทรงจำที่สำคัญที่สุดของพวกเขาทั้งคู่